อุ้มรักสามีไร้ใจ

อุ้มรักสามีไร้ใจ

อัญญาณี

4.4
ความคิดเห็น
254.4K
ชม
86
บท

"ยัยลูกหมา..." คือชื่อเรียกหล่อน จากปากสามีไร้ใจ ... เขาหมายตาน้องสาว แต่ดันได้พี่สาวมาเป็นแม่ของลูก ด้วยเล่ห์เหลี่ยมของลัดดา ทำให้เขากับครอบครัวไม่พอใจ แล้วนำความรู้สึกมาลงที่หล่อน หน้าที่หลักของหล่อนคือ อุ้มท้องลูกของเขา คลอดมาเมื่อไหร่ ถูกเฉดหัวออกจากบ้านเมื่อนั้น .... ธรรม์บดีมองรองเท้าที่วางเรียงหน้าประตู เขาสวมรองเท้าคู่ซ้ายมือสุด ก้าวเท้าเดินไปยังโรงจอดรถ เพื่อขับรถออกจากบ้าน อีกไม่กี่ก้าวจะถึงรถหรู สีหน้าเขาบึ้งตึงเมื่อเห็นกุลธิรัตน์ยืนอยู่ข้างรถ “คุณอิฐไม่ได้กินมื้อเช้า ลูกหมีกลัวว่าคุณอิฐจะหิว เลยทำแซนวิซให้ค่ะ” กุลธิรัตน์ส่งถุงใส่ของว่างให้สามีที่หลุบตามองแวบหนึ่ง มือใหญ่กระชากถุงจากมือหล่อนแรงมาก “สาระแนนัก ยัยลูกหมา” ธรรม์บดีหมุนตัวเปิดประตูรถ เขาโยนถุงในมือไปตรงเบาะด้านข้างคนขับ สอดตัวเข้าไปนั่งประจำที่ จากนั้นเขาขับรถออกจากบ้านทันที

อุ้มรักสามีไร้ใจ บทที่ 1 1

1

เหมือนเช่นทุกปี วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่คือวันรวมญาติ คนในตระกูลวัฒนะพันธ์ จะมารวมตัวกันที่บ้านหลังนี้ บ้านที่มีผู้อาวุโสสุดพักอาศัยอยู่ ปีนี้นางมีอายุแปดสิบปี ทว่าร่างกายยังแข็งแรง ลุกเดินได้โดยไม่ต้องมีใครช่วยพยุงหรือใช้เครื่องทุ่นแรง โดยเฉพาะฝีปาก ยังกล้าแข็งไม่แผ่ว และเป็นที่นับถือของลูกหลาน ที่ออกเกรงกลัวพลังอำนาจของนาง เพราะนางเป็นคนเดียวที่ช่วยให้ธุรกิจครอบครัว ผ่านวิกฤตมาได้อย่างหวุดหวิด

ลัดดาคนกุมอำนาจในบ้านนั่งอยู่ในห้องรับแขก โดยมีลูกหลานราวเจ็ดคนนั่งล้อมรอบ ใบหน้าทุกคนเกลื่อนด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข พูดคุยเรื่องธุรกิจที่เพิ่งฟื้นตัวอย่างภาคภูมิใจ

ต่างกับผู้หญิงคนหนึ่ง ดวงหน้าหวานอาบความเศร้า นัยน์ตาหล่อนหมองหม่น ความเสียใจ น้อยใจโบกทับจิตใจจนมันสูงเสียดฟ้า แล้วดูเหมือนว่า ความรู้สึกทั้งหลายจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ หญิงสาวเดินถือกระเป๋ากลางเก่ากลางใหม่เข้ามาในห้องดังกล่าว กุลธิรัตน์นั่งคุกเข่าบนพื้น

“ลูกหมีมาลาคุณย่าค่ะ” ลัดดาปรายตามองหลานสาวแสนชังแวบเดียว คล้ายไม่ใส่ใจคำพูด

“อืม ก็ไปสิ มัวรออะไร คนของบ้านโน้นมารอรับแล้ว อย่าพิรี้พิไรเลย” ไม่มีคำอวยพร ไม่มีประโยคที่ชวน

ให้รู้สึกว่า เป็นห่วงเป็นใย ชวนให้รู้สึกว่าเป็นการเสือไสไล่ส่งมากกว่า กุลธิรัตน์น้ำตารื้น หัวใจเจ็บปวดมาก

“ลูกหมีลาคุณพ่อคุณแม่ค่ะ” หล่อนยกมือไหว้บิดามารดาที่แทบไม่สนใจ อภิรักษ์ก้มหน้ากดมือถือ อนงค์ยกน้ำชาขึ้นมาจิบ ไม่มีใครกล่าวคำใด มีแต่ความหมางเมิน ไม่เห็นกุลธิรัตน์อยู่ในสายตา กุลธิรัตน์ยกมือไหว้ญาติผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก ก่อนลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าเดินทาง ก้าวเดินออกไปนอกบ้าน

“นี แกเอาน้ำมนต์มาถูกบ้านฉันด้วยนะ แล้วฉีดให้ทั่วบ้านด้วยนะ ตัวเสนียดไปแล้ว ฉันไม่อยากให้เศษเสนียดในตัวมันอยู่ในบ้านหลังนี้”

เสียงคำสั่งดังมากพอให้คนกำลังเดินออกจากบ้านได้ยิน กุลธิรัตน์กลั้นน้ำตาไม่ได้ มันหยดลงเคลียร์แก้มนวล หยาดน้ำตาที่ไม่เคยห่างใบหน้าสาว มันหลังรินมาตลอดนับตั้งแต่หล่อนเกิดมา ยี่สิบเจ็ดปี เป็นเวลาอันยาวนานมาก กุลธิรัตน์หวังเหลือเกินว่า ที่อยู่ใหม่ของตน จะทำให้หล่อนไม่ต้องหลั่งน้ำตา หล่อนอยากมีรอยยิ้ม มีความสุขเหมือนคนอื่นบ้าง

กุลธิรัตน์หวังเช่นนั้น...

สามเดือนต่อมา

มื้อเช้าบ้านหิรัญภักดีถูกจัดขึ้นโต๊ะ เมนูอาหารเช้านี้คือ ข้าวต้มกระดูกหมูทรงเครื่อง หลังจากจัดสำรับเรียบร้อย คนทำอาหารปลีกตัวออกมานอกห้องทานอาหาร เพื่อทำอีกหนึ่งหน้าที่ โดยไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะ ทั้งที่หล่อนมีตำแหน่งภรรยาหลานชายเจ้าของบ้าน

หญิงสาวคนนั้นคือ...กุลธิรัตน์

หน้าที่ต่อมาของหล่อนคือ จัดเตรียมรองเท้าให้สามีแสนเย็นชา ที่คาดเดาไม่ได้ว่า เขาสวมใส่คู่ใดไปทำงาน ทางเดียวคือ หล่อนเตรียมให้เขาทุกคู่ นำมาเรียงไว้หน้าประตูบ้าน เขาอยากใส่คู่ใด สุดแต่ใจ ทำหน้าที่นี้เสร็จ หล่อนเดินอ้อมเข้าครัวทางด้านหลัง ก่อนนั่งกินมื้อเช้าเงียบๆ คนเดียวในครัว

กุลธิรัตน์มองช้อย คนรับใช้ที่เดินเข้ามาในครัว ช้อยไม่ได้เดินตัวเปล่าเข้ามา หล่อนถือชามข้าวต้มเข้ามาด้วย ก่อนวางลงบนโต๊ะเตรียมอาหาร

“ใครไม่กินมื้อเช้าจ้ะช้อย” กุลธิรัตน์ถามช้อย

“คุณอิฐรับแค่กาแฟค่ะ บอกว่าไม่อยากกินข้าวต้ม”

ช้อยตอบตามตรง ทว่าบอกไม่หมด ช้อยไม่ได้เติมคำว่า เพราะมันไม่อร่อย เกรงว่าหากพูดออกไป คนตั้งใจทำอาหารจะเสียใจมากกว่านี้ ความที่กุลธิรัตน์ทำอาหารให้คนในบ้านกิน มักจะถูกติหรือต่อว่าอาหารไม่อร่อยเสมอ น่าแปลกที่อาหารไม่อร่อยมักถูกกินเกลี้ยง มันย้อนแย้งกับคำว่า ไม่อร่อยเหลือเกิน

ขณะที่ช้อยเตรียมกาแฟให้ธรรม์บดี กุลธิรัตน์หน้าเศร้า ลุกขึ้นยืนเดินทำแซนวิชทูน่ากับแฮมอย่างละหนึ่งชิ้น ก่อนจัดเรียงใส่กล่องใบเล็ก หล่อนไม่สนใจอาหารที่ยังกินไม่หมด เดินออกจากประตูด้านหลังครัว เดินตามทางไปยังหน้าประตูบ้าน แล้วนั่งคอยสามีตรงม้านั่ง ช้อยรู้ว่ากุลธิรัตน์ทำอะไร หล่อนอยากค้าน แต่ก็รู้ว่าคงไม่สำเร็จ ช้อยจึงปล่อยให้กุลธิรัตน์ทำตามใจ

“ข้าวต้มอร่อยจะตาย ทำไมพี่อิฐไม่กินล่ะ อย่าอคติหน่อยเลย” รัตนพรพูดกับพี่ชายที่กินข้าวต้มไปเพียงคำเดียวก็ขอเปลี่ยนเป็นกาแฟ ให้เหตุผลว่าไม่อร่อย

“ก็ไม่อร่อย กินไม่ลง” ธรรม์บดีตอบกลับ “แกกินอร่อยก็กินไปสิ ไม่ต้องมายุ่งกับพี่หรอก”

“สงสารคนทำ ตื่นแต่เช้ามาทำให้กิน ยังหมางเมิน ระวังเถอะเมียจะหนีไปมีชู้” รัตนพรอดหมั่นไส้พี่ชายไม่ได้

“เหอะ ใครจะเอาก็เอาไปเถอะ จะแถมเงินให้ล้านนึงกับทองคำอีกยี่สิบบาทด้วย” ธรรม์บดีไม่สนใจเมียตัวเอง กลับไล่ส่ง

“เสียเงินไปตั้งเยอะ แกจะเสือกไสไล่ส่งมันแบบนี้ไม่ได้นะ อย่างน้อยก็ให้มันท้อง คลอดเหลนให้ฉันก่อน ค่อยไล่มันไป”

ไม่ใช่ว่าคนพูดอยากได้กุลธิรัตน์เป็นหลานสะใภ้ เดือนดาวหมายตาอีกคนหนึ่งไว้ แต่อีกฝ่ายกลับส่งกุลธิรัตน์มาให้ เดือนดาวโกรธมากเพราะไม่เป็นไปตามข้อตกลง ทว่าพอลัดดาตอบกลับมา เดือนดาวถึงกับอึ้ง และต้องยอมรับ กุลธิรัตน์ เนื่องจากลัดดาไม่ได้ผิดสัญญาที่ให้ไว้

“ข้อตกลงของเราคือ เงินสามสิบล้านแลกกับหลานสาวของฉัน ก็ลูกหมีไงหลานสาวคนโตของฉัน ฉันผิดข้อตกลงตรงไหน”

กุลธิรัตน์เป็นหลานสาวที่ลัดดาไม่ต้องการ ความเชื่อเรื่องดวงที่ว่า หากหลานนางที่เกิดมาเป็นผู้ชาย จะทำให้ตระกูลเจริญรุ่งเรือง ตรงกันข้ามหากเป็นหญิง จะเป็นตัวอัปมงคลต่อตระกูล อาจถึงขั้นทำให้ล่มจม นำพาความวิบัติมาให้ ช่วงเวลานั้นอนงค์ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน และมีการ อัลตร้าซาวด์เพื่อระบุเพศ ทว่าทารกในครรภ์หนีบขาไว้แน่น ทำอย่างไรก็ไม่สามารถมองเห็นเพศได้ เหมือนฟ้าช่วยให้เด็กคนนี้เกิดมา ไม่ว่ากี่ครั้งที่ดูเพศ ก็จะมองไม่เห็น ขาบังไว้ทุกครั้ง มารู้เพศเด็กในวันคลอด

อ่านต่อ
บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
อุ้มรักสามีไร้ใจ อุ้มรักสามีไร้ใจ อัญญาณี โรแมนติก
“"ยัยลูกหมา..." คือชื่อเรียกหล่อน จากปากสามีไร้ใจ ... เขาหมายตาน้องสาว แต่ดันได้พี่สาวมาเป็นแม่ของลูก ด้วยเล่ห์เหลี่ยมของลัดดา ทำให้เขากับครอบครัวไม่พอใจ แล้วนำความรู้สึกมาลงที่หล่อน หน้าที่หลักของหล่อนคือ อุ้มท้องลูกของเขา คลอดมาเมื่อไหร่ ถูกเฉดหัวออกจากบ้านเมื่อนั้น .... ธรรม์บดีมองรองเท้าที่วางเรียงหน้าประตู เขาสวมรองเท้าคู่ซ้ายมือสุด ก้าวเท้าเดินไปยังโรงจอดรถ เพื่อขับรถออกจากบ้าน อีกไม่กี่ก้าวจะถึงรถหรู สีหน้าเขาบึ้งตึงเมื่อเห็นกุลธิรัตน์ยืนอยู่ข้างรถ “คุณอิฐไม่ได้กินมื้อเช้า ลูกหมีกลัวว่าคุณอิฐจะหิว เลยทำแซนวิซให้ค่ะ” กุลธิรัตน์ส่งถุงใส่ของว่างให้สามีที่หลุบตามองแวบหนึ่ง มือใหญ่กระชากถุงจากมือหล่อนแรงมาก “สาระแนนัก ยัยลูกหมา” ธรรม์บดีหมุนตัวเปิดประตูรถ เขาโยนถุงในมือไปตรงเบาะด้านข้างคนขับ สอดตัวเข้าไปนั่งประจำที่ จากนั้นเขาขับรถออกจากบ้านทันที”
1

บทที่ 1 1

11/07/2023

2

บทที่ 2 2

11/07/2023

3

บทที่ 3 3

11/07/2023

4

บทที่ 4 4

11/07/2023

5

บทที่ 5 5

11/07/2023

6

บทที่ 6 6

11/07/2023

7

บทที่ 7 7

11/07/2023

8

บทที่ 8 8

11/07/2023

9

บทที่ 9 9

11/07/2023

10

บทที่ 10 10

11/07/2023

11

บทที่ 11 11

11/07/2023

12

บทที่ 12 12

11/07/2023

13

บทที่ 13 13

11/07/2023

14

บทที่ 14 14

11/07/2023

15

บทที่ 15 15

11/07/2023

16

บทที่ 16 16

11/07/2023

17

บทที่ 17 17

11/07/2023

18

บทที่ 18 18

11/07/2023

19

บทที่ 19 19

11/07/2023

20

บทที่ 20 20

11/07/2023

21

บทที่ 21 21

11/07/2023

22

บทที่ 22 22

11/07/2023

23

บทที่ 23 23

11/07/2023

24

บทที่ 24 24

11/07/2023

25

บทที่ 25 25

11/07/2023

26

บทที่ 26 26

11/07/2023

27

บทที่ 27 27

11/07/2023

28

บทที่ 28 28

11/07/2023

29

บทที่ 29 29

11/07/2023

30

บทที่ 30 30

11/07/2023

31

บทที่ 31 31

11/07/2023

32

บทที่ 32 32

11/07/2023

33

บทที่ 33 33

11/07/2023

34

บทที่ 34 34

11/07/2023

35

บทที่ 35 35

11/07/2023

36

บทที่ 36 36

11/07/2023

37

บทที่ 37 37

11/07/2023

38

บทที่ 38 38

11/07/2023

39

บทที่ 39 39

11/07/2023

40

บทที่ 40 40

11/07/2023