icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

บัลลังก์ไอยคุปต์

บทที่ 8 ‘หมอวิเศษ’

จำนวนคำ:1471    |    อัปเดตเมื่อ:16/01/2022

แล้วเดินออกมาอย่างรู้ดีว่าระหว่างการรักษาทั้งท่านปู่เลจูและอังค์เนส ต้องการสมาธิอย่างสูงมิต้องการให้ผู้ใดมารบกวน แต่เมื

บหน้างดงามนัก เขารู้ด้วยสัญชาตญาณว่าชายผู้นี้ไม่ใช่คน

ันแล้ว” ใบหน้างดงามนั้นเผยยิ้ม

เป็นกังวล” ดังชีปร

งฉงน “ท่านหมายถึงเด็กหนุ่มที่ช

กหน้าอย่างประเมินสถานการณ์ “ใช

ยิ้มแต่แสร้งทำเป็นยอมรับ

ให้ได้เรียนรู้วิชาแพทย์” ดังชีแสดงท่าทางปกป้องอังค์เนสทัน

ใช่ไหม” ชายหนุ่มถามขณะเดินตามซึ่งเข

ันมาทำอาหารเลี้ยงคนเจ็บที่โรงหมอแห่งนี้ คล้ายกับธรรมเนียมปฏิบัติของหมู่บ้านแห่งการรักษาแห่งนี

ค” ชายหนุ่มเอ่ยถามเบาๆ และยิ้มตอบไมตร

ยหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างเขา “แต่จากเมื่อครู่คล้ายว่า หนุ่มน้อยอังค์เนสทำตัวเ

่นพลางโปรยยิ้มหวาน “ความรู้ของท่านหมอเลจูถ่ายทอดให้อังค์เนสจนหมดสิ้นแล้ว

ังชีปราบเ

วผิวเข้มเส้นผมหยิกฟูทั้งศีรษะสะบัดหน้าหนี

ชายหนุ่มยิ้มอย่างเข้าใจมากขึ้น “ทว่าใ

นอาหารของเจ้าซะ แล้วข้าจะมา

จากพระโอษฐ์ของเจ้าชายเนเฟอร์เคเร โอรสแห่งฟาโรห์เตติ พระองค์ประทับเสวยพ

หนึ่งราตรีหรือ?” ติตี้เบียดอกอวบของตนเข้

รี? คงเป็

โกรธแค้นที่ถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำร้ายได้แต่

บว่ามีคนเป็นเ

งค์เนสทำตัวแปลกประหลาดอยู่บ้างแต่ฝีมื

อังค์เนสเป็น

ผยเสียงดังกว่าก่อนเอ่ยตอบ “สำหรับดังชีแล้ว เขาต้องการให้อังค์เนสเป็นหนุ

าบกำมะหยี่นั่นยังตรึงในความรู้สึกของเจ้าชายเนเฟอร์เคเร ความลับเล็ก

กผ่อนก่อนเถิดทาง

าดออกคำสั่งของปู่เรอะ”น้ำเสียง

ารห่วงใยของข

ลายขนานที่ประเคนเข้าใส่เพื่อรักษาอาการที่เขาเป็น “นี่เป็นอาก

ูยิ้มพึ่งใจในความชาญฉลาดที่วิเ

ารับ “ทว่าเมื่อไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง นอกจากเชื้อโรคจะกระจายเข้า

วอังค์เนส” เลจูพยักหน้ารับพรางล้า

รที่เป็นอยู่ไม่อาจทำลายเชื้อโรค

ยของเชื้อโรคนั้นมาจากทา

ี่ติดเชื้อหรือปนเปื้อนเชื้อจากอุจจาระของผู้ป่วยหรื

เปิดรับโบนัส

เปิด
บัลลังก์ไอยคุปต์
บัลลังก์ไอยคุปต์
“ปฐมบทความรักของฟาโรห์หนุ่ม 'ปรารถนาแห่งฟาโรห์' 'ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์' และ 'ทาสรักลำน้ำไนล์' หญิงสาวเกิดมาพร้อมกับกับคำทำนาย 'หนึ่งสตรีงามล้ำแบ่งแยกแผ่นดินเป็นสอง' ทว่าทุกสิ่งถูกลิขิตไว้แล้วไม่อาจมีใครเปลี่ยนแปลงได้ เพราะมันคือโชคชะตาที่สองดวงใจต้องเผชิญ!. ปรารถนาแห่งฟาโรห์ : 'อังค์เนส' ซ่อนความงามของตนเองไว้ในคราบของหนุ่มน้อย เพียงเพื่อหลีกโชคชะตาที่จะนำพาความวุ่นวายมาสู่ชีวิต สำหรับ เจ้าชายเนเฟอร์คาเร นั้น 'ขึ้นชื่อสตรีแล้วก็ไม่ต่างจากงูพิษ สิ่งมีชีวิตที่ห้ามไว้ใจเด็ดขาด!' หากผู้ใดที่ทำให้เจ้าชายเนเฟอร์คาเรทรงไม่พอพระทัย ชีวิตของผู้นั้นก็ไม่ต่างจากมดปลวกที่จะกำจัดทิ้งอย่างง่ายดายเมื่อโชคชะตากำหนดให้พระโอรสต่างมารดาแห่งอียิปต์ ระหว่าง เจ้าชายเนเฟอร์คาเรผู้เป็นเชษฐา และ เจ้าชายอูเซอร์คาเร-อนุชา ต้องแก่งแย่งแข่งขันเพื่อได้มาซึ่งบัลลังก์ทองคำและนางอันเป็นที่รักจึงอุบัติขึ้น คำนายเมื่อสิบห้าปีก่อนจึงเป็นจริงขึ้นมา 'หนึ่งสตรีงามล้ำแบ่งแยกแผ่นดินเป็นสอง' ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ : อูเซอร์คาเร เพลิงแค้นที่สุ่มใจ ทำให้เขาต้องกลับมาเพื่อทวงคืนทุกสิ่งในบัลลังก์แห่งไอยคุปต์! ไฟริษยาและชิงชังที่เผ้าไหม้จิตใจ 'เจ้าชายอูเซอร์คาเร'ที่แม้จะถูกปลดฐานันดรศักดิ์เป็นเพียงสามัญชนและความพยายามที่จะเอาชนะ ฟาโรห์เนเฟอร์คาเรเพื่อได้ครอบครอง 'อังค์เนส'นางอันเป็นที่รัก จนกระทำการอันไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมจนแผ่นดินแห่งอียิปต์ร้องร้อนระอุอีกครั้งเพราะศึกสายโลหิต อังค์เนสจะทำเช่นไรเมื่อรู้ตัวว่าเป็นต้นเหตุอันจะเป็นฉนวนแห่งมหาสงครามระหว่างสายเลือด หาก 'ความรักชนะทุกสิ่ง' หญิงสาวก็ปรารถนาจะใช้ความรักก็สลายม่านหมอกแห่งความชิงชังในใจให้จงได้ แม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยลมหายใจของเธอก็ตาม มีเพียงหยาดฝนแห่งรักเท่านั้นที่จะมิให้แผ่นดินอียิปต์ลุกเป็นไฟ! ทาสรักลำน้ำไนล์ : 'เมอริอาร์' มีชีวิตเพื่อที่จะได้แก้แค้นให้ 'เซราเนีย' พี่สาวคนเดียวของเธอ ซึ่งยอมตายเพื่อบุรุษที่ไม่เคยเห็นคุณค่าในความรัก เพียงแค่ปักกริชลงที่กลางหัวใจชายโฉดผู้นี้เท่านั้น! ความแค้นทั้งหมดทั้งมวลที่สะสมมานานกว่า 5 ปี ก็จะสลายไปสิ้น! 'อูเซอร์คาเร' แม่ทัพหนุ่มแห่งอียิปต์ ผู้ตรอมตรมกับค่ำคืนที่เต็มไปด้วยฝันร้ายถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวงโดยด่วนตามพระบัญชาของฟาโรห์เนเฟอร์คาเรผู้เป็นพระเชษฐา เขาไม่เคยคิดว่าจะได้รับของขวัญเป็นหญิงสาวแสนงามและเป็นผู้เดียวกับที่กล้าหาญใช้กริชแทงเขาเพื่อแก้แค้นให้พี่สาวของตนเขายอมรับเมอริอาร์มาเป็นภรรยาเพราะรู้สึกผิดกับความตายของเซราเนีย แต่เมื่อเมื่อความรักได้เข้าครอบครองหัวใจเขาก็รู้สึกถึงสิ่งทีเรียกว่า 'รักแท้' เขายอมทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องหญิงสาวผู้เป็นที่รักแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็ยินดี 'ตราบใดที่ข้ายังหายใจความรักของข้าจะเป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว'.”