icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

ลิขิตรักพญายมทวงคืนใจภรรยาแสนชัง

บทที่ 8 

จำนวนคำ:1127    |    อัปเดตเมื่อ:วันนี้14:46

สงบเสงี่ยม ประตูไม้บานใหญ่ปิดลงตามหลัง สายตานับสิบคู่ที

พ่อของศรัณยู นั่งทำหน้าเคร่งขรึม แววตาเป

สวมชุดผ้าไหมสีม่วงเข้ม บนนิ้วสวมเล็บทองคำ

คุณภูมินทร์นั่งรอตั้งครึ่งชั่วโมง ช่างไม่มีมารยา

ลงบนเบาะรองนั่งตรงหน้าภูมินทร์

หญ่ทุกท่าน... ฉันตื่นสายเพราะไม่ค

ำคอ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสีย

หละ ข่าวลือข้างนอกเขาก็พูดกันให้แซ่ดว่าศรัณยูเป็นคนดวงกินเมีย ใ

อกเขาพนันกันแล้วว่านังเด็กบ้านนอกนี่จะรอดในบ้านพญาแลนได

ังขึ้นเบา ๆ จากบร

วตาใต้กรอบแว่นเย็นเยียบ แต่ใ

กถ้วยชาที่ร้อนกรุ่นขึ้นเหนือศ

ุณพ่อน

ูลจิระโรจน์ต้องมาเสื่อมเสียเพราะลูกชายฉันแต่งงานกับนังตัวซวยที่จะมา

ในเมื่อแกเป็นตัวกาลกิณี ก็อย่าสะเออะมาถืออำนาจนายหญิง ส่งป้ายทองคำคุมคลังและกุญแ

ำตา "แต่... เมื่อคืนพี่ศรัณยูกำชับไว้ว่า ป้ายทองคำเป็นสิท

รัณยู ญาติบางคนก็เร

ดี แกกล้าเอาชื่อศรัณยูมาขู่ฉันเหรอ วันนี้ฉ

ำแหลมคมขึ้นสูง แล้วฟาดลงมาหวั

คีบเข็มเงินไว้แน่น เตรียมจะแท

ยุ

่ำและทรงพลังดัง

ั

ศรัณยูก้าวเข้ามาด้วยรังสีอำมหิต

มือค้างด้

ในพริบตาเดียว มือหนาดุจคีมเหล็กคว้าหมับเ

ร

ักแล้ว" พจนากรีดร้องโหยหวนด

พจนาเซถลาไปชนกับโต๊ะไม้มุกด้านข้าง ถ้ว

้น โอบเอวบางของเธอไว้ในอ้อม

ด้กลิ่นไม้กฤษณาที่คุ้นเคย จึงแส

ธอต้องเป็นหม้าย" ศรัณยูกวาดสายตามองพ่อขอ

ละคน แต่ถ้าคนในบ้านนี้กล้าแช่งภรรยาของฉันอีกล่ะก็...

ูมินทร์ยังหน้าถอดสี ไม่กล้าเ

เปิดรับโบนัส

เปิด
ลิขิตรักพญายมทวงคืนใจภรรยาแสนชัง
ลิขิตรักพญายมทวงคืนใจภรรยาแสนชัง
“ตลอดสิบห้าปีที่ถูกเนรเทศ ฉันต้องแกล้งแต่งหน้าทำแผลเป็นปลอมเพื่อซ่อนตัวตน วันนี้แม่เลี้ยงบังคับให้ฉันไปงานหมั้นของน้องสาวต่างแม่ เพื่อเป็นฉากหลังเน่าเฟะคอยเชิดชูความสง่างามของเธอที่จะได้แต่งงานกับ 'ศรัณยู' ผู้นำตระกูลอันดับหนึ่งของประเทศ แต่ในวินาทีที่เจ้าหน้าที่กรอกข้อมูลเพื่อบันทึกการสมรส หน้าจอกลับแจ้งเตือนสีแดงกึกก้อง สถานะของศรัณยูไม่ได้โสด แต่เขาจดทะเบียนสมรสแล้ว และชื่อคู่สมรสคนนั้นคือฉัน น้องสาวกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง แม่เลี้ยงชี้หน้าด่าว่าฉันเป็นนังตัวซวยที่ใช้มนต์ดำแย่งผู้ชายของลูกเธอ เมื่อศรัณยูต้องรับฉันกลับเข้าตระกูลจิระโรจน์ตามกฎของบรรพบุรุษ ญาติพี่น้องของเขากลับรุมเหยียดหยามฉันอย่างสาดเสียเทเสีย พวกเขาด่าว่าฉันเป็นนังเด็กบ้านนอกไม่รู้หนังสือ เป็นตัวกาลกิณีที่จะทำให้ตระกูลล่มจม ถึงขั้นพยายามจะลงไม้ลงมือแย่งชิงสิทธิ์การดูแลบ้านไปจากฉัน และแช่งให้ฉันตายโหง ฉันก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มเย้ยหยันไว้ใต้ผมเผ้ารุงรังและแว่นตาหนาเตอะ ฉันยอมทนซ่อนความอัจฉริยะของตัวเองมาตลอดเพื่อเอาชีวิตรอด แต่คนพวกนี้กลับคิดว่าฉันเป็นแค่เศษขยะที่ใครจะเหยียบย่ำหรือรังแกยังไงก็ได้งั้นเหรอ? เมื่อเจ้าสัวผู้นำตระกูลยื่นคำขาดให้เวลาฉันหนึ่งปีเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยพิสูจน์ตัวเอง ฉันจึงตัดสินใจเลิกเล่นละครฉากนี้ "ไม่ต้องรอถึงปีหน้าหรอกค่ะ สัปดาห์หน้าฉันจะสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์อันดับหนึ่งของประเทศให้ดู" ถึงเวลาที่ฉันจะลอกคราบความอัปลักษณ์ ตบหน้าคนทั้งเมืองด้วยคะแนนสอบอันดับหนึ่ง และทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นของฉันแล้ว”