icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

สิ้นสุดรักร้าย: การเกิดใหม่ของหญิงที่ถูกลืม

บทที่ 4 

จำนวนคำ:637    |    อัปเดตเมื่อ:วันนี้16:00

งของอ

ีกคันก็ส่งเสียงเอี๊ยดเบรกจอดลงข้าง

มองผ่านฉันไป ใบหน้าของเขาปรากฏเ

่งสว่างไสวด้วยแสงจันทร์อันเย็นเยียบ เซราฟินาก

ีกแล้ว!” เธอร้องออกมา เสียงของเธอดังก้

เธอก็ก

มาข้างนอกกรีดร้อง ดันเต้ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ–เสียงแห่งความต

มันเป็นแม่น้ำที่ลึก ใช่แล้ว แต่สำหรับคนที่ได้รับการฝึกฝนเพื่อเอาชีว

ารุมล้อมริมฝั่งแม่น้ำ ดึงตัวเซราฟินาที่ตัวสั่นเท

ู่ตามลำพังบนยอดหน้าผา ในความวุ่นวายของละครที่จัด

ในใจ เด็กหนุ่มที่ฉันเคยรัก เด็กหนุ่มที่เคยสัญญาว่าจะปกป้องฉัน ได้จาก

ร้อมกับนับเวลา

ทั้งตระกูลหมกมุ่นอยู่กับการฟื้นตัวตามที่กล่าวอ้า

งใหญ่ คำประกาศอย่างเป็นทางการที่เขี

แทนหนี้ชีวิตที่เกิดขึ้น ดอน ดันเต้ วอลค

้อน มันคือการปลดเปลื้องสิทธิตามกำเนิดของฉันต่อ

เปิดรับโบนัส

เปิด
สิ้นสุดรักร้าย: การเกิดใหม่ของหญิงที่ถูกลืม
สิ้นสุดรักร้าย: การเกิดใหม่ของหญิงที่ถูกลืม
“ฉันยอมรับโทษจำคุกเจ็ดปีในเรือนจำลับใต้ดินเพื่อรับผิดแทน "เซราฟินา" พี่สาวบุญธรรมที่พ่อแม่รับมาเลี้ยง ในวันที่ฉันถูกปล่อยตัว ดันเต้ คู่หมั้นของฉันและดอนแห่งตระกูลมาเฟีย มารับฉันกลับไป แต่เขาไม่ได้มาเพื่อชดเชย เขาผลักฉันเข้าไปอยู่ในเพิงพักซอมซ่อ เพื่อซ่อนความอัปยศอย่างฉันไม่ให้ใครเห็น และเตรียมจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่กับเธอ ตลอดเจ็ดปีในนรก ฉันถูกผู้คุมรุมซ้อมจนกระดูกผิดรูปและถูกวางยาพิษจนไตวายเรื้อรัง แต่เมื่อกลับมา พ่อแม่แท้ๆ กลับมองฉันเป็นขยะ พวกเขาและดันเต้บังคับให้ฉันไปปรากฏตัวเพื่ออวยพรงานแต่งให้เซราฟินา พวกเขายืนหัวเราะเยาะและด่าทอฉันด้วยภาษาถิ่นโบราณ โดยคิดว่าฉันฟังไม่ออก "หล่อนนำความอับอายมาสู่ตระกูล เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เลวร้ายจริงๆ" คำพูดของแม่แท้ๆ ทำให้ฉันตาสว่าง ในที่สุดฉันก็เข้าใจว่า นรกเจ็ดปีของฉันไม่ใช่ความบังเอิญ แต่พวกเขาทุกคนรู้เห็นเป็นใจ และจงใจส่งฉันไปตายอย่างทรมานเพื่อปกป้องชีวิตอันสมบูรณ์แบบของลูกสาวจอมปลอม ความรักและความผูกพันพังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี ฉันตัดสินใจทิ้งรายงานทางการแพทย์และสมุดบันทึกที่แฉความจริงทั้งหมดไว้บนเตียง ก่อนจะตอบรับข้อความช่วยเหลือจากกลุ่มอำนาจทางเหนือ อาเรียแห่งตระกูลวอลคอฟได้ตายไปแล้วตั้งแต่วันนี้ และฉันจะไม่มีวันหันหลังกลับไปมองพวกเขาร้องไห้คร่ำครวญอย่างเสียสติอีกเป็นอันขาด”