คดีฆาตกรรมสกุลหลิน
ังตั้งท่าอ้าปากเหมือนจะกล่าวบางอย่างจึงหยุดเล่าแล้วยกมือจุ๊ปากขึ้นห้าม คนเป็นหัวหน้ากระแอมไอออกมาทีหนึ่งก่อนตำหนิว่า “พวกเจ้าสองคนมิไ
ี่นี่เลยยังต้องฟังเขาพล่ามอะไรก็ไม่รู้หนำซ้ำยังมีข้อต่อรองโน่นนี่นั
ได้ยินองครักษ์เสื้อแพรที่ชื่อว่าลี่จื่อพูดตัดพ้อ จึงประสานมือกล่าว “หากใต้เท้
หารสองสามอย่างมาต้อนรับใต้เท้
นแน่เพียงแต่มีราชโองการอยู่กับตัว ย่อมต้องสืบคดีเป็นสำคัญ ดังนั้นคุณชายหลินอย่า
ารมาให้พวกเขาแทบน้ำลายไหล สองมือถูกันไปมา แต่ไม่คิดว่าผู้เป็นหัว
กของผู้อื่นโดยแท้..” เจี้ยนซื่อยกนิ้วโป้งให้แล้วกล่าวด้วยรอ
ข้อมูลพอที่จะทำให้ตามสืบได้อย่างแน่นอน” ห
ตามองไปทางผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งของเขา และคนคนนั้นก็ส่ายหน้าเล็กน้อยหากไม่สังเกตให้ดีก็จะมองไม่เห็นการ
นนั้นแม้เพียงครึ่งก้าวเลยหรือ?”
หนักแน่น “ไม่แม้เพีย
ิดเช่นนั้น” นายกองร้อยเห
ยใจแล้วเล่าต่อว่า “เรื่องที่ท่านพ่อบอกกับข้าก่อนสิ้นใจมีสองประโยค หนึ่งคือ
ื่อว่าอย่างไร?” เจี้ยนซื่อวางมื
วามเคลื่อนไหวของฝ่ายนั้นอย่างเงียบ ๆ และบังเอิญตอนที่เขาไปถึงก็บังเอิญยิ่งกว่าบังเอิญ คนของข้าแ
ผู้ช่วยนายอำเภอหากไม่กำลังถูกควบคุม ก็เป็นการสมรู้ร่วมคิดตั้งแต่
หลินจินเซ
่น่าเชื่อว่าจะเป็นเพียงบัณฑิตที่อ่านตำราคัดอักษรอยู่แต่ใน
อีกครั้ง.. รู้สึกว่านอกจากจะแตะต้องไม
เท่านั้น หากไม่ได้ท่านพ่อเอ่ยถึงชื่อของผู้ช่วยเกาข้าเองก
คงจงใจต้องการให้ท่านพ่อของข้ารอข้ากลับมาแล้วให้เขาพูดบางอย่างกับข้า และหลังจากนั้นพวกคนร้ายก็จะคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของข้าเผื่อว่าบ
รักษ์เสื้อแพรสองคนที่ยืนอ
ี่เหตุเกิดขึ้นจากคุณชายหลิน พวกเขาก็มองคุณชายหลินผู้นี้เปลี่ยนไปโดยเฉพาะลี่จื่อกับเจี
รั้งพร้อมกับอาหารสี่ถึงห้าอย่างนำไปวางที่โต๊ะใหญ่ที่สามา
องผู้เป็นเจ้าของต่างก็ส่งเสียงร้องดังระงมโครกคราก ทั้งสองคนมองผู้เป็น
อยนะขอรับ” ฝูจิ้นจัดอาหารขึ้นโต๊ะเรียบ
คว้าแขนเจี้ยนซื่อเดินไปที่โต๊ะอาหาร ความจริงนายกองร้อยเหอหลิงซีเองก็รู้สึกหิวแล้วเช่นกัน ถอนหายใจแล้วลุกขึ้นเตรียมจะ
สียว่าเป็นการเลี้ยงต้อนรับจากข้า” หลินจินเซ
บคุณชาย..” เขาลากน้ำเสียงสุดท้าย “คุณชาย
ยไปกินอาหารด้วยกัน แล้วหันไปสั่งเสียงเข้มกับผู้ใต้บังคับบัญชาสองคน
! กลับถูกจังหวะไปเสียได้ พวกเขาต่างทำหน้าเหลอหลา หลินจินเซี่ยถอนหายใจหากเ
ึ้น ผายมือออกไป
่ห้าอย่างสำเร็จ ความตึงเตรียดที่มีต่อกันก็ผ่อน
เหอหลิงซีจะไม่รู้ แน่นอนว่าเขารู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
น หลินจินเซี่ยนำทางนายกองร้อยเหอหลิงซีไปสำรวจตรวจสอบห้องหนังสือที่ผู้เป
ยเหอหลิงซีเอ่ยเสียงขรึม มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นเ
ียบตอบ “ได้สิ แต่ข้าหาม
ี่กองพะเนินอยู่บนโต๊ะรอบที่แล้วเขาไม่ได้หยิบขึ้นเปิดดูสักเล่ม ครั้งนี้เขาจึงไม่พลาดที่จะหยิบหนั
งร้อยเหอหลิงซีได้เอ่ยถามเขาว่า “ด้า
ปกติเลยขอรับ ทุกอย่างปกติมากร่องรอยการต่อสู้กิ่งไม้ พุ
ปเถอะ” เป็นหลินจินเซี่ยที่เป็นฝ่ายกล่าวขึ้น แล้วลุกขึ้
ถามด้วยสายตาว่า ‘ใต้เท้ามีสิ่งใดต้องการถามข้าหรือไม่ขอรับ’ นายก
าได้เดินสำรวจตามจุดต่าง ๆ ภายในห้อง และเขาก็พบของชิ้นหนึ่งตกหล่นวางอยู่บริเวณริ
สือด้วยกัน พวกเขาหันหน้าเข้าหากันขณะที่หลินจินเซี่ยกำลังขะมักเขม้นกับการตั้งใจเปิดหนังสือและตำราทุกเล่มตรงหน้
งหนึ่งช่างน่ามองยิ่งนัก.. นายกองร้อยเหอหลิงซ
งอย่างที่ตัวเขาเองก็ไม่แน่
้าม ทันทีที่นายกองร้อยเหอหลิงซีเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเงยหน้าขึ้นมาเขาก
?” หลินจินเซี่ยเอ่ยถ
ยกองร้อยเหอห
ที่คนร้ายอาจทำตกหล่นทิ้งเอาไว้ก็ไม่มีปร
ห้องนอนของพวกท่านดีหรือไ
งเสียงตอบผ่านลำคอ แล้วเดินตาม
กขวา ฝูจิ้นรู้ว่าพวกเขาทั้งสองคนจะต้องมาค้นหาหลักฐานในห้องนี้ต่อจา
สียงเรียบว่า “หากข้าเดาไม่ผิดห้องนี้คุณชายหลิ
ฐานแต่ยังเผลอนั่งหลับที่ริมหน้าต่างตรงนั้นอีกด้วย” เขาชี้ไปที่เก้าอี้เอนริมกำแพงหน้าต่างห้อง
วตาฉงนสงสัย ในใจยังทวนคำว่า ‘จุดที่น่าสงสัย
่ที่โต๊ะเล็กที่มีกระถางไม้ดอกตั้งอ
่านการสืบคดีที่มีทั้งยากและง่าย มามากมาย
ำเสียงฉงนสงสัย ก็แค่กระถางต้นไม้ “คุ
ยการขยับกระถางดอกไม้หมุนไปมาสองครั้ง แต่ทุกอย่างภายในห้องกลับไม่มีจุดใดมีการเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย หลินจิ