icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

บ่วงแค้นแสนหวาน

บทที่ 7 

จำนวนคำ:1734    |    อัปเดตเมื่อ:24/07/2022

ล้วไม่รู้ว่าจะพบเจอเมื่อไหร่ แต่ทว่ากำธรจะไม่ย่อท้อที่จะตามหาลูกรัก ปรับความเข้าใจและทัศนคติที่ม

นนอ

ด้อย่างไร เรื่องนี้จะคิดโทษกล้าตะวันที่ไม่ยอมรับนารถวลัยในฐานะแม่เลี้ยงก็ไม่ได้ เป็นเพราะตอนที่กำธรกับนารถวลัยพบกรักกัน มารศรีมา

ยังคิดนอกใจ และอีกคนคือแม่ของเธอเองที่รู้ทั้งรู้ว่า กำธรมีภรรยาแล้วก็รับรัก แต่เธอก็เชื่อมั่นว่า ภายในความผิดของทั้งคู่ มีบางอย่างซ่อนเร้นอย

แม่ไม่ได้ แต่ถ้าหากมีวิธีอะไ

ังห้องครัวเพื่ออุ่นข้ามต้มปลา เสร็จสรรพจึงเดินกลั

หนีปัญหาที่รำคาญใจและสร้างความเจ็บปวดให้กับตัวเองตั้งแต่วันนั้น แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะลามือจากเรื่องนี้ง่ายๆ ข่าวคราวที่ได้รับมาทำให้เกิดความพอใจไม่น้

ายลิ้น มันซาบซ่านไปทั้งทรวงยามนึกถึง ร่างกายก็ร้อนรุ่มตามไปด้วยอย่างน่าแปลกใจ เขาไม่คิดว่าจะนึกถึงลูกสาวของคนที่ตนเกลียด นึกถึงร่างอันนุ่มนิ่มยามที่ได

งเธอเสียใจ จะทำให้เธอกับแม่รู้ว่า การม

งเวลาที่กล้าตะวันจะเริ่มแผนการของตนเต็มรูปแบบเสียที คราวนี้เขาจะทำให้คนที่ตนเองเกลีย

ปส่ง ทว่าอัลลิยาค้านความหวังดีของพ่อเลี้ยง เนื่องจากคิดว่าไปเองน่าจะสะดวกกว่า อีกทั้งเธอตั้งใจจะแวะไปสักการะเทวรูปท้าวมหาพรหม ที่แย

เก่าที่อาศัยอยู่ถึงถนนใหญ่ถึงสามเท่า ฉะนั้นระยะทางแค่นี้เธอจึงเดินได้สบายๆ ระหว่างทางที่เดินเธอไม่ได้สังเกตสิ่งรอบข้างมากน

ละยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถที่ก้าวเดินมาหาตนด

ณกล

ะขยับเท้าหนี ทว่าเหมือนมีอะไรมายึดติดเท้าเอาไว้ ไม่ให้มัน

กับอกกว้างที่แข็งแกร่งดุจหินผา ด้วยสัญชาตญาณเธอจึงใช้มือดันร่างสูงใหญ่แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผล ไม่เ

เธอตรงนี้แน่ ฉันไม่ได้ขู่นะ ฉันทำจร

รนของอัลลิยาจึงหยุดลงในวินาทีนั้น เธอไม่กล้าเสี่ยงขัดขืน กล้าตะวันกระตุกยิ้มกับท่าทางอ่อนลงของน้องเลี้ยงส

หนี้แค้นที่มีต่อนารถวลัย โดยใช้อัลลิยาเป็นสะพานให้นารถวลัยเกิดความเจ็บปวด พอเข้าเลี้ยวรถเข้ามาใ

้ามร้องเด็ดขาด ไม่งั้น

างไร้ข้อโต้แย้ง แม้ว่าหัวใจจะเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ กลัวจนสุด

สาวร่างเล็กถึงกับสะดุ้งสุดตัว นั่งตัวลีบก้มหน้ามองดูเท้าของตัวเอง จากนั้นเขา

เปิดรับโบนัส

เปิด
บ่วงแค้นแสนหวาน
บ่วงแค้นแสนหวาน
“"ปล่อย...ปล่อยค่ะคุณกล้า" เธอร้องออกมาในที่สุด หลังจากที่ดึงสติกลับมาและเริ่มดิ้นรนออกจากวงแขนที่รัดรึงเธออยู่ "ไม่ปล่อยมีอะไรไหม" เขาไม่พูดเปล่าหลุบสายตาโลมเลียไปทั่วดวงหน้าหวาน ต่ำลงถึงลำคอระหง เนินอกคู่สวยที่โผล่ล้นออกมากจากคอเสื้อชุดนอน มันเคลื่อนไปมาตามแรงจังหวะการหายใจของหญิงสาวที่เร็วและแรง ความร้อนรุ่มแผ่กระจายพร้อมกับความตื่นตระหนกตกใจ เมื่อปลายจมูกโด่งคลอเคลียแก้มนวลแผ่วเบา ไล้ไปมาโดยไม่ทิ้งน้ำหนัก อัลลิยาหลบปลายจมูกโด่งเป็นพัลวัน มือนุ่มนิ่มเริ่มมีเรี่ยวแรงดันแผงอกแกร่ง หวังจะให้ร่างสูงออกห่างกายตน แต่ดูเหมือนว่าร่างสูงจะไม่ขยับออกห่าง ยิ่งรัดแน่นมากยิ่งขึ้น "คุณกล้า ปล่อยยาเถอะคะ คุณกล้าเมาแล้วนะคะ" เธอพยายามเตือนสติของเขา กลิ่นวิสกี้ที่เธอสูดดมเข้าไป แปลความหมายได้ไม่ยากว่า ตอนนี้เขากำลังเมาไม่ได้สติ หญิงสาวจึงเรียกสติของเขาให้กลับคืนมา "ฉันดื่มวิสกี้ไปแค่สองสามแก้ว ไม่ทำให้ฉันเมาหรอก และที่ทำอยู่นี่สติของฉันครบถ้วนทุกอย่าง" กล้าตะวันพูดถูก สติของเขายังครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่มีอาการเมาอย่างที่เธอพูดเลยแม้แต่น้อย "ถ้าคุณกล้ารู้ตัว ปล่อยยานะคะ ยาจะขึ้นไปนอนแล้ว" เธอพูดเสียงสั่น ตอนนี้เธอเริ่มหวาดกลัวเขาเป็นเท่าตัว เมื่อได้ยินคำพูดของเขา คนขาดสติมักทำอะไรที่ไม่รู้ตัว คนเราไม่อาจถือโทษโกรธได้ แต่นี่เขาทำเพราะความตั้งใจ ความน่ากลัวจึงโอบล้อมอยู่รอบกายเธอ สัญชาตญาณของอัลลิยาบอกว่า ตนเองกำลังได้รับอันตราย "ปล่อยเหรอ ปล่อยแน่แต่หลังจากนี้" มนต์สะกดที่มีอานุภาพมากล้น สะกดให้อัลลิยายืนนิ่ง ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือและขาทั้งสองข้างของเธอสั่น หัวใจดวงน้อยนั่นเล่า เต้นแรงและดังโครมครามมากที่สุดที่เธอเคยรู้สึกได้ เมื่อริมฝีปากหยักสวยได้รูปของกล้าตะวันประกบทับเรียวปากบางอย่างจาบจ้วง เอาแต่ใจ”