icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

ซาตานตีตราแค้น

บทที่ 6 ยิ่งใกล้ยิ่งหวั่นไหว

จำนวนคำ:1344    |    อัปเดตเมื่อ:16/01/2022

ธีระจึงพลอยขยับไปนั่งด้วยสมาชิกบนโต

ั้นล่างก่อนใคร ครั้นพอหันไปเห็นว่ามัดไหมยืนอยู่ข้างๆ แม่พิศ ก็นึกอยากจะเอ่ยทัก แต่ก็จำต้องสงบค

มีดและส้อมเพื่อเตรียมจะหั่นไส้กรอก แต่ยังไม่ทันได้เ

ซะก่อนสิ จะไ

งด้วยความประหม่าและแปลกใจ ที่จู่ๆ อ

นะครับแม่พิศ ดื่มแต่น้ำส้ม เสาวรสคงจะเบื่

คิดว่าเจ้านายของตนคงจะชอบเสาวรสเข้าใ

ส่วนมัดไหมกลับไม่ค่อยไว้ใจในท่าทีของคนร้ายกาจนั่นเท่าไหร่ เขาทำตัวเป็นผู้ชายแสนดีต่อหน้าเสาวรส ทว่

ไปศึกษางานในบริษัทนะเสาวรส” อัทธ์เอ่ยขึ้

ล่ะคะค

ีมีอะไรบ้าง เธอก็ควรจะรู้เอาไว้สิ เผื่อฉันเป็นอะไรขึ้นมา ท

้ตั้งตัว แต่เสาวรสก็ไม่

พร้อม ถ้าอยากได้เสื้อผ้าเพิ่ม

อแล้วค่ะ รสยังใส่ไม่หมด

อาไว้ขับไปไหนมาไหนบ้าง บ่ายๆ จะให้คนเอาแบบมาให้เลือก อยากได้คันไหนก็บอกเขา” อัทธ์บอกแบบเปย์สำหรับว่าที่ภ

บคุณ

มีอำนาจมากที่สุดในบ้านหันไปพยักหน้ากับน้องชา

งรอจนกระทั่งมัดไหมเก็บโต๊ะล้างจานเสร็จ

่ยถามหลังจากเข้ามาอยู่ในห้องนอนที่กว้างข

็นตายเลย

่าจะเป็นคุณมัดมากกว่านะคะ คุณอัทธ์เองก็ไม่ได้เ

คนนั้นอาจจะแค่สร้างภาพให้พี่รสหลงเชื่อว่าเข

าอยากเรียนหนังสือให้จบก่อน” เสาวรสเสนอความคิดเมื่อรู้สึกว่าเรื่องมันชักจะเริ่มบานปลาย อัทธ์ด

นว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ แล้วมัดจะบอกเขาเอ

ัทธ์จะไม่โกรธและจ

งตัวเองเอาไว้ได้ จริงอย่างที่ธีระบอกว่าผู้ชายอย่างอัทธ์ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนอยากวิ่งหนี มีแต่อยากอยู่ใกล้ แต่หล่

ำนาจ ชอบออกคำสั่งจนใครๆ ก็หงอไปหมด ขนา

องชายแท้ๆ ของคุณอ

มัดไหมย่นคิ้วอย่างแปลกใจเ

ะคุณธีจากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้ามาเลี้ยงคู่กับคุณอัทธ์ ตอนนั้นค

ไปรู้มา

ป็นคนบอก

พึมพำเบาๆ อย่างพอจะเข้

เปิดรับโบนัส

เปิด
ซาตานตีตราแค้น
ซาตานตีตราแค้น
“เมื่อ 'เจ้าสาวตัวจริง' คิดคดไม่รักษาสัญญาที่เคยให้กันไว้ ด้วยการส่ง 'เจ้าสาวตัวปลอม' มาเป็นตัวตายตัวแทน คนไม่โง่และไม่เคยยอมให้ใครลบคมง่ายๆ อย่าง 'อัทธ์ อัฐเสนา' จึงต้องดัดสันดานคนขี้โกงให้หลาบจำ ในเมื่อรังเกียจและเจ้าเล่ห์กันนักก็เอา 'ความแค้น' ไปแทน 'หัวใจ' แล้วกัน >>อัทธ์ อัฐเสนา<< ผู้ชายไทยวัย ๓๒ ชื่อไทยแท้ แต่สายเลือดของเขามีเลือดของแม่ชาวเวเนซุเอลาปนอยู่ครึ่งหนึ่ง เขาไม่เคยยอมเสียเปรียบใคร เมื่อรู้ว่าลูกน้องของพ่อคิดคดโกงแล้วเชิดเงินหนีไปอย่างลอยนวล เขาจึงไล่ล่าและจับทำสัญญาชดใช้หนี้พร้อมกับจ่ายดอกเบี้ย เพื่อแลกกับการไม่ลากเข้าคุก แต่ลูกสาวคนโกงกลับตอบแทนความใจดีของเขาด้วยการหลอกลวง >>มัดไหม<< เด็กสาววัย ๑๙ กำลังจะได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย แต่ผู้เป็นบิดากลับมาด่วนจากไป พร้อมกับทิ้งภาระอันแสนหนักอึ้งไว้ให้เด็กกำพร้าตัวเล็กๆ ต้องเผชิญ เมื่อหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ มัดไหมจำต้องใช้วิธี 'หลอกลวง' ผู้เป็นเจ้าหนี้และว่าที่เจ้าบ่าว ด้วยการส่งตัวพี่สาวคนสนิทไปทำหน้าที่แทน โดยไม่รู้เลยว่าผลของการกระทำครั้งนั้นจะทำให้ชีวิตของตัวเองตกที่นั่งลำบากยิ่งกว่าเดิม >>เสาวรส<< น้ำตาและเสียงสะอื้นอันบาดใจของ คนที่รักเหมือนน้องสาว ทำให้หล่อนต้องเสียสละตัวเองเพื่อตอบแทนบุญคุณของครอบครัวมัดไหม โดยการมารับบทบาทเจ้าสาวตัวปลอมของอัทธ์ แต่เขาไม่ได้เป็นปิศาจร้ายอย่างที่คิด เสน่ห์ของเขาสั่นคลอนหัวใจของหล่อน ยิ่งใกล้ก็ยิ่งหวั่นไหว แต่จะทำเช่นไร ในเมื่อรู้ตัวเองดีว่าไม่ใช่เจ้าสาวตัวจริงของเขา >>ธีระ<< เขาเติบโตมาภายใต้ร่มเงาของอัทธ์ อัทธ์เป็นทั้งพี่ชายและผู้มีพระคุณ แต่เขากลับรักคนที่ไม่ควรรักซึ่งอยู่ใกล้เกินเอื้อม สาวน้อยยกมือขึ้นกอดอกและทอดสายตาขึ้นมองท้องฟ้าในคืนเดือนแรมอย่างหนาวเหน็บเช่นเดียวกับคืนที่ได้รู้ว่าเสาวรสกับอัทธ์กำลังจะแต่งงานกัน หล่อนพยายามปล่อยตัวปล่อยใจและสลัดทิ้งความเศร้าสร้อยออกไปจากหัวใจ ทว่ามันก็ไม่สำเร็จเลยแม้แต่เสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยวูบโหวง เจ็บในอกลึกๆ ขอบตาร้อนผ่าว และน้ำใสๆ ในนั้นก็กำลังจะกลั่นออกมา หากว่าไม่มีอ้อมแขนของใครคนหนึ่งสอดมาจากด้านหลังพร้อมๆ กับที่สัมผัสอุ่นๆ ที่กดลงบนซอกคอของหล่อน "อยู่นี่เองตามหาซะทั่วเลย" เสียงทุ้มคุ้นหูรำพึงขึ้นที่ข้างหูพร้อมด้วยสัมผัสหยอกเย้าคลอเคลียที่เริ่มจะหนักขึ้นๆ "ปล่อยค่ะคุณอัทธ์" "ไม่ปล่อย...ฉันคิดถึงเธอจะตายอยู่แล้ว รู้หรือเปล่ามัดไหม" "คุณไม่ควรทำแบบนี้นะคะ พรุ่งนี้คุณก็จะแต่งงานกับพี่รสแล้ว มัดไม่อยากให้พี่รสเสียใจ" "แล้วเธอล่ะ ไม่เสียใจสักนิดเลยเหรอที่ฉันกำลังจะแต่งงาน" "มัดยินดีต่างหากค่ะ คุณกับพี่รสเหมาะสมกันที่สุดแล้ว" มัดไหมพูดเสียงสั่นเครืออย่างหักห้ามความรู้สึกตัวเองไม่อยู่ ก่อนที่น้ำตาที่กลั้นเอาไว้จะไหลเป็นทางออกมาเป็นทาง "เธอเป็นอะไรหือ..." อัทธ์ถามด้วยเสียงงอนง้อ ห่วงหา ก่อนจะจับไหล่บางหมุนให้หล่อนหันมาเผชิญหน้า แม้จะมืดสลัวแต่เขาก็เห็นว่าหล่อนกำลังร้องไห้ นิ้วเรียวจึงเกลี่ยน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน "มัดเปล่าค่ะ" "เปล่าอะไร เห็นอยู่ว่าร้องไห้ขี้แย" เสียงทุ้มเอ่ยกระเซ้า นั่นยิ่งทำให้น้ำตาของมัดไหมไหลออกมามากกว่าเดิม หล่อนไม่อยากให้เขาอ่อนโยน ไม่อยากให้เขาทำตัวสนิทสนม เพราะแค่นี้หล่อนก็ตัดใจยากมากอยู่แล้ว "ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าทำแบบนี้กับมัด" "ฉันรู้ว่าเธอเสียใจ แต่จะเป็นไรไปมัดไหม ฉันก็แค่แต่งงานตามหน้าที่ ยังไงเธอก็ยังเป็นเมียฉันเหมือนเดิม" "มัดไม่ได้ต้องการอย่างนั้น" "แต่ฉันต้องการเธอมัดไหม ต้องการมาก..." น้ำเสียงนั้นฟังดูเว้าวอน ออดอ้อน เต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนที่เรียวปากหยักจะทาบทับลงมาปิดบนปากของหล่อน เขาบดจูบอย่างเร่าร้อน เรียกร้อง จนมัดไหมอดไม่ได้ที่จะจูบตอบเขา จุมพิตนั้นจึงเป็นจุมพิตที่เต็มไปด้วยอารมณ์โหยหา อาลัยอาวรณ์ และปรารถนากันและกันอย่างสุดซึ้ง”