icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

เสี้ยวอสูร

บทที่ 9 ยอมเป็นทาส

จำนวนคำ:2768    |    อัปเดตเมื่อ:22/02/2022

ยานมาข้างหน้า หมายจะซัดเพลงกระบี่ใส่เขา เท่านั้นซิ่นเฉิงก็ใช้วิชาตัวเบากระโดดลอยขึ้นในอากาศ เท้าเหยียบเอาหัวไหล่แกร่งของอีกฝ่ายและพลิกตัวม

าแพ้

เทพอสูรตนใหม่ก็เข้ามาแทนที่ ดูท่าทางแล้วเทียนอี้จะให้เขาได้ประลองเสียจนกว่าจะพ่ายแพ้และหมดแรงไปข้าง ซึ่งก็เป็นอย่างนั้น เพราะการประลองใน

ซิ่นเฉิงถึงได้มีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งที่น่าจะถูกสังหารตายไปตั้งนานแล

ับที่เป็น

หมี ไม่เพียงแต่ศีรษะ รูปร่างเองก็ใหญ่โตดุจหมีเช่นเดียวกัน เทพอสูรตนนี้ค่อนข้างรับมือยากด้วยซิ่นเฉิงเริ่มอ่อนแรงแล้ว อีกทั้งอีกฝ่ายก็ใช

ยู่ร่ำไป จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ เขาไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะจับเทพอส

สุดได้ เทียนอี้ก็ไหวมือเป็นสัญญาณให้ทหารน

มาประลองกับข้าเสียให้รู้แล้วรู้รอด หรือจะกลัวข้าถอนขนกัน

หนุ่มที่บัดนี้มีเหงื่อก

ป็นสุนัขป่าไร้ข

วบ ปล่อยให้เส้นผมที่ยาวถึงกลางหลังยุ่งเหยิงอย่างไม่ใส่ใจ จะว่าไปแล้วมันช่างดูขัดหูขัดตาพ่อบ้านเหลียงและเทพอสูรตนอื่นๆ เสียเหลือเกิน เพร

ลียงสุดจะทนกับท่าทางยโสของซิ่นเฉิง ครั้นคนถูกต่อว่าหันไปมองก็พูดขึ้นอีก “เจ้าคิดว่าตนเป็นใคร ถึงได้กล้าท้าท

สิ เจ้าจ

ยงเกือบจะพุ่งไปคว้ากระบองมาฟาดให้ตายดั่งคำท้าอยู่แล้ว เห

้เป็นนายยกมือขึ้นเป็นเชิงปราม จากนั้นก

ระลองกับข้า ข้าก็จะ

็นแม่ทัพเทพอสูรตรงไปหยิบไม้กระบองมากระชับถือในมือ เขาก็ไม่พูดอะไรออกมาด้วยรู้ว่าการที่เทียน

ดู เจ้าหมา!” ซิ่นเฉิงดูจะคึกคักกว่าเดิ

หึในใจ ...ยังไม่รู้ชะตากรร

ืนนิ่งรอดูเรื่องสนุกที่จะบังเ

งท่าระวังภัย พอแสร้งวาดกระบองไม้ในมือเข้าหา ซิ่นเฉิงก็กระโดดหนีทันควัน

เขาอย่างแน่นอน เขาชำนาญการศึก เชี่ยวชาญสนามรบมาตั้งหลายร้อยปี ต่อให้กลายเป็นเทพอสู

จนกระทั่งอีกฝ่ายคิดว่าตนสบโอกาส กระโดดเข้ามาใกล้หมายจะขึ้นขี่คอ เมื่อนั

ก็ทำให้ ซิ่นเฉิงกระเด็นกระแทกพื้น ใบหน้าเหยเกเพราะความ

ธไปยังเทียนอี้ที่มองเขาด้วยสีหน้านิ่งเรียบ

พระจันทร์หลุดจากมือ ซิ่นเฉิงรีบตะกายไปข้างหน้า หมายจะคว้าดาบกลับคืนมา แต่ก็ถูกเทียนอี้ใ

าแพ้

ชาจริงๆ ที่เขาปราบพยศ พร้อมกับสั่งสอนให้ซิ่นเฉิงได้รับรู้ว่ายังมีผู้ที่เหนือกว่า อีกนัยหนึ่งก็เป็นการท

้ำ ให้พ่อบ้านเหลียง

ยนอี้ การกระชากขนหลุดมาเป็นกระจุกนั้นสร้างความสะใจให้มากพอตัวก็จริง แต่การต้องมาพ่ายแพ้หมด

งหมายจะเดินกลับเข้าเรือนใหญ่เพื่อไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ ทว่าทันทีที่หัน ซิ่นเฉิงก็ข่มความเจ็บปวด ลุกขึ้นไปคว

จะสู้ความไวของประสาทสัมผัสเทพอสูรสุนัขป่าตนนี้ แค่ได้ยินเสียงขยับกาย เขาก็รับรู้แล้วว่าซิ่นเฉิง

ักแพ้ หากแต่ดูเขาคงจะออกแรงมากไปหน่อย เพราะทันทีที่ข้อมื

ด แต่ก็แค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น เสียงนั้นก็เงียบไป เหลือเพียงสา

เขาก็ไม่สามารถเอาชนะเ

ียนอี้ที่ในตอนนี้ สายตาของเขามีแต่ตกใจเท่านั้นที่เห็นอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เขาไม่ได้ตั้งใจทำร้าย

ขาไปที่

รับใช้ซึ่งเป็นมนุษย์ไปพยุงชายหนุ่ม

ข้า เจ้าพวกคน

เกียจเดียดฉันท์เทพอสูรที่มาพรากครอบครัวและแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ไปไม่ใช่หรือ?

ม เขาอยากจะถาม แต่พูดไม่ออกสักคำ ยิ่ง

ื่อไรกัน ข้าสั่งให้ไปท

ถ้าจะต้องทำตามคำสั่ง

อง ไม่ขยับกายเสียที เที

ย กลายเป็นผีเฝ้าจวนข้าไม่กลั

บ้านเหลียงไม่ต้องให้ทหารเทพอสูรตนใดมาลากหรืออุ้มไปอย่างเช่นหลายชั่วยามก่อนหน้

จะได้กลับไปยังบ้า

ฟ้ากว้าง... บ้านของเขา

เปิดรับโบนัส

เปิด
เสี้ยวอสูร
เสี้ยวอสูร
“ครั้นเหล่าแม่ทัพเซียนแห่งสวรรค์ถูกขับไล่ด้วยกระทำผิดเมืองมนุษย์จึงเป็นแหล่งพักพิงสุดท้ายที่พวกเขามาสิงสถิต หากแต่เมื่อฝ่าเท้าสัมผัสผืนแผ่นดิน ร่างกายก็พลันถูกกองเพลิงห่อหุ้มไว้ เผาผลาญรูปลักษณ์งดงามมอดไหม้ ทว่า...เทพสวรรค์ไม่มีวันดับสูญ จึงจุติมาอุบัติใหม่ในร่างอันอัปลักษณ์ กึ่งมนุษย์ กึ่งสัตว์...ถือกำเนิดเป็น 'เทพอสูร' เมื่อได้รู้ว่าน้องสาวฝาแฝดถูกบิดาขายให้ไปเป็นฮูหยินของเทพอสูรตนหนึ่งแลกกับแหล่งน้ำอันน้อยนิด 'ซิ่นเฉิง' นักรบแห่งชนเผ่าเร่ร่อนก็โกรธเกรี้ยวยิ่งนัก อาจหาญถึงขั้นบุกจวนแม่ทัพแห่งแคว้นเฟิงฝู 'เทียนอี้' จึงไปดูหน้าหัวขโมยด้วยตนเอง เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย วิญญาณของซิ่นเฉิงก็แทบหลุดจากร่าง เทียนอี้เป็นสุนัขป่า!? ตะลึงงันขึ้นไปอีกเมื่อเทียนอี้เสนอเงื่อนไขที่ทำให้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก "หากเจ้าไม่อยากตาย ก็จงเลือกเอาว่าจะให้น้องของเจ้าเป็นฮูหยินของข้า หรือเจ้าจะมาเป็นฮูหยินเสียเอง"”