คดีฆาตกรรมสกุลหลิน
ับที่หลินจินเซี่ยนั่งอยู่ ท่าทีเคร่งขรึม ลี่จื่่อกับเจี้
้องขอต่อไปนี้เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เ
” หลินจินเซี่ยฟังจากคำพูดของอีกฝ่ายก็รู้แล้วว่าเขาต้องก
ียงนี้ “ข้าก็แค่ต้องการจับพวกฆาตกรที่ฆ่าพ่อ แม่ข้ามารับโทษทัณฑ์ที่พวกมันก่อไว้โดยเร็วก็เ
ของเราที่หน่วยองครักษ์เสื้อแพรมาช่วยนำศพของท่านนายอำเภอ กับฮูหยินของท่านไปที่ห้องชันสูตร ออ.
รือน ควบม้าทะยานกลับไปยังหน่วยองครักษ์เ
ื่อไรคนของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรจะนำข่าวมาแจ้ง แต่รอตั้งแต่เช้ากระทั่งตกเย็น ชาวบ้านชาวเมืองทั่วทั้งเมืองหยางโจวต่างจุดโคมไฟขึ้นแขวนใต้ชายคาประตูบ้านทุกหลังหลินจินเซี่ยถึงได้ยอม เข้าบ้านด้วยสีหน้าหดหู
นหายใจแล้วถอนหายใจอีกอยู่หลายหนที่ใต้ต้นเหมยฮวาลานสวนด้านหน้า เสียงชายหนุ่มผู้หนึ่ง
่หรือไม่?” ตามมาด้วยเ
ทีกระฉับกระเฉงชะเง้อคอมองไปที่ประตูรอคอยฝูจิ้นเปิดประตูออกอย่างรวดเร็ว นั่นยิ่งทำให้
งหน่วยองครักษ์เสื้อแพรนำข่าวเรื่อง
ไม่ได้มองคนที่ยืนเปิดประตูอยู่ตรงหน้า แต่มองเข้าไ
าไปข้างในอย่างในรวดเร็ว ช่างสมกับเป็นคนของหน่วยองครักษ์
ี่ยจ้องมองอีกฝ่ายตาปริบ ๆ สีหน้าตื่นเต้นแต่รอฟังข่าวจากอีกฝ่ายอย่างต
วก็พลอยตื่นเต้นตามไปด
บ” เจี้ยนซื่อก
ป หลินจินเซี่ยจำต้องหันไปตะโกนบอกบ่าวรับใช้ให้อยู
แต่ยืนจ้องมองคุณชายของตนพลิกกายขึ้นนั่งบนหลังม้าซ
พรในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อด้วยซ้ำ เจี้ยนซื่อคว้าข้อมือหลินจิน
องเห็นกลุ่มควันสีขาวลอยเหนือพื้นขึ้นมาประมาณตาตุ่ม เมื่อมองลึก
ต้บังคับบัญชาที่กำข้อมืออีกฝ่ายด้วยสีหน้าถมึงทึง แต่ไหนเลยผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาผู้นั้นจะรู้ความหมายของการจ้องมองด้วยส
างนี้” นายกองร้อยเหอหลิงซียืนอ
่มีทางที่นายกองร้อยเหอหลิงซีจะเชิญเขามาด้วยตัวเองเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจชักช้
ยขึ้น “เห็น ๆ อยู่ว่าศพของท่านนายอำเภอ และฮูหยินของเขาต่างถูกสังหารด้วยการปาดคอเพียงที่เดียวแ
ปเอ่ยว่า “ท่าน
งเท่าใดนัก นั่นเพราะคนที่มาจากเมืองหลวงมักวางท่าไม่เกรงกลัวผู้ใด วางอ
อคำรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาเพียงอย่างเดียว เขาเห็นการทำงานที่ตรวจสอบศพแบบขอไปทีของผู้ชันสูตรศพจึงลงมือตรวจสอบด้วยตนเองอย่า
็เป็นไปตามที่ผู้ชันสูตรศพสรุป นั่นก็ยิ่งทำให้ผู้ชันสูตรศพมองนายกองร้อยเหอหลิงซีด้วยสายตาอวดดีประหนึ่งว่า ‘ผลการตรวจสอบของท่
นหน้าออกไปหาทุกคน ในใจเขาคิดอยากหยิบของที่เขาเก็บได้จากห้องหนังสือออกมาดูเพื่อยืนยันความมั่นใจของตน ดังนั
เขาหลับตาลงผ่อนลมหายใจยืดยาวออกมาในใจอดคิดไม่ได้ว่า หรือว่าผู้ที่ลงมือสังหารนายอำเภอหลินอันก็คือฮู
ี่ยสวมใส่เป็นประจำแทบจะไม่เคยเปลี่ยนเป็นชิ้นอื่นเลยตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน เมื่อได้มาเห็นอีกครั้งแม้ว่าเขาจะจำไม่ได
รดาหลินจินเซี่ยไม่ผิดแน่ ทว่าเรื่องพวกน
องร้อยเหอหลิงซีกลับหันไปอีกทางซึ่งเป็นแท่นน้
ะทำอะไรกันแน่ นายกองร้อยเหอหลิงซียื่นมือไปแตะหลังใบหูของศพแล้วค่อย ๆ ไล่ไปเรื่อย ๆ กระท
ือแล้วหันหน้ามองไปทางหลินจินเซี่ย “คุณ
็ยังเตี้ยกว่าอีกฝ่ายอยู่หนึ่งช่วงศีรษะแม้มองจากด้านหลังก็ยังงดงาม จึงบดบังสายตาการมองเห็นของคนอื่น ๆ ไ
พยักหน้า หลินจินเซี่ยจึงยื่นนิ้วมือที่สั่นระริกเพราะความหวาดหวั่นไปแตะตามรอย
ที่กำลังลอกเปิดออกเป็นแผ่น ๆ ใต้คาง นิ้วมือของเขาก็พลันหยุดชะงักไปครู่หนึ่งหันไปมองหน้าอีกฝ่ายก่อนจะคลำต่อ นายกองร้อยเ
ฝ่าย แล้วเอ่ยถามเสียงแผ่วแล
พบอะไร และคุยอะไรกัน โดยเฉพาะผู้ชันสูตรศพผู้น
อกสนใจใคร่รู้เป็นพิเศษ หึ..ลี่จื่อรู้สึกหมั่นไส้คนผู้นี้อยู่แล้ว จึงเหลือบมอ
นเวลาเดียวกัน เขาจึงกลอกตาไปมา กล่าวน้ำเสียงละล่ำละลักว่า “ข้า..ข้าก็อยา
ยนซื่อกล่าวด้วยสีหน้
ยกันลอกผิวหนังที่พวกเขาคิดว่าเป็นผิวหนังที่ตายแล้วออก แต่ลอกเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักทีกลับยิ่งลุกลามขึ้นไปเรื่อย ๆ กระ
ห้ลี่จื่อกับเจี้ยนซื่อมาทำต่อเถอะ
ฉานมั่นอกมั่นใจว่า “ท่านเอาอะไรมาพูด
ม่เป็นส่ำ เขาอยากรู้ค
ด้เริ่มลงมือลอกผิวหนังนั้นออกทีละนิดกระทั่งความจริงค่อย ๆ ปรากฏเด่นชัดขึ้น แม้จะเห็นเพียงใบหน้าครึ่งล่างหลังจากลอกผิวหนังอ
อ่ยถามย้ำอีกครั้งเพราะยังเหลือส่วนที่ยังไ
ู้ได้อย่างไรว่าศพนี้คือศพของใคร จะสืบหาตัวตนที่แท้จริงของศพได้อย่างไร ตอนนี้คดีถูกแยกออกไปสองทางแล้ว ท
อยู่ที่ใด? หรือนางยังไม่ตาย! ท