คดีฆาตกรรมสกุลหลิน
ป็นไปได้ว่าเรื่องนี้ต้องมีความเกี่ยวพันกับผู้ช่วยเกาจงเฉิงแน่ แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขาอย่างไรก็ยังไม่อาจสรุปได้
บผู้เป็นมารดา แล้วเหตุใดผู้เป็นบิดาถึงได้เอ่ยถึงคำว่า ‘แม่..’ ออกมาด้วยเล่า! หรือยังมีประโยคอื่นที
งของหุบเหวลึกในใจที่ไม่ได้โผล่ออกมานั้นเ
หรือเรื่องนี้ท่านแม่ก็มี
ถูก.. ไม่แน่ว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวพันเป็นวงก
มือของนายอำเภอแน่! คนกลุ่มนั้นจึงแอบวางแผนกันอย่างลับ ๆ ว่าในคืนเทศกาลตงจื้อระหว่างที่ผู้คนกำลังสนุกสนาน ไร้ซึ่งการระวังป้องกันภัยอันตราย ถือโอกาสที่ไม่มีคนสนใจบุก
มาพากลขึ้นกับสกุลหลินอย่างน้อยบุตรชายของตนก็ยังสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้ เขารู้ว่าบุตรชายชื่นชอบการดูดอกไม้ไฟเป็นที่สุดดังนั้นจึงต
ระรื่น ตื่นเต้นดีใจที่จะได้เห็นดอกไม้ไฟสวย ๆ ให้ดูจำนวนมาก ทั้งยังหมาย
ีกโถงซึ่งศพของนายอำเภอก็ถูกนำมาวางไว้ที่โถงเปิดโล่ง ไม่นานผู้ช่วยนายอำเภอเกาจง
เพิ่งรับเรื่องแสนสาหัสบิดาสิ้นใจคาอ้อมกอดไปหมาด ๆ ตอนนี้ยังต้องมาเ
่านไปสักพักใหญ่เขาก็ทรุดเข่านั่งกับพื้นข้างศพมารดา ลักษณะการตายของมารดาถูกเชือดที่ลำคอด้วยคมกระบี่เป็นรอยยาว บนรอยยาวนั้นมีคราบเลือดที่เริ่มแห้งไปบ้างแล้วเกาะกรังติดอยู่ที่ปากแผล พรมสีแ
งได้ใจร้ายกับข้านัก ทำไมพวกท่านถึงทอดทิ้งข้า.. ฮา
้นใจไปก่อนแล้วน้ำเสียงอ่อนโยนที่เคยได้ฟังได้ยินกลับไม่อาจได้ยินอีกแล้วในชีวิตนี้ หลินจินเซี่ยขบฟันกรามแน่นจนเห็นรอยนูนปูดปูนขึ้นสองข้างแก้ม
็นการปลอบใจเขาแต่ไม่ได้เอ่ยคำพูดใด แล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นกวักเรียกผู้ใต้บังคับบั
วยนายอำเภอเกาจงเฉิงก็มิได้ขัดขวางความต้องการของเขาปล่อ
าความจริงและนำตัวคนร้ายมารับโทษทางกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อเป็นการปลอบขวัญพวกท่าน พวกท่านจะได้ตายตาหลับและไปสู่สุคติได้อย่างสบายใจ
ะได้กลับเข้าสู่วัฏสงสาร ก่อนที่ผู้ช่วยนายอำเภอจะกล่าวขอลากลับเขาก็ได้บอกกล่าวกับหลินจินเซี่ยว่า “ศพของคนอื่น ๆ ในสกุลหลินทางการจะเป็นผู้รับผิดชอบจัดการหาที่ฝังให้เองหลานชายไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนศพของบิดา
้นประสานมือข่มกลั้นน้ำตากล่าว “ขอบคุณผู้ช่วยเกา ลำบากท่านแล้ว เรื่องอื่นต่อจา
วจบผู้ช่วยนายอำเภอเกาจงเฉิงก็พาคนของเข
ไปส่งพวกเขาถึงประตูหน้าบ้าน
นี้ได้โดยตรงจำต้องมีคนของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรจากเมืองหลวงมาเป็นผู้นำในการสืบคดี รวมถึงทางสำนักนายอำเภอเองก็ไม่สามารถรับหน้าที่สืบคดีนี้ได้โดยตรงเช่นเดียวกันเนื่องเพราะผู้ที่ถูกสังหารคือนายอำเภอเมืองหยางโจว
าการหน่วยองครักษ์เสื้อแพรฝ่ายเหนือนำเรื่องนายอำเภอเมือ
องอื่นใดอีกหรือไม่?” องค์จักรพรรดิจูจงหยวน ส
ต้หล้าด้วยความเมตตา ทรงมีพระปรีชาสามารถยิ่ง ไม่ชอบการเข่นฆ่า ก่อนที่พระองค์จะได้ขึ้นครองราชย์นั้นพระองค์ยังทรงเคยออกรบกับหน่วยทหา
ือโค้งเอวก้มหน้า สายตามองลงไปที่ปลายเท้าของตนเอง กราบทูลรายงานด้วยน
องกับราษฎร เมื่อขุนนางบางคนเห็นผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์เสื้อแพรขึ้นกราบทูลต่อเบื้องพระพักตร์โดย
านกล่าวมาได้เลย” องค์จ
น’ รูปร่างสูงใหญ่กำยำ อายุสามสิบห้าปี ลักษณะองอาจผ่าเผย น่ายำเกรง หน้าตา
งค์ฮ่องเต้รู้สึกกริ้วเป็นอย่างมาก กำหัตถ์ทุบโต๊ะด้วยพระทัยหนักอึ้งหลังได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น
พ่ะย่ะค่ะ” หลี่ซุนซวนปร
ัยหนักหน่วงตรัสถาม สีพระพักตร์ถึ
มหลินจินเซี่ยกับบ่าวรับใช้คนสนิท น
” เสียงจ้อกแจ้กจอแจของเหล่าขุนนางเริ่มดั
ำเภอให้ดี ทั้งยังมีรับสั่งให้ผู้บัญชาการหลี่ซุนซวนแห่งหน่วยองครักษ์เสื้อแพรจากกองปราบฝ่ายเหนือส่งผู้ใต้บังคับบัญชาระดับนายกองร้อยพร้อมผู้ใต้บังคับ
เสื้อแพรแห่งก
ระจำการ เขาก็ได้เรียกผู้ใต้บังคับบัญชาระดั
้ารอคอยการมาถึงของผู้ใต้บังคับบัญชาระดับนายกองร้อยอย่างใจจดจ่อ แขนข้างหนึ่งยกขึ้นเท้าศอกบนที่พักแขนยกมือนวดคลึงระ
้าคมคาย สันจมูกโด่ง มุมปากเชิดขึ้นเล็กน้อย ลักษณะองอาจ น่าเกร
้มาโดยง่ายอย่างที่ทุกคนคิด คดีที่เขาได้รับมอบหมายให้ไปทำล้วนเป็นคดีที่ยากแสนยากเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับเหล่าขุนนาง
ย่างใจจดจ่อผู้นั้นนั่นเอง นายกองร้อยเหอหลิงซีเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงก
ขาเองก็พอได้ยินมาบ้างแล้ว เพียงแต่ได้ยินจากปากคนอื่นไหนเลยจะสู้ได้ยินจากปากผู้เป็นหัวหน้าเล่า อีกอย่างที่ทำให
ื่อไม่ให้เสียเวลา “นายกองร้อยเหอได้ยินเรื่อ
งร้อยเหอหลิงซีข
ฉลาดจึงพอคาดเดาได้แล้วว่าจะต้องมีคำสั่งให้เขานำผู้ใต้บั
่เขาได้ยินข่าวเรื่องสกุลหลินถูกสังหารทั้งตระกูลไม่เว้นแม้กระทั่งเด็ก สตรีและคนชรา นายอำเภอที่เป็นเจ้าบ้าน รวมถึงฮูหยินของเขาก็ไม่รอด เข่าของเขาก็แทบทรุดหากไม่เพราะอยู่ต่อหน้าผู้คน ผู