icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

มนตราฟาโรห์

บทที่ 2 ที่นี่คือ

จำนวนคำ:1162    |    อัปเดตเมื่อ:26/08/2024

ยงสะท้อนดัง เนิ่นนาน ทั้งคู่มอง ฝ่าความมืดไป เดม่อนใช้ ไฟฉายส่องลงไปแต

ข้างหน้ามีฝุ่นผงกระจา

อความปลอดภัยเพราะไม่ทราบว่าข้างหน้ามีอะไรบ้างภาพท

โรงบรรจุมัมมี่ ที่ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นของใครด้วย วัตถุชนิดนั้นเป็นทองเหลืองอร่าม แม้จะมีฝุ่นสีน้ำตาล เกาะอยู่บ้างก็ไม่สามารถทำให้ประกายทอ

ที่ลมไม่ทราบที่มาจะพัดกระโชก

ยุแบบชาร์ตแบตเตอรี่ขึ้นมาวางไว้บนแท่นหิน ทั

แบตเตอรรี่ไม่รู้

่นยางไม้หอมกระจายออกมาจากรอยเลื่อน ภาพตรงหน้าคือร่างของมัมมี่ที่ถูกพันด้วยผ้าลินินจุ่มน้ำมันยังคงสภาพเดิม

งราชย์ ระย

นเป็นที่รักจงกลับมาหาข้าไ

แห่งข้า ขอ

อมตะให้

ที่นี่ ตราบ ด

พัดวูบมาอีกครั้งกระดาษปาปิรุส หลุด จากมือของ

มาแล้ว...

ไว้เดม่อนถลาไปตรงช่องประตูอย่างรวดเร็ว เอวา ไม่ทันได้คิด ยืนนิ่งเหมือนต้องมนต์ ประตูปิดสนิทเอวาตกใจจนแ

มีท

ไม่พบสิ่งใด แสงสว่างจา

อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งภาพตรงหน้า กลับเป็นที่ที่เอวาไม่เคยเห็นมาก่อนเสาสูงใหญ่คล้ายเสาโรมัน หลายสิบต้นห้องโถงโอ่อ่า ร่างบางยืนอยู่กลางห้องโถงกว้าง มองขึ้นไปส

มมองเอวา ด

ุตรแห่งฮามาดิ

งขึ้นไปหน้าพระพักตร์องค์ฟาโรห์ พระองค์ก้าวลงมาจากแท่นประทับมาหยุดอยู่ต

มือปล่อยคางมน ก่อนจะเ

ตอย่างไรในเมื่อฮามาด

งทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในการเปลี่ยนตัวเ

ด้วยขนตางอนงามหลุ

รถทำให้ข้าโฮรัสพอใจเพียงไร คงไม่นานก็ต

ตาปวดร้าวด้วยไม่เคยรู้สึกอัปยศขนาดนี้มาก่อนในชีวิต การที่ต้องตกอยู่ในมือของศัตรู ที่ขึ้นชื่อว่

เปิดรับโบนัส

เปิด
มนตราฟาโรห์
มนตราฟาโรห์
“.....อามูเนส... .. ราชินีที่รักแห่งข้าขอเทพธิดาไอซิส มอบชีวิต อมตะให้ข้าและนาง ...รอ เจ้าอยู่ที่นี่ ตราบ ดวงอาทิตย์อับแสง ..รอเจ้าอยู่ร่วมเดินทางสู่ฟากฟ้า พร้อมกัน" คำขอครั้งสุดท้ายของ..โฮรัส.. ผู้เลื่องชื่อเทพแห่งสงคราม กับเจ้าหญิงผู้ซึ่งตกเป็นเชลย ด้วยจุดเปลี่ยนที่บิดาของอามูเนส ผู้เลอโฉมเลื่องลือไปไกล พ่ายแพ้ให้แก้ฟาโรห์โฮรัสเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่ เป็นจุดเริ่มต้นของ คำขอต่อเทพแห่งความเป็นอมตะไอซิส คำขอครั้งสุดท้ายจะเป็นจริงไหมและเอวาสาวสวยนักโบราณคดีที่ขุดค้นพบ คำขอนั้นของฟาโรห์โฮรัสจะ สามารถค้นพบความจริงต่างๆได้อย่างไร ล่องลอยไปกับดินแดน ไอยคุปต์ด้วยกันใน...มนตราฟาโรห์...”