icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

ยอดเสน่หาคนเถื่อน

บทที่ 4 จำยอมและต้องจำใจ

จำนวนคำ:1495    |    อัปเดตเมื่อ:28/02/2024

วคราวเดียวกัน ที่มักจะมีน้ำใจเอ

งคิดว่าแม่นี่ต้องมาหลงรัก

ุ่มด้วยความหวง ที่ไม่ใช่หึง อย่าพูดถึงความรักที

ายคนอื่นๆ ที่เธอผ่านๆ มา ทั้งยังหลงเธอหัวปักหัวปำ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ และการเป็นอยู่ของเธอก็ไม่ได้แย่ แม้ว่าหลังๆ ปีสองปีมานี้ จะประสบปัญหาการเงินบ้าง แต่ก็แก้ได้แล้วด้วยกา

ะมาแย่งไปละก็ ไ

ลยมากกว่าเพื่อนบ้านที่ดีต่อกั

จนักที่ภรรยาพูดถึงเพื่

แค่พูดเล่นเท่านั้นเอง กิ่ง

งเพราะเขาทำงานกลางแจ้งบ่อยๆ เพราะเขาเป็นวิศวกร และยังเป็นผู้จัดการบริษัทก่อสร้างของถิ่นเถื่อน ทั้ง

ึงที่นั่นแล้ว เขาด

ม่รู้เ

าว.

กอยู่เกินหกโมงเย็น กิ่งกับหนูปิ่นนั่งรอนายใหญ่ของพี่กมลตั้งนานสองนานเขาก็ไม่โผล่มา แต่ให้คนมาบอกว

งเสียอกเสียใจกับเรื่องราวที่เกิดข

โหดร้าย เขาจะร้ายแต่กับคนที่ร้ายกับเขาก่

ังไว้แบบน

เผชิญกับคนที่เถื่อนถ่อย โหดร้ายจากคนในหุบเขาคนเถื่อน ในขณะที่เธอยิ้มอย่างพึงพอใจกับการกำจัดเสี้ยนตำใจ กมลเอง

อย่างหวาดหวั่น น้ำตาที่แห้งไปแล้วก็พานจะไหลออกมาเมื่อที่นี่พอค่ำลงมันช่างเงียบส

์ตรงนั้นกดได้เลย มีเลขบอกห้องต่างๆ ในบ้าน สามารถโทร. พูดคุยกับคนในบ้านได้เลย หรือสั่นกระดิ่งก็ได้ ความจริงกระดิ่งน

ยังมีแววตาที่อ่อนโยนนุ่มนวลมากกว่าตอนที่สนทนากับแม่เลี้ยงของเธอมาก ราวคนละคน

คุณค

ักประมาณหนึ่งทุ่ม ป้าจ

มากค่ะป

้คนที่นี่เอ็นดูเธอบ้าง คนแรกที่เธอควรจะสานไมตรีด้วยก็คงจะเป็นป้าน้อมนี่ล่ะ ป

่งตัว ปิ่นกมลก็ต้องตาค้างเมื่อเห็นชุดสวยๆ มากมายอยู่ในนั้น หญิงสาวอุทานออกมาเบาๆ แล้วจับต้องพวกมันอย่างเบามือ กลัวว่าจะทำให้ชุดสวยเหล่านั้นเสียหาย นอกจากนั้นเธอยังเห็นว่าที่โต๊ะเครื่องแป้งที่กว้างขวางใหญ่กว่าโต๊ะที่บ้านของเธอเป็นสามเท่าด้วยความตื่นตาตื่นใจ เมื่อเห็นของใช้ผู้หญิงจัดวางอย่างเป็นระเบียบอยู่ละลานตา มีทั้งครีมบำรุงผิว น้ำ

เปิดรับโบนัส

เปิด
ยอดเสน่หาคนเถื่อน
ยอดเสน่หาคนเถื่อน
“เพราะถูกแม่เลี้ยงใจร้ายเสือกไสไล่ส่งมาให้เป็นเมียขัดดอกของนายใหญ่แห่งหุบเขาคนเถื่อนที่ใครๆ ต่างก็กล่าวขวัญกันว่า โหดร้ายน่ากลัว แต่แล้วเธอกลับพบว่า คนเถื่อนอย่างเขาก็มีหัวใจ และมีไว้เพื่อเธอคนเดียว ++++++++++ "พี่มาร์คไปแล้ว.. ทีนี้ก็เหลือแค่เรา.." ปิ่นกมลเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่กันตามลำพัง และถิ่นเถื่อนก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา ดูท่าทางเขาขัดเขินไม่น้อย "มีอะไรจะสารภาพกับปิ่นมั้ยคะ" "ไม่มีนี่นา.." "ใครกันนะบอกว่า เป็นผัวเมียกัน ต้องบอกกันทุกเรื่อง ให้ไว้ใจกันและกัน" ถิ่นเถื่อนทำอึกๆ อักๆ ท่าทางของคนตัวใหญ่โต แต่ดูเก้งก้างเมื่อตอนนี้เขามีความผิดติดตัว "ก็บางเรื่อง มันยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกไง.." "อ้ออออ.. หรือคะ แล้วพี่เถื่อนคิดว่าจะบอกปิ่นตอนไหนคะ และเรื่องไหนบ้าง" ปิ่นกมลเดินมาหยุดตรงหน้าชายหนุ่ม แล้วเงยหน้ามองเขายิ้มๆ ถิ่นเถื่อนเมินหน้าหนีน้อยๆ แต่ใบหูแดงก่ำ "ก็.." "ก็อะไรคะ.." ปิ่นกมลซักไซ้ ถิ่นเถื่อนหันกลับมามองหน้าคนช่างซักอย่างรู้สึกหมั่นไส้แกมเอ็นดูคนตรงหน้ายิ่งนัก "ก็.. ไปคุยกันบนห้องดีกว่าไง" "ว้าย... พี่เถื่อน ปล่อยปิ่นนะคะ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย.." ปิ่นกมลหวีดร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อชายหนุ่มตวัดร่างบอบบางขึ้นไว้ในวงแขนแข็งแรงหน้าตาเฉย”