คดีฆาตกรรมสกุลหลิน
ด้วยสีหน้าฉงน หลินจินเซี่ยเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ผิดที่ท่านคิดน่ะถูกแล้วเพียงแต่กลไกนี้มิได
าวผิวขาวผ่องไปที่หยกทรงกลมสีขาวนวลกระจ่างเป็นมันวาวชั้นเลิศ
ิงซียังไม่เข้าใจอีกเช่นนั้นตำแหน่งนายกองร้อยกับประสบการ
างบนหยกเล็ก ๆ นั้นหรือไม่ แล้วท่านลองมองกลับไปที่กระถางนั่นอีกครั้งท่านเห็นรอยหยินบนกระถางหรือไม่?" กล่า
ู้ใดทำห้องลับนี้ขึ้น ที่แน่นหนาเพียงนี้แส
ตูห้องลับได้ถูกเปิดออก และชั้นวางของประดับตกแต่งที่มีควา
” หลินจินเซี่ยพยักพเ
ือนพื้นห้องทั่วไปแต่กลับมีบันไดเดินลงสู่ชั้นใต้ดิน นายกองร้อยเหอหลิงซีกวาดตา
งทุ้ม “เจ้ารู้เรื่องห้องลับนี้
อกว่าเขาจะเป็นคนเดินนำอยู่ด้านหน้า “ไม่ต้องห่วงข้าเชื่อว่าข้างล่างนี้คงไม่มีอันตรายอันใด หาก
ลิงซีสะบัดน้ำเสียงรำคาญ “ไปเลย! คอยตามอ
ไฟที่จุดเอาไว้ตลอดแนว” ทางลงที่พวกเดินมานั้นมีกระถางไฟที่จุดเอาไว้ในระยะถี่กันมา
ท้าของเขาก้าวพลาดจนเกือบตกบันไดหน้าคว่ำหกคะเมนตีลังกาลงไปดีที่มีร่างสูงโปร่ง กำยำของคนตรงหน้าช่วยขวางเอาไว้แต่ในเมื่อก้าวพลาดก็คือก้
จินเซี่ยร้องขึ
วคว้าตัวเขาเอาไว้ได้ทันเอ่ยเสีย
สียใจภายหลัง “คนเราก็ย่อมต้อ
แล้วดึงตัวเองกลับมายืนในท่าปกติ ดีที่การเคลื่อนไหว นายกองร้อยเหอห
า กัดฟันพูดว่า “ข้า
่ยมีสีหน้าเหยเก เท้าสั่นระริก เอ่ยเสียงสั่นว่า “สง..สงสัยข้าจะข้อเท้าแพลงเสียแล้ว ใต้เท้าท่านเดินนำไปก่อน
ซีถอนหายใจ แล้วกล่าวเสียงดุ “ยังจะมีหน
งซีกลับรู้สึกว่าช่วงเวลานี้ช่างมีค่ายิ่งนักสำหรับเขา ในที่สุดพวกเ
างกำยำ สวมชุดโต่วเผิงสีดำยืนทอดสายตามองท้อ
องเข้าไปดูมาแล้วจนแน่ใจว่าในห้องนั้นไม่หลงเห
สียงดังพึ่บพั่บราวกับมีชีวิต เปลวเทียนวูบไหวลู่เอนไปต
?” หญิงคนเดิมกล่าวขึ้นน้ำเสี
บหลัง สายตาจ้องเขม็งที่ร่างบอบบางของสตรีตรงหน้า หดดวงตาทั้งสองข้าง เขาขบฟันกรามอย่างอดทนแล้วกล่าวว่า “แต่คร
ด้วยสีหน้าไม่ยินยอม “ไม่ใช่ความผิดของข้า หา
่สุด หากพบเข้าชีวิตน้อย ๆ ของเขาที่เจ้าอยากปกป้อง
ียกว่า ‘พี่ใหญ่’ มีชื่อว่า ‘จางสุ่ย’ นางก็ค
จาวซวี่’ อายุสามสิบเก้าปี
บึ้งตึง “พี่ใหญ่ท่านพูดเช่นนั้นก็ไ
นั่นหากรู้ว่าเชื้อสายทางนี้เป็นโจรเจ้าคิดว่าเขาจะยอมรับว่
กลับมาตวัดสายตามองอีกฝ่ายที่เป็
้ผู้ใดหน้าไหนมาทำร้ายเขาได้อย่างแน่นอน จางสุ่ยถอนหายใจแล้วถ
ญชีต้องถูกซ่อนเอาไว้ที่ไหนสักที่ภายในจวนสกุลหลินานั่น
ุปกรณ์การขีดเขียนครบครัน มีชั้นวางตั้งอยู่ด้านหลังโต๊ะนั้น ตามแต่ละชั้นมิได้วางของประดับตกแต่งแต่อย่างใดล้วนโล่งเ
ะเสือกกระสนไปที่ใดได้อีก หลินจินเซี่ยขานรับ
กดัง ฟู่.. สองสามครั้งติดเพื่อไล่ฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามชั้น กดน้ำเสียงต่ำเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นว่า “แสดงว
้นระคนด้วยเสียงเศร้าหมอง นายกองร้อยเหอหลิงซีสัมผัสน้ำเสียง
ดอุโมงค์นี้ขึ้นมามิใช่บิดา ก็ต้องเป็นมารดา’ นายกองร้อยเหอหลิงซีสังเกต
ท่านคิดว่าจะเช่นใดจะสืบอย่างไรต่อ” หลินจินเซี่ยเอ
นไปข้างบน สิ่งที่จะสืบต่อไปเขาคิดได้เพียงอย่างเดียว และเป็นเรื่องที่ไม่อาจละเลยได้ในการสืบคดีก็คือชันสูต
ิดโลงซึ่งก็คือห้องที่ใช้เป็นห้องตั้งศพแต่เดิมนั่นเอ
ปล่อยคุณชายให้เป็นหน้าที่ของข้าน้อยเถิดขอรับ” กล่าวจบเขาก็เอามือข้างหนึ่งจับแขนคุณชายของเขาวางพาดที่ไ
ับผู้อื่นได้อย่างไรกัน” แม้คำกล่าวที่ฝูจิ้นกล่าวออกมาจะเป็นการแสดงความเป็นห่วงใยแต่ก็
ูกหาว่าคุณชายของเจ้าอ่อนแอถึงขั้นต้องมีคนคอยดูแลทุกฝีก้าวหรืออย่างไร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผู้อื่นดูแลข้าไม่ดี ต่างคนต่างก็มีหน้าที่ของตน ข้าก็แค่ก้าวเท้าลงบันไ
ินจินเซี่ยหมายถ
ให้ผู้ฟังคนอื่น ๆ เกิดความไม่พอใจได้ง่าย จุดนี้หลินจินเซี่ยตระหน
ยไปนั่งบนเก้าอี้ “คุณชายสั่งสอนได้ถูกต้อง..” แล้วหันไปทางองครักษ์เสื้อแพรทั้งสาม สองคนนั่งหน้าตึงจ้องมองเขาเขม็ง ส่วนนา
ดเมื่อครู่ก็แค่พูดจนติดปากเพราะเป็นห่วงคุณชาย ความปลอดภัยของคุณชายคือเรื่องที่ข้าต้องใส่ใจและให้ความสำคัญเป
จากองครักษ์เสื้อแพรได้ฟังคำขอโทษจากอีกฝ่ายอย่างจริงใจบวกกับถูกซื้อใ
วามปลอดภัยของผู้เป็นนายสำคัญยิ่งกว่าชีวิตตนเอง พวกเขาก็
เขาก็ดูจะเกิ
ี่ยเห็นคนขององครักษ์เสื้อแพรไม่เก็บคำพูดนั้นมาใส่ใจ เขาก็เอ่ยขึ้นสำทับอีก
..” ฝูจิ้น