icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

นพรัตน์ & ณัชชา

บทที่ 6 

จำนวนคำ:1481    |    อัปเดตเมื่อ:29/12/2021

ไหนก็ได้ ไปนะ ไปกินข้

าไม่ไป แต่ทางนั้นก็ไม่ละความพยายาม นั่งรอจนเธอเลิกงาน แล้วควงแขนพาเดินไปหาร้านอาหารภายในนั้นต่อ แต่เนื่องจากเวลากระชั้นมากเกินไป อีกไม่

ปากบอกเธอไปพลาง “โอ๊ยตาย ฝนตกหนักเลย เด

ังจะเข้าเทียบจอดพอดี เลยแกะมืออีกฝ่ายออก

ปด้วยกันกับพวกเราดีกว่า

ยรถเมล์นี่เอง” บอกจบเตรียมแยกตัว

หรือ คนแน่นข

ด้วยกัน เมื่อเห็นแล้วว่ารถคันคุ้นตาขับปาดเข้ามาจอดขนานทางเท้าพอดิบพอดี สาวจอมตื๊อเปิดประตูรถตอ

ได้เ

ตัวใครมา แล้วทำ

บว่าชีพจรเต้นระรัวหนักขึ้นกว่าที่เคยหลายเท่าตัวจนน่าหวาดหวั่

นึ่งนะคะ ลืมบอกไป” กล่าวจบยิ้มแห้งๆหัวเราะแหะ

เงียบ ไม่โต้ตอบในทันที ย้อนเ

..ฝนมันต

่ยวกั

ิ ฝนตก รถ

้า ถามเปลี่ยนเรื่องสนทนา “ว่าแต่ว่า ต้องแนะนำตัวไหม ณัชช

้อมใจกันเงียบก่อนที่สารถีจะเป็นคนทำล

จำ

่อนลมหายใจออกเบาๆ ตอบรับคล้ายๆอีกฝ่า

กดรับสายเรียกเข้า คุยได้เด

พจอดส่งปูนิ่

ไม่กลับห

มไปเลย เนี่ยกำลังจะไปกินข้าวกับณัชชาด้วย เลยอด

บรับใดๆ อัญจารีย

ยากให้ปูนิ่มกลับไปนอนที่ห้อง

้น ณัชชาได้แต่นั่งอึดอัดอยู่อย่างนั้น ใจอยากลงจากรถหรูนี่ด้วยเหมือนกัน แต่แล้วกลับถูกอัญจารีย์ฝา

ย ชวนไปกินข้าวแต่ไปไม่ได้เสียอย่างนั้น เอาไ

ือไหวๆไปมา แล้

นอื่นร่วมโดยสาร นอกจากเธอและเขา ผินมองเฉพาะด้านนอกของรถ ไม่กล้าแม้แต่จะมอ

ดีนะ..

ถึงเปิดปาก

้อม์

บถอนลมหายใจเบาๆ นึกถึงวันวานที่ผ่านพ้นมาราวเจ็ดปีเห็นจะได้ พยายามไม่นึกถึง พย

จ็ดปีก่อนฝนตก

นจุดหมายมองผ่านสายฝนเข้าไปด้านใน เห็นเปิดไฟสว่างโร่ จึงลงไปยืนที่หน้าประตูรั้ว หยีตาหลบเม็ดฝนไปพลางขณะยื่นมือกดออด ไ

าอยู่ไ

อบอะไรเขา เห็นหันห

เพื่

เจ้าของชื่อเดินพ

ใส่ยาวคลุมเข่า ตัวใหญ่จนเหมือนไปหยิบยืมมาจากใครอื่นไม่ใช่ของตัว ผิดจากเพื่อนผู้หญิงที่เขาเห็นบ่อยๆว่ามักสวมเสื้อผ้าพอดีสัดส่วนอวดเนื้อหนังกันบ้

ามออกมาเรียบๆ

ะไรห

ะทำโครงงานฟิ

เปิดรับโบนัส

เปิด
นพรัตน์ & ณัชชา
นพรัตน์ & ณัชชา
“"ในเมื่อเราย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ก็อยากจะขอร้องเธอสักสองเรื่อง...จะได้ไหม" คราวนี้เป็นนพรัตน์ที่ใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้าง มองแผ่นหลังของเธอ หยั่งเชิงอึดใจเดียว ถามกลับสั้นๆ "อะไร" "คือ..." เอ่ยขึ้นมาคำหนึ่งอย่างลังเล ก่อนจะหันมองข้ามไหล่สบตากับเขาตรงๆ พูดด้วยน้ำเสียงให้ฟังดูกังวลใจอยู่พอประมาณ "คือตอนนี้เรากำลังคบอยู่กับติน เธอจำตินได้ใช่ไหม เอ่อ ธารินทร์ที่เรียนห้องเดียวกันกับพวกเราน่ะ...และเรากับตินก็มีแพลนจะแต่งงานกันปลายปี" จากใบหน้าที่ดูเฉยเมยของชายหนุ่มค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นขมึงบึ้งตึงในทันที ใบหน้าหล่อเหลาบัดเดี๋ยวแดงบัดเดี๋ยวเขียว แววตาที่จ้องตอบดูคุกคามเอาเรื่อง แล้วก็นิ่งอยู่เป็นนาน พูดอะไรไม่ออกราวกับถูกน็อคด้วยหมัดนุ่ม ๆ ที่ซ่อนก้อนเหล็ก ก้อนเล็กๆ แต่ใส่อัดกันจนแน่นที่ปลายนวมนั่น เห็นท่าทีเขาแล้ว ยิ้มบางๆส่งให้ เอ่ยต่ออีกหน่อย "อยากขอร้องแค่ว่าอย่าพูดเรื่องเมื่อคืนนี้ออกไปจะได้ไหม ขอให้มันจบลงที่นี่" หยุดหน่อยหนึ่ง ประเมินท่าทีของเขาเห็นแววตาเหมือนกับมีกองไฟเต้นเร่าๆในนั้น ก็หลุบตาลง ยิ้มน้อยๆ บอกต่ออีกข้อ "และระหว่างเรา มันจะต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก" ย้ำด้วยเสียงหนัก ๆ ในตอนท้าย "ได้ใช่ไหมนพรัตน์" ในอกในใจเขาเดือดพล่านคล้ายมีคนจุดไฟตั้งเตาอยู่ข้างในนั้น นพรัตน์ยืดตัวตรง สูดลมหายใจเข้าอย่างต้องการระงับอารมณ์ที่เดือดปุดๆ หลังจบคำขอร้องของเธอ มีแพลนจะแต่งงานกับธารินทร์อย่างนั้นหรือ อย่าพูดเรื่องระหว่างเขากับเธอเมื่อคืนนี้อีกอย่างนั้นหรือ และ เรื่องแบบเมื่อคืนนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก...อย่างนั้นหรือ นพรัตน์บิดริมฝีปากลง แล้วว่าเสียงหยัน "ไอ้แว่นมันคงดีใจน่าดู ที่เมียมัน มีประสบการณ์เข้าหอมาแล้ว"”