คดีฆาตกรรมสกุลหลิน
เมืองหยางโจวไปช่วยสืบ ส่วนพวกข้าก็ยังคงต้องทำตามราชโองการนั่นคือส
ของบุคคลอันเป็นที่รักได้บ้างแล้วก็ตาม แต่เรื่องนี้มันเก
อำเภอหลินอันมิได้มีปัญหาอะไร ปัญหาติดอยู่ที่ศพของฮูหยินของเขาที่เป็นตัวปลอม ในเมี่อจำเป็นต้องเก็บศพเอาไว้เป็นหลักฐานก็ย่อมต้องเก็บไว้ทั้
ัง นายกองร้อยเหอหลิงซีสั่งงานผู้ใต้บังคับบัญชาเสร็จจึงพาทุกคนออกจากเรือนเก็บศพและประตูด้านหน้าก็ถูกนายกองร้อ
ออกมาแล้ว หน่วยองครักษ์เสื้อแพรทำงานล้วนว่องไวเสมอ เวลา
วบนร่างแต่ลมในฤดูหนาวนั้นเย็นมากจริง ๆ แม้หิมะมิได้ตกลงมาแต่ก็สามารถทำให้ร่างกายสั่นสะท้านได
เบาบาง “แม้จะยังไม่ถึงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน แต่คืนนี้ลมหนาวพัดแรงเกินไปอาจกระทบต่อสุขภาพของค
อบด้วยน้ำเสียงขมขื่นพร้อมประสานมือโค้งเอวเล็กน้อย “ขอบคุณใต้เท้
เช่นนี้ยังจะห่วงผู้อื่นมากกว่าตนเอง เป็นเช่นนี้ตั้งแต่เล็กไม่เป
ของตน ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวอีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นมาแตะหลังมือนายกองร
งของอีกฝ่ายมีศาลานักเล่นอยู่หลังหนึ่งจึง
ืนหนึ่งข้าออกไปดื่มฉลองที่พี่ปิงสอบบัณฑิตฉิ่วไซได้ คืนนั้นข้าดื่มหนักไปหน่อยก็เลยเมากลับบ้านไม่ไหว พี่ปิงจึงแบกข้าไปนอนที่ห้องของเขา” หลินจินเซี่ยนึกย้อนกลั
ับเอาไว้ เขากลืนน้ำลายอึกหนึ่งลงท้อง คำว่า ‘ไม่ได้นอนดี ๆ เลยสักคน’ มันหมายความว่ายังไงกันแน่! นายกองร้อยเหอหล
ยทั้งคืน แต่หากเปลี่ยนเป็นห้องนอนของตนเองต่อให้เมามายสักแค่ไหนข้าก็จะหลับราวกับคนตายเลยทีเดียว คืนนี้ก็เช่นกันข้าเกรงว่าจะทำให้ใต้เท้าเหอพลอยลำบากไปด้
ีหลบเลี่ยงที่
ลิงซีเอ่ยขึ้นพร้อมสืบเท้าขึ้นหน้าสองก้าวย่าง เอ่ยต่อเสียงเร
มันไม่ดูแปลกไปหน่อยหรือ?” หลินจิ
องข้างทำให้น่ามองยิ่งกว่าเดิมขึ้นไปอีก กอปรกับยิ่งเมื่อมีแสงจันทร์ส่องแสงลงมาอาบไล้ดวงหน้าขาวผ่องของอีกฝ่ายทำให้หัวใจของนายกองร
้ามิใช่ทหาร และใต้เท้าท่านก็ม
รือนพักที่นายกองร้อยเหอหลิงซีพักเป็นเรือนขนาดใหญ่สามารถพักได้หลายคนไม่ต่างจาก
ความตกตะลึง “ใต้เท้าเหอ..เรือนพ
ยิ่งกว่ายากครู่หนึ่งก็หายไป เขาผายมือเชิญอีกฝ่าย
้น “พี่ใหญ่! พี่ใหญ่กลับมาแล้ว..” เสียงนี้มิได้พูดกับนายกองร้อยเหอห
’ พวกเขาหมายถึงนายกองร้อยเหอหลิงซีหน้าตึงคนนี้หรือ คำว่า ‘พี
มีลักษณะน่าจะอายุน้อยกว่าหลินจินเซี่ยด้วยซ้ำ วิ่งเข้ามาประสานมือร
เด็กหนุ่มคนนั้นไปรอเขาที่ห้องประชุม
คนอื่นอยู่ได้ยินผู้บังคับบัญชาเรียกชื่อตนก็หยุดคุย แล้
็จธุระแล้วเดี๋ยวข้าตามไป” นายกองร้อยเหอหลิงซี
องมาก หลินจินเซี่ยนึกภาพท่าทางดุดัน น่าเกรงขามเมื่อแรกพบกับนายกองร้อยเหอหลิงซีกับลี่จื่อ และเจี้ยนซื่อที่บ้านขึ้นมาก็ย
ที่มักจะลอบมองมาทางตนจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เ
เพียงลูกน้องในหน่วยทั่วไปเท่านั้น” ล่ายเสวี่ยกล่าวด้วยรอ
การที่คนคนหนึ่งจะเข้ามาทำงานในหน่วยองครักษ์เสื้อแพรได้ความสามารถย่อมต้องมิใช่ธรรมดาแน่! “มีเรื่องอะไรอย
้อมค้อม กระทั่งพวกเขาเดินมาถึงหน้าห้องห้องหนึ่ง “คุ
หนี่งชุด และโต๊ะสำหรับนั่งเขียนหนังสือเท่านั้น หลินจินเซี่ยกวาดตาม
บมิใช่น้ำเสียงของล่ายเสวี่ย หากแต่เป็นน
งแต่เมื่อใด” หลินจินเ
ปบอกล่าวกับยเสวี่ยว่า “
ี่ยได้อยู่กันตามลำพังกับนายกองร้อยเหอหลิงซีในห้อง ระหว่าง
นายกองร้อยเหอห
มขึ้นมาทั้งที่เขามิได้หันมามองตนเลยแม้แต่น้อยด้ว
รักษ์เสื้อแพรนั้นมิใช่เรื่องง่าย ไม่เพียงต้องมีวรยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม ไหวพริบปฏิภาณยังต้องด
จินเซี่ยกล่าว เดิมทีเขาคิดว่าจะถามเรื่องที่ล่ายเสวี่ยบอกเล่ามา แต่คิดไปคิดว่านั่นมันก็
น้ำชา “เมื่อครู่ข้าได้รับข่าวความคืบหน้าเพิ่มเติมจากที่ฝูจิ้นไปส
ังให้ความสนใจแล้วไม่อยากฟังกัน แน่นอนว่าหลินจินเซ
่นอน” หลินจินเซี่ยกล่าวอย่างกระตือรือร้นและให้ความสนใจอ
งคับบัญชาในสังกัดกองปราบฝ่ายเหนือที่อยู่ในเมืองหยางโจวให้ออกไปสืบและคอยเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของมือขวาผู้
ป็นต้องเล่าให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องในการสืบคดีฟัง ทว่าเรื่องความน่าสงสัยเกี่ยวกับมู่เฟยหรือก็คือผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้ช่ว
พูดที่ได้ลั่นวาจารั
ปราบฝ่ายเหนือไม่น้อยจริง ๆ แต่การให้อีกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมนั้นย่อมต้องมีขีดจำกัดอย่าง