icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

บทที่ 3 เหล่าแมลงเต็มตัวนาง

จำนวนคำ:1688    |    อัปเดตเมื่อ:10/03/2025

ากที่เรือนของนางมาให้ แต่จิ่วเม่ยก็ไม่กล้าเอาเป

ือบสิบหมู่ ตอนนี้นางจึงมีที่ทำนาถึงสิบหกหมู่ หากจะให้นางท

ก่อน จิ่วเม่ยนางให้ค่าแรงพวกเขาคนละสามสิบอิแปะ เท่

ไว้ดูลูกเถิด” ป้าหวงแ

ั้ง แต่ข้าไม่มีสิ่งใดที่จะตอบแทนพวกท่านไ

พวกข้าจะจัดการกันเอง” เมื่อป้าหวงเอ่ยเช่นนี

วยเหลือกันอยู่แล้ว จึงไม่คิดอยากจะได้เงินจากสองแม่ลูกที่น่าสงสา

จากมามีแต่การแข่งขัน น้อยนักที่จะเห็นผู้คนที่มีน้ำ

้ นางลงไปช่วยชาวบ้านลงนา ซูเจินนางม

มที่นางทำงาน แม้จะหิวจนท้องน้อยๆ เริ

สื้อ แมลง ผึ้งบินวนที่ตัวนางอยู่ตลอด แต่เหมือนทั้งหมด

วงหันมามองซูเจินที่มีแมลง ผึ้ง ผีเสื้อบ

ี แต่เมื่อเข้าไปไกล แมลงที่เห็นก็ไม่ได้คิดจะผ

่ได้รับบาดเจ็บที่ใด นางก็มองเหล่า แมล

รดาเข้าใจ ใจแทบขาด ว่านิ้วม

อยู่ในป่าเหอหนาน เกิดขึ้นอีกครั้งได้อย่างไร

ื่อสารผ่านทางจิตกับผีเสื้อตัวใหญ่ที่ดูเห

แล้ว พวกข้ารอท่

ว่านางเป็นเพียงเด็กน้อยที่พ่นน้ำลายออกมา

จะช่วยฟื้นคืนต้น

ื่องแบบนี

่านไม่ต้องห่วงตอนนี่ที่ท่านยังช่วยเหลือต

จะเรียกเจ

ปีก หัวหน้าผึ้ง เสี่ยวมี่ นางจะสื่อสารกับสัตว์มีพิษทุกชนิด หัวหน้ามด เสี่ย

นจึงให้ทุกตัวแยกย้ายกันไปก่อน เหลือเพียงแต่เสี่ยว

บุตรสาวขึ้นมาป้อนนม เมื่อเห็นว่าแม

็กลับไปช่วยชาวบ้านทำงานต่อ ระหว่างที่ซูเจินนางหลั

้านายตัวน้อยให้นอ

ตนเองได้เพียงสิบวัน นางไห่ซื่อที่อิจฉาที่ทำกินที่เพิ่มขึ้นอีกนับสิบหมู

ด้วยแล้ว นางก็เดินทางกลับไปที่บ้า

ซื่อดึงตัวน้องชายไปคุยที่หลังเรื

ื่อฟังแผนการของพี่สาว เข

่มีวันเริ่มท่าน

่อนที่นางไห่จะแยกกลับไปที่หมู่บ้านก่อน

่ภายในห้อง โดยไม่รู้เลยว่าด้านนอ

เรือนของจิ่วเม่ย ท่านปู่ท่านย่าของนางพอจะมีเงินจากการค้าขาย จึงได้สร้างกำแ

ิ่วเม่ย เสียงบินของผึ้งที่ไม่น่าจะยังมีอย

เรือนของจิ่วเม่ย เมื่อเห็นท่าทางลับๆ ล่อๆ ของไห่ก

ย จึงให้ฝูงผึ้งเข้าจัดการกับไห่กวง จะได้ไม

่หน้าเรือน ทำให้จิ่วเม่ยต้องล

่ที่หน้าเรือนของนาง จิ่วเม่ยเกาหัวอย่างไม่เข้า

จิ่วเม่ยนางออกมาจึงไม่ได้เห็นเขา ไห่กวงโดนผึ้

งตนต่อยเขาเพิ่มแล้ว เพียงแต่ยัง

เปิดรับโบนัส

เปิด
ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
“"ท่านผู้อำนวยการคะ ทางทีมสำรวจแจ้งว่าคนไม่เพียงพอที่จะเข้าไปเก็บตัวอย่างพันธุ์พืชในป่าเมืองเหอหนานค่ะ" ซูเจิน ที่ได้ยินก็หูผึ่งทันที เธอนั่งทำการอยู่ในห้องวิจัยตั้งแต่เรียนจบ ถึงตอนนี้ก็สี่ปีได้แล้ว ผู้อำนวยที่เข้ามาตรวจงานวิจัยล่าสุด ก็มองไปรอบห้อง เพื่อดูว่ามีใครต้องการเสนอตัวไปทำงานในครั้งนี้หรือไม่ แต่หลายคนที่เขามองไป ต่างหลบสายตาของเขา จะมีใครอยากออกไปเสี่ยงอันตราย เดินป่าขึ้นเขาให้เหนื่อยสู้นั่งทำงานในห้องปรับอากาศเย็นๆ ดีกว่า เมื่อไม่มีใครคิดจะเสนอตัว เขาจึงได้สอบถามหาผู้ที่สมัครใจทันที "มีใครอยากจะอาสาไปไหม" ไว้กว่าความคิด ซูเจินยกมือขึ้น "ฉันค่ะ" เพื่อนสนิทรีบดึงเสื้อของเธอเพื่อจะห้ามปราม "จะบ้าหรอ เธอไม่เคยไปสักครั้ง ไม่รู้หรือว่างานนี้เสี่ยงแค่ไหน" เสียงกระซิบของเสี่ยวชิง เอ่ยลอดไรฟันออกมา เมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไปที่ป่าเหอหนาน พื้นป่าที่ไม่อาจสำรวจได้อย่างทั่วถึง สร้างความท้าทายให้เหล่านักพฤกษศาสตร์จากทุกองค์กร แต่ไม่ว่าจะส่งเข้าไปกี่ครั้งก็ไปไม่ถึงป่าชั้นกลางเสียที แม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าช่วยเพียงได้ ก็สำรวจได้เพียงป่าชั้นนอก แถมยังพาชีวิตคนไปทิ้งอีกนับไม่ถ้วน ปีนี้ทางองค์กรของซูเจิน หยิบโครงการสำรวจป่าเหอหนานขึ้นมาใหม่ แต่กว่าจะหาทีมสำรวจได้ครบคนก็กินเวลาไปหลายเดือน ถึงตอนนี้คนก็ยังไม่พอจนต้องมาถามหาจากทีมวิจัยให้ช่วยเหลือ "คุณอยากไปจริงหรือ" เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง "ค่ะ ฉันอยากลองทำงานนี้" ซูเจินยิ้มออกมา "ได้ อีกสองวัน คุณก็เตรียมตัวให้พร้อม" เมื่อมีคนเสนอตัวแล้ว ผู้อำนวยการก็ออกไปพบทีมสำรวจ เพื่อวางแผนการทำงาน ทั้งยังให้ซูเจินตามเขาไปเข้ารวมการประชุมในครั้งนี้ด้วย "เธอมันบ้าไปแล้ว" เพื่อร่วมงานต่างเดินเข้ามาหาซูเจิน แล้วตำหนิเธอที่กล้ายกมือเสนอตัว "เอาน่า ไว้กลับมาฉันจะเอาเรื่องสนุกมาเล่าให้พวกเธอฟัง" ซูเจินยิ้มหวานออกมา ก่อนที่จะเก็บของแล้วไปเข้าร่วมประชุมกับทีมสำรวจ สองวันต่อมาซูเจินก็แบกกระเป๋าเดินทางมาที่จุดนัดพบ เธอออกเดินทางด้วยรถตู้ขององค์กร พร้อมทีมสำรวจอีกเกือบยี่สิบชีวิต ยังดีที่เธอได้แบกกระเป๋าเพียงใบเดียว หากต้องแบกเต็นท์นอน อาหารด้วย คงได้เป็นภาระของคนอื่นอย่างแน่นอน ภายในป่าเหอหนาน น่ากลัวว่าที่ซูเจินคิดไว้เยอะ พอตะวันตกดิน หากไม่มีแสงไฟที่ทีมสำรวจนำมาด้วยคงจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร เสียงแมลงทั้งสัตว์ป่าร้องตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่เคยเข้าป่าสักครั้งอย่างเธอได้อย่างดี ยังดีที่เจ้าหน้าที่ผู้นำทางติดตามมาด้วยอีกหลายคน พวกเขาจึงได้อยู่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาถึงตัวพวกเขา หลายวันที่อยู่ในป่า ซูเจินเก็บตัวอย่างพันธุ์ได้หลายชนิด แต่ทั้งทีม ยังเดินไม่หลุดป่าชั้นนอกเลย ยังดีที่อาหารที่เตรียมมาเพียงพอให้พวกเขาอยู่ไปได้อีกหลายวัน "เอ๊ะ" เข้าวันที่เจ็ดของการสำรวจป่า ซูเจิน เห็นดอกไม้แปลกตา ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารก เธอจึงเดินห่างจากกลุ่มทีมสำรวจเข้าไปดูทันที เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรได้ ระยะห่างที่อยู่ไกลจากพวกเขา หากร้องเรียกก็ยังได้ยินอยู่ เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา พร้อมทั้งจดรายละเอียดก่อนที่จะดึงต้นไม้เก็บเข้าถุงเก็บตัวอย่างที่เตรียมมา แต่เมื่อมือของซูเจินสัมผัสไปที่ดอกไม้ เธอก็ต้องตกตะลึง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านปลายนิ้วไปจนทั่วทั้งตัว "โอ๊ยย" เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของซูเจิน เรียกความสนใจให้คนทั้งหมดรีบวิ่งมาทางที่เธออยู่ ซูเจินเห็นเพียงแสงสีขาวที่สว่างวาบไปทั่ว แล้วภาพตรงหน้าของเธอก็ดำมืดลง”