icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน

บทที่ 8 เอาคืนตระกูลโจว

จำนวนคำ:1689    |    อัปเดตเมื่อ:07/08/2025

่ะย่ะค่ะ กระหม่อม

าของเขากลอกกลิ้งด้วยท่าทีประหม่า เพราะไม่รู้ว่าตนเองได้ทำส

บอกเรามาซิว่าเจ้

มองสตรีชุดขาวใบหน้างดงา

ลองขึ้นครองราชย์ของพระองค์ นางคือสตรีที่ขึ้นร่ายรำเพื่ออวยพรในวันนั้

้นจริง

องหญิงสาวผู้นั้น เขาคิดตรึกตรองในใจว่าตนเองได้ลืมสิ่งใดไปหรือไม่ แ

่อมเคยได้เห็นนางคุกเข่าอ

งเฉิงหรงกุ้ยเฟย

เดือนนี้นางเข้าวัง

เมื่อคิดได้ว่าตนเองได้เอ่ยสิ่งใดออกไป เรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเฉิงหรงกุ้ยเฟยแ

ไรจะแก้ต

กเข้าไปอาละวาดในงานแต่งงานของน้องชาย ฝ่าบาทไม่รู้ว่าครั้งนั้นผู้คนในเมืองห

เอาซ่างกวนฮองเฮาบิดปากอย่างนึกรั

พูดจร

ตคู่รักอย่างนั้นหรือ เมื่อได้ฟังเฉิงหรงกุ้ยเฟยเอ่ยถึงชายอื

ถามนางด้วย

้นปิดบังรอยยิ้มสะใจของตน ทว่านางไม

ทั่งสัญญาว่าจะแต่งงานหลังจากที่นางพ้นวัยปักปิ่น ทว่าตระกูลโจวกลับแย่งชิงวาสนาของทั้งสองไป คุณชายสามเย่ตรอมใจอย่างหนัก จึงได้ไปอาละวาดที่งานแต่งของต

่ามิมีผู้ใดอยู่ในนั้นเลย แม้แต่จางเป่าและจางเข่อสองขันท

ี่คุณชายสามเย่ตอนนี

อขอพรให้บิดาที่อยู่ชายแดนแคล้วคลาดต่อคมหอกของศัตรู ทว่ากลับได้พบ

เย่จะทำเช่นนั้น ก็แค่สตรีนางหนึ่งเท่านั้นเหตุใดถึงได้ปักใจเพียงนี้ เมื่อคิด

ภ้แล้วนะเพคะ คุณชายสามเย่ถึงขึ้นบวชเป็นหลวงจ

อ่ยขยี้ปมที่เฉ

สนาบดีโจวจะมีผลงานที่ช่วยแก้ไขเรื่องภัยแล้ง แต่ท่านโสวฝู่เองก็มีผลงานตั้งแต่

แผ่นดินต้าเหลียง ถ้าหากไม่สามารถให้ความเป็นธรรมแก่นางได้แล้วยังจะมีใครยอมสละชีวิตตนเอ

เซี่ยฮ่องเต้นัก ทว่าคนก็แต่งง

นอย่างไรเกี่ย

ฉันคิด

ะได้เอ่ยออกมา ด้านนอกก็มีเ

สนาบดีกรมพระคลัง ขอเข

ยน์ตาเหยี่ยวเหลือบมองเฉิงห

้เข

ายในห้องทรงงานอย่างเร่งรีบ ในมือยังถือม้วนกระดาษ

บังคมฝ่าบาทขอพระองค์ทรงพ

่าลงตรงหน้าพระที่

มาพบเราเร่งด่วนเพี

รกราบทูลพระองค์ให้ทราบ เกี่ยวกับการทร

ฮ่องเต้นั้นมีขุนนางผู้สนับสนุนเพียงไม่กี่ตระกูลเท่านั้น ถ้ามิใช่อดีตฮ่องเต้เป็นผู้ออกรา

วเกี่ยวกับเรื่องการซ่องสุมกำ

ใช่หรือไม่ว่าเอ่ยสิ่งใดต้องมีห

ออกมาด้วยสี

มจริงหลายเดือนมานี้กระหม่อมได้ให้คนรวบรวมหลักฐานจน

าให้เ

เปิดรับโบนัส

เปิด
เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน
เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน
“จะมีสิ่งใดน่าทุกข์ใจไปมากกว่าการถูกคนในครอบครัวรังเกียจภายหลังจากมารดาเสียชีวิตเด็กน้อยอายุห้าขวบต้องพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดพร้อมกับน้องสาวที่พึ่งลืมตาดูโลกอีกทั้งน้องชายฝาแฝดที่พึ่งเกิดมายังถูกพรากไป หลี่อันหนิง เด็กสาวผู้เกิดมาพร้อมกับโชคชะตาที่ไม่เหมือนผู้ใดนอกจากต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากคนในครอบครัว ตลอดชีวิตนางยังไม่เคยได้รับอุ่นไอจากผู้เป็นบิดาที่ยังเหลืออยู่ จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิต นางก็ยังไม่รู้เลยว่าเหตุใดสวรรค์ถึงได้กำหนดชะตาชีวิตเช่นนี้ให้กับตน เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เด็กสาวพบว่าตนเองกลับมายังอดีตในช่วงเวลาที่ทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ พร้อมกับความสามารถที่ไม่มีมนุษย์คนไหนทำได้เหมือนอย่างนาง หลี่อันหนิงได้เริ่มวางแผนแก้แค้นให้กับตนและช่วยเหลือน้องทั้งสองมิให้มีชะตากรรมดั่งชาติที่แล้ว ************************************************************ "ท่านแม่!! ท่านแม่!! ตื่นสิเจ้าคะ นอนที่นี่ไม่ได้นะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา" ร่างเล็กแกรนแกะเอาเสื่อที่ห่อม้วนร่างของมารดาออก ก่อนจะเขย่ากายที่เย็นชืดไปนานแล้วของนาง ทว่าในระหว่างที่สายฝนกำลังเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เสียงร้องแผ่วเบาราวกับลูกแมวน้อยก็ดังขึ้น หลี่อันหนิงมองไปยังช่วงขาของมารดาเห็นบางสิ่งกำลังขยับไหว นางจึงเลิกชุดสีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตของมารดาขึ้น บัดดลร่างเล็กของเด็กทารกที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดก็ปรากฏแก่สายตา ด้วยสัญชาตญาณ เด็กน้อยในวัยห้าขวบรีบถอดเสื้อคลุมด้านนอกอันเปียกชื้นไปด้วยละอองน้ำฝนออกมาห่อร่างเล็กของน้องสาวเอาไว้ ส่วนตนเองก็เอาแต่เอ่ยพึมพำว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร พี่สาวจะดูแลน้องเอง หลี่อันหนิงกอดเด็กทารกเอาไว้ในอ้อมแขน ใช้ร่างกายเล็กจ้อยของตนกำบังลมฝนให้น้องน้อยอย่างกล้าหาญ ******************************************************** ร่างเล็กนั่งตากฝนอยู่บนเขาเป็นเวลาเนิ่นนาน เพราะหาหนทางกลับเรือนเฉกเช่นผู้ใหญ่ไม่ได้ กายของเด็กน้อยเริ่มสั่นสะท้านเสียงฟันของนางกระทบกันดังกึกกัก ก่อนสติสุดท้ายของเด็กหญิงจะดับวูบไป หลี่อันหนิงคล้ายมองเห็นมารดาของตนที่นอนอยู่เบื้องหน้าลุกขึ้นมาตระกองกอดนางเอาไว้แนบอก ก่อนกระซิบน้ำเสียงอ่อนโยนว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แม่อยู่นี่แล้ว เสียงเพลงกล่อมเด็กที่มารดาเคยร้องกล่อมตนยามค่ำคืนยังคงดังก้องประทับในโสต หลี่อันหนิงหลับไปทั้งรอยยิ้มโดยไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นต่อจากนั้น”