icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ

บทที่ 4 คุ้นตา-คุ้นเคย

จำนวนคำ:1249    |    อัปเดตเมื่อ:21/02/2023

มการกิตติมศักดิ์ร่วมตัดสินการแข่งขันครั้งนี้ อนุญาตให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้เข้าเยี่ยมชมห้องเครื่องเสวย เก่าแก่ของพระราชวังในพระตำหนัก

ทยานตัดสนามหญ้าที่มีแผ่นอิฐ รูปแปดเหลี่ยมปูเป็นระยะตรงมายังอาคารสองชั้นทรง สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีปล่องไฟสองฟาก ด้านหน้าอาคารมีต้นช

มผู้นำทางกำลังพาเที่ยวชมภายนอกอาคาร ที่แบ่งเป็นห้องๆ เก็บภาชนะ เก็บเค

บกล" บุริน

นตาจัง" วัส

กสองคนจะคุ้นได้ไง ไปเหอะ พวกเขาเข้าข้างในไปกันหมดแล้ว

นหลายอย่าง ผู้นำเที่ยวชมเล่าว่าสมัยนั้นห้องเครื่องเสวยมี สองแบบ เพราะมีหัวหน้าแม่ครัวสองคน ฟากทิศใต้เป็นครัว ทำอาหารพื้นเมืองตำรับเก่าของอินเดีย ส่วนฟากทิศเหนือเป็นครัวทำอ

เครื่องเสวยนี้เป็นของตำหนักมณีจันทราฯที่พำนักของพระธิดาสามพระองค์ของมหาราชามหารานีและต้องจัดเครื่องเสวยขึ้นถวายพระโอร

หนักนั้นเสวยอาหารจากที่

หมดแล้ว และนี่คือเตาอบอายุมากกว่าร้อยปีที่สมบูรณ์แบบท

ช้งานที่ผู้นำเที่ยวชมไม่อาจตอบคำถามได้ แต่วัสสิกากลับบอกเล่าถึงการใช้งานคล่องปากราวกับ

ุ่นนี้ ใช้" มณีรัตน์กระซิบถามเมื่อเดินตามวัสสิกาออกมาประ

ท่านั้นละ" วัสสิกายังงงตัวเองท

ล้ว ฉันก็คุ้นอยู่นะ วัสสิกาคงจำมาจากที่เรียนนั่นแหละ" บุรินทร์คุ

สมองโปงโล่งไม่มีความทรงจำใดในสถานที่แห่งนี้ ต่างจากวัสสิก

ทิตยมาศฯกับพระตำหนักสุริยันฯ ได้ถูกทุบทิ้งเพื่อปรับพื้นที่เป็นสนามหญ้าหรือสวนดอกไม้ เพื่อทัศนียภาพอันสวยงามด้านหลังพระที่นั่งและพระตำหนักที่ ปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งของสูงค่าของมหารา

เปิดรับโบนัส

เปิด
เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
“นิยายเรื่องนี้เป็นงานเขียนล่าสุดของศิรารัยที่สร้างเรื่องราวความรักจากปัจจุบันสู่อดีตและกลับมาจบสมบูรณ์ในยุคปัจจุบันที่อยากให้ผู้อ่านได้เปลี่ยนบรรยากาศที่เคยอ่านนิยายไทย-ไทย ไทย-อาหรับ ไทย-จีน มาเป็นนิยายไทย-อินเดียดูบ้าง โดยสร้างคู่พระนางให้นางเอกเดินทางไปประเทศอินเดียและได้ไปพบพระเอกในอดีตเพื่อช่วยเหลือให้ได้ขึ้นครองราชย์ แต่ความรักของคนในโลกอดีตกับคนในโลกปัจจุบันจะสมหวังได้ก็เกินความเป็นจริงจึงต้องทำให้นางเอกมาสมหวังในความรักกับพระเอกในโลกปัจจุบันที่สืบเชื้อสายมาจากเขาผู้นั้น และนักเขียนเชื่อว่า...ถ้าเพื่อนนักอ่านเปิดใจอ่านนิยายเรื่องนี้ จะได้รับทั้งความสนุกสนานและความซาบซึ้งใจในความรักของคนในโลกอดีตและคนในโลกปัจจุบัน... ************************************* เพียงสบตาในอุราก็หวั่นไหว เลือดเนื้อกายร้อนรุมดังสุมไข้ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งขัดเขินสะเทิ้นอายใยไพ ใจหนอใจทำไมสั่นไหวเช่นนี้เอย *************************************** ความรัก... ไม่ใช่นํ้าหมึกจากปลายปากกา ที่ผ่านวันเวลา ไม่นานก็เจือจาง ความรัก... ไม่ใช่นํ้าหอมที่กลิ่นจางหายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ความรัก... ไม่ใช่เสื้อผ้าอาภรณ์หรือข้าวของเครื่องใช้ ที่เก่า แล้วก็เปลี่ยนใหม่ ความรัก... ไม่ใช่อาหารที่กินหลายมื้อก็เบื่อหน่าย ฯลฯ ************************************** ''เธอเป็นใครถึงจะมาสอนสั่งว่าฉันกินอะไรได้หรือกินอะไรไม่ได้ เป็นแม่ครัวก็ควรทำหน้าที่แม่ครัวของเธอ ไม่ต้องมาวิจารณ์คนกิน ไป ไปทำอาหารที่ฉันต้องการมา ต่อไปไม่ต้องเอาผักหญ้าพวกนี้มาให้ฉันกินอีก" อาหารจานหนึ่งถูกโยนแตกเพล้งตรงหน้าผู้ที่ถูกเรียกว่า...แม่ครัว...สลัดผักธัญพืชและนํ้าสลัดที่วัสสิกาต้องใช้เวลาคำนวณแคลอรี่ว่าต้องมีผักธัญพืชมากน้อยเท่าไรและสรรหาผักสดๆใหม่ๆมาทำอย่างประณีตหกกระจายเกลื่อนอยู่ตรงหน้าเหมือนเศษขยะ ที่วัสสิกาแทบจะร้องกรี๊ดออกมาด้วยความโมโห เพราะเจ้าชายจอมยโสไม่ได้ทำลายแค่อาหารจานสองจานแต่ได้ทำลายความตั้งใจดีของเธอจนหมดสิ้น "ตาหมีอ้วน" วัสสิการ้องว่าในใจ ความโกรธวิ่งจี๊ดขึ้นสมองวัสสิกาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต เธอไม่เคยโกรธใครมากมายอย่างนี้ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าโกรธทำไม่นักหนา แต่ตอบโต้ออกมาได้เพียงกรีดเสียงอยู่ในความนึกคิด..ตาหมีอ้วน ฉันอุตส่าห์ตั้งใจทำมาให้กิน ยังจะมาว่ามาทำแบบนี้อีก...เพราะสิ่งที่เจ้าชายอาทิตยสุเรนทรากระทำ...โยนจานอาหารใส่หน้า...เป็นการทำร้ายจิตใจแบบที่ไม่เคยมีใครทำกับเธอมาก่อน วัสสิกาหมดความอดทนต่อผู้สูงศักดิ์ จึงโต้กลับทันควัน ฯลฯ ********************************”