ข้าเหนื่อยจะรักใครอีกแล้ว
นสวนหน้าเรือนด้วยสายตาที่เหม่อลอย ใบหน้าขาวซีดแต่กลับมีรอยแดงสลับเขียวช้ำเป็นแนว
หนี่ซูเว่ยเรีย
ก่อนจะรีบลุกขึ้นคารวะพร้อมก้ม
าแฝงด้วยความสะอื้น ทำเอาหนี่ซ
า” หนี่ซูเว่ยรีบประคองเผิงเสี่ยวว่าน
าทางเขินอายของนางทำเอาหนี่ซูเว่ยยิ้มออกมา ก่อนจะทำสีหน
นี้ นางกล้าทำร้ายเจ้าสาหัสถึงเพียงนี้เชียวหรือ” หนี่ซูเว่ยยก
้วยเสียงอันสั่นเครือ “ข้าไม่เป็นอันใดมาก ข้าเ
าและข้าเป็นผู้ที่อยากแต่งงานกับเจ้า” เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง “เจ้าจงวางใจเถิด ข้าจะจัดการ
มาด้วยใบหน้าสลดอีกครั้ง “ท่านพี่ซูเว่ย ท่านอย่าทำอันใดรุนแรง
าดีเช่นนี้ เหตุใดหลินเอ๋อร์จึงมองไม่เห็นกันนะ” เขาพูดพร้อมดึงนางเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมกอดด้วยความทะนุถนอม
ัก เขาสั่งให้พ่อบ้านเตรียมตัวเสียใหม่ก่อนจะเด
บุตรชายด้วยความสงสัย เม
ุใดจึงดูกระวนกระวายเช่นนี้” ฮองเ
ากับว่านเอ๋อร์ ถึงกับตามมาอาละวาดข้าถึงที่จวน ซ้ำยังทำร้ายว่านเอ๋อร์อีกด้วย ข้าเกรงว่าหากปล่อยเป็นเช
งบุตรสาวขุนนางใหญ่ทั่วไป ฮองเฮาหวังเหลียงกลับมองเห็นนางเป็นหญิงสาวที่มีจิตใจบริสุทธิ์ นางคิดสิ่งใดย่อมพูดสิ่งนั้นออกมาโดยปราศจากเล่ห์กลมารยาใด ๆ อีกทั้งด้วยความที่นางเป
ฟู่หลิน ว่าคอยตามติดเขายิ่งกว่าปลิง ทำให้บุตรชายรู้สึกหงุดหงิดและรำคาญใจอยู่
กเพียงใด นางคงเสียใจเป็นอันมาก แม่ว่าเจ้าอย่าได้ถือสา
า เช่นนั้นแล้วต่อไปข้าจะปกครองผู้คนได้เยี่ยงไร” หนี่ซูเว่ยยังไม่คงยอมแพ้ ที่ผ่านมาเพราะเขาเกรงใจเสด็จแม่ของตนที่เอ็นดูนางเหนือกว่าผู้ใด เขาจึงยอมข่ม
ึกเสียใจที่ปล่อยหลินเอ๋อร์ไปใช่หรือไม่” ฮองเฮาถามย้ำอีกครั้งกับบุตรชายของตน นางอดนึกเสีย
์ ข้าขอร้องเสด็จแม่ช่วยส่งเสริมข้าด้วยเถิด” หนี่ซูเว่ยกล่าวด
ยบร้อย” ฮองเฮาหวังเหลียงพูดอย่างตัดรำคาญ ก่อนจะไล่บุตรชายของตนออกไป นา
่นนี้เพคะ” หมัวมัวเจิ้นที่คอยรับใช้
เขาจะต้องเสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้เป็นแน่”