คดีฆาตกรรมสกุลหลิน
ือที่ลานหน้าบ้านมีศพสามศพที่นอนเรียงกันอยู่ อีกทั้งยังมีคนของหน่วยองครักษ์เส
เขามองหลินจินเซี่ยที่กำลังจ้อ
จะได้รับอันตราย “ท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ! บาดเจ็บตรงที่ใดหรือไม่? ” เขาพูดไป
้าไม่ได้เป็นอะไรสักนิดจริง ๆ โชคดีที่ได้ใต้เท้าจากหน่วยองคร
มาด้วยสีหน้าเรียบตึง และเย็นชาว่า “เจ้าเป็นบ่าวรับใช้ข้างกายคุณ
‘เฉินจวิ้น’ นายกองแห่งหน่วยองครักษ์เสื้อแพรกองปร
ึงได้มองอีกฝ่ายด้วยสายขอให้ช่วย หลินจินเซี่ยถอนหายใจยาวแล้วตอบตามความเป็นจริงว่า “เป
่วยเกา?” นายกองเฉินจวิ้นกล่าวเสียงเข้ม
หน้ายอมรับ และกล
คิดของคุณชายหลินโดยไม่ถามให้กระจ่างแต่กลับคิดไปเองเพียงเพราะว่าอีกฝ่ายเป็นคุณชายผู้อ่อนประสบการณ์.. ช่างสมกับเป็นคุณชายที่อยู่ในจวนอ่านและท่อ
ไรได้ในเมื่อไม่มีคนของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรเข้ามาปะปนเ
่วยในวันนี้หลินจินเซี่ยซาบซึ้งน้ำใจพวกเขาอย่างสุดซ
้บุ่มบ่ามทำอะไรไม่ระวังหน้า ระวังหลังเหมือนอ
งหน้าแน่นอน” หลินจินเซี่
ยักหน้าให้กัน คนหนึ่งลุกขึ้นรายงานกับหัวหน้าว่า “หัวหน้าพวกเขาสามคนล้วนมีสัญล
หลินจินเซี่ยก็นั่งลงเช่นกัน ผู้ใต้บังคับบัญชาสามคนเปิดแขนเสื้อของศพสามศพให้พวกเขาดู คน
หรือ!” นายกองเฉินจวิ้นย่นคิ้วน้อย ๆ
ุตั้งแต่เจ็ดขวบไปจนถึงสิบห้าไปขายที่ดินแดนซีอวี่ แถบนั้นต้องการแรงงานเป็นอย่างมากซื้อขายทีก็ให้ราค
บิดาไม่อยู่ ตอนฝูจิ้นถูกจับตัวไปเขาก็เคยเห็นสัญลักษณ์นี้เช่นกันและก็จำได้อย่างแม่นยำยิ่งกว
ายกองเฉินจวิ้นก็หันไปเอ่ยถามเจ้าของบ้
ดีกว่าหลินจินเซี่ยจึงตอบแทนว่า “มีขอรับ ใต้
ันทีที่รถลากมาถึงนายกองเฉินจวิ้นก็หันไปสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสามคนให้นำศพของทั้งสามคนขึ้นรถแล้วลากไปทิ
ู้สึกว่า นายกองผู้นี้
ก็อดรู้สึกขยะแขยงไม่ได้ นายกองเฉินจวิ้นปรายตามอง เห็น
ในเมื่อหน่วยองครักษ์เสื้อแพรเปิดเผยตัวแล้วกลุ่มคนร้ายก็คงไม่กล้าส่งพวกไร้ประโยชน์บุก
ขึ้นต้มแล้วนำไปตั้งไว้ที่โถงหลัก “ใต้เท
ถึงคนของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรที่กำลังเดินทางมาจากเมืองหลวง การสนทนาของพวกเขาค่อนข้างเกร็ง ๆ ใ
ลวงไม่ทราบว่าต้องใช้เวลากี่วันจึงจะมาถึง?” ห
นใจอยากสืบคดีนี้
ทางมาแล้ว” เขาไล่นิ้วมือท่าทีครุ่นคิดครู่หนึ่งก็เอ่ยตอบว่า “อย่างเร็วพรุ
้าอยากรู้ว่าเพราะอะไรพวกเขาถึงต้องทำเช่นนี้กับครอบครัวข้า!” ขณะกล่าวหลินจินเซี่ยรวบกำสองมือ
นเศร้าว่า “คุณชายหลินโปรดวางใจผู้ที่มารับหน้าที่น
วยองครักษ์เสื้อแพรคอยคุ้มกันอยู่ คนของพรรคฉางเซิงจึงมีคำสั่งให้คนของตนเองหยุดการเคลื่อนไหวทุกอ
งบ้านดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงทุบประตูดัง ปึง ๆ
ูจิ้นเดินไปเปิดประตูใหญ่ด้านหน้าก็ตกใจเมื่อเขาเห็นชายหนุ่มสามคนยืนร่างสูงตระหง่าน ท่าทางดุดันอยู่ด้านหน้า หากบอกว่าคนของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรที่เขาเ
ุดัน องอาจน่าเกรงขาม โดยเฉพาะผู้ที่ดูท่าทางเป็นหัวหน้าคนนั้น สีหน้าล้ำลึกเคร่งขรึม สายตาเฉียบคมดุจกร
บ้ไม่รู้อีกเช่นนั้นการที่เขาเป็นคนของสกุลหลินเป็นคน
ยกองเฉินจวิ้นที่อยู่ด้วยกันมาสองวันเกือบสามวันนับว่าน่าเกรงขามมากแล้ว ผู้ที่มา
ถึงก็ไม่เอ่ยคำเช่นกัน เพียงเดินอาด ๆ
นหน้า ผู้เป็นหัวหน้ากลับหันไปมองต้นเหมยฮวาต้
ัญชาคนหนึ่งกำลังก้าวเท้าคิดจะเดินเข้าไปต่อว่าชายหนุ่มในชุดไว้ทุกข์รูปร่างผอม แผ่นหลังเหยียดตรงคนนั้นที่ไม่รู้ความ ไม่ยอมหันหน้ามาต้อนรับคนของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรคนของจักรพร
วหน้ากล่าวเสียงขรึม เป็นปร
หยุดอยู่ด้านหลังชายหนุ่มในชุดขาวไว้ทุกข์ห่างกันเพียงสามก้าว ประสานมือคำนับสองครั้ง ครั้งแรกหัน
ีรายชื่อจึงไม่รับรู้สิ่งรอบตัวทั้งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนของหน่วยองครัก
หันมองกลับมาที่พวกของตน ฝูจิ้นประสานมือแล้วกล่าวด้วยท่าทีสุภาพนอบน้อมขอความเห็นใจแทนผู
ณชายของตนรู้สึกตัว หลินจินเซี่ยก็หันหน้ากลับออกมา และเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าสามคนยืนร่างสูงท่า
สายลมพัดเฉื่อยส่งกลิ่นหอมของดอกเหมยฮวาเข้ามาถึงจุดที่พวกเขาทั้งหมดยืนอยู่ บรรยากาศเช่นนี้
่าเป็นหัวหน้ากระมัง รูปร่างหน้าตาก็ถือว่ารูปงามจริง ๆ หน้าตาคมเข้ม คิ้วหนา จมูกโด่ง ตาคม ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่สมบูรณ์แบบ ไม่รู้ว่าสตรีเช
มคิดไปในทางเดียวกันว่า ช่างชายหนุ่มที่มีใบหน้างดงามราวกับสตรี ใบหน้าแม้จะซูบเซี่ยวเพราะผ่านก