icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

นิยายรักฉบับสาวคลับ S

บทที่ 8 

จำนวนคำ:2037    |    อัปเดตเมื่อ:03/06/2022

ิปากบอกเพ็ญแข เพราะไม่อยากให้มารดาคิดมากหรือเป็นทุกข์ อีกประการหนึ่งหากเพ็ญแขรู้เรื่อง ต้องไปต่อว่าอำนวย และนั่นอาจะเป็นที่มาของการทะเลาะเบาะ

็นล้าน” อารยาพูดตามตรง มองหน้าเพื่อนที่หน้าตาซีดเซียว น้ำตานองหน้าแล้วยิ่งสงสารขึ้นหลายเท่า “ฉันรู้ว่าแกรักแม่

คนแม่ลูก ทว่าเพ็ญแขไม่ยอมเพราะสำนึกในบุญคุณและรักอำนวยมาก อีกทั้งยังมีโซ่ทองคล้องใจกับอำนวยอีกคนคือ นันทนา เรื่องที่เธอเสนอแนะจึงไม่เป็นผล ครั้นจะให้นันทภัคย้ายออกมาอยู่กับตน เพื่อนรักก็ไม่ยอม

แก่ความสุขของตัวเองได้แล้วนะ” เบญญาภาร่วมช่วยพูด “น้านวยก็อะไรกับแกหนักหนา น้านวยไม่รักแก ฉันก็เข้าใจในเหตุผล

บรู้มากเท่าไหร่ ความเกลียดชัง ไม่ชอบหน้าที่มีต่ออำนวยยิ

ทนทุกข์ทรมานเองดีกว่าที่จะเห็นแม่ถูกทำร้าย” นันทภัคพูดเสียงเบา “ที่ฉันเล่าให้แกสองคนฟัง ไม่ใช่เพราะต้อง

ายในครอบครัว เธอมักจะมาปรับทุกข์กับเพื่อนรักทั้งสองเสมอ เล่าไปร้องไห้ไป ระบายความอัดอั

แค่แกอ้าปากบอก ฉันเต็มที่กับแกเสมอ แกยังมีโอกาสคิดทบทวนนะนัน ฉันอยากให้แกคิดดีๆ”

ภัคตอบเสียงเบา น้ำตาหยดเคลียแก้ม “ทุกการตัดสินใจของฉัน ถ้าเป

เคารพในการตัดสินใจของเพื่อน และไม่เบื่อหน่ายที่จะได้รับฟังความทุกข์ของนันทภัค ที่นับต่อจากนี้คงมีเพิ

นทนาของสามสาวยุติลงชั่วคราว คนเป็นเจ้าของร้านลุกขึ้น

ญญาภากล่าวคำทั

์ครับ” กันต

ทักทายอีกครั้ง และแนะนำ

ือหยิบเงินในกระเป๋า จากนั้นก็ยื่นให้เธ

ุณมาก

้ดอกไม้สั

้าอี้ริมร้าน มือเรียวสวยเปิดสมุดรับออเดอร์ เตรียมจดรายละเอียดลงไ

ห่างเหินยังไงบอกไม่ถูก แล้วชื่อเล่นคุณก็เ

ด้ดอกไม้อะไร แบบกระเช้าห

มื่อเห็นสีหน้าของคนที่ตนถาม เขารีบพูดต่อ “คือผมไม่รู้ว่า ผู้หญิงที่ผมจะให้ดอกไม้ชอบ

ไร เพราะทำให้เธอคิดว่า เขากำลังแอบชอบสตรีคนหนึ่งอยู่ และหมายใจจะจีบ จึง

ยงรับรู้ “จ๋าชอบด

ั้นเอาดอกล

กดีค่ะ แล้วให้จัด

นช่อครับ” เขาตอบ มองดูเบญญา

่ถ้าต้องการวันนี้ จ๋าต้องขอโทษด้วยค่

นี้ก็ไ

ราบว่าจะให้จ๋าเขียนว่าอะไรคะ หรือว่

ยนเองดีก

ะกลับมาพร้อมกับมัน “นี่คะคุณกันต์บอกว่าจะใช้ดอกไม้พรุ่งนี้ เห็นทีคุณกัน

้อความลงในการ์ดขนาดเล็กที่มีกลิ่นหอม เมื่อเขียนเสร็จ เขาเอ่

ามว่าเขาต้องการมันไปทำไ

ของดอกไม้ที่ผมจะให้” เขาบอกเธอในขณะที่สอดมันเก็บไว้ในซอง

รเปิดอ่านข้อความในการ์ด

เหมือนมีใครนำเข็มมาทิ่มใจจนเกิดความเจ็บปวดซ

ผมขอตัวกลั

เดินไปส่งเขาตรงประตู มองดูร่างสูง

ก...ต

ะ ดังโครมครามเสมือนมีกลองระดมตีรัวอยู่ในนั้น นัยน์ตาเขาเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ก่อให้เกิดความร้อนวู

เปิดรับโบนัส

เปิด
นิยายรักฉบับสาวคลับ S
นิยายรักฉบับสาวคลับ S
“นิรัติศัย&นันทภัค "ปล่อยนะ" เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง "ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ" พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง "เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป" นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา "คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ" นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ "นัน...ฉัน" หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด "ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน" นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา "รักจัง รักที่สุดเลย" เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน "รักเหมือนกันค่ะ" เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก "อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ" เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม "ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย" สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด "ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี" หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที "เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ" พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ "ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ" เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ 'กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย' นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา "จ๋ากลัว" เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน "ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ" เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ "มันสวยงามจริงหรือคะ" เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม "จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน" น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา "ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน" เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย”