icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

นิยายรักฉบับสาวคลับ S

บทที่ 5 

จำนวนคำ:1933    |    อัปเดตเมื่อ:03/06/2022

ีนันจะยอม ถ้ามันทนเห็นแม่มันตายต่อหน้า

เตะและถีบ เพ็ญแขสะบักสะบอม เลือดไหลกบป

ด้ยินเสียงดังมาจากในบ้าน ยิ่งเห็นชาวบ้านมายืนดูเหตุกา

ำนวยใช้มือจิกหัวให้ลุกขึ้นยืน เธอรีบแกะมือพ่อเลี้ยงออกจากเส้นผมของเพ็ญแข นำตัวข

เลย ในเมื่อเรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วเรื่องอื่นกูจะพึ่งพาได้ยังไง รู้ไหมว่าถ้ามึงไม่ยอมทำตามที่กูบอก บ้านหลังนี้ก็ต้องถูกยึด กูกั

าตัว หมายจะลงมือทำร้ายให้สมใจ นันทภัคทนเห็นมารดาถูกทำร้ายไม่ได้ รีบเข้

ล้ว” นันทภัคเข้าไปห้ามอีกครั้ง

งพ่อของนันทภัค เดินหาวลงมาจากชั้นบน ใบหน้ายุ่งเมื่อถูกรบกวน “ทะเลาะเรื่องอะไรอีกล่ะ อย่าบอกนะว่าเรื่องที่จะให้พี่นันแต่งง

าอี้หวาย มองบิดามารดาอย่างไม่พอใจ ก่อน

าก็หนา ยิ่งกูตบกูก็ยิ่งเจ็บมือ เปลี่ยนเป็นชกหน้าดีไหมเนี่ย” อำนวยยกกำ

ันฝืนทำในเรื่องที่ตัวเองไม่อยากทำ ยิ่งเป็นเรื่องนี้ด้วย

เห็นใจลูกก็มีมากกว่า ความเข้มแข

ด้เลย กูเอามึงตายแน่ๆ” ขาดค

่นหนีอำนวยที่ก้าวเข้ามาหา นันทภัครีบนำ

่งงานกับลูกชายเจ๊หงส์ นันยอมแล้ว ยอมทุ

ของนางหงส์กับเฮียเหลียง เจ้าของร้านทองชื่อดัง เธอรู้เรื่องเมื่อสองวันท

ากกู้เงินเจ๊หงส์มาร่วมลงทุนกับเพื่อนสนิทของอำนวย แรกเริ่มการลงทุนเป็นไปด้วยดี แต่ต่อมาเริ่มมีปัญหาและขาดท

ย์ค้ำประกัน ระยะเวลาผ่านไปเป็นปี อำนวยและเพ็ญแขจ่ายค่าดอกเบี้ยให้หงส์มาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สองสามีภรรยาขาดสภาพคล่องทางการเงิน การชำระดอกเบี้ยเจ๊หงส์ล่าช้าไปหลายงวด ท้ายสุดก็ไม่มีจ่าย เจ๊หง

เพียงแค่นั้น ไม่คิดว่าวันนี้พ่อเลี้ยงจะตบตีมารดาด้วยเรื่องนี้ มีหรือลูกกตัญญูอย่างเธอจะไม่ยอมทำตามท

แต่งก็ไม่ต้องแต่ง แม่ทน

นยอมก็ดีแล้ว หนี้เราจะได้หมด มีเงินใช้ฟรีๆ อีกตั้

ทั้งชีวิตของนันเลยนะพี่

นลูกทรมานใจและกายได้ นางคนหน

งแต่เกิด ให้ข้าว ให้ที่อยู่ ส่งเสียเรียนทั้งที่ไม่ใช่ลูกในใส้ก็แล้วกัน” นันทราพูดกลางปล้อง เบ้หน้าใส่พ

เดิมๆ มาพูด ฉันเป็นแม่ ฉันก็ออกเงินช่วยเลี้ยงนันเหมือนกัน” เพ็ญแขทนไม่ไหว ต่อว่าลูกสาวคนเล็

ถูกตำหนิ รีบเข้าไป

แม่ถึงพูดกับนาแบบนี้ ฮือ” นันทนาใช้ความรักที่

จักคำว่าบุญคุณบ้าง กูเลี้ยงมันมา มันก็ต้องตอบแทนกู ไม่อย่างนั้นกูจะตบม

วยถ้อยคำรุนแรง บางครั้งเมากลับมาบ้านก็ทุบตี ทวงบุญคุณ นันทภัคเก็บความรู้สึกไว้เรื่อยมา ตระหนักว่า หากไม่มีอำนวย เธอคงไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือ ไม่ได้มีชีวิตมาถึงทุกวันนี้ เพราะลำพัง

เปิดรับโบนัส

เปิด
นิยายรักฉบับสาวคลับ S
นิยายรักฉบับสาวคลับ S
“นิรัติศัย&นันทภัค "ปล่อยนะ" เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง "ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ" พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง "เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป" นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา "คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ" นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ "นัน...ฉัน" หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด "ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน" นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา "รักจัง รักที่สุดเลย" เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน "รักเหมือนกันค่ะ" เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก "อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ" เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม "ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย" สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด "ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี" หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที "เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ" พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ "ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ" เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ 'กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย' นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา "จ๋ากลัว" เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน "ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ" เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ "มันสวยงามจริงหรือคะ" เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม "จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน" น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา "ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน" เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย”