/0/25859/coverorgin.jpg?v=400051bc2ff2cc3b87ad02095a6af321&imageMogr2/format/webp)
“...เสด็จพ่อลูกไม่แต่งได้หรือไม่ แคว้นฉู่มิใช่เป็นแคว้นที่ป่าเถื่อนหรอกหรือ เสด็จพ่อส่งลูกไปเช่นนี้เห็นทีว่าคงจะส่งลูกไปสู่ความตาย ไม่ทรงรักลูกแล้วหรือเพคะจึงได้ผลักไสกันเช่นนี้”
น้ำเสียงหวานเอ่ยตัดพ้อผู้เป็นบิดาจ้าวฝูหมิงองค์ฮ่องเต้แคว้นซีจิ้งถอนหายใจออกมาอย่างปวดใจ ไม่ใช่ว่าพระองค์จะไม่ทรงรักพระธิดาคนนี้ของตน ทว่าพันธสัญญาที่เคยมอบให้ไว้กับแคว้นเพื่อนบ้านนั่นก็สำคัญ เป็นกษัตริย์ตรัสแล้วมิอาจคืนคำ
“หลินเอ๋อร์ใช่ว่าพ่อจะไม่รักเจ้า แต่เพราะสวรรค์ลิขิตเอาไว้เช่นนี้ อีกอย่างแคว้นฉู่ก็หาได้ป่าเถื่อนอย่างที่ว่า เสียงร่ำลือมักเกินจริงเสมอ ไม่เห็นหรือว่าผู้คนต่างก็ลือกันไปว่าซานเอ๋อร์ดุร้ายเช่นไร แต่เจ้าก็เห็นแล้วมิใช่หรือว่าน้องสามของเจ้าหาได้เป็นเช่นนั้น ชาวฉู่ก็เช่นกัน อย่าได้ด่วนตัดสินเพียงแค่ได้ยินมาหากเจ้ายังไม่พบเจอลูกเอ๋ย”
ถึงแม้จะได้ยินคำปลอบประโลมจากบิดาจ้าวฟางหลินก็หาได้คลายความกังวลไม่ ใบหน้าหวานยังคงอาบไปด้วยหยาดน้ำตา สายตาตัดพ้อยังคงส่งไปที่องค์ฮ่องเต้อย่างไม่ลดละ
“เสด็จพ่อเมตตาลูกสักครั้งเถอะเพคะ ลูกไม่อยากจากบ้านจากเมืองไปไกลเช่นนี้ ให้ลูกได้อยู่ปรนนิบัติเสด็จพ่อและเสด็จแม่ที่แคว้นของเรามิได้หรือ”
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร เจ้าอยากให้พ่อเป็นกษัตริย์ที่ตระบัดสัตย์หรือหากทำเช่นนั้นคงมิอาจเลี่ยงสงคราม หรือเจ้าอยากให้ประชาชนต้องเดือดร้อนเพราะเชื้อพระวงศ์เช่นเราไม่รักษาสัจจะวาจา เฮ้อ...ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วหลินเอ๋อร์ อย่างไรเสียการแต่งงานครั้งนี้ก็ไม่อาจยกเลิกได้ ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องแต่งให้ผู้ใดผู้หนึ่งอยู่ดี แล้วแต่งให้องค์รัชทายาทเหลียงเฟิงไห่ไม่ดีตรงไหน”
เสียงทรงอำนาจจำเป็นที่จะต้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดกับบุตรี เพราะพระองค์ไม่ต้องการจะเห็นน้ำตาและใบหน้าที่เศร้าหมองของบุตรอันเป็นที่รักอีกต่อไปแล้ว
/0/23785/coverorgin.jpg?v=587c1b1062a2a2caf55e62c1e34cb078&imageMogr2/format/webp)