icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ

บทที่ 10 อาหารการกิน

จำนวนคำ:2084    |    อัปเดตเมื่อ:21/02/2023

กาดแดงที่ปีค.ศ.2020เรียกว่า...แรดิช (Radish)... เพราะเป็นผักกินสดที่มีวิตามินแร่ธาตุอาหารสูง โดยเฉพาะสารอาหารสำคัญ คือ เบต้าแคโรทีน(สารต้านอนุมูลอิสระ) และไนเตรท(สารอาหารที่ร่างกา

ันมะกอกกับเนยใส ปริมาณพอเกลี่ยให้เปียกทั่วกระทะให้ผิวนอกสีเหลืองทองสวยทุก ด้านเพื่อเ

วัสสิกาหั่นก็นำมาส่งให้แม่ครัวประจำกระทะ เพียงแต่บอกว่าต้องทำอย่างไร จากนั้นก็นำมาให้แม่ครัวประจำ หม้อแกงบนเตาที่วัสสิกาเป

่งให้แม่ครัวประจำเตา ย่างที่บอกเวลาว่าควรย่างเมื่อไร จากนั้นก็หันมาทำซอสมิ้นฅ์ (mint sauce)มีส่วนผสมของใบสะระแหน่หรือใบมิ้นต์ ใบผักชี เม็ดย

้องการ บุรนีสาวถอนขนห่านที่รอท่าอยู่แล้วรีบเดินมาจูงมือพามาอีกห้อ

น เอ๊ย สั่งงานให้พวกเราทำไม่ หยุดมือจนกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน อ้อ เราต้องทำงานตั้งแต่เ

ส่วนสีเหลืองหอม กลิ่นกระวาน วัสสิกาตักข้าวสองอย่างเพราะเลือกพี่เสียดายน้อง แต่ก็ตักมาแค

าม แล้วหยุดมองกับข้าวที่ปรุ

วหน้า จันตรีบอกว่ากองทัพเดินด้วยท้อง พวกเราต้องกินอ

กับแป้งนานที่ชาว อินเดียนิยมกินมากกว่าข้าว ซึ่งวัสสิกาสังเกตเห็นว่าอาหาร ทั้งหมดล้วนมีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์เป็นส่วนใหญ่ นอกจากจะมีเนื้อ

ไก่ที่หน้าตาคล้ายแกงกะหรี่ไทยแต่รสชาติเผ็ดร้อน และฉุนกลิ่นเครื่องเทศมากกว่า วัสสิกาจึงตักอาจาดเครื่องเคียงที่ทำด้วยแตงกวาหอมแดงพริก

ต่เครื่องเคียง จะกิน อิ่มหรือ'' คน

้กินมังสวิรัติหรือ'' วัสสิกาข้อง ใจ จากที่รู้มาคนส่วนใหญ่ในชัยปุระกินมังสวิรัติ แต่ในพระราชว

นื้อสัตว์บ้างเพราะไม่ได้มีฃ้อห้าม เคร่งครัดอะไร ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเนื้อแพะ แกะ ไก่ กับ ห่าน พวกสัตว์ทะเลก็มีพวกกุ้งปลาปูแต่ไ

ายในราชวงฅ์จะกิน มังสวิรัติสืบ

างไม่กินบ้าง จากที่เข้ามาทำงานครัวก็เห็นหัวหน้า จันตรีทำอาหารสองอย่

อยู่ก็คงเปลี่ยนไปตาม

บหนึ่งก็เดินไปเปิดตู้ใบเล็กที่มุมห้องหยิบช้อนกับส้อมมาส่งให้และถามว่า

่เกิด บอกแต่เพียงว่าที่บ้านไม่ได้กินข้าวด้วยมือ แล

ลาอาหารนะ และจะไป กินอะไรในครัวไ

นี้อยู่ เหมือนกัน แต่อาหารที่บ้านไม่นิยมเนื้อแพะหรือเ

บกิน เนื้อสัตว์กับแป้งมากกว่าผัก” สาวถอนขนห่านบอก

ตักขนมหวาน

ขนมของวัสสิกาเป็นขนมกุจิยา(Gujiya)หน้าตาคล้ายกะหรี่พับของไทยแต่ทำจากแป้งน้ำตาลและถั่ว

บใจ

อปเปิ้ลกับไส้มะพร้าว ฉันเลือกไส้

น ทำไม่ต้องมีด้วยล่ะ หรือ ว่

เวลาและเป็นอาหารที่สุกเสร็จใหม่และบนโต๊ะเสวยจะต้องมีอาหารวางตั้งอยู่มิให้ขาด เริ่มจากหกโมงเช้า หลังตื่นบรรทมต้องมีอาหารว่างกับน้ำชา เก้าโมงเช้าตั้งโต๊ะเสวยเช้า สิบเอ็ดโมงอาหารว

เปิดรับโบนัส

เปิด
เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
“นิยายเรื่องนี้เป็นงานเขียนล่าสุดของศิรารัยที่สร้างเรื่องราวความรักจากปัจจุบันสู่อดีตและกลับมาจบสมบูรณ์ในยุคปัจจุบันที่อยากให้ผู้อ่านได้เปลี่ยนบรรยากาศที่เคยอ่านนิยายไทย-ไทย ไทย-อาหรับ ไทย-จีน มาเป็นนิยายไทย-อินเดียดูบ้าง โดยสร้างคู่พระนางให้นางเอกเดินทางไปประเทศอินเดียและได้ไปพบพระเอกในอดีตเพื่อช่วยเหลือให้ได้ขึ้นครองราชย์ แต่ความรักของคนในโลกอดีตกับคนในโลกปัจจุบันจะสมหวังได้ก็เกินความเป็นจริงจึงต้องทำให้นางเอกมาสมหวังในความรักกับพระเอกในโลกปัจจุบันที่สืบเชื้อสายมาจากเขาผู้นั้น และนักเขียนเชื่อว่า...ถ้าเพื่อนนักอ่านเปิดใจอ่านนิยายเรื่องนี้ จะได้รับทั้งความสนุกสนานและความซาบซึ้งใจในความรักของคนในโลกอดีตและคนในโลกปัจจุบัน... ************************************* เพียงสบตาในอุราก็หวั่นไหว เลือดเนื้อกายร้อนรุมดังสุมไข้ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งขัดเขินสะเทิ้นอายใยไพ ใจหนอใจทำไมสั่นไหวเช่นนี้เอย *************************************** ความรัก... ไม่ใช่นํ้าหมึกจากปลายปากกา ที่ผ่านวันเวลา ไม่นานก็เจือจาง ความรัก... ไม่ใช่นํ้าหอมที่กลิ่นจางหายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ความรัก... ไม่ใช่เสื้อผ้าอาภรณ์หรือข้าวของเครื่องใช้ ที่เก่า แล้วก็เปลี่ยนใหม่ ความรัก... ไม่ใช่อาหารที่กินหลายมื้อก็เบื่อหน่าย ฯลฯ ************************************** ''เธอเป็นใครถึงจะมาสอนสั่งว่าฉันกินอะไรได้หรือกินอะไรไม่ได้ เป็นแม่ครัวก็ควรทำหน้าที่แม่ครัวของเธอ ไม่ต้องมาวิจารณ์คนกิน ไป ไปทำอาหารที่ฉันต้องการมา ต่อไปไม่ต้องเอาผักหญ้าพวกนี้มาให้ฉันกินอีก" อาหารจานหนึ่งถูกโยนแตกเพล้งตรงหน้าผู้ที่ถูกเรียกว่า...แม่ครัว...สลัดผักธัญพืชและนํ้าสลัดที่วัสสิกาต้องใช้เวลาคำนวณแคลอรี่ว่าต้องมีผักธัญพืชมากน้อยเท่าไรและสรรหาผักสดๆใหม่ๆมาทำอย่างประณีตหกกระจายเกลื่อนอยู่ตรงหน้าเหมือนเศษขยะ ที่วัสสิกาแทบจะร้องกรี๊ดออกมาด้วยความโมโห เพราะเจ้าชายจอมยโสไม่ได้ทำลายแค่อาหารจานสองจานแต่ได้ทำลายความตั้งใจดีของเธอจนหมดสิ้น "ตาหมีอ้วน" วัสสิการ้องว่าในใจ ความโกรธวิ่งจี๊ดขึ้นสมองวัสสิกาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต เธอไม่เคยโกรธใครมากมายอย่างนี้ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าโกรธทำไม่นักหนา แต่ตอบโต้ออกมาได้เพียงกรีดเสียงอยู่ในความนึกคิด..ตาหมีอ้วน ฉันอุตส่าห์ตั้งใจทำมาให้กิน ยังจะมาว่ามาทำแบบนี้อีก...เพราะสิ่งที่เจ้าชายอาทิตยสุเรนทรากระทำ...โยนจานอาหารใส่หน้า...เป็นการทำร้ายจิตใจแบบที่ไม่เคยมีใครทำกับเธอมาก่อน วัสสิกาหมดความอดทนต่อผู้สูงศักดิ์ จึงโต้กลับทันควัน ฯลฯ ********************************”