icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

บำเรอพิศวาสจอมมาร

บทที่ 5 

จำนวนคำ:1405    |    อัปเดตเมื่อ:24/07/2023

ัดนี้ไม่ใช่อีก แล้วยามที่แอรอนโกรธหรือโมโห ไม่ได้ดั่งใจ แอรอนจะกลายร่างเป็นปิศาจร้ายทันที แม้แต่พายุทอนาร์โดที่ว่าร้ายแรงยังเทียบเท่าไม่ได้ และอีกอย่างหนึ่งที่เปลี่ยนคือผู้หญิงที

่วยอารักขา ที่จะมาค

ารมณ์แปรปรวน ในแฟ้มนั้นมีรายชื่อของหน่วยอารักขาทั้งหมดสิบสองคน แอรอนปรายตามองดูแฟ้มเอกสา

ม่เปิดดูหน่อ

ลงไปจากเครื่องบิน เจอหนึ่งในทีมอารักขา จะได้ไม่หั

โดยดี ในใจอยากตะโกนบอกออกไปเลยว่าณัฐกานต์เป็นหนึ่งในทีมอารักขานั้น แต่เขาทำ

มร่างสูงใหญ่ก้าวลงมาจากเครื่องบินด้วยท่าทางสง่างามดูมีอำนาจ โดยมีรถลีมูซีนคันหรูที่ทางร

มืองไทยของแอรอนในครั้งนี้ เขามาแทนบิดาในฐานะทูตสัมพันธไมตรีระหว่างประเ

เกิน ร่างกายของแอรอนบึกบึนและดูแข็งแรง ดวงตาของอีกฝ่ายแลดูมีพลังอำนาจอย่างล้นเหลือ แข็งกร้าว ไม่ยอมคน ใบหน้าของแอรอนเรียบเฉยหากแต่ห

างรถ เธอสวมชุดสูทสีดำแบบกางเกง ดูทะมัดทะแมงสมกับหน้าที่ เคียงข

นั้นเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ อยู่ๆ แอรอนก็หยุดเดินก่อนจะถึงรถยนต์คันดังกล่าวไม่กี่ก้าว ดวงตาสีฟ้าคล้ายมีควา

นสมอง กระตุ้นความรักที่เขาใช้ความพยายามอย่างหนักจะตัดใจจากเธอ ดูเหมือนว่าวินาทีนี้มันแลดูไม่ได้ผล

นสตรีที่เขาอยากไกลห่างมากที่สุดเช่นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยสว่างไสวเมื่อเห็

การพบเจอแอรอน ชายหนุ่มที่เธอไม่เคยลืมเลือนไปจากจิตใจ

นครั้งก่อน ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก เสียงอันไพเราะยามพูดคุย อ้อมกอดอบอุ่น จูบเร่าร้อนและอ่อนหวานในคราเด

นหอมบางๆ แสนคุ้นเคยโชยเข้ามาในโพรงจมูก กลิ่นหอม เย้ายวนยังตราตรึงอยู่ในความรู้สึกของเขา ทำให้เขาหวนนึกถึงวันวาน วันเวลาแห่งคว

้องทำให้เธอได้รับรู้ว่า การที่ทำให้เขาเจ็บ เธอต้องเจ็บยิ่งกว่า ความรักและความแ

เปิดรับโบนัส

เปิด
บำเรอพิศวาสจอมมาร
บำเรอพิศวาสจอมมาร
“"มานั่งตรงนี้สิ" เขาใช้ฝ่ามือตบบนเบาะข้างตัวเบาๆ หญิงสาวมองมือหนาแล้วปฏิเสธออกไปอย่างนุ่มนวล "ดิฉันไม่อาจเอื้อมค่ะ ดิฉันยืนอยู่ตรงนี้ดีแล้ว และมั่นใจว่าคนอื่นๆ ในทีมก็ยืนที่จุดนี้เหมือนกัน" เธอตอบอย่างชาญฉลาด "ดิฉันไม่อาจเอื้อมเหรอ" เขาพูดทวนประโยคด้วยโทนเสียงสูง มองร่างอรชรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นโลมเลียอย่างเห็นได้ชัด ยกยิ้มขึ้นข้างหนึ่ง เอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังชาวาบไปทั้งกาย "แต่ฉันจำได้ว่า ผู้หญิงที่ไม่อาจเอื้อมตรงหน้านี้ เคยแก้ผ้ามาประเคนให้ฉันถึงเตียง อย่างนี้เรียกว่าอาจเอื้อมหรือเปล่า ตกลงเธอจะมาหรือไม่มา ถ้าไม่มาก็เชิญออกไปจากห้องของฉัน แล้วพาทีมเธอกลับไปด้วย เพราะฉันก็ไม่ต้องการทีมอารักขาชุดนี้อยู่แล้ว แค่คนของฉันก็พอ" น้ำเสียงทรงอำนาจพูดราบเรียบแต่ทว่าหนักแน่น เธอรู้ว่าดีกว่าใครว่า เขาพูดจริงทำจริงเสมอ และคำสั่งแกมข่มขู่ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่เธอจะปฏิเสธไม่ได้ เพราะจะส่งผลต่องานที่ตระเตรียมกันมาเป็นเวลาหลายเดือนต้องพังลง ซึ่งณัฐกานต์คงยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ งานจะมาพังเพราะเธอไม่ได้ เท้าเล็กก้าวเดินไปยังโซฟาตัวนั้นตามคำสั่งของแอรอน ณัฐกานต์เลือกที่จะนั่งชิดด้านริมแทนที่จะนั่งข้างร่างหนาตามที่เขาต้องการ แอรอนใช้ฝ่ามือตบเบาะแรงๆ อย่างขัดใจ หญิงสาวสะดุ้งแต่พยายามนั่งนิ่ง แม้ในใจหวาดกลัว "รังเกียจฉันมากหรือไง ถึงได้นั่งห่างกันเป็นวาขนาดนี้" แอรอนพูดเสียงดัง ด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมเปล่งประกายไปด้วยแรงโทสะ "เปล่าค่ะ...ดิฉันไม่ได้รังเกียจคุณแอรอน แต่คิดว่านั่งตรงนี้น่าจะเหมาะกว่า" เธอพูดเสียงนุ่มแลดูสั่น หัวใจเต้นรัวเป็นทวีคูณ เมื่อร่างสูงใหญ่เป็นฝ่ายขยับร่างเข้ามาใกล้และใกล้ จนกระทั่งชิดกับร่างของตน ลำแขนข้างหนึ่งตวัดร่างเล็กเข้ามาในอ้อมแขน มืออีกข้างจับแก้มเนียนสวยแล้วบีบบังคับให้ดวงหน้าสวยหันมาเผชิญหน้ากับตน ให้เธอได้มองเห็นดวงตากรุ่นโกรธ เหมือนลูกระเบิดที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ หญิงสาวสะบัดตัวหนีด้วยความตกใจ ไม่ใช่รังเกียจ เธอจะรังเกียจอ้อมแขนของเขาได้อย่างไรเพราะอ้อมกอดนี้เป็นอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุด เป็นอ้อมกอดของคนที่เธอรักสุดหัวใจ "ทีหลังฉันสั่งให้นั่งตรงไหนก็ต้องนั่งจำไว้...และนี่คือโทษของเธอที่ขัดคำสั่งของฉัน" การลงโทษของเขาทำให้ณัฐกานต์เบิกตากว้าง ตกใจกับการกระทำของแอรอน ริมฝีปากหนาได้รูปฉกจูบเรียวปากบางสวยอย่างรวดเร็ว ไม่ทันให้หญิงสาวตั้งตัว บดเคล้าเร่าร้อนและรุนแรง รักแสนรัก แค้นแสนแค้น โหยหา คิดถึง หลากหลายความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ ถูกถ่ายทอดลงไปบนเรียวปากสีชมพูที่เผยอรับลิ้นหนาแทรกผ่านเข้าไปในช่องปากหวานล้ำโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากอารามตกใจทำให้ปากสาวตั้งใจจะเปิดปากร้องค้าน และนั่นเป็นโอกาสให้เขาได้ลิ้มรสหวานในโพรงปากของเธอ ลิ้นใหญ่สอดรัดเกี่ยวกระหวัดหาความหวานจากปากของเธออย่างดื่มด่ำ เพียรหารสชาติพิเศษให้สมกับเวลาสี่ปีที่เขาไม่ได้สัมผัส”