icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

มายาประกาศิต

บทที่ 10 มายาประกาศิต

จำนวนคำ:1438    |    อัปเดตเมื่อ:19/02/2024

แค่นี้คงตกใจไม่น้อยที่มาเที่ยวพักผ่อนกลับถูกแม่โควิ่งเข้าใส่แบบนั้น มณีดูแลศรินภัสร์เป็

นจะพยุงตัวเองให้ลุกนั่งก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆ ให้ รู้สึกคอแห้งผากไปหมด ก่อนห

นภัสร์เอ่ยถาม เพราะนี่ไม่

ขึ้นก่อนจะเดินไปหยิบน้ำเย็นๆ รินใส่แก้ว แล้วนำออกมายื่

็นๆ ก่อน จ

นลมยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณและรับแก้ว

งวิงเวียนอยู่

บกวน เพราะเหลือเวลาอีกนานกว่าเพื่อนๆ จะกลับไปรวมตัวกัน วันนี้เธอคงไม่มีกะจิตกะใจจะเล่นอะไรแล้ว แ

สักมื้อ จะได้ไถ่โทษที่โคในฟาร์มลูกชายป้าไล่ขวิดหนูไป” มณีเอ่ยชวน เพราะเธออยากทำอย่าง

ริงๆ แค่นี้ก็ทำเรื่องให้วุ่นวายมากพอแล้ว แต่เ

ยเดาเวลาที่หญิงสาวจะรู้สึกตัว เ

ภัสร์กัดฟันกรอดๆ คิดว่าช่วยเธอออกมาจากลานหญ้าแล้ว จะพูดแบบนี้กับเธอได้อย

หน้าอินทร์หน้าพรหมแล้วตอนนี้ แม้จะพอเดาได้ว่าชายหนุ่มก

” ชายหนุ่มยักคิ้วส่งมาให้ สายตายียวนกวนประสาทจนศรินภัสร์กำหมัดแน่น แต่แววตาของชายหนุ่มก็มองไปยังริมฝี

ยเสียงอ่อยๆ สำนึกผิดนิดๆ แต่ก็ยังไม่ยอมอ่อนข้อให้ชายหนุ

” ชายหนุ่มยังยิงประโยคให้ศ

ับจู้จี้ จุกจิกเป็นผู้หญิงไปได้” หญิงสาวเท้าสะเอวเอ่ยว่าชายหนุ่มไป มณีได้แต่อมยิ้ม สงสัยเด็กสาวคนนี้จะเกิดมาเพื่อเป็นคู่ปรับ

คำยังไม่มี” อโณทัยเริ่มทวงบุญคุณ แต่ขณะที่พูดคุยกันเขาไม่รู้เลยว่าสายตาได้จ้องมองหญ

โทษที่นายไม่รอบคอบเอง ยังดีที่ฉันไม่เป็นอะไร ถ้าเป็นขึ้นมาละก็ฉันเอาเร

ุณบูชาโทษจริงๆ” ชายหนุ่มเป่าลมออกปากหนัก ประหนึ่งว่ากำลังเหลืออดกับเธอเต็มทีแล้ว

้งคู่นั่น

อโณทัยทำท่

ด เขาเดินไปนั่งบนเก้าอี้อีกตัว ฝั่งตรงข้าม ศรินภัสร์นั่นเอง ชายหนุ่มยอมถ

ไรจ๊ะ” คำถามของแม่ทำให้อโณทัยลอ

ศรินภัสร์ปรับน้ำเสียงที่ดุดันเมื่อค

เป็นทางการ เพราะดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว คงได้ทำความรู้จักกันไปนานแน่นอน “แล้ว

เปิดรับโบนัส

เปิด
มายาประกาศิต
มายาประกาศิต
“"จงเป็นโสดเป็นโสดเถิด...อย่าได้มีลูกมีเมียติดตัวเลย..." น้ำเสียงของเยาวเรศดังขึ้น "อะ...อะไรนะแก สวดใหม่อีกทีซิ" ศรินภัสร์คิดว่าตัวเองหูฝาด ก่อนจะพูดให้เยาวเรศ ท่องบทสวดแผ่เมตตาอีกครั้ง ครั้งที่สองก็ยังได้ยินเหมือนเดิม "จงเป็นโสดเป็นโสดเถิด...อย่าได้มีลูกมีเมียติดตัวเลย... ท่องตามฉันด้วย" เยาวเรศหันมาสั่งเสียงดุ เธอไม่ได้ทำเล่นๆ นะจริงจังมาก "อะ...เออ" ศรินภัสร์ยิ้มแห้งๆ ให้กับบทแผ่เมตตาของเพื่อนสาวดูวันนี้จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองยากเหลือเกิน เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวตกใจสุดขีด นี่ก็อะไรไม่รู้ แต่ถึงจะคิดแบบนั้นศรินภัสร์ก็ยอมท่องตามไปแบบทุกคำไม่มีตกหล่นให้ประโยคเสีย "จงเป็นแมนเป็นแมนเถิด...อย่าได้มีความตุ๊ดกายตุ๊ดใจเลย......จงมีความโสดกายโสดใจ...รักษาตนให้พ้นจากตุ๊ดแตกทุกช่วงวัยด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นเทอญ..." พอแผ่เมตตาจบประโยคเยาวเรศก็ยกมือขึ้นท่วมหัว ศรินภัสร์ออกอาการเหวอๆ แต่ก็ทำตามทุกอย่างเหมือนกัน "บทสวดแผ่เมตตาอะไรของแกยายเนตร พิลึก" ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนสาวว่ามันพิลึก แต่ชักจะรู้ตัวช้าไปเสียหน่อย เพราะเล่นท่องจบบทถึงค่อยมาถาม "พิลึกแต่ได้ผลมาแล้วนะยะ แล้วจะหาว่าไม่บอก" --------------- "พี่ณุ...ไม่เอานะ" ศรินภัสร์พยายามร้องห้าม แต่อโณทัยก็จับใบหน้าหญิงสาวกดไปบนแผงอกของเขา ไม่ให้เธอพูดอะไรได้อีก คนใต้แผงอกได้แต่ร้องประท้วงอู้อี้เท่านั้น "อย่ารุนแรงล่ะ เพราะน้องผมยังไม่เคย" ภาณุพงศ์เอ่ยสองแง่สองง่ามให้น้องสาวได้หน้าแดง จนศรินภัสร์อยากกัดลิ้นตาย ก็ไหนบอกชอบ อีตาเกย์บ้านี้มากทำไมทำกับเธอแบบนี้ได้กัน เขาเป็นเกย์ทำไมพี่ชายเธอถึงได้พูดอะไรน่าเกลียดแบบนี้ออกมา "ครับ..จะถนอมให้ถึงที่สุด" อโณทัยสบตากับภาณุพงศ์แน่วแน่ แค่นี้ความคิดที่ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นเกย์ก็แทบหายเกลี้ยงเสียแล้ว ที่เหลือก็คงต้องปล่อยให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันเอง ว่าอะไรเป็นอะไรแต่ดูท่าทางศรินภัสร์จะไม่ยอมเชื่อง่ายๆ เหมือนกัน เพราะรายนี้ถ้าได้ปักใจเชื่ออะไรแล้วต้องพิสูจน์จนขาวสะอาดนู่นแหละถึงจะยอมเปลี่ยนความคิด "ไม่นะพี่ณุ...อีตานี่เป็นเกย์นะ ตรีไม่ไป" ศรินภัสร์ใช้จังหวะที่อโณทัยลากตัวเองออกจากผับเอ่ยบอกพี่ชาย แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครฟังเสียงเธอเหมือนกัน ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงพาเธอไปที่รถของเขาซึ่งจอดอยู่ด้านหน้า ท่ามกลางสายตาของนักท่องราตรี "แฟนผมกำลังโกรธน่ะครับ ไม่มีอะไร?" อโณทัยพยายามอธิบายสายตาทุกคนที่จ้องมองมา ด้วยคำพูดที่สุภาพมากที่สุด เพราะไม่อยากให้ใครมาสนใจมากไปนัก แต่ถึงไม่พูดคนพวกนั้นก็ได้แต่มองไม่เข้ามายุ่งอยู่แล้วเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง "ปล่อยนะไอ้บ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้" ศรินภัสร์พยายามยื้อตัวเองไว้จนสุดกำลังเหมือนกัน แต่ก็แพ้แรงของอโณทัย "จะไปคุยกับผมดีๆ หรือจะให้ผมพาเข้าม่านรูดแถวนี้ หือ..." คำขู่ของอโณทัยทำให้ศรินภัสร์หยุดกึก ชายหนุ่มจึงยิ้มออกมาเพราะคิดว่าถือไพ่เหนือกว่า”