icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

ทวงรักคนใจร้าย

บทที่ 7 สนใจเป็นพิเศษ

จำนวนคำ:1203    |    อัปเดตเมื่อ:30/05/2023

นี้ทุกคนก็อยู่กันที่บ้านของแดนไทเพื่อฟัง

าไปดูน้องให้พ่อหน่อยสิ..

รกคิดว่ากลับมาจะเจอลูกชายคนเล็กรอต้อนรับแต่ป่านนี้ก็ไม่ยักจะเ

บคุณ

็มีส่วนผิดที่เมื่อคืนนอนไม่หลับจนต้อง

อก

นพี่เห็นน้องชายแต่งตัวเรียบร้อยแล้วจึงมองหน้าด้วยสายตาฉงนเ

็จแล้วทำไมย

ร็จขี้เกียจไปนั่

ายหน้าด้วยท่าทีขยาดเพราะจะให้เขาไปนั่งนิ

กับนายใหญ่แล้วร

ดเสร็จก่อนไ

ม่

รู้เห็นขณะที่พ่อต้องมานั่งบ่นน้องชายหลังจากจบงานแล

้..ทำอะไรเห็น

ามานั่งเก้าอี้ข้างๆได้ก็

าแล้วไงค

ื่อถูกคนเป็นพ่อตำหนิแต่

ียงกันเ

ทสนทนาของพ่อเขาและน้องชายที่

ปไหนแล้ว

พราวพิ้งค์กำลังว่างจึงถือโอ

์ค่ะน่าจะพากันไป

เจอฟองจันทร์จึงคิดว่าน่าจะพาล

รับชุดที่ผมฝากคุ

พราะเขาไม่รู้ว่าเธอไม่ได้รับชุดที่เขาฝากปลายฝนไ

่พอดีค่ะคุณคีรินขอโทษด้

องเจอคำถามนี้จากคีรินดีที่เธอคิ

แค่รู้ว่าคุณพิ้งค์

คิดกังวลไปว่าหญิงสาวจะไม่ช

ไรเค้าข

ที่นั่งคุยกันอยู่ไกลๆไม่วางจนโนแอลต้องหันมาสะก

แค่อยากรู้ว่

นส่วนผู้หญิงเห็นอาแดนบอกเป็นคนทำบัญชีในไร

นเป็นอะไรกันหรอครับ

่ที่รู้คือนายสนใ

ึกได้ถึงความผิ

.ก็..ไม่ได้

็นไม่สนใจทำให้โนแอลดูรู้ในปราดเดียวว่าน้องของเขาต้องมีประเด็นอะไรก

พระอยู่ฝั่งตรงข้ามคือชายหนุ่มที่เธอภาวนาว่าอย่าได้เจอเขาตั้งแต่เมื่อเช้าแต่เห็นทีคำ

รือเปล่าครับดูหน้าซ

เริ่มเอ่ยทักพราวพิ้งค์เพราะเห็นเธ

ันนอนน้อ

น้ำหวานๆมาใ

คุณน

สายหลังจากที่พ่อเลี้ยงหนุ่มลุกออกไปได้พราวพิ้งค์ก็ยังเห็นว่าภคพ

เปิดรับโบนัส

เปิด
ทวงรักคนใจร้าย
ทวงรักคนใจร้าย
“ต้องโทษที่ฟ้าเหวี่ยงเธอมาเจอกับเขาอีกครั้ง..พ่อของลูกที่เธอไม่อยากเจอหน้าอีก ระยะเวลาที่เธออยู่ในชีวิตของเขาร่วมสองปีคำสั่งที่ห้ามทำตัวเป็นเจ้าของเธอก็เริ่มทำไม่ได้เพราะหลงรักชายหนุ่มไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ตัวบางวันยิ่งเห็นเขาใกล้กับผู้หญิงคนอื่นเธอก็เจ็บปวดทรมานไม่อยากจะรับรู้จนทำให้เธอตัดสินใจหนีไปจากเขาหลังเรียนจบ...ขอเพียงแค่ลูกเท่านั้นที่เธอต้องการคนเดียวในครอบครัวที่เธอมีอยู่ในชีวิต นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนากรของผู้เขียนชื่อนิยายหรือตัวละครและสิ่งต่างๆในนิยายไม่ได้จงใจเจตนาพาดพิงถึงบุคคลหรือสิ่งใดขอทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ”