นาทีได้หลงรักลูกชายของพ่อบุญธรรมของตัวเองวันหนึ่งเขาจึงสารภาพรักก่อนที่ลูกชายของพ่อบุญธรรมเขาไปศึกษางานต่อต่างประเทศ แต่นอกจากจะได้รับ คำปฏิเสธแล้ว นาทียังได้ถูกคำพูดที่เปรียบเสมือนเข็มมาทิ่มแทงหัวใจของเขา แต่ทำอย่างไรก็ไม่สามารถเลิกกับผู้ชายคนนี้ได้เลย ไม่ว่าเวลาจะล่วงเลยผ่านไปนานแค่ไหน
ใครก็ว่ากันว่าไร่พิทักษ์ธารา เป็นไร่ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ เนื่องจากไร่แห่งนี้ ปลูกผลไม้หลายชนิด ได้แก่ องุ่น ส้ม และทุเรียน โดยที่ในตอนนี้กรรมสิทธิ์เจ้าของไร่แห่งนี้เป็นของ ราชิต พิทักษ์ธารา
หนุ่มวัย60ปีที่ใกล้จะเกษียณอายุ ซึ่งแน่นอนว่าไร่แห่งนี้จำเป็นที่จะต้องมีทายาทและ ทายาทคนเดียวของตระกูลพิทักษ์ธารานั้นก็คือ
ราชันย์ พิทักษ์ธารา ที่ในตอนนี้กำลังศึกษางานต่อที่ประเทศออสเตรเลีย และกำลังจะกลับมาในอีกสามเดือนข้างหน้า ทำให้ในตอนนี้คนที่ช่วยดูแลไร่พิทักษ์ธารา กับราชิต จึงมีเพียง นาที ลูกคนงานในไร่ที่ได้รับความไว้วางใจ เพราะราชิตนั้นได้รับนาทีเป็นบุตรบุญธรรม ส่งเสียให้เรียนจนจบชั้นปริญญาตรี โดยที่นาทีนั้น จบปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจสำหรับราชิตเป็นอย่างมากที่เลือกเอ็นดูคนไม่ผิด นาทีนั้นเป็นคนที่มีบุคลิกค่อนข้างจะร่าเริงแจ่มใส ค่อนข้างอัธยาศัยดีและเป็นมิตรกับทุกคน นาทีมีรักฝังใจนั่นก็คือราชันย์ลูกชายของราชิตผู้มีพระคุณของตนเอง เมื่อสามปีที่แล้วก่อนที่ราชันย์จะไปศึกษางานต่อที่ต่างประเทศ นาทีได้รวบรวมความกล้าที่จะสารภาพความในใจและความรู้สึกของตนเองที่มีต่อราชันย์ แต่กลับถูกคำพูดที่ร้ายแรงตอบกลับมา ราชันย์นั้นเดิมทีนั้นเป็นคนหยิ่ง และไม่ชอบให้ใครมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตั้งแต่นาทีได้เป็นลูกบุญธรรมของราชิตเจ้าของไร่ ราชันย์ในตอนแรกก็ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจอะไร แต่เมื่อนาทีนั้นบอกความในใจไป คำพูดที่ราชันย์ตอบกลับมามันเหมือนเข็มมาทิ่มแทงหัวใจของนาทีเป็น ร้อยเล่ม
“เธอมันก็เป็นแค่ลูกคนงาน ที่พ่อของฉันชุบเลี้ยงมาเป็นอย่างดี ก็เท่านั้น มีสิทธิ์อะไรมาคิดเกินเลยกับฉัน จำใส่หัวตัวเองไว้ด้วย คนอย่างเธอมันไม่เหมาะสมกับฉันสักนิด”
นาทีหวนนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น แล้วน้ำตาก็ร่วงหล่นลงมาอาบใบหน้านวล รอยยิ้มที่เคยกระจ่างชัดเต็มใบหน้า ในตอนนี้มันไม่เหลืออีกแล้ว
มันเหลือแต่เพียงความโศกเศร้าอาลัย ในวันนั้นหลังจากที่นาทีได้รับคำตอบจากราชันย์ นอกจากจะปฏิเสธตนเองแล้ว ราชันย์ยังเหยียดหยามน้ำใจดูถูกดูแคลนนาทีเป็นอย่างมากนาทีพูดคำคำหนึ่งกับราชันย์ว่า
"พี่ เอ่อ คุณราชันย์ ทำไมต้องรังเกียจผมขนาดนี้ด้วยครับ ผมก็แค่รู้สึกดีกับคุณมันผิดมากหรือไง คุณเองก็จำคำพูดของคุณในวันนี้ไว้ให้ดีก็แล้วกัน แล้วก็จำเอาไว้ผมด้วย ว่าคำพูดของคุณมันชั่งเจ็บแสบและมันทำให้ผมเจ็บปวดมากกว่าคำปฏิเสธคำว่ารักจากคุณเป็นไหนๆ"
ในวันนั้นหลังจากที่พูดคำตัดพ้อกับราชันย์แล้ว นาทีก็วิ่งหนีออกไปไม่ให้ราชันย์ได้เห็นหน้าอีก แม้กระทั่งวันที่ราชันย์จะต้องเดินทางออกนอกประเทศนาทีก็ไม่แม้แต่จะไปส่งเนื่องจากในตอนนั้นความเสียใจยังอัดแน่นอยู่เต็มหัวใจ เมื่อ 3 ปีที่แล้วช่วงเวลานั้นนาทีไม่แม้แต่จะมองหน้าราชันย์ได้ด้วยซ้ำ เพราะว่าเมื่อมองหน้าอีกฝ่ายทีไรคำพูดที่อีกฝ่ายพูดจะเสียดสีดูถูกดูแคลนหยามเกียรติตนเองก็ผุดขึ้นมาในหัวทุกที มันทำให้นาทีไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไหร่ และเหตุผลนี้นาทีจึงเลือกที่จะไปเรียนต่อที่กรุงเทพมากกว่าเรียนต่อในจังหวัด เนื่องจากไร่พิทักษ์ธาราแห่งนี้มีความทรงจำของราชันย์มากจนเกินไปถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้อยู่ที่นี่ นาทีก็ไม่อาจทนอยู่ที่นี่ได้ จึงขอราชิตไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ในตอนนั้นนาทีเองก็หวังว่าเวลาจะช่วยทำให้นาทีลืมราชันย์ลืมคนที่ทำร้ายดวงใจเหยียดหยามน้ำใจ ลืมคนที่เคยเป็นอดีตพี่ชายที่แสนดีแต่ตอนนี้เป็นเหมือนปีศาจร้ายที่หลอกหลอนภายในจิตใจของนาทีอยู่เรื่อยไป
ตอนนี้นาทีนั่งคิดเรื่องราวในอดีตอยู่ที่ริมน้ำตกท้ายไร่พิทักษ์ธารา นั่งคิดด้วยจิตใจที่เหม่อลอยไปได้สักพักคนงานก็มาเรียกเพราะว่าราชิตต้องการพบตนเอง เมื่อนาทีรู้ดังนั้นจึงรีบเดินไปหาราชิตที่บ้านหลังใหญ่ เมื่อเข้ามาเมื่อเห็นราชิตทำหน้าเคร่งเครียดก็เดินเข้าไปถามราชิตในทันที
"คุณท่านให้คนไปตามผมมามีอะไรหรือเปล่าครับ"
"เจ้าราชันย์จะกลับมาในอีก 3 เดือนแล้ว"
"ก็ดีแล้วนี่ครับเขาก็ไปนานแล้วเขาก็ควรจะกลับมาดูแลกิจการของที่นี่ได้แล้วมีอะไรที่คุณท่านกังวลหรือเปล่าครับ"
"เราก็รู้ใช่ไหมนาที ว่าปีนี้พ่อก็อายุ 60 แล้วพ่อก็แค่อยากเห็นลูกของพ่อเป็นฝั่งเป็นฝาได้แต่งงานสักที แต่คนที่ราชันย์จะแต่งงานด้วยต้องเป็นคนที่พ่อไว้ใจและเชื่อใจ ว่าจะดูแลลูกของพ่อและไร่แห่งนี้ได้ดีไม่แพ้ราชันย์เหมือนกัน"
"ครับ คุณท่าน"
"เมื่อไหร่จะเรียกพ่อว่าพ่อสักทีเรียกคุณท่านแบบนี้พ่อไม่ชอบเลย"
"มันไม่เหมาะหรอกครับ ผมก็แค่ลูกคนงานในไร่ไม่อยากตีตน เสมอคุณราชันย์หรอกครับ เอาเป็นว่าผมสบายใจที่จะเรียกคุณท่าน แต่ยังไงผมก็รักคุณท่านเหมือนพ่อคนหนึ่งนะครับ แค่ไม่เรียกว่าพ่อเท่านั้นเอง อย่ากังวลไปเลยนะครับคุณท่าน ส่วนเรื่องการแต่งงานของคุณราชันย์ผมคิดว่าให้เขากลับมาตัดสินใจเองจะดีกว่านะครับ เผื่อว่าเขาอาจจะมีคนรักอยู่แล้วคุณพ่อจะได้ไม่ต้องทะเลาะกับเขาเพราะว่าบังคับเขายังไงครับ"
"แต่พ่อก็ไม่สบายใจอยู่ดี เกิดเจ้าลูกตัวดีของพ่อไปคว้าคนไม่ดีมาแต่งงานด้วยพ่อจะทำยังไง"
"ทำไมคุณท่านถึงพูดแบบนั้นล่ะครับ คุณราชันย์น่ะไม่ใช่เป็นคนโง่ซะหน่อยเขาดูคนเป็นน่ะครับว่าใครดีใครไม่ดีคุณท่านอย่าห่วงเลยครับ"
"เราก็อีกคนนั้นนะ นาที ที่พ่อเป็นห่วง"
"คุณท่านจะมาห่วงอะไรผมครับ ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรซะหน่อยยังแข็งแรงดีด้วยช่วยคุณท่านทำงานได้จนกว่าคุณราชันย์จะกลับมาเลย"
"เรื่องนี้นี่แหละที่พ่อเป็นห่วง ที่ลูกเคยขอพ่อว่าถ้าราชันย์กลับมาแล้วลูกจะขอไปอยู่กรุงเทพฯสักพักทำไมจะต้องไปอยู่ด้วยล่ะอยู่บ้านเราก็ได้นี่ลูก"
"ก็ผมอยากไปหาอะไรใหม่ๆ ให้กับชีวิตนี่ครับ อีกอย่างผมอยากไปหาเพื่อนที่นั่นด้วยแต่ผมไม่ได้ไปนานเลยนะครับคุณท่าน ผมไปแค่ ไม่กี่วันเท่านั้นเองนะครับ แล้วผมก็กลับมาหาคุณท่านช่วยงานคุณท่านเหมือนเดิม"
"ไม่ใช่ว่าที่ไปเพราะว่าอยากจะหลบหน้าเจ้าราชันย์มันหรอกนะ"
"คุณท่านพูดอะไรก็ไม่รู้ครับ ผมจะหลบหน้าคุณราชันย์ทำไมกัน"
"อย่าคิดว่าพ่อไม่รู้นะเรื่องระหว่างเราสองคนก่อนที่ราชันย์จะบินไปศึกษางานที่ต่างประเทศ"
"ช่างมันเถอะครับคุณท่าน ผมไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว ผมแค่คิดว่าเขาคงไม่อยากจะเจอหน้าผมสักเท่าไหร่ห่างกันแบบนี้ก็ดีแล้วนี่ครับ เอาเป็นว่าตกลงตามนี้แล้วกันนะครับคุณท่านนี่ก็จะเย็นแล้วคุณท่านอยากทานอะไรครับผมจะได้ทำให้ทาน"
"พ่อทานอะไรก็ได้ลูก นาทีของพ่อทำอะไรก็อร่อยไปทำมาเถอะพ่อจะรอ"
หลังจากนั้นนาทีก็เดินไปส่งราชิตที่ห้องนอนของชายชรา ส่วนตนเองนั้นก็เดินลงมายังห้องครัวเพื่อเตรียมทำอาหารเย็นให้กับผู้ที่เป็นพ่อบุญธรรมของตนเอง
กิจวัตรประจำวันของนาทีก็มีเพียงเท่านี้ช่วยงานที่ไร่เมื่อกลับมายังบ้านก็มีหน้าที่ทำอาหารให้กับผู้ที่มีพระคุณสูงสุดในชีวิตแถมยังเป็นคนที่ให้คำปรึกษาในทุกๆ เรื่อง อาหารเย็นในวันนี้เป็นอาหารที่นาทีทำขึ้นด้วยตนเองในบ้านใหญ่
ของนายหัวเจ้าของไร่ที่ตอนนี้ใกล้วัยเกษียณมีเพียงนาทีเท่านั้นที่สามารถเข้ามาได้
บ้านหลังนี้ไม่มีแม่บ้านไม่มีแม่ครัวนาทีรับผิดชอบในการทำความสะอาดบ้านทั้งหมดเนื่องจากไม่อยากให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับราชิต
เนื่องจากว่านาทีรู้ดีว่าพ่อบุญธรรมของตนเองนั้นชอบความเป็นส่วนตัวรักสันโดษและมีโลกส่วนตัวสูง
แต่นาทีเองก็แปลกใจเหมือนกันถึงราชิตพ่อบุญธรรมเจ้าของไร่พิทักษ์ธาราแห่งนี้จะมีความโลกส่วนตัวสูงมากมายแค่ไหนแต่ก็ไม่แสดงถึงความรำคาญตนเองเลยสักนิดคงเป็นเพราะว่าราชิตเอ็นดูตนในฐานะลูกคนหนึ่ง
อาหารเย็นที่นาทีทำให้ราชิตรับประทานในวันนี้เป็นอาหารที่ล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้นเนื่องจากราชินีโลกส่วนตัวค่อนข้างรุมเร้า ตามวัยและอายุที่ควรจะเป็น
อาหารและการกินของราชิตจึงเป็นสิ่งที่นาทีใส่ใจเป็นพิเศษในวันนี้นาทีจึงทำอาหารเป็นสลัดผักรวมมิตร
ข้าวผัดไก่
ส่วนเครื่องดื่มในตอนเย็นนาทีมักจะทำน้ำองุ่นให้ราชิต เมื่อนาทีนั้นทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงขึ้นไปตามราชิตบนห้องนอนเพื่อลงมารับประทานอาหาร
ณ ห้องรับประทานอาหาร
ราชิตเมื่อเดินลงมาจากห้องนอนพบว่าอาหารเย็นวันนี้น่ากินอีกตามเคย เพราะว่าลูกบุญธรรมของตนเองนั้นทำอาหารค่อนข้างจะอร่อยเป็นอย่างมาก แต่ละเมนูที่นาทีทำจะเป็นเมนูที่ค่อนข้างมีประโยชน์ต่อสุขภาพของราชิต ราชิตจึงยิ้มออกมาแล้วพูดกับนาทีว่า
"อาหารน่าอร่อยอีกแล้ว ที่จริงลูกไม่ต้องทำเองก็ได้นะให้คนงานในไร่ทำให้พ่อกินก็ได้"
"ไม่ได้หรอกครับคุณท่าน พรุ่งนี้คุณท่านต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานหวานไม่ได้ผมกลัวว่าคนงานจะทำให้คุณท่านทานหวานเกินไปผมเลยคิดว่าทำเองน่าจะดีกว่าครับลองชิมดูสิครับว่าอร่อยไหม"
"ระดับลูกศิษย์เชฟมิชลินอย่างลูก ยังไงก็ต้องอร่อยอยู่แล้ว พ่อทานฝีมือลูกทุกมื้อพ่อรู้อยู่แล้วแหละว่าลูกของพ่อทำอาหารอร่อยที่สุดเลย"
"ชมกันเกินไปแล้วครับคุณท่านเรามาทานอาหารกันดีกว่านะครับเขื่อนคุณท่านชมอยู่แบบนี้อาหารจะเย็นเอานะครับ"
" อืม เดี๋ยวทานเสร็จพาพ่อไปที่ห้องทำงานหน่อยนะพ่อมีเรื่องจะคุยกับลูก"
"ได้ครับคุณท่าน"
จากนั้นราชิตและนาทีก็รับประทานอาหารเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย จากที่รับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้วนาทีจึงพยุงราชิตไปยังห้องทำงาน
"คุณท่านมีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ"
"เรื่องร้านขนมที่เราจะทำตกลงว่ายังไง"
"เรื่องนี้นี่เอง ก็ที่ผมจะขึ้นกรุงเทพคราวนี้ เพราะว่าจะไปเรียนทำขนมเพิ่มเติมนะครับ จะไปชวนเพื่อนมาทำร้านด้วยกัน"
"เพื่อน?"
" ใช่ครับ คุณท่านจำดาวเหนือได้ไหม"
" ดาวเหนือเพื่อนสนิทลูกสมัยมหาลัยใช่ไหม"
"ใช่ครับ รายนั้นเขาชอบทำเบเกอรี่มากๆ และตอนนี้ก็ยังหางานทำไม่ได้ผมก็เลยจะชวนมาทำร้านด้วยกันคุณท่านว่าดีหรือเปล่าครับ"
"ลูกว่าดี พ่อก็ว่าดี พ่อมีเรื่องจะถามลูกแค่นี้แหละไปพักผ่อนได้แล้ว"
"งั้นเดี๋ยวผมไปส่งคุณท่านที่ห้องนอนนะครับ"
"เดี๋ยวพ่อไปเองพ่อขอนั่งคิดอะไรที่นี่สักพักฝันดีนะลูก"
"ฝันดีนะครับคุณท่าน"
หลังจากนั้นนาทีก็เดินกลับห้องนอนของตนเองไป ในตอนแรกห้องนอนของนาทีก็อยู่ในบ้านหลังเดียวกับราชิตแต่เนื่องจากพักหลังๆ นาทีรู้สึกเกรงใจจึงย้ายกลับมาอยู่ในห้องของคนงานที่ตนนั้นเคยอยู่ตอนเด็กๆ ซึ่งในตอนแรกราชิตก็ปฏิเสธคัดค้านแต่ด้วยความดื้อรั้นของนาทีทำให้ราชิตต้องยอมใจอ่อน
บทที่ 1 ตอนที่1
21/12/2024