icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

ข้าคือฮองเฮาที่ฮ่องเต้ไม่รัก

บทที่ 4 ตอนที่4 ความเดือดดาดที่เพิ่มพูน

จำนวนคำ:2107    |    อัปเดตเมื่อ:29/02/2024

วันต

ัติ ถึงนางจะไม่ชอบเพราะนางรู้ดีว่าภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวานคำพูดแสนดีของสตรีงดงามเหล่านี้ล้วนเป็นเพีย

ต่างจากวันนี้นางกลับอยากให้สนมทุกคนมาเข้าเฝ้า เหตุผลเดียวที่น

ะเข้าไปพร้อมกัน เมื่อสตรีรวมตัวกันก็เป็นธรรมดาที่จะพูด

เมื่อคืนที่ตำหนัก

งถึงแม้ห้าวเทียนฮ่องเต้จะเสด็จไปตำหนักของนางบ่อยกว่าทุกคน บ้างเดือนเสด็จไปหาสนมหลี่กุ้ยเฟยมากกว่าเหล่าสนมทุกคนรวมกันเสียอีก หากเป

างคนสะใจที่ห้าวเทียนฮ่องเต้ทรงลงมือกับเยว่ฮองเฮา บางคนก็สาแก่ใจที่ต่อไปเยว่ฮองเฮากับสนมหลี่กุ้ยเฟยจะเป็นป

อยู่ในตำหนักกลับเดือดดาลจนใบหน้าเปลี่ยนสีแววตาบ่งบอกถึงความไ

ันมาเห็นว่าเยว่ลี่อิงยืนอยู่หน้าประตูท

ยงอยากร่วมวงสนทนาด้วยเท่านั้น”เยว่

เพคะ” เหล่าสนมเอ่ยด้ว

ดว่าเยว่ฮองเฮาจะมานั่งรอ เพราะทุกครั้งจะมีแต่เหล่าสนมเท่านั้

หนักเฉียนชิงเข้ามา เขาก้มหน้าต่ำเพื่อให้เกียร

้ทรงให้กระหม่อมมาบอกฮ่องเฮาว่านับตั้งแต่วันนี้สนมหลี

่งความโกรธที่แผ่ออกมาจากเยว่ฮองเฮา ทั

น้าที่เสร็จแล้ว กระห

กซุบซิบนินทาก็มากพออยู่แล้ว ตอนนี้ยังเพิ่มความฉุนเฉียวเพราะพระสวามีออกหน้าปกป้องสนมหลี่กุ้ยเฟยที่ทำให้นายของต

มโกรธนี้คงไม่พ้นสนมเหล่านี้ที่จะกลายเป็นที่ระบายอา

ิเวณพวกนางเป็นเวลา10วัน โท

อยู่ด้านหลังของนางก่อนจะออกคำสั่งเสียงดังฟังชัดถ้อยชัดคำ

พวกนาง เกินได้แต่ห้ามขาด ใครกล้ายั้ง

อเฟยห้าวเทียนไม่ให้หลี่ฟางซินมาหานาง นางไปหาหลี่ฟางซินเองก็ได

ักกุ

เป็นลูกสาวของแม่ทัพ หากนางรู้ว่าหลี่ฟางซินคิดทรยศนาง เยว่ลี่อิงก็คงมาเจรจาถามถึงเรื่องราวให้แน่ชัด หลังจากนั้นก็ตัดความสัมพันธ์ไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก แ

ที่ทูตขอฝ่าบาทไม่ไปทำความเคารพเยว่ฮองเฮายามเช้า รวมถึงข่าวลือที่เยว่ฮองเฮาโดนห้าวเทีย

รายงานหลี่ฟางซินว่าเยว่ลี่อิงเสด็จมา เพียงหลี่ฟางซินโบกมือให้ขันทีออกไป เยว่ลี่อิงก็มายืนอยู่ในสวนดอกไม้ขอ

ลี่กุ้ยเฟย” น้ำเสียงราบเรียบก่อนจะ

้าข้าราชบริพารเหล่านี้ หากมีข่าวแพร่ออกไปอีก ฮองเฮาทรงทนฟ

ำนินทาเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแล้วจึงได้

งอสรพิษนะหรือ เหตุใดเราจะทนฟังไม่ได้เล่

ป็นแต่ก่อนนางย่อมไม่คิดว่าเป็นสหายคนสนิทของนางเป็นแน่ แต่บัดนี้นางรู

ร่กันมาเนิ่นนาน หากไม่ใช่เพราะฮองเฮาใช้ความดีของท่านแม่ทัพทูลขอให้ฮ่อง

แกล้งเป็นแม่สื่อนำของที่ข้ามอบให้ฝ่าบาท ฝากผ่านพี่ชายเจ้าช่ว

ง ของพระองค์มอบให้ฝ่าบาทเลยนะเพคะ ย

ยิ้มยียวนของหลี่ฟางซินทำใ

งของเราไปทิ้ง

่อมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย พระอ

้เจ

างที่นางนั้นฝากไปให้ฝ่าบาทล้วนแต่เป็นของที่นางทำเอง

นเมื่อวานนี้ เพราะพระองค์เลยฝ่าบาทจึงประทานของขวั

เปิดรับโบนัส

เปิด
ข้าคือฮองเฮาที่ฮ่องเต้ไม่รัก
ข้าคือฮองเฮาที่ฮ่องเต้ไม่รัก
“เมื่อเพื่อนรักที่ไว้ใจแอบทรยศคบกับชายที่ตนรัก และชายที่ตนรักกลับรังเกียจตนจนไม่แม้แต่จะแตะต้องเนื้อตัวเธอ สิ่งที่เธอทำได้คือต่างคนต่างอยู่ แต่ในวังหลังแห่งนี้เธอจะทำอย่างนั้นได้จริงหรือ? ตัวอย่างเนื้อเรื่อง "เจ้ามีอันใดจะกล่าวหรือไม่... สนมหลี่กุ้ยเฟย" น้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเน้นที่ละคำในประโยคท้ายอย่างหนักแน่น "ฮองเฮาแน่ใจแล้วหรือเพคะ ว่าจะให้หม่อมฉันทูลทุกอย่างต่อหน้าข้าราชบริพารเหล่านี้ หากมีข่าวแพร่ออกไปอีก ฮองเฮาทรงทนฟังคำนินทาเหล่านั้นได้หรือไม่" หลี่ฟางซินกล่าวพร้อมยิ้มอ่อนๆ หลี่ฟางซินย่อมรู้ดีว่าเย่วลี่อิงคงได้ยินคำนินทาเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแล้วจึงได้พูดเน้นย้ำ หวังจะกระตุ้นให้นางลงมือทำร้ายตน "คำนินทาเรื่องใดกัน เรื่องที่เจ้าเป็นนางอสรพิษนะหรือ เหตุใดเราจะทนฟังไม่ได้เล่า" เย่วลี่อิงตรัสพร้อมยักไหล่อย่าไม่แยแส มีหรือเย่วลี่อิงจะดูไม่ออกว่า ข่าวลือที่แพร่ออกไปนั้นมาจากผู้ใด หากเป็นแต่ก่อนนางย่อมไม่คิดว่าเป็นสหายคนสนิทของนางเป็นแน่ แต่บัดนี้นางรู้แล้วว่าหญิงที่ยืนตรงหน้านางหาใช่สตรีอ่อนหวานแสนดีอย่างที่นางรู้จักไม่ "หม่อมฉันเป็นนางอสรพิษตั้งแต่เมื่อใดกันเพคะ หม่อมฉันและฝ่าบาทมีใจรักใคร่กันมาเนิ่นนาน หากไม่ใช่เพราะฮองเฮาใช้ความดีของท่านแม่ทัพทูลขอให้ฮ่องเต้องค์ก่อนพระราชทานงานแต่ง วันนี้ตำแหน่งฮองเฮาก็ไม่แน่ว่าจะเป็นของใคร" "เจ้านางแพศยา หากเจ้ามีใจให้ฝ่าบาท แล้วทำไมไม่บอกข้า ยังแสดงแกล้งเป็นแม่สื่อนำของที่ข้ามอบให้ฝ่าบาท ฝากผ่านพี่ชายเจ้าช่วยมอบของให้ฝ่าบาทแทนข้า" เย่วลี่อิงเริ่มพูดด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง "ของอันใดกันเพคะ หม่อมฉันไม่เคยนำของ ของพระองค์มอบให้ฝ่าบาทเลยนะเพคะ ยิ่งให้พี่ชายช่วยส่งแทนให้ยิ่งมิเคย" น้ำเสียงเยาะเย้ยบวกกับรอยยิ้มยียวนของหลี่ฟางซินทำให้เย่วลี่อิงหัวเสียมากขึ้น "นี้เจ้าเอาของของเราไปทิ้งอย่างนั้นหรือ" "ฮองเฮาพูดถึงเรื่องอะไรเพคะ หม่อมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย พระองค์อย่าได้ใส่ความหม่อมฉันสิเพคะ" "นี้เจ้า"”