คดีฆาตกรรมสกุลหลิน
ใต้เท้าทั้งสาม ข้าเสียมารยาทแล้ว เมื่อครู่ใช้ความคิดเพลินไปหน่อย ขอใต้เ
งในโถงถัดไปดีหรือไม่? ตรงนี้อากาศหนาวเย็น เชิญทางนี้..” หลินจินเซี่ยกล่าวไปพลางผา
กระทั่งแม้ในยามเอ่ยปากพูดคุยก็มีไอพูดแล
ุดหย่อน เหยียบย่ำไปที่ใดก็ทิ้งรอยเท้าม้าเอาไว้เป็นหลุมลึก ลำบากเพราะระยะทางนั้นถือว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ต้องสู้กับพายุห
งงานศพก็ยังคงดำเนินต่อไป หลังจากหลินจินเซี่ยนำทางใต้เท้าแห่งหน่วยอ
แนะนำตนเองเสียงเข้มว่า “คุณชายหลิน ท่านนี้คือนายกองร้อยเหอหลิงซี หัวหน้าของพวกเราและ
เซี่ยก็ลุกขึ้นประสานมือหันไปทางพวกเขาทั้งสามแล้วกล่าวน้ำเสียงให้ความเคารพ ยำเกรงแม้เพิ่งพบหน้
ซ่ของข้า ความจริงแล้วต่ำต้อยนักยังมีผู้ใดกล้าใช้แซ่เดียวกันกับข้าอีกห
มจริงแ
็ยิ่งดูหม่นหมองลง แต่สุดท้ายเขาก็ทอดถอนใจแล้วกลับมาเข้าเรื่องการส
นเราก็มาเข้าเรื่องเลยแล้วกันไม่ทราบว่าในคืนเกิ
ามกันว่า ‘พี่ใหญ่ต้องเหี้ยมหาญ ดุดันมิใช่หรือ แต่น
อลอยกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดวันเกิดเหตุ แน่นอนว่าคืนนั้นเป็นคืนเทศกาลแห่งความสุข ค
ต้องการให้ข้าออกไปเตร็ดเตร่เที่ยวเล่นข้างนอกนัก แต่เมื่อกลับมานึกอีกทีก็คิดว่าทุกครั้งที่ในเมืองจัดงานเทศกาลต่าง ๆ มากมายข้าก็ไม่เคยได้ออกไปไหน ครั้งนี้ท่านพ่อคงใจดีและเห็นใจข้าจึงสั่งให้ฝูจิ้น คอยติดตามข้าออกไป ซ้ำยังย้ำก
เกิดข้อสงสัย มีเพียงสตรีเท่านั้นที่ห้ามออกจากเรือน แต่คุ
วบนนภากว้างสีเทาดำกับดวงจันทร์เสี้ยวดวงหนึ่ง แล้วเล่าต่อไปว่า “ระหว่างที่ดอกไม้ไฟมากมายกำลังเบ่งบาน
ฟ้า หูของเขาได้ยินเสียงผู้คนโห่ร้องอึกทึกยินด
พาะในเมืองนี้เท่านั้น แต่ก็จะถูกนำไปบันทึกเพื่อให้เป็นประวัติเอาไว้ในหนังสือเกี่ยวกับสัญลักษณ์ที่ใช้ในแต่ละพื้นที่จึ
ันทีเพียงเพราะว่ามาทางทิศตะวันออกเท่านั้นน่
อย่างเดียวแน่นอนขอรับ แต่คุณชายสังหรณ์ใจตั้งแต่
ู้ว่า คุณชายผู้อ่อนโยนคนนี้เป็นคนช่างสังเกต สังเกตคำพูดของค
้เขาออกนอกเรือน “คุณชายหลินพอจะบอกได้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดบิดาของคุณชายถึงให้คุณชายอยู่แต่ในเรือ
กินไปทุกครั้งที่ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกหากไม่ได้คนกลับมา ก็มัก
ังคิดถึงตนเองตอนเป็นเด็ก หลินเซี่ยหยุดถอนหายใจยาวเล่าต่อไปอีกว่า “
ยสายตาเคลือบแคลง เอ่ยถามเสียงขรึมว่า “
แน่น เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ริมฝีปากล่างสั่นระริกเนินคางก็สั่นตามไปด้วย เขาเอ่ยเสี
ือไม่” นายกองร้อยเหอหลิงซีเอียงหน้าเล็กน้อ
ฝ่าย สองมือรวบกำแน่นกล่าวด
ศนัยก็ตวาดเสียงเข้มว่า “นี่คุณชายหลินดูท่าว่าเจ้าคงไม่อยากให้
ภอจะต้องบอกบางอย่างกับอีกฝ่ายอย่างแน่นอน และเขาก็แน่ใจมากว่าข้อม
ใจฟืดฟาดกลอกตามองอีกฝ่ายสีหน้าหงุดหงิดไม่พอใ
ใต้เท้ายอมรับปากข้าเรื่องหนึ่งล่ะก็ ข้าย่อม
เร็วแน่ และหากพวกเขาสามารถปิดคดีได้เร็วทั้งยังไม่มีข้อผิดพลาด ประโยชน์ไม่เพียงแต่จะเป็นของหลินจิน
โยชน์ทั้งสองฝ
ใดคุณชายลองว่ามา” นายกองร้อยเ
พิเรนทร์อย่างเช่นกระโดดเข้
เช่นนี้ก็เท่ากับว่าสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว “ให้ข้าร่วมสืบด้วย แม้ว่าตัวข้าไม่เป็นวรยุทธ์แต่พวกท่านเชื่อเถอะว่าข้าสามารถช่วยพวกท่านได้จ
่องสืบคดีมีอันตรายถึงชีวิตเชีย
ง ๆ นั่นแหละ แต่แล้วจู่ ๆ นายกองร้อยเหอหล
ดออกจากปากอีกฝ่ายแววตาก็พลันฉายกายแวววาวเปี่ยมด้
ไปจึงทำเช่นนั้นกับอีกฝ่าย อีกฝ่ายหลุบตามองที่มือของตนแต่มิคิดจะชักมือกลับ ลี่จื่อกับเจี้ยนซื่อนิ่วหน้าสบตากัน หลินจินเซี่ยสังเกตเห็นท่าทีของผู้ใต้บังคับบัญชาสองคนที่อยู่ก็รีบ
่ยปิดบังปร
กครั้งจากปากนายกองร้อยเหอหลิงซีหลินจินเซี่ยจึงจำเป็นต้องเอ่ยถามอ
ด็กไม่รู้จักโต ทำอย่างกับว่ากำลังร้องขอในสิ่งที่อยากได้กับ
จื่อรู้สึกหงุดหงิดเพราะความโยกโย้ของอีกฝ่ายไม่ได้จึงตวาดไปทีหนึ
้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ความจริงนายกองร้อยเหอหลิงซีก็มิใช่ไม่มีเหตุผล
ายหลินนัก เขาก็แค่บุตรชายของท่านนายอำเภอเท่านั้นหาใช่นายอำเภอเสียหน่อย ชายหนุ่มรูปงามหรือหญิงสาวหน้า