Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

วรนิษฐา / Miss sexy

หนังสือที่ตีพิมพ์ 32 เล่ม

หนังสือและนิยายทั้งหมดของวรนิษฐา / Miss sexy

ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี

ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี

มหาเศรษฐี
5.0
เธอคือ....นางโจร ส่วนเขาคือนายตำรวจ...มือหนึ่ง แต่พรหมลิขิตกลับชักพาให้นางโจรอย่างเธอปล้นความรักไปจากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่าง...เขา +++++ “ผมบอกไปหรือยังว่าผมรักคุณ” “ยังค่ะ” มีนาเอ่ยตอบด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อคืนเหมือนเธอจะได้ยินเมฆาบอกรัก แต่มันก็แผ่วเบาเสียจนคิดว่าเธอคงฝันหรือไม่ก็เพ้อไปเองคนเดียว “โอเค...ผมรักคุณ” เมฆาบอกรักคนในอ้อมกอด มันคือคำว่ารักที่แสนเรียบง่ายแต่ทว่ากลับตราตรึงอยู่ในความรู้สึก ทั้งจากคนพูดและคนที่ได้ยิน เพราะหากไม่แน่ใจว่ารักเมฆาหรือจะพูดคำนี้ออกมา “ผู้ชายเขาบอกรักกันง่ายๆ แบบนี้เหรอคะ” “ใครบอกว่าง่าย เมื่อคืนกว่าผมจะบอกรักคุณมีนด้วยภาษากายได้ก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเชียวนะ” “ทะลึ่ง” มีนามองค้อนมาให้ นั่นเพราะรู้ความหมายที่เมฆาเอ่ยว่าคืออะไร “ผมพูดเรื่องจริง” “แต่ฉันเป็นโจรที่เคยยกเค้าบ้านคุณนะคะ ถูกแจ้งจับอีก แบบนี้คุณยังจะรักฉันอย่างนั้นเหรอ” “มีกฎหมายข้อไหน ห้ามไม่ให้ตำรวจรักกับโจรบ้าง” “ก็...” คนฟังแย้งไม่ออก “ผมว่าความรักมันไม่มีกฎเกณฑ์อะไรตายตัว รักก็คือรัก” “แต่เราต่างกันเกินไป ฉันคิดว่า...” “โลกนี้ไม่มีคำว่าต่าง ต่อให้มีเราก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันก็ได้นี่ครับ ผมขอแค่โอกาส” “ฉัน...” “ผมรักคุณมีน ต่อให้จะนอนคิดนั่งคิดหรือตีลังกาคิดก็ยังรัก” เมฆาเอ่ยคำว่ารักให้คนในอ้อมกอดได้ยินและได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเขาอีกครั้ง “แล้วถ้าฉันปฏิเสธละคะ คุณจะว่ายังไง” “ผมคงเสียใจหนักมากแน่” เมฆาเสียใจจริงๆ แต่เขาคงไม่ถอดในจากเธอด้วยเรื่องแค่นี้แน่ แต่ทว่าคำพูดหลังจากนั้นของมีนากลับทำให้คนฟังยิ้มกว้างออกมา “แต่ฉันไม่อยากเห็นคุณเสียใจ” “งั้นก็รับรักผม ได้ไหม” “เฮ้อ! ไหนๆ ฉันก็ได้คุณแล้วก็คงต้องแมนๆ รับผิดชอบ ฉันรับรักคุณก็ได้อะ คุณจะได้ไม่ร้องไห้เสียใจเพราะฉัน” มีนาพูดติดตลก นั่นเพราะไม่อยากให้บรรยากาศตอนนี้อึดอัด คำพูดของเธอทำให้เมฆาถึงกับหัวเราะ ก่อนจะรั้งผ้าห่มขึ้นมาห่มคลุมโปงทั้งเธอและเขา แล้วเริ่มปฏิบัติการยืนยันว่าแท้จริงแล้วใครได้ใครกันแน่ และใครต้องรับผิดชอบใคร
แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

มนุษย์หมาป่า
5.0
‘เขาเป็นแวมไพร์ที่ปฏิเสธการดื่มเลือด แต่กลับไม่ปฏิเสธหากจะได้กลืนกินเธอ’ ------------ “วันนี้นายริทเป็นอะไร ดูเหม่อๆ” “นั่นนะสิ” คนงานอีกคนเห็นด้วย ก่อนจะหยุดการสนทนาใดๆ แล้วตัดดอกไม้ต่ออย่างขะมักเขม้น ส่วนคนที่พวกเขาเอ่ยถึงนั้น ตอนนี้ก็กำลังง่วนอยู่กับงานตรงหน้าเช่นเดียวกัน กระทั่งได้ดอกไม้ครบตามจำนวน เชโรมจึงเดินไปยังรถที่ตอนนี้มีดอกไม้แสนสวยอยู่ท้ายกระบะเต็มไปหมด แต่จังหวะนั้น สายตาของเชโรมกลับมองไปเห็นกระต่ายสีขาวที่เขาเลี้ยงไว้หลุดออกมาจากกรง จึงเดินไปอุ้มมันขึ้น ท่าทางเขาดูอ่อนโยนเสียจนมาศิตาที่ผ่านมาเห็น คิดว่าตัวเองตาฝาด จนต้องขยี้ตาแรงๆ สามสี่ครั้ง “ผู้ชายหน้าโหดกับกระต่ายสีขาว ดูยังไงก็ไม่เห็นจะเข้ากันสักนิด สงสัยจะเลี้ยงกระต่ายไว้กินแน่ๆ” “เลี้ยงไว้ดูจ้ะ นายริทชอบกระต่ายสีขาว ตรงนู่นเป็นกรงกระต่าย มีหลายสิบตัว” คนงานสาวคนหนึ่งเอ่ยแย้งให้ผู้เป็นเจ้านาย “ชีวิตดูมุ้งมิ้งกิงก่องแก้วขัดแย้งกับหน้าตาสุดๆ แวมไพร์ตนอื่นๆ มีแต่จะเลี้ยงกระต่ายไว้ดื่มเลือด นี่อะไร เลี้ยงไว้ดูเล่น โอ๊ย! พ่อมังสวิรัติ” มาศิตาบ่นคนเดียวอีกตามเคย ตามมาด้วยอีกประโยค “สอนแวมไพร์ให้ดื่มเลือด มันจะเหมือนสอนจระเข้ว่ายน้ำปะวะเนี่ย ของมันเป็น มันอยู่ในสายเลือด จะให้เรามาสอนเขาทำไม หืม” คนข้างๆ ที่เผลอได้ยินทั้งสองประโยคนี้เข้า กลับมีสีหน้างุนงงอย่างเห็นได้ชัด พอจะถามมาศิตาก็เดินตัวปลิวไปเสียแล้ว “ใครเป็นแวมไพร์หว่า หรือเราจะหูฝาดไป” คนงานสาวที่เพิ่งจะเอ่ยแก้ต่างเรื่องกระต่ายให้เชโรมไปเมื่อครู่ถึงกับคิ้วขมวด พูดกับตัวเองตามมาศิตาไปอีกคน ------------------ “แต่ศิตาไม่ยอมให้พี่ริทตายเด็ดขาด เพราะศิตารักพี่ริท” เอ่ยจบก็โน้มใบหน้าลงไปจูบเชโรม จูบที่ต่างฝ่ายต่างต้องการจากกันและกันมาโดยตลอด จูบที่ฝันว่าครั้งแรกมันต้องโรแมนติกและน่าจดจำ ไม่ใช่จูบที่ได้กลิ่นคาวเลือดจากริมฝีปากเขาเช่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด เลือด! ใช่…เลือด คำๆ นี้ทำให้มาศิตานึกอะไรขึ้นมาได้ เธอคือผู้พิทักษ์ เลือดของเธอแวมไพร์ที่ยืนจ้องอยู่ตรงนั้นยังต้องการ แล้วทำไมเธอถึงไม่ให้เชโรมชิงดื่มเลือดของเธอเสีย ไม่แน่ว่า หากเขาได้ดื่มเลือดมนุษย์จริงๆ เชโรมอาจมีพลังขึ้นมาก็เป็นได้ มาศิตาถอนจูบออก แล้วแสร้งโอบกอดเชโรม ก่อนจะกระซิบให้เขาฝังคมเขี้ยวลงไปบนลำคอเพื่อจะได้ดื่มเลือดเธอ แต่เหมือนเชโรมกลับส่ายหน้าปฏิเสธกับแผนนี้ กระทั่งมาศิตาชิงลงมือก่อน เธอกัดริมฝีปากตัวเองสุดแรงจนเลือดไหล แม้จะเจ็บแต่ก็ยอมทน จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงไปจูบเชโรมอีกครั้ง ทันทีที่ได้สัมผัสเลือดของผู้พิทักษ์ นั่นทำให้เลือดในกายของแวมไพร์หนุ่ม ผู้ที่ไม่เคยลิ้มรสชาติของเลือดใดๆ มาก่อน พลันพลุ่งพล่านราวกับเปลวไฟ “เจ้าทำอะไร” แดนเองก็ได้กลิ่นเลือดของมาศิตาเช่นเดียวกัน รวมทั้งจ้องมองความผิดปกติของเชโรมอย่างไม่กะพริบตา เลือดเพียงหนึ่งหยด กลับทำให้นัยน์ตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อนแปรเปลี่ยนมาเป็นสีแดงเพลิงในทันที ร่างกายที่เคยเจ็บปวดกลับค่อยๆ หาย และรู้สึกถึงพลังที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อนวิ่งพล่านไปทั่วร่าง “แววตาแบบนั้น เจ้าเป็นใครกัน หรือว่า…”
รักร้อนซ่อนใจรัก

รักร้อนซ่อนใจรัก

โรแมนติก
5.0
เขาคือพระเอกดาวค้างฟ้า เล่นละครเรื่องไหนเรตติ้งพุ่งแรงเสมอ ในขณะที่เธอก็เป็นแค่เอ็กตร้าในกองถ่าย ที่เอ๋อๆ เด๋อๆ เพราะไม่ได้เป็นแฟนคลับของเขาเธอจึงไม่ได้แสดงออกว่าปลื้ม แต่ยิ่งเธอเฉยเขายิ่งสนใจ กระทั่งมีเหตุการณ์ให้ทั้งคู่ได้ทำงานร่วมกัน จูบแรกของทั้งคู่เกิดขึ้นก็เพราะงาน แต่หัวใจของเธอกลับถูกริมฝีปากนุ่มและแสนร้ายกาจของพระเอกกระชากจนหลุดลอยและมันมักจะลอยไปหาเขาโดยที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน ของขวัญวันเกิดปีนี้ของเธอก็ยังเป็นจูบจากเขา จูบที่ทำให้ใจสาวหวั่นไหวและยากจะต้านทาน หัวใจเธอถูกเขาไล่ต้อนจนมุม ทางเดียวที่จะรับมือคือพุ่งเข้าชนแล้วเอาหัวใจเป็นเดิมพัน
 สัญญา(ยั่ว)สวาท

สัญญา(ยั่ว)สวาท

มหาเศรษฐี
5.0
เวลานี้เธอกำลังสบตากับอคิน ชายหนุ่มเองก็สบตาเธอกลับมาเช่นกัน แววตาของเขาดูอบอุ่น ลมหายใจของเขาที่เธอสัมผัสได้ในตอนนี้ก็เช่นกัน นั่นทำให้หัวใจของ กรวีย์เต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้ว ยุบหนอพองหนอใช้ไม่ได้ผล ยิ่งสบตากับเขาหัวใจของกรวีย์ก็ยิ่งประท้วง จูบเขาสิ จูบเขา ไม่ได้ จูบไม่ได้ ต้องได้ จูบเขา ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ เธอทำได้กรวีย์ นั่นคือเสียงของนางฟ้าและซาตานที่โต้แย้งกันอยู่ภายในจิตใจของกรวีย์ เธอขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่มของตัวเองเพราะกำลังใช้ความคิดและเผลอหลุบตามองต่ำมาที่ริมฝีปากของชายหนุ่มเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ “อยากจูบกับผมไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถาม กรวีย์ยังคงขบเม้มริมฝีปากของตัวเองอย่างชั่งใจ
รักเทิร์นโปร

รักเทิร์นโปร

โรแมนติก
5.0
มื่อผู้หญิงคนหนึ่งหลงชอบผู้ชายปริศนา เธอไม่เคยรู้จักเขา ไม่เคยคุย ไม่เคยแม้กระทั่งได้สบตา รู้แค่ว่าเขาตรงสเปคและตัวก็หอมมาก จนอยากคิดเทิร์นโปร จากคนแปลกหน้าไปเป็น...เมีย *****โปรย***** “ถ้าผมเลิกบุหรี่ได้ อิ้งจะให้อะไร” “คุณเดย์ขอรางวัลจากอิ้งเหรอ” “ใช่...รางวัลจากอิ้ง” เสียงทุ้มดังขึ้น ก่อนที่อิงฟ้าจะสะดุดกับชื่อตัวเองที่ภูวิศเอ่ยออกมา นี่เขาเรียกชื่อเธอจริงๆ ใช่ไหม “อืม...คุณเดย์อยากได้อะไรละคะ” แม้จะดีใจที่ภูวิศเอ่ยชื่อเธอ แต่อิงฟ้าก็ต้องตั้งสติเพื่อโฟกัสสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยเมื่อครู่ แต่ดูเหมือนเธอจะพลาดเสียแล้ว “อิ้งเป็นคนถามผมเองนะ” “ค่ะ...ขอแค่อย่าแพงนักก็พอ เพราะอิ้งไม่ค่อยมีเงิน” “สิ่งที่ผมจะขอ อิ้งไม่ต้องใช้เงินซื้อแม้แต่บาทเดียว” “มีด้วยเหรอคะ ของที่อิ้งไม่ต้องใช้เงินซื้อ” “มี...เพราะผมต้องการแค่ริมฝีปากของ...อิ้ง” เอ่ยจบภูวิศก็เดินเข้ามาประชิดตัวอิงฟ้า ซึ่งระหว่างนั้นเธอมัวแต่ทบทวนประโยคที่ได้ยินไปเมื่อครู่ จึงไม่ทันได้ขยับหนี “ตอนนี้ผมยังเลิกมันไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่ผมต้องการจะมัน ผมจะไปหาอิ้ง” “ตะ...แต่ว่า” ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมา ภูวิศก็อยู่ใกล้เกินกว่าที่ อิงฟ้าคาดคิด และเขาก็ใช้จังหวะนั้นรวบเอาบางของเธอไว้ “ถ้าอิ้งไม่ตกลง ผมก็จะสูบบุหรี่เดี๋ยวนี้แล้วก็จะเข้าไปหา น้ำขิง” “ทำแบบนั้นไม่ได้นะคะ เดี๋ยวน้ำขิงก็ได้กลิ่นบุหรี่จากตัว คุณเดย์ คราวนี้แกอาจไม่สบายเข้าจริงๆ” แม้จะตกใจแต่อิงฟ้าก็รีบห้าม “งั้นอิ้งก็ให้คำตอบผมมาสิ ว่าได้หรือไม่ได้” “เอ่อ...” “ได้หรือไม่ได้” น้ำเสียงของภูวิศกำลังทำให้อิงฟ้าสะท้าน ไหนจะแววตารวมไปถึงวงแขนของเขาที่โอบรอบเอวของเธออยู่ในตอนนี้อีก “คุณเดย์ กำลังมัดมือชกอิ้งอยู่นะ” “ใช่” “คุณเดย์” คำตอบของภูวิศทำเอาอิงฟ้าอึ้ง ตอนนี้เธอสับสนจริงๆ ว่าชายหนุ่มเป็นอะไรของเขากันแน่ “ทำยังไงดี ตอนนี้ผมอยากสูบบุหรี่อีกแล้วสิ” “ตะ...ตอนนี้เหรอคะ” อิงฟ้าตกใจจนเผลอเงยหน้าขึ้นมอง ภูวิศอีกครั้ง ถึงได้รู้ว่าเวลานี้เขากำลังยิ้มและรอยยิ้มของเขาก็เจ้าเล่ห์มากด้วย “ใช่....ตอนนี้” เอ่ยจบภูวิศก็ช้อนปลายคางของอิงฟ้าขึ้น จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาเพื่อมอบจูบให้เธอ จูบแรกสัมผัสแรกจากเขาทำให้อิงฟ้าใจเต้นรัว ร่างบอบบางร้อนรุ่มราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่าน หูอื้อตาลายและรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอย ในขณะที่ภูวิศเองก็กำลังดื่มด่ำกับรสจูบที่แสนหวานจาก อิงฟ้าเช่นเดียวกัน ริมฝีปากนุ่มๆ ของเธอทำให้เขาหลงใหล จนหัวใจจากที่เคยด้านชากลับมาเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะอย่างเช่นในตอนนี้ได้ นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกดีกับการจูบเช่นในตอนนี้ นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยโหยหาใครเท่าอิงฟ้ามาก่อน นานแค่ไหนที่เขาไม่เคยตกหลุมรักใคร กระทั่งได้มาเจอ...เธอ ภูวิศตัดใจถอนจูบแรกออกอย่างอ้อยอิ่ง นั่นก็เพื่อสบตากับอิงฟ้า จะได้มองเข้าไปในดวงตาของเธอว่าคิดเช่นเดียวกับเขาไหม และคำตอบที่เขาได้คือ...ใช่ จูบครั้งที่สองจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้อิงฟ้าปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปช้าๆ แต่ก็วาบหวามด้วยสัมผัสที่ภูวิศมอบให้ ริมฝีปากเขาช่างร้ายกาจ เพราะมันอ่อนหวานและเร่าร้อนจนเธอเกือบทำให้เธอหมดลมหายใจ และนี่คือวิธีหยุดตัวเอง เพื่อไม่ให้สูบบุหรี่ในแบบเฉพาะของเขา
ทาสรักจอมโจร

ทาสรักจอมโจร

มหาเศรษฐี
5.0
เพราะความดื้อรั้นทำให้เธอต้องพบกับอันตราย เพราะความดื้อรั้นครั้งนั้น…ทำให้เธอพบหัวใจอีกครึ่งดวง ---------- “ทำได้ดีมากทะเล” เซบาสเตียนเอ่ยชมลูกน้อง งานนี้สำเร็จอย่างสวยงาม แม้จะใช้คนน้อยไม่ถึงห้าคนด้วยซ้ำแต่ก็ลุล่วงและคล่องตัวได้มาก ส่วนคนอื่นๆ ตอนนี้คงกระจายกันไปตามแผนและคงไปรวมกันอีกครั้งบนเกาะ “ครับ” ทะเลยิ้มแห้งๆ รับคำชมนั้น เพราะรู้ว่างานนี้ตนทำพลาดไปบางอย่างแล้วนั่นเอง แต่ท่าทางแบบนี้มีหรือจะรอดพ้นสายตาของเซบาสเตียนไปได้ “เป็นอะไร” “คือว่าผม” ทะเลอ้ำๆ อึ้งๆ ก่อนที่เซบาสเตียนจะคิ้วขมวดเมื่อได้ยินเสียงดังเล็ดลอดออกมาจากท้ายรถ ชายหนุ่มจึงเดินอ้อมไปดูโดยมีทะเลตามมาติดๆ “อื้อ...อ่อย อ้านนนน (อื้อ...ปล่อยฉัน)” เซบาสเตียนเปิดท้ายรถออกดูก็พบว่าเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง ฝนทิพย์ที่ตอนนี้ถูกมัดมือ มัดเท้าและยังมีผ้าปิดปากดิ้นรนเพื่อช่วยเหลือตัวเอง ชายหนุ่มยืนเท้าสะเอวมองคนที่ไม่ต้องการ ก่อนจะหันไปมองทะเลด้วยแววตาไม่พอใจ ทำเอาทะเลสะดุ้ง “เอ็งทำอะไรทะเล” “คือตอนที่ผมจะกลับ บังเอิญเจอผู้หญิงคนนี้เข้า เธอเห็นผมกับของก็เลยจับมาด้วยครับ” คำตอบของทะเลทำให้เซบาสเตียนลอบถอนหายใจออกมาหนักๆ เรื่องยุ่งๆ คงตามมาในอีกไม่ช้าแน่ เขาไม่รู้เลยว่าทะเลจะจับฝนทิพย์มาด้วย กระทั่งถึงเฮลิคอปเตอร์ที่จอดรับเพื่อเดินทางไปยังเกาะ “ผมขอโทษครับนาย ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออกก็เลยพาเธอมา ยังไงเราปล่อยเธอไปตอนนี้ก็ได้นะครับ” “ไม่ได้ เอ็งจัดการฆ่าทิ้งซะ จะได้จบๆ” คำสั่งของเซบาสเตียนทำเอาทะเลหน้าซีดเป็นไก่ต้ม “อ้ายยยย (ไม่)” ดวงตาของฝนทิพย์เบิกกว้างทันทีที่ได้ยินคำว่าฆ่าทิ้ง ผู้ชายคนนี้ทำไมถึงได้เลือดเย็นและโหดเหี้ยมแบบนี้ ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเขาเป็นโจรที่ขโมยเพชรมาไม่ใช่เหรอ เซบาสเตียนกำลังคิด เขาพูดว่าฆ่าแต่ไม่ได้ต้องการฆ่าแค่ทำให้ส่วนเกินเกิดความกลัวเท่านั้น ซึ่งก็ได้ผล เพราะตอนนี้เธอนิ่งเป็นหุ่นไปแล้ว ฝนทิพย์ต้องตั้งสติ ถ้าเธอเกิดต้องตายในหน้าที่ขึ้นมาจริงๆ ทุกคนต้องภาคภูมิใจในตัวเธอแน่
หวามรักเจ้าพ่อคาสิโน

หวามรักเจ้าพ่อคาสิโน

มหาเศรษฐี
4.9
เพราะคำว่า ‘หนี้’ ทำให้ชีวิตของนิลยาพลิกผัน คำๆ นี้มันร้ายแรงถึงขั้นทำให้ครอบครัวเธอแตกแยก แถมเธอยังถูกพี่ชายต่างพ่อ มอมยาแล้วนำมาขายราวกับสินค้าไร้ราคา ++++++++++++++ “อยากได้เงินมากขนาดนั้นเลยหรือไง” “ใช่...ฉันอยากได้เงิน เพราะเงินมันทำให้ฉันไปจากที่นี่ได้” เพราะโกรธที่ราเชนทำกับเธอย่างไม่มีเหตุผล ทำให้นิลยาตอบกลับมาด้วยอารมณ์ ทั้งๆ ที่พึ่งขอบคุณในใจไปหยกๆ ที่เขาเข้าไปช่วยให้รอดพ้นจากไพรวัลย์ “ถ้างั้นฉันจะให้เธอเอง” เอ่ยจบ ราเชนก็เดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน จากนั้นก็เปิดลิ้นชักออกแล้วคว้าเงินปึกใหญ่หลายปึกมาถือไว้ เสร็จก็เดินกลับหานิลยาพร้อมโยนเงินปึกแรกให้เธอ “หนึ่งแสนสำหรับเสื้อตัวนั้น ถอดออกสิ” ประโยคที่ได้ยินจากราเชน ทำให้นิลยาหน้าชาอย่างบอกไม่ถูก หรือว่าที่ผ่านมาเธอมองผู้ชายตรงหน้าผิดไป เขาคงเหมือนผู้ชายเลวๆ คนอื่น ที่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง นิลยาจ้องมองราเชนด้วยแววตาผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด แววตานั้นทำให้ราเชนชะงักไปนิดหน่อยและรู้สึกผิดที่ทำเช่นนี้ แต่เพราะอยากสอนให้เธอรู้ว่าโลกใบนี้ไม่ได้สวยงามไปเสียหมด ราเชนก็จำต้องใจร้าย “แล้วนี่ก็อีกหนึ่งแสนสำหรับกระโปรงตัวนั้นของตัวเธอ อยากได้เงินมากไม่ใช่เหรอ ถ้าใช่ก็รีบถอดเสื้อกับประโปรงออกมาแลก” นิลยาไม่เอ่ยอะไร แต่ทว่าเธอกลับทำตามที่ราเชนบอก ด้วยการถอดเสื้อและกระโปรงออกทันที ราเชนมองเห็นความกลัวจากแววตาของนิลยาได้ รวมถึงร่างกายบอบบางที่กำลังสั่นเทานั่นก็ด้วย แต่เขากลับมองเธอด้วยความเฉยชา กระทั่งนิลยาถอดเสื้อและกระโปรงพ้นไปจากตัว เรือนร่างกึ่งเปลือยของนิลยานั้นชวนมองไม่น้อย แต่ราเชนก็จำต้องใจแข็ง “สองแสนสำหรับบราเซียกับบิกินี่” เอ่ยจบราเชนก็โยนเงินลงไปบนโต๊ะตรงหน้านิลยา เธอยืนกำหมัดเล็กๆ ของตัวเองไว้แน่น พร้อมพยายามหยุดน้ำตาที่ค่อยๆ เอ่อออกมา นิลยากัดฟันไว้แน่น จากนั้นก็ปลดสายบราเซียออกจากหัวไหล่ข้างซ้ายก่อนตามด้วยข้างขวา แต่จังหวะที่เธอเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อปลดตะขอ ราเชนกลับทนดูไม่ไหวเสียเอง “หยุด พอแค่นั้นแหละ” “แต่ฉันอยากได้เงินเพิ่ม ส่วนคุณก็พร้อมจะจ่ายอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” นิลยาเอ่ยถามเสียงสั่นพร้อมจ้องมองราเชนอย่างถือดี ชายหนุ่มก้าวเพียงหนึ่งก้าวก็เข้ามาประชิดตัวนิลยาได้แล้ว ก่อนจะโยนเงินทั้งหมดในมือลงไปบนโซฟา แล้วล็อคใบหน้าของเธอไว้ด้วยมือหนาทั้งสองข้าง จากนั้นก็บดขยี้จูบหนักๆ ลงไปบนริมฝีปากอิ่มของเธออย่างจาบจ้วง
หลงรักเจ้าสาวผิดคิว

หลงรักเจ้าสาวผิดคิว

มหาเศรษฐี
5.0
เธอ...คือเจ้าสาวที่ฟ้าส่งมาโปรด ให้เจ้าบ่าวใกล้ตายที่ถูกเทงานแต่งงานอย่าง...เขา ++++++++ “เราขอโทษที่ไม่ได้บอกแกเรื่องพี่ปุณณ์จะแต่งงาน เราแค่ไม่อยากเห็นแกอกหักน้ำตานอง แต่เอ๊ะ...ทำไมแกพูดเหมือนกับว่ารู้จักเจ้าสาว” “อื้อ...พอดีเราเป็นญาติกัน คงเหมือนแกกับพี่ปุณณ์นั่นแหละ” “โลกแม่งก็กลม” เอ่ยจบเพียงดาวก็ถอนหายใจออกมา ตอนนี้เธอมืดแปดด้านไปหมดแล้ว ไม่รู้จะแก้ไขปัญหานี้ได้ยังไง “แล้วแบบนี้งานแต่งงานจะเอาไงต่อ” “ป้าเรา แม่พี่ปุณณ์นะ ยื่นคำขาดให้ญาติเจ้าสาวหาทางแก้ไขอยู่” “จะหาทางแก้ไขยังไงเล่า ในเมื่อเจ้าสาวไม่อยู่แบบนี้แล้ว” ดรินทร์คิ้วขมวดอีกคน “ก็ใช่ไง อีกอย่างเราเห็นบรรดาพ่อแม่ญาติพี่น้องเจ้าสาวพากันหนีขึ้นรถแล้วขับออกไปจากโรงแรมตะกี้นี้ คงเทงานแต่งงานเหมือนเจ้าสาวแล้วแน่นอน เราฟันธงได้” “หา” เสียงอุทานด้วยความตกใจดังมาจากดรินทร์อีกครั้ง “เอาไงดีอะแก ช่วยกันคิดหน่อยสิ” “จะไปคิดอะไรให้ยุ่งยาก ในเมื่อไม่มีเจ้าสาวแล้วก็ยกเลิกงานแต่งไปสิแก จะจัดต่อทำไม” “หรือไม่ก็แก้ผ้าเอาหน้ารอด ด้วยการหาผู้หญิงสักคนมาเป็นเจ้าสาว” ขณะพูดเพียงดาวก็มองตรงมายังดรินทร์ โดยที่คนถูกมองนั้นไม่รู้ตัวสักนิด ว่าเพื่อนกำลังวางแผนอะไรอยู่ในใจ “บ้า...ผู้หญิงสติดีที่ไหนจะยอมแต่งงานกับใครง่ายๆ ขนาดนั้นกัน” “แกไง” “เราเนี่ยเหรอ”คราวนี้ดรินทร์ตกใจจนตาโตเป็นไข่นกกระจอกเทศ ก่อนจะชี้นิ้วมาที่ตัวเองแล้วทำตาปริบๆ มองมายังเพียงดาว ส่วนคนพูดนั้นกลับส่งยิ้มหวานมาให้
หนี้รักจำเลยปรารถนา

หนี้รักจำเลยปรารถนา

มหาเศรษฐี
5.0
เขา...คือรักแรกและเป็นรักเดียว แต่...ทว่ารักครั้งนี้กลับถูกขอให้เสียสละโดยพี่สาวฝาแฝด เธอ.....จะทำอย่างไร จะนิ่งเฉย....หรือจะปล่อยมือ --------- “พี่ติณมองซอให้ชัดๆ ว่าคนที่พี่เห็นตอนนี้คือใคร ซอหรือพี่พิณ” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยขึ้น ชื่อที่ได้ยินทำให้ติณณ์ผงะไปเล็กน้อย ทำไมธัญชยาถึงได้แทนตัวเองว่าเป็นณัฐชยาถึงสองครั้งแบบนี้ นั่นทำให้ชายหนุ่มเพ่งสายตามองคนตรงหน้าให้ชัดๆ แม้จะตกอยู่ในฤทธิ์ยา แต่ณัฐชยาก็มั่นใจว่าติณณ์สามารถแยกออกระหว่างเธอกับพี่สาวว่าใครเป็นใคร และก็จริง เพราะแววตาของติณณ์เปลี่ยนไป ชายหนุ่มถึงกับชะงัก เพราะเขามั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้คือณัฐชยาไม่ใช่ธัญชยาแน่นอน แม้สองคนจะเป็นฝาแฝดที่เหมือนกันราวกับแกะ แต่ติณณ์คือหนึ่งคนที่แยกออกว่าคนไหนคือณัฐชยา คนไหนคือธัญชยา “ซอ!” น้ำเสียงที่เปล่งชื่อณัฐชยาออกมานั้นช่างเต็มไปด้วยความตกใจและแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเป็นเธอ “ผิดหวังเหรอคะที่เป็นซอ ไม่ใช่พี่พิณ” คำพูดประชดประชันถูกเอ่ยออกมาจากปากอิ่ม ดวงตาแดงก่ำเพราะความน้อยใจ ------------
ในบ่วงพิศวาส

ในบ่วงพิศวาส

มหาเศรษฐี
5.0
เพราะคำว่าไม่คู่ควรเธอจึงทอดทิ้งเขา โดยที่เขาไม่เคยรับรู้ถึงเหตุผล เพราะคำว่ารักปนแค้นเขาจึงยังเฝ้ารอ กระทั่งวันหนึ่งทั้งคู่ได้กลับมาพบกัน เขาเข้าหาเพื่อจะเอาคืน ส่วนเธอหนีหน้าเพื่อไม่ให้ใจตัวเองบอบช้ำ แต่สุดท้ายทั้งสองก็ไม่อาจหนีจากบ่วงพิศวาสไปได้ ---------ในบ่วงพิศวาส------------ ริมฝีปากอิ่มของเธอยังคงนุ่มและหวานฉ่ำเหมือนครั้งแรกที่อัตถ์ได้ลิ้มลอง แม้มันจะผ่านมานานแล้วแต่เขาก็ยังคงจดจำความรู้สึกของจูบแรกได้เป็นอย่างดี แต่ความอ่อนโยนก็เกิดขึ้นเพียงครู่เดียวก่อนที่ความป่าเถื่อนจะเข้ามาแทนที่อีกครั้ง และสลับกันไปแบบนี้จนทรายแก้วยากจะรับมือ ใช่ว่ามีเพียงอัตถ์เท่านั้นที่ยังคงจำจูบแรกได้ทรายแก้วเองก็จำได้และโหยหามันเช่นกัน แต่เธอก็เลือกที่จะออกมาจากชีวิตของอัตถ์นั่นก็เพื่อให้ชายหนุ่มได้พบเจอคนที่ดีกว่าเธอ เพราะยังคงรัก แรงต่อต้านของทรายแก้วจึงค่อยๆ ลดลงอย่างลืมตัว และนั่นก็ทำให้อัตถ์เลือกที่จะผลักเธอออกห่าง “ก็แค่จูบ...แต่ทำไมคุณพี่เลี้ยงถึงอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟกับคนไม่เคยรู้จักอย่างผมได้ละครับ แบบนี้มันไม่เท่ากับคุณให้ท่า...” เพียะ ยังไม่ทันที่อัตถ์จะได้พูดจบประโยค เตียงตบฉาดใหญ่ก็ดังขึ้นส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลาของอัตถ์หันไปตามแรงตบนั้นทันที ทรายแก้วตบเขาแรงมากจนรู้สึกชาที่มือส่วนอัตถ์ก็เจ็บจนชาไปทั้งหน้าเช่นกัน ชายหนุ่มใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มฝั่งที่ถูกตบพร้อมกับยกมือขึ้นลูบไปด้วย “คาดหวังอะไร ตบมาผมต้องจูบกลับอย่างนั้นเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างประชดประชัน “ไม่ค่ะ เพราะจูบคุณมันห่วยสิ้นดี” คำพูดของทรายแก้วยิ่งกระตุ้นพายุอารมณ์ในใจของอัตถ์ให้พวยพุ่ง “ห่วยแต่มันก็ให้เธออ่อนระทวยได้ไม่ใช่หรือไง ถ้าผมจูบนานกว่านี้อีกสักหน่อย ดีไม่ดีเธออาจเคลิ้มจนลากผมขึ้นเตียงแล้วก็ได้”
มาเฟียทวงสิทธิ์รัก

มาเฟียทวงสิทธิ์รัก

มหาเศรษฐี
4.9
กฎข้อแรกและข้อสำคัญของการเป็นผู้หญิงของริโอ มาเฟียหนุ่มผู้มีทั้งความหล่อ รวย เพอร์เฟคในทุกๆ ด้าน คือเธอต้องห้าม...ท้อง แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นกับยอดพธูกฎข้อแรกและข้อสำคัญของการเป็นผู้หญิงของริโอ มาเฟียหนุ่มผู้มีทั้งความหล่อ รวย เพอร์เฟคในทุกๆ ด้านคือเธอต้องห้าม...ท้องแต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นกับยอดพธูทั้งๆ ที่เธอก็เป็นแค่ของเล่นฆ่าเวลาของเขาเป็นแค่ของเล่นที่ไร้จิตใจเป็นแค่ของเล่นที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งเหมือนชิ้นอื่นๆแต่ทำไมของเล่นชิ้นนี้ ถึงได้ถูกหยิบมาเป็นของจริงเธอมีอะไรดีกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ อย่างนั้นหรือ
ฉากรักในคืนฝนโปรย

ฉากรักในคืนฝนโปรย

โรแมนติก
5.0
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภรรยา 72 ชั่วโมง

ภรรยา 72 ชั่วโมง

โรแมนติก
4.9
เธอคือภรรยาจำยอมที่มีใจ ส่วนเขาก็คือสามีจำเป็นที่ไร้ใจ แต่เพราะรัก ‘ลดา’ จึงยอมที่จะแต่งงานกับ ’พ่อเลี้ยงโอบ’ แม้ว่าเขาจะหมางเมินใส่เธอสักแค่ไหนก็ตาม พ่อเลี้ยงโอบให้สัญญากับ ‘ปีใหม่’ คนรักที่คบหาอยู่ว่าจะไม่แตะต้องภรรยาในนามอย่างลดาเป็นอันขาด แต่ทว่าเขากลับผิดสัญญา… ความเร่าร้อนในคืนนั้น….ยังคงทำให้เขาคิดถึง ความวาบหวามในคืนนั้น….มันกระตุ้นให้เขาบุกเข้าหาผู้หญิงที่หมายจะให้เธอเป็นแค่ภรรยาในนาม ความเสน่หาทำให้เขาลุ่มหลงเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น เช่นเดียวกับลดาที่เธอนั้นจมดิ่งอยู่ในห้วงเสน่หาที่สามีผู้เร่าร้อนมอบให้ แต่เหมือนว่าความรักครั้งนี้มันจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด….
รุกฆาตนางร้าย

รุกฆาตนางร้าย

โรแมนติก
5.0
เธอ…ไม่ได้ร้ายเหมือนฉายาที่ได้รับ เธอ…อ่อนนอกแข็งใน แต่ใครๆ กลับติดภาพว่าเธอร้าย เธอแรง เขา…คือเจ้าของฉายาพระเอกหน้าหล่อ ขวัญใจสาวๆ แต่กลับไม่อาจคว้าหัวใจนางร้ายเบอร์หนึ่งมาครองได้ แต่ในเมื่ออยากได้ เขาจึงต้องใช้ใจเพื่อคว้าใจเธอมา +++++++++ “พะ...พี่คิมคะ” คนในอ้อมกอดพยายามปลุกชายหนุ่มให้รู้สึกตัว ก่อนที่คิมหันต์จะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเพื่อสบตากับคนในอ้อมกอด “รู้สึกตัวแล้วหรือครับ เป็นยังไงบ้าง” เอ่ยถามจบก็ยกมืออีกข้างขึ้นมาวางบนหน้าผากของปลายฝน เพื่อดูว่าไข้เธอลดแล้วหรือยัง ซึ่งผลน่าพอใจทีเดียว “หมอกดีขึ้นมากแล้วค่ะ ว่าแต่เมื่อคืนนี้พี่คิมอยู่เฝ้าไข้หมอกทั้งคืนเลยเหรอคะ” “ครับ” “ขอบคุณนะคะ” “ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยรับ แต่กลับยังคงจ้องใบหน้าของปลายฝนนิ่ง ทำราวกับหากเขากะพริบตาแล้วจะทำให้เธอหายไป “หน้าหมอกมีอะไรติดอยู่หรือเปล่าคะ” “ไม่มีครับ” “แล้วทำไมพี่คิมถึงจ้องเอาๆ แบบนั้น” ขณะถามปลายฝนก็เขินสายตาที่คิมหันต์ส่งมาจนตัวร้อนผ่าวไปหมด “พี่แค่อยากมองหน้าหมอกให้ชัดๆ จะได้รู้ว่าเมื่อคืนพี่ไม่ได้ฝันไป” “เอ้!...หรือว่าหมอกเมายาลดไข้ แล้วปล้ำพี่คิมไปเหรอคะ” “ไม่ใช่แบบนั้น” คิมหันต์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ปลายฝนนี่อยู่เหนือการควบคุมจริงๆ ดูเธอตอบเข้าสิ “โล่งอกไปที” “แต่เมื่อคืนหมอกบอกว่ารักพี่” “เอ้!”