บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 4

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 4

Ocean Books

5.0
ความคิดเห็น
4.4K
ชม
20
บท

อานนท์ ชายหนุ่มโสดอายุ 25 ปี หน้าตาดาษดื่น เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าอุ่นไอรัก อาชีพหลักคือการขายอาหารตามสั่งในฟู๊ดเซนเตอร์ห้างดัง อาชีพรองเป็นผู้ช่วยนักเขียนนิยาย รับจ้างหาข้อมูลต่าง ๆ ส่งให้กับนักเขียน งานไหนได้เงิน อานนท์ทำทั้งหมด ในวันหยุดยาว กลางวันนอกจากต้องไปยืนทำอาหารตามสั่ง กลางคืนยังต้องมานั่งหาข้อมูลส่งให้ผู้ว่าจ้างงานด่วนอีก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ วิญญาณจึงบ๊ายบายจากโลกเก่า ไปเกิดใหม่ในร่างของจางอี้หมิง บุตรชายตัวน้อยอายุ 5 ขวบของบัณฑิตจาง ที่ถูกบ้านหลักมอบหนังสือแยกบ้าน พร้อมขับไล่ครอบครัวให้มาอยู่บ้านนอก อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งทีในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ แม่ และย่าตามที่อานนท์เคยฝันไว้ แต่ทำไมถึงแถมความยากจนมาให้เขาด้วย ชาติก่อนก็สู้ชีวิตจนตาย มาชาตินี้ชีวิตสู้กลับยิ่งกว่านิยายที่เขาเคยอ่านเสียอีก  นี่สินะ!!! ของฟรีไม่มีในโลก มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนกันอย่างสมน้ำสมเนื้อ

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 4 บทที่ 1 พ้นภัยหนาว

“พวกเจ้ารีบเล่าถึงหนทางแก้ไขปัญหาเรื่องเชื้อเพลิงมา ว่ามันคือสิ่งใดกัน” ท่านเจ้าเมืองเอ่ยเร่งด้วยความร้อนใจ เขาต้องการทราบข้อมูลอย่างละเอียดและรวดเร็วที่สุดเพื่อช่วยเหลือชาวไห่ถังให้ทันเวลา

“หมู่บ้านหลัวถงอยู่ติดชายทะเล มีต้นลูกหนามที่สามารถเอาผลมาทำเป็นเชื้อเพลิงได้ขอรับ” จางอี้เทาเอ่ยขึ้นและยื่นผลลูกหนามวางไว้บนโต๊ะทำงานของท่านเจ้าเมืองสองสามผล

“สิ่งนี้คือสิ่งที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงได้เช่นนั้นหรือ” คุณชายหวงเอ่ยถามพร้อมกับหยิบตัวอย่างขึ้นมาพิจารณาดู

“ใช่แล้วขอรับ รบกวนท่านพ่อบ้านเอาผลลูกหนามไปทุบทั้งหมด

ไม่ต้องให้แหลกมาก แล้วหาเตาสักอันวางผลลูกหนามลงไปและจุดไฟ เสร็จแล้วนำกลับมาให้ท่านเจ้าเมืองได้ดูด้วยขอรับ” จางอี้เทาหยิบลูกหนามสามลูกส่งให้กับพ่อบ้านประจำจวนพร้อมกับอธิบายวิธีการทดสอบ

“ได้”

ทันทีที่ได้รับสัญญาณจากท่านเจ้าเมืองให้รีบจัดการทำตามที่ชายหนุ่มตรงหน้าบอก พ่อบ้านจึงรับลูกหนามมาถือไว้แล้วเดินออกจากห้องไป

“ใครเป็นผู้ค้นพบต้นลูกหนามที่ใช้จุดไฟนี้ พวกเจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่” คุณชายหวงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากตอบคำถาม แต่เพียงเท่านี้หวงห่าวหรานก็เดาได้ทันที

“หมิงหมิงน้อยใช่หรือไม่ ข้าไม่แปลกใจเลยหากคนที่พบเจอต้นลูกหนามจะเป็นเจ้าเด็กน้อยคนนั้น” คุณชายหวงว่า

บทสนทนายังไม่ทันได้ดำเนินการต่อ พ่อบ้านก็ถือเตาขนาดเล็กเดินเข้ามายังห้องทำงาน ซึ่งในเตานั้นมีผลของลูกหนามที่เปลวไฟลุกโชน

“โอ้ มันติดไฟจริง ๆ ด้วย” ท่านเจ้าเมืองลุกขึ้นยืนชะเง้อมองไปยังเตาที่พ่อบ้านถือเข้ามาวางไว้ตรงพื้นด้านหน้าโต๊ะทำงานของเขา

“ถูกแล้วขอรับ ลูกหนามหนึ่งผลติดไฟได้นานหนึ่งเค่อ แต่ถ้าหากว่าจุดไฟด้วยลูกหนามจำนวนมากระยะเวลาของเปลวไฟก็นานขึ้นด้วยขอรับ” จางอี้เทาอธิบายอีกครั้ง

“เป็นข่าวดียิ่งนักเพราะข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยคนป่วยและคนที่ล้มตายก็มากขึ้นทุกวัน ความดีความชอบในครั้งนี้ต้องยกให้กับหมู่บ้านหลัวถงแล้ว

ข้าจะป่าวประกาศออกไปถึงความดีในครั้งนี้” ท่านเจ้าเมืองเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม เขาโล่งใจจนคล้ายยกภูเขาออกจากอกได้

“หามิได้ขอรับท่านเจ้าเมือง หมู่บ้านหลัวถงมีคำขอ พวกเรามิต้องการความดีความชอบอันใด ชาวบ้านต้องการให้ท่านเจ้าเมืองปิดเป็นความลับมากกว่าขอรับ เพราะว่าพวกเราชาวบ้านมิต้องการความวุ่นวาย จุดประสงค์ที่มาแจ้งข่าวในครั้งนี้เป็นเพียงความปรารถนาดีของหมู่บ้านหลัวถงที่มีให้กับชาวบ้านหมู่บ้านอื่นเพียงเท่านั้น หาได้ต้องการความดีความชอบไม่”

“พวกเจ้าช่างมีน้ำใจยิ่งนัก” ท่านเจ้าเมืองเอ่ยชม

“อีกหนึ่งเหตุผลคือพวกเราเกรงกลัวเรื่องโจรมากขอรับ เป็นไปได้หรือไม่ที่ท่านจะทำการนี้อย่างลับ ๆ โดยส่งทหารออกไปตามหาต้นลูกหนามให้ทั่วเมืองไห่ถัง หากพบเจอที่หมู่บ้านไหนให้ทหารสอนวิธีการเก็บ การใช้ให้กับชาวบ้านและขอให้ทหารเก็บลูกหนามมาบางส่วนเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับหมู่บ้านอื่นที่ไม่มีต้นลูกหนาม

ข้าคิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้คงไม่มีผู้ใดมาเฝ้าจับตามอง

แต่กันไว้ดีกว่าแก้ จึงอยากให้กระจายทหารออกไปหลาย ๆ ทาง หมู่บ้านที่เป็นเป้าหมายคือหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับทะเลขอรับ ทหารสามารถไปดูต้นลูกหนามได้ที่หมู่บ้านหลัวถงและเก็บมาแจกจ่ายให้กับชาวเมืองได้ มันมีมากมายเพียงพอให้ทุกคนได้ใช้ ขอเพียงท่านอย่าได้แพร่งพรายถึงแหล่งที่มาเพียงเท่านั้น”

จางอี้เทาอธิบายยาวเหยียดเกี่ยวกับแผนการต่าง ๆ ที่มีให้กับท่านเจ้าเมืองได้รับฟัง รวมถึงความกังวลใจของชาวบ้านหลัวถงด้วย

“เป็นความคิดที่ดี ข้ายินดีทำตามคำที่เจ้าขอ วันพรุ่งนี้ข้าจะให้ทหารจำนวนหนึ่งไปหาพวกเจ้าเพื่อไปดูต้นลูกหนามและนำลูกหนามกลับคืนมาเพื่อนำมาแจกให้ชาวเมืองได้ใช้ อีกกลุ่มหนึ่งข้าจะให้ทหารกระจายตัวออกไปตามหาในหมู่บ้านต่าง ๆ แผนการเช่นนี้พวกเจ้าเห็นด้วยหรือไม่” ท่านเจ้าเมืองพูดทวนแผนการและสอบถามความพอใจของชาวบ้านหลัวถง

“พวกเราพอใจขอรับ” จางอี้เทาตอบคำถามหลังจากที่หันไปเห็นซุนถงพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเห็นด้วย

“หากไม่มีสิ่งใดแล้วพวกข้าขอตัวกลับก่อนนะขอรับ หากช้าการเดินทางจะลำบากเนื่องจากรถม้าใช้การมิได้เลยขอรับ” จางอี้เทาเอ่ยขอตัว

“ข้าในฐานะที่เป็นเจ้าเมืองไห่ถังขอขอบใจหมู่บ้านหลัวถงที่มิได้นิ่งดูดายเห็นความตายของคนอื่นว่ามิใช่เรื่องของตน ชาวเมืองไห่ถังติดหนี้พวกเจ้าแล้วหนึ่งครั้ง ข้ารับปากว่าจะทำตามที่เจ้าขออย่างเคร่งครัด ขอให้พวกเจ้าสบายใจได้” ท่านเจ้าเมืองเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นมั่นคง

จางอี้เทา ซุนถง และเถ้าแก่หวังจึงขอตัวกลับ คล้อยหลังทั้งสามเดินไปจนลับสายตา หวงห่าวหรานจึงเอ่ยกับบิดา

“ท่านพ่อขอแสดงความยินดีด้วยขอรับ ในที่สุดปัญหาเรื่องภัยหนาวก็มีหนทางแก้แล้ว ท่านพ่อจะได้พักผ่อนบ้าง”

“พ่อมิแปลกใจเลยถึงความสามารถของเด็กน้อยนั่น เราโชคดีแล้วที่มีพวกเขาอาศัยอยู่ที่เมืองไห่ถังนี้ ไม่แน่ว่าในการหาเครื่องบรรณาการอาจจะขอความช่วยเหลือจากพวกเขาได้ในอนาคต”

“ข้าก็คิดเช่นเดียวกันขอรับท่านพ่อ เช่นนั้นท่านพ่อพักผ่อนเถอะขอรับ ท่านแม่กังวลเรื่องสุขภาพของท่านมาหลายวันแล้ว เรื่องต่าง ๆ ปล่อยเป็นหน้าที่ของข้าเอง เรื่องเพียงเท่านี้ข้าจัดการได้ขอรับ” หวงห่าวหรานเห็นด้วยกับบิดา เขาบอกให้ท่านเจ้าเมืองได้พักผ่อนก่อนจะขอตัวออกไปจัดการตามที่ได้คุยกันไว้ก่อนหน้านี้

บนถนนสายหลักของเมืองไห่ถังเต็มไปด้วยหิมะ มันช่างเงียบเหงาหาได้มีผู้คนบนท้องถนนไม่ บ้านเรือนถูกปิดแน่นหนา หิมะยังตกลงมาประปราย มองไปทางไหนก็มีแต่สีขาวโพลน ทางด้านจางอี้เทาและซุนถงมุ่งหน้าไปยังเรือนของหลินไห่ผู้เป็นบิดาบุญธรรมของบัณฑิตหนุ่ม

เมื่อถึงจุดหมาย พ่อบ้านรีบเดินมาเปิดประตูให้แล้วนำทุกคนเข้าไปยังโถงเรือน หลินไห่กับตู้จินเหมยนั่งจิบชากันอยู่ในห้อง เมื่อเห็นว่าใครมาเยี่ยม

ฮูหยินหลินถึงกับลุกขึ้นมา ทว่าจางอี้เทารีบเดินเข้าไปและประคองให้นางนั่งลงตามเดิม

หลังจากที่คารวะทำความเคารพกันเรียบร้อยแล้ว จางอี้เทาก็ไม่ปล่อยให้เสียเวลา เขาวางผลลูกหนามจำนวนหนึ่งไว้บนพื้น ใกล้กับโต๊ะที่ทั้งสองคนนั่งอยู่

“ท่านพ่อบุญธรรม ท่านแม่บุญธรรม พวกท่านประสบปัญหาเชื้อเพลิงหรือไม่ขอรับ” จางอี้เทาเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่รับน้ำชาอุ่น ๆ จากพ่อบ้านมาจิบเพียงเล็กน้อย

“ตอนนี้ยังไม่มี แต่อีกไม่เกินสองสามวันเชื้อเพลิงก็จะหมด ข้าไม่นึกว่าหิมะจะตกลากยาวนานถึงเพียงนี้ ทำให้ทั้งอาหารและเชื้อเพลิงเริ่มไม่เพียงพอ บ่าวบางคนกลับมาเล่าให้ฟังว่าข้างนอกนั้นคนล้มตายจำนวนมากเนื่องจากขาดอาหารและเชื้อเพลิง” ตู้จินเหมยตอบคำถามด้วยความกังวล

“ท่านพ่อ สิ่งนี้เรียกว่าผลลูกหนาม มันขึ้นที่หมู่บ้านหลัวถงขอรับ มันใช้แทนเชื้อเพลิงได้ ขอท่านพ่อบ้านเอาไปทุบให้พอแตก แต่ไม่ต้องละเอียดนะขอรับ แล้วลองเอาไปจุดไฟดู หนึ่งผลจุดไฟได้ประมาณหนึ่งเค่อ แต่ถ้าหากว่าจุดไฟหลาย ๆ ลูก มันจะเพิ่มระยะเวลาและความร้อนของไฟได้ วันนี้ข้าไม่สามารถเอามาให้ได้มากนัก เนื่องจากรถม้าใช้ไม่ได้ พรุ่งนี้ให้ซีฮันไปที่บ้านข้า ข้าจะพาไปเก็บเอากลับมาเยอะ ๆ”

จางอี้เทาอธิบายพลางยื่นผลลูกหนามทั้งหมดให้กับพ่อบ้านรับไปจัดการตามที่ตนเองได้กล่าวไป

“อาเทา ข้าขอบใจเจ้ายิ่งนักที่คิดถึงข้ากับแม่บุญธรรมของเจ้า พรุ่งนี้ข้าจะให้บ่าวสองสามคนไปหาเจ้าที่หมู่บ้าน ข้าสามารถเอากลับมาเพื่อแจกให้ชาวบ้านคนอื่นได้หรือไม่” หลินไห่เอ่ยถาม

“ท่านพ่อข้าแนะนำให้ท่านเอากลับมาแค่เพียงพอใช้ในเรือนก็พอขอรับ ในเรื่องความช่วยเหลือของชาวเมืองนั้นข้าได้ไปเข้าพบและแจ้งแก่ท่านเจ้าเมืองแล้ว ท่านเจ้าเมืองจะให้ทหารเป็นผู้จัดการเรื่องนี้ขอรับ อีกอย่างข้าไม่อยากให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เพราะอาจจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดีขอรับ”

จางอี้เทาตอบกลับบิดาบุญธรรม เขาไม่ลืมกล่าวถึงความวิตกกังวลของตัวเองไปด้วย

“ข้ารับรู้แล้วและต้องขอโทษที่ไม่ทันคิดถึงผลเสียที่จะตามมา” หลินไห่ตอบด้วยความเศร้าใจเล็กน้อยเพราะมัวแต่ตื่นเต้นที่ได้ทราบข่าวดี เนื่องจากตนเองก็เป็นผู้ที่ชอบช่วยเหลือชาวบ้านยากจนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงหุนหันพลันแล่นไป

“อย่าได้ขอโทษข้าเลยขอรับ เช่นนั้นพวกข้าต้องขอตัวกลับก่อนนะขอรับ หากกลับช้าการเดินทางจะยิ่งลำบาก” จางอี้เทายกมือคารวะและขอตัวลากลับหมู่บ้านหลัวถงด้วยความสบายใจ

วันนี้เขาได้เห็นว่าบิดามารดาบุญธรรมยังสุขสบายดีไม่เจ็บไข้ได้ป่วยอันใดก็ค่อยสบายใจขึ้นมา พรุ่งนี้เมื่อซีฮันมารับผลลูกหนามไป เรื่องเชื้อเพลิงก็มิใช่ปัญหาแล้ว

กว่าซุนถงและจางอี้เทาจะกลับมาถึงหมู่บ้านหลัวถงเวลาก็เข้าสู่ช่วงเย็นย่ำ เมื่อเดินเข้าไปในบ้านเห็นมารดาที่ยังคงนอนซมเพราะอาการเจ็บป่วย ทว่ามีหลี่อ้ายคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง อีกทางเป็นบุตรชายที่กำลังเติมลูกหนามลงไปในเตาผิง

จางอี้เทาถึงกับยิ้มออกมา อย่างน้อยครอบครัวของเขาก็ยังอยู่ด้วยกันในเวลานี้ คอยดูแลกัน คอยห่วงใยกัน แค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว

“ท่านพ่อกลับมาแล้ว”

“ท่านพี่กลับมาแล้ว”

จางอี้หมิงเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าเตาผิงและกล่าวออกมาพร้อมหลี่อ้าย จางอี้เทายิ้มกว้าง เขาเดินไปสวมกอดภรรยาและบุตรชายก่อนจะนั่งลงเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“พี่กลับมาแล้ว พ่อกลับมาแล้วหมิงเอ๋อร์ วันนี้พ่อได้ไปเข้าพบท่านเจ้าเมืองและ....”

...

วันนี้เหมือนกับสวรรค์จะไม่เป็นใจให้ชาวเมืองไห่ถัง หิมะที่ตกโปรยปรายเมื่อวานนี้กลับมาตกหนักยิ่งกว่าเดิม รถม้าไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้แม้แต่น้อย หิมะกองสูงท่วมจนถึงหน้าขาของจางอี้เทา อากาศก็หนาวเย็นจนยากต่อการออกไปด้านนอก บ้านจางจึงได้แต่หวังว่าชาวบ้านจะไปเก็บลูกหนามมาเก็บไว้จนเพียงพอตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

ด้วยการเดินทางที่ยากลำบาก กว่าทหารของท่านเจ้าเมืองจะมาถึงหมู่บ้านหลัวถงก็ปาเข้าไปยามซื่อ (09.00 – 10.59) แล้ว ทหารที่เดินทางมามีเพียงม้าเท่านั้นที่ถูกพาดด้วยถุงห้อยทั้งสองข้าง และเพราะจำนวนทหารที่มากถึงร้อยนาย ทำให้ชาวบ้านตื่นตกใจไม่น้อยถึงแม้จะรู้มาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

หมู่บ้านหลัวถงอยู่กันอย่างสงบและเรียบง่ายเสมอมา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คุ้นชินกับสถานการณ์นี้

หทารคนหนึ่งลงจากหลังม้าเพื่อถามทางไปบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน เมื่อได้รับคำตอบแน่ชัด ทหารทั้งหมดจึงยืนรอตรงปากทางหมู่บ้าน มีเพียงทหารคนหนึ่งขี่ม้าตรงไปยังบ้านซุน รอไม่ถึงหนึ่งเค่อ ซุนซูเย่ก็นั่งม้ามากับทหารคนนั้นเพื่อนำทางไปยังดงป่าลูกหนามท้ายหมู่บ้าน

ถึงแม้ว่าจะค่ำมืดพวกทหารก็ยังคงจุดไฟเพื่อทำการขนย้ายลูกหนามตลอดทั้งคืน หลังจากนั้นจึงเป็นการขนย้ายลูกหนามกลับเข้าเมืองไป

ทางด้านซีฮันเองก็พาบ่าวในเรือนของบ้านหลินเดินทางมายังบ้านจางเพื่อนำผลลูกหนามกลับไปเช่นกัน เพียงแต่ว่าสามารถขนเอาไปได้แค่วันละรอบเท่านั้น

...

ในคืนนั้น ณ จวนเจ้าเมืองไห่ถัง ถึงแม้ว่าจะดึกดื่นเกินเที่ยงคืนไปแล้ว แต่ท่านเจ้าเมืองยังคงยืนดูทหารลำเลียงผลลูกหนามเข้ามากองไว้ที่จวน เขาได้ให้ทหารไปป่าวประกาศถึงเชื้อเพลิงที่ให้แต่ละบ้านมารับเอาไปแล้ว รวมทั้งสั่งให้ทหารจำนวนหนึ่งขนไปแจกให้กับชาวบ้านชนบทต่อไปด้วย

“เป็นเช่นไรบ้าง พวกเจ้าได้ไปแจ้งให้หมู่บ้านแถบชายทะเลหาต้นลูกหนามแล้วใช่หรือไม่” ท่านเจ้าเมืองเอ่ยถามทหารคนหนึ่งที่เพิ่งกลับมาจากการไปเสาะหาต้นลูกหนาม

“เรียนท่านเจ้าเมือง ข้าน้อยได้ทำตามคำสั่งเรียบร้อยแล้วขอรับ ข่าวดีคือเราค้นพบต้นหนามอีกจำนวนแปดหมู่บ้านและอยู่ใกล้กว่าหมู่บ้านหลัวถงมาก ข้าได้นำคำสั่งของท่านไปแจกจ่ายให้ทุกหมู่บ้านแล้ว คาดว่าพวกเขาคงไปเอาลูกหนามจากหมู่บ้านเหล่านั้นขอรับ”

“เป็นข่าวดี เช่นนี้ชาวบ้านคงรอดแล้ว เรื่องเชื้อเพลิงแก้ไขปัญหาได้แล้วแต่อาหารเล่า อีกไม่กี่วันคงหมดแบบไม่มีเหลือเป็นแน่ ภัยหนาวปีนี้ช่างเลวร้ายเสียเหลือเกิน” ท่านเจ้าเมืองเปรยออกมาด้วยความวิตกกังวล

“ท่านพ่อ นี่ก็ดึกมากแล้วขอท่านพ่อไปพักผ่อนเถอะขอรับ งานทางนี้ข้าจะรับหน้าที่ต่อเอง ตอนนี้ท่านพ่อสมควรคลายความวิตกไปบ้าง สำหรับเรื่องอาหารเราค่อยมาหาทางกันอีกทีขอรับ” หวงห่าวหรานเอ่ยเตือนบิดา ท่านพ่อของเขาอายุมิใช่น้อยแล้ว หากยังทำงานและวิตกกังวลเช่นนี้ต่อไปอาจจะล้มป่วยลงได้

“อาหร่าน พ่อฝากด้วยนะ” ท่านเจ้าเมืองพยักหน้า ชายชราไม่ดื้อรั้นที่จะทำงานต่อไป

หลังจากเอ่ยฝากฝังเรื่องงานกับบุตรชายแล้ว ท่านเจ้าเมืองจึงเดินกลับไปยังเรือนตนเองเพื่อพักผ่อน เมื่อเข้าไปถึงในห้องนอนก็เห็นฮูหยินของตนเองกำลังเดินเข้ามาเช่นกัน

“ฮูหยินมิใช่ว่าเจ้าไปเยี่ยมถิงเอ๋อร์มาเช่นนั้นหรือ”

“เจ้าค่ะท่านพี่ ข้าเห็นลูกป่วยเช่นนี้แล้วปวดใจยิ่ง” ฮูหยินหวงเอ่ยตอบสามี

“น้องหญิงก็เป็นแม่คนแล้ว คงให้คำแนะนำลูกได้ดีที่สุด ข้าขอโทษที่ช่วงนี้มิได้ไปเยี่ยมถิงเอ๋อร์เลย”

“ท่านพี่ ลูกของเราเข้าใจท่านพ่อของนางเจ้าค่ะ นางยังฝากให้ท่านพี่ดูแลตนเอง รักษาสุขภาพด้วย”

“นี่ถิงเอ๋อร์กินอันใดมิได้เลยเช่นนั้นหรือ” เจ้าเมืองไห่ถังเอ่ยถามภรรยาอีกครั้ง

“เจ้าค่ะ ท่านหมอบอกว่าหากถิงเอ๋อร์ยังแพ้หนักเช่นนี้ กินอันใดก็อาเจียนออกมาเสียหมด อาจจะทำให้นางแท้งได้ ข้าละเป็นห่วงลูกยิ่งนักเจ้าค่ะ” ฮูหยินถอนหายใจออกมาด้วยความโศกเศร้า

หวงเจียถิง บุตรสาวคนโตของนางกำลังตั้งครรภ์อยู่ ทว่าเกิดอาการแพ้อาหารอย่างรุนแรง กินอันใดก็มิได้ ซูเหิง ผู้เป็นบุตรเขยก็ไปทำงานที่เมืองหลวงตั้งแต่ก่อนฤดูหนาว กว่าจะกลับมาคงหลังฤดูหนาวไปแล้ว ยิ่งหิมะตกหนักเช่นนี้คาดว่าคงกลับมามิได้ โชคดีที่สามีของบุตรสาวเป็นการแต่งเขยเข้าบ้าน ทำให้นางยังคงอยู่ที่บ้านของบิดาและมารดา

ท่านเจ้าเมืองรักบุตรสาวมากจนทำใจยอมให้นางแต่งออกเรือนไปมิได้ เมื่อบุตรสาวกับเลขาหนุ่มของตนเองผูกสมัครรักใคร่กันแล้ว แม้ต้องแต่งเข้ามาเป็นเขยก็ยินยอม

“หากไม่เกิดภัยหนาวเช่นนี้พวกเราคงป่าวประกาศหาหมอหรือคนที่สามารถทำอาหารให้ถิงเอ๋อร์กินได้บ้าง”

ท่านเจ้าเมืองถอนหายใจอีกรอบ ปัญหาที่กำลังรุมเร้าอยู่ตอนนี้ในฐานะเจ้าเมือง ชาวเมืองก็เปรียบเสมือนบุตรหลาน ในฐานะบิดา บุตรสาวก็ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าทางไหนเขาก็ไม่สามารถสูญเสียไปได้ทั้งสองทาง

“ท่านพี่พักผ่อนก่อนเถอะเจ้าค่ะ พรุ่งนี้จะได้มีแรงทำงาน” ฮูหยินเอ่ยเตือนสามีก่อนที่จะเดินไปยังเตียงนอนและปลดม่านลงมาเมื่อสามีนอนแล้วเรียบร้อย

ท่านเจ้าเมืองยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก ความเครียดรุมเร้าจนศีรษะปวดร้าวไปหมด ทั้งในฐานะพ่อของเมืองและพ่อของหญิงสาวคนหนึ่ง เขาไม่สามารถทิ้งใครไว้เบื้องหลัง มีแต่ต้องทำออกมาให้ดีที่สุดเท่านั้น

ก็ได้แต่หวังว่าสวรรค์จะเมตตา ประทานหนทางรอดมาให้เช่นเรื่องเชื้อเพลิงอีกคราว

...

จากความใจดีของหมู่บ้านหลัวถงและการทำงานอย่างหนักของทหารจวนเจ้าเมือง ทำให้เช้าวันนี้ดูมีชีวิตขึ้นมา ถึงแม้ว่าหิมะจะยังคงตกหนักอยู่ตลอดเวลา แต่ชาวบ้านกลับยิ้มด้วยความดีใจเมื่อพากันทยอยออกมารับผลลูกหนามและเรียนรู้วิธีการก่อไฟ ซึ่งมิใช่เรื่องยากอันใด

ชาวบ้านเข้าแถวรับกระสอบลูกหนามและแบกกลับบ้านกันด้วยความชื่นมื่น ถึงแม้หิมะจะตกหนักไปอีกหลายวันแต่พวกเขาก็รอดตายแล้ว ทั้งหมดต่างโห่ร้องขอบคุณท่านเจ้าเมืองและทหารกันอย่างพร้อมเพรียงเสียงเซ็งแซ่ ชาวบ้านบางคนถึงขนาดนั่งลงไปกับพื้น โขกศีรษะลงกับหิมะที่หนาถึงหน้าขาเพื่อขอบคุณท่านเจ้าเมืองที่ทำให้พวกเขารอดตายในครั้งนี้

บรรยากาศความเปรมปรีดิ์หน้าจวนเจ้าเมืองและถนนที่เต็มไปด้วยชาวบ้านแบกถุงลูกหนามเดินผ่านไปมาช่างแตกต่างจากภายในร้านขายของร้านหนึ่ง

“มันเกิดความผิดพลาดอันใดขึ้น เหตุใดชาวบ้านถึงไม่มาซื้อถ่านและฟืนที่ข้าประกาศขายออกไปเล่า” ชายชราคนหนึ่งที่สวมใส่ชุดผ้าไหมชั้นดีเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยว

“นายท่าน ข้าน้อยจะไปสืบข่าวเดี๋ยวนี้ขอรับ” ผู้ช่วยวัยกลางคนบอกกับเจ้านายตนเองแล้วจึงออกไปสืบความด้านนอกร้านทันที

“นี่น้องชาย พวกเจ้ากำลังขนสิ่งใดกันอยู่หรือ” ชายคนนั้นรีบดึงแขนเสื้อของชาวบ้านที่เดินผ่านไปไว้อย่างรวดเร็ว

“ผลลูกหนามที่ท่านเจ้าเมืองแจกไว้สำหรับใช้แทนเชื้อเพลิงเช่นใดเล่า เจ้าอย่ามาแย่งของข้านะ หากเจ้าต้องการก็จงไปขอรับได้ที่จวนเจ้าเมือง ข้าไปล่ะ” ชาวบ้านคนนั้นรีบเดินหนีไป

เมื่อสอบถามจากชาวบ้านไม่ได้เรื่อง ผู้ช่วยชายคนนั้นจึงเดินไปสอบถามทหารที่ยืนแจกผลลูกหนามอยู่ เขาสอบถามนานกว่าหนึ่งเค่อจึงได้ข้อมูลมา ชายวัยกลางคนรีบนำความไปแจ้งให้กับเจ้านายของตนทันที

“นายท่าน นายท่านข้าสืบความมาได้แล้วขอรับ”

“ได้ความเช่นใดบ้าง” นายท่านผู้เป็นใหญ่ถึงกับเอ่ยเร่งก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงตรงโต๊ะทำงาน

“ท่านเจ้าเมืองกำลังแจกผลลูกหนามที่สามารถใช้แทนเชื้อเพลิงให้กับชาวบ้านอยู่ขอรับ ภัยหนาวที่ชาวบ้านกำลังประสบอยู่จึงได้รับการแก้ไขแล้ว เช่นนั้นมิใช่ว่า......” ผู้ช่วยพูดออก เขายังกล่าวไม่ทันจบก็ต้องหุบวาจาลง เมื่อสีหน้าของเจ้านายเริ่มบิดเบี้ยวเพราะรู้ว่าตนกำลังจะพูดอันใดออกไป

“ใคร! มันเป็นใครที่ทำให้แผนการของข้าล้มเหลว ข้าไม่เชื่อว่าผลลูกหนามนั่นจะเป็นความคิดของท่านเจ้าเมือง เพราะหากว่าใช่ ท่านเจ้าเมืองคงไม่รอให้ชาวบ้านตายไปตั้งมากมายเช่นนี้ก่อนที่จะเอามาแจกเป็นแน่” ชายชราถึงกับตบมือลงโต๊ะอย่างแรง

“นายท่าน มีทหารคนหนึ่งบอกว่าเรื่องผลลูกหนามนี้ได้มีชาวบ้านมาหาท่านเจ้าเมืองและแจ้งวิธีจุดไฟขอรับ ข้าถามไปถามมาจึงรู้ว่าเป็นชายคนนั้น คนที่เป็นบุตรชายบุญธรรมของเถ้าแก่หลินไห่ เหลาซิ่งฝูขอรับ”

“อะไรนะ เป็นมันอีกแล้วหรือ มันจะเป็นมารขัดขวางความร่ำรวยของข้าไปทุกครั้งเลยเช่นนั้นหรืออย่างไร ดี ในเมื่อเจ้าทำกับข้าไว้เช่นนี้ ก็อย่าได้อยู่อย่างสงบสุขเลย” ชายวัยชราแสยะยิ้มออกมาดูชั่วร้าย ก่อนที่จะเรียกผู้ช่วยของตนเองเข้ามาใกล้ ๆ แล้วสั่งงานออกไป

“นายท่าน มิร้ายแรงเกินไปหน่อยหรือขอรับ” ผู้ช่วยเอ่ยถามด้วยความตกใจหลังจากที่ได้ยินคำสั่งนั้นแล้ว

“ฟืนพวกนี้ ถ่านพวกนี้ รู้หรือไม่ว่าข้าต้องเสียเงินไปมากมายเพียงไหนในการกักตุนไว้ เจ้าจะไม่ทำก็ได้แต่เจ้าต้องจ่ายเงินทั้งหมดนี้มาให้ข้า ตัดสินใจให้ดีแล้วจงเลือกเอาว่าจะทำเช่นไร เจ้าไปได้แล้ว”

“ขอรับ”

ชายชรายืนขึ้นเดินออกไปยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขามองออกไปข้างนอก ถือถ้วยชาติดมือมาด้วย ดื่มด่ำบรรยากาศคล้ายกำลังชื่นชมสวนที่ดอกไม้กำลังเบ่งบาน จินตนาการว่าพวกมันชูช่อดอกสว่างไสวส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ซึ่งแตกต่างจากความจริงที่มองไปทางไหนก็มีแต่หิมะขาวโพลนเต็มไปหมด

“หึ เช่นนั้นก็อย่าได้อยู่กันอย่างสงบสุขเลย ฮะ ฮะ ฮะ”

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ Ocean Books

ข้อมูลเพิ่มเติม
สุดที่รักของกันต์ธี

สุดที่รักของกันต์ธี

โรแมนติก

5.0

เรื่องราวนี้ได้เริ่มจากการที่ “ที่รัก” สาวสวยพนักงานใหม่ ตกลงยินยอมแกล้งเป็นแฟนปลอม ๆ ให้ “กันต์ธี” ประธานบริษัทหนุ่มสุดหล่อมาดนิ่ง เจ้าของธุรกิจมากมายรวมทั้งบริษัทที่เธอได้ทำงานอยู่ แต่จากแค่แกล้งเป็นแฟนปลอม ๆ หลายสิ่งหลายอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อทั้งคู่เริ่ม “แอบมีใจให้กัน” เพราะตอนที่ใช้เวลาร่วมกันนั้นได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ทั้งวายป่วงน่าปวดหัว สนุก มีความสุข และอบอุ่นหัวใจ แต่ด้วยเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ในตอนต้น ด้วยสถานะทางสังคมที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเขาจะกล้าก้าวข้ามเส้นความแตกต่างนั้นหรือไม่? ความรักของทั้งสองจะก่อเกิดขึ้นมาได้จริงหรือ?

สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

สวี่กงเหมย ดวงใจท่านแม่ทัพ

โรแมนติก

5.0

สวี่กงเหมย บุตรสาวบุญธรรมของปรมาจารย์หมื่นพิษ ต้องคอยเป็นผู้ดูแลและปรุงยาให้กับเขา ท่านแม่ทัพแห่งแดนเหนือ ตั้งแต่อยู่บนหุบเขาหมื่นพิษ แล้วยังต้องตามไปดูแลถึงชายแดนเหนือและในเมืองหลวงจนกว่าจะครบหนึ่งปี เซวียนจางหย่ง แม่ทัพแห่งชายแดนเหนือ ผู้ที่มีศักดิ์และฐานะอันสูงส่ง ในชีวิตนี้ คุณหนูนางใด หญิงสาวคนไหน ที่ว่ามีความเพียบพร้อมในทุกด้าน ตัวเขากลับมิเคยชายตาแล แต่คงใช้ไม่ได้กับสาวน้อยบ้านป่าคนนี้ เจอกันครั้งแรกนางก็หมายยิงเขาด้วยธนูเสียเเล้ว จากนั้นตัวเขาและนางก็กลายเป็นเหมือนน้ำมันกับไฟ ถึงแม้นางจะกลั่นแกล้งเขาไว้มากน้อยเพียงไหนในตอนที่อยู่ในหุบเขาหมื่นพิษ เขากลับมิเคยโกรธ และไม่รู้ว่านานเพียงใด ที่ไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น สายตาของเขาก็มีไว้เพียงมองนางเท่านั้น

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 2 (จบ)

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 2 (จบ)

โรแมนติก

5.0

สูงศักดิ์ดั่งจักรพรรดิ หรือสามัญชนเช่นบัณฑิต ล้วนถูกพิชิตด้วยภรรยาตัวน้อย สามีจวนอื่นข้านั้นไม่รู้ แต่สองอาหลานราชวงศ์จิ่งล้วนถูกภรรยากลั่นแกล้ง ชุนเสี่ยวป๋าย จะให้ทำอย่างไรได้เล่า บัณฑิตเฒ่าผู้นั้นมิเคยมีท่าทีพึงใจในสตรีนางใด หากชุนเสี่ยวป้ายเฝ้ารอให้เขาเข้ามาทำความรู้จักนางเองแล้วนั้นคงไม่มีวันได้ครองรักกันแน่ ดังนั้นนางจึงต้องบอกกล่าวด้วยตัวเองเสียเลย บัณฑิตเฒ่าผู้แสนหล่อเหลาเจ้าคะ ข้าจะไปเกี้ยวท่านเอง... อู่ซุนต้าเอ้อร์ นางถูกเขาจับพลิกแพลงตะแคงคว่ำอยู่นาน เขาก็ยังมิยอมสงบ พายุรักโหมกระหน่ำดูดแรงกายของอู่ซุนต้าเอ่อร์จนแทบหมดสิ้น ทนแทบมิไหว พลั่ก!! โครม!! รู้ตัวอีกทีทั้งห้องก็เงียบสงัดไร้เสียงหอบกระเส่าและครวญครางเหมือนเมื่อครู่ ร่างเปลือยเปล่าล่อนจ้อนของจักรพรรดิน้อยลงไปกองอยู่ข้างตั่งเตียงโดยมีปลายเท้าของนางยื่นออกไป เหลียนไช่ บัณฑิตเหลียนไช่ซุกไซร้ลำคอขาวของภรรยา เขาสูดดมและขบเม้ม ไล้มือไปทั่วกายนุ่มของนางอย่างหลงใหล มิไหวแล้ว... เขามิอาจทนความน่ารักของชุนเสี่ยวป๋ายได้อีกแล้ว.... “ข้าพลาดแล้วจริงๆ ที่สัญญาว่าจะอ่อนโยนกับเจ้า” จิ่งซานหวง “มิใช่ว่าหม่อมฉันต้องปรนนิบัติพระองค์เหมือนสามีภรรยาหรอกหรือเพคะองค์จักรพรรดิ” “ก็มิใช่ว่าข้าให้เจ้าปรนนิบัติอยู่หรอกหรือ” เขาว่าพลางหลับตาลงไม่อยากมองหน้าสนมโจว นางจึงต้องจำใจอ่านตำราให้เขาฟังอย่างเสียมิได้ คิดมิถึงว่าจักรพรรดิน้อยจะหาทางหลบเลี่ยงการร่วมเตียงกับนางจนได้ ล่วงรู้ไปถึงไหนอับอายไปถึงนั่น ท่ามกลางความซ่านเสียวอู่ซุนต้าเอ่อร์ก็อดถอนใจให้กับตนเองมิได้ คราแรกคิดว่าคืนนี้นางจะได้นอนสบายมิต้องโดนเขาเคี่ยวกรำอยู่แล้วแท้ ๆ แล้วเหตุใดนางจึงยังถูกเขาจับกินได้อีกเล่า!!

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1

โรแมนติก

5.0

สูงศักดิ์ดั่งจักรพรรดิ หรือสามัญชนเช่นบัณฑิต ล้วนถูกพิชิตด้วยภรรยาตัวน้อย สามีจวนอื่นข้านั้นไม่รู้ แต่สองอาหลานราชวงศ์จิ่งล้วนถูกภรรยากลั่นแกล้ง ชุนเสี่ยวป๋าย จะให้ทำอย่างไรได้เล่า บัณฑิตเฒ่าผู้นั้นมิเคยมีท่าทีพึงใจในสตรีนางใด หากชุนเสี่ยวป้ายเฝ้ารอให้เขาเข้ามาทำความรู้จักนางเองแล้วนั้นคงไม่มีวันได้ครองรักกันแน่ ดังนั้นนางจึงต้องบอกกล่าวด้วยตัวเองเสียเลย บัณฑิตเฒ่าผู้แสนหล่อเหลาเจ้าคะ ข้าจะไปเกี้ยวท่านเอง... อู่ซุนต้าเอ้อร์ นางถูกเขาจับพลิกแพลงตะแคงคว่ำอยู่นาน เขาก็ยังมิยอมสงบ พายุรักโหมกระหน่ำดูดแรงกายของอู่ซุนต้าเอ่อร์จนแทบหมดสิ้น ทนแทบมิไหว พลั่ก!! โครม!! รู้ตัวอีกทีทั้งห้องก็เงียบสงัดไร้เสียงหอบกระเส่าและครวญครางเหมือนเมื่อครู่ ร่างเปลือยเปล่าล่อนจ้อนของจักรพรรดิน้อยลงไปกองอยู่ข้างตั่งเตียงโดยมีปลายเท้าของนางยื่นออกไป เหลียนไช่ บัณฑิตเหลียนไช่ซุกไซร้ลำคอขาวของภรรยา เขาสูดดมและขบเม้ม ไล้มือไปทั่วกายนุ่มของนางอย่างหลงใหล มิไหวแล้ว... เขามิอาจทนความน่ารักของชุนเสี่ยวป๋ายได้อีกแล้ว.... “ข้าพลาดแล้วจริงๆ ที่สัญญาว่าจะอ่อนโยนกับเจ้า” จิ่งซานหวง “มิใช่ว่าหม่อมฉันต้องปรนนิบัติพระองค์เหมือนสามีภรรยาหรอกหรือเพคะองค์จักรพรรดิ” “ก็มิใช่ว่าข้าให้เจ้าปรนนิบัติอยู่หรอกหรือ” เขาว่าพลางหลับตาลงไม่อยากมองหน้าสนมโจว นางจึงต้องจำใจอ่านตำราให้เขาฟังอย่างเสียมิได้ คิดมิถึงว่าจักรพรรดิน้อยจะหาทางหลบเลี่ยงการร่วมเตียงกับนางจนได้ ล่วงรู้ไปถึงไหนอับอายไปถึงนั่น ท่ามกลางความซ่านเสียวอู่ซุนต้าเอ่อร์ก็อดถอนใจให้กับตนเองมิได้ คราแรกคิดว่าคืนนี้นางจะได้นอนสบายมิต้องโดนเขาเคี่ยวกรำอยู่แล้วแท้ ๆ แล้วเหตุใดนางจึงยังถูกเขาจับกินได้อีกเล่า!!

ฝืนชะตาหวนคืนมารัก

ฝืนชะตาหวนคืนมารัก

โรแมนติก

5.0

กู้เฟยหลง หัวหน้าหน่วยอวี้หลิน ขุนนางผู้ซึ่งทำงานขึ้นตรงต่อองค์ฮ่องเต้ เสียชีวิตจากการตามสืบราชการลับ ทั้งที่ได้ให้สัญญาไว้กับฮูหยินของตนเองว่าจะรีบกลับมาฉลองเทศกาลหยวนเซียวด้วยกัน หยางลี่อิน หญิงสาวที่เข้มแข็ง มีความรู้ทางด้านการแพทย์ ต้องสูญเสียสามีไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่ด้วยความสามารถพิเศษ ทำให้นางรู้ว่าสามีของนางยังไม่จากไปไหน แต่จะทำเช่นไร เมื่อสามีกลับจำนางไม่ได้ เพราะรักจึงท้าทายสวรรค์ ฝืนหวนกลับคืนมายังโลกเบื้องหลัง แต่สวรรค์ใช่ว่าใครก็สามารถท้าทายได้ ราคาที่ต้องจ่าย มักแพงกว่าเสมอ…

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 5

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 5

โรแมนติก

5.0

อานนท์ ชายหนุ่มโสดอายุ 25 ปี หน้าตาดาษดื่น เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าอุ่นไอรัก อาชีพหลักคือการขายอาหารตามสั่งในฟู๊ดเซนเตอร์ห้างดัง อาชีพรองเป็นผู้ช่วยนักเขียนนิยาย รับจ้างหาข้อมูลต่าง ๆ ส่งให้กับนักเขียน งานไหนได้เงิน อานนท์ทำทั้งหมด ในวันหยุดยาว กลางวันนอกจากต้องไปยืนทำอาหารตามสั่ง กลางคืนยังต้องมานั่งหาข้อมูลส่งให้ผู้ว่าจ้างงานด่วนอีก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ วิญญาณจึงบ๊ายบายจากโลกเก่า ไปเกิดใหม่ในร่างของจางอี้หมิง บุตรชายตัวน้อยอายุ 5 ขวบของบัณฑิตจาง ที่ถูกบ้านหลักมอบหนังสือแยกบ้าน พร้อมขับไล่ครอบครัวให้มาอยู่บ้านนอก อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งทีในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ แม่ และย่าตามที่อานนท์เคยฝันไว้ แต่ทำไมถึงแถมความยากจนมาให้เขาด้วย ชาติก่อนก็สู้ชีวิตจนตาย มาชาตินี้ชีวิตสู้กลับยิ่งกว่านิยายที่เขาเคยอ่านเสียอีก  นี่สินะ!!! ของฟรีไม่มีในโลก มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนกันอย่างสมน้ำสมเนื้อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงจำเป็นของนายน้อยสกุลถังในยุค80s

เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงจำเป็นของนายน้อยสกุลถังในยุค80s

ซีไซต์

หลี่ซูซินได้ย้อนเวลามาเกิดในยุค80s ต้องดิ้นรนพาแม่ออกจากบ้านที่เอาแต่กดขี่และเยียบย่ำพวกเธอ ด้วยวิธีการแต่งงานกับถังหนิงอีนายพลหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่งเย็นชาที่ต้องการหาแม่เลี้ยงให้ลูกชายคนเดียวของเขา หลี่ซูซิน เชฟสาวจากอนาคต ที่ย้อนเวลามาอยู่ในยุค 80s และต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเพื่อพาแม่ที่ป่วยออกจากสกุลหลี่ หลี่ซูซินได้พบว่าแม่ของเธอซึ่งเป็นลูกสะใภ้ใหญ่ของสกุลหลี่มีฐานะตกต่ำ เพราะพ่อของเธอได้ยกย่องเมียน้อยข่มเหงเมียหลวง และไม่สนใจว่าเธอกับแม่จะใช้ชีวิตลำบากในสกุลหลี่แค่ไหน ต่อมาถังหนิงอีได้ยื่นข้อเสนอให้เธอแต่งงานกับเขา ซึ่งเขาต้องการภรรยาที่สมบูรณ์เพื่อมาดูแลบุตรชายคนเดียวของเขาซึ่งเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็กนามถังหลง คำแนะนำ เรื่องนี้ปมไม่ซับซ้อน มีดราม่าแค่เริ่มต้นนะคะ เนื้อหาในช่วงต่อไปเป็นสุขนิยม มีฉากNC ในเรื่อง จบดี อ่านง่ายค่ะ ทั้งนี้เมืองหรือเนื้อหาในนิยายเป็นเพียงจินตนาการของไรต์ไม่ได้มีจริงนะคะ ขอบคุณค่ะ ซื้อในเว็บหรือแอนดรอยจะถูกกว่าแอปเปิ้ลนะคะ ขอบพระคุณทุกท่านค่ะ

หงส์ขย่มมังกร(นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่)

หงส์ขย่มมังกร(นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่)

ซีไซต์

รูรักอันบริสุทธิ์เมื่อถูกปลายลิ้นร้อนของชายหนุ่มเป็นครั้งแรกดูเหมือนว่าจะตอบสนองได้เป็นอย่างดี ร่องของนางขมิบรัว สะโพกของนางยกขึ้นยังเด้งเข้าไปหาปากร้อน ฝ่าบาทเก่งกาจยังสามารถแยงลิ้นเข้าไปในรู อันซูเซี่ยถูกทาขี้ผึ้งหอมรอบปากทาง ขี้ผึ้งนี้นอกจากจะมีรสชาติดีส่งเสริมรสน้ำรักของนางแล้วยังมีคุณสมบัติอันวิเศษ แม้จะเป็นหญิงพรหมจรรย์ก็จะไม่รู้สึกเจ็บปวด และเผลอทำร้ายฝ่าบาทจนบาดเจ็บ อี้หลงดูดแบะขาของนางให้กว้างขึ้นแล้วรวบขึ้นไปให้ขาชี้ฟ้า จากนั้นมุดใบหน้าลงมาอย่างหลงใหล “หอมอร่อยเหลือเกิน รู้สึกเหมือนดื่มสุราไม่เมามาย อ้า ข้าชอบยิ่ง หอยของฮองเฮาช่างใหญ่โต ดูโคกเนื้อโยนีแทบจะล้นริมฝีปากของข้า สีแดงเช่นนี้คงไม่เคยผ่านสิ่งใดมาก่อน บริสุทธิ์ยิ่งนัก ซี้ด” นางดิ้นเร่าอยู่ในปาก ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรนอกจากเชื่อฟังในคำของฝ่าบาท “อืม อร่อยยิ่งนัก อ้า ข้าไม่ไหวแล้วขอดูหน้าฮองเฮาของข้าหน่อยเถิด” ดูเหมือนว่าร่องรักของนางยังขมิบ นางไม่อยากให้เขาเงยหน้าขึ้นจากตรงนั้นด้วยซ้ำ อยากถูกปลายลิ้นเลียเช่นนั้นจนกว่านางจะได้รับการปลดปล่อย “อ้า ฝ่าบาทเพคะ อย่าหยุดเพคะ อื้อ” นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ มี 2 เล่มจบ เป็นนิยายแบบพล็อตอ่อน เน้นฉากรักบนเตียงของตัวละครเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ไม่เหมาะสำหรับสายคลีนใส ๆ นะคะ หากใครไม่ชอบอ่าน NC เยอะ ๆ กรุณาเลื่อนผ่าน เพราะเรื่องนี้เน้น NC เป็นหลักค่ะ ซีไซต์ นักเขียน

เจ้าสาวจำยอม สามีเศรษฐีนอกสายตา

เจ้าสาวจำยอม สามีเศรษฐีนอกสายตา

Roana Javier

ชูจี้ถูกเก็บไปอุปการะตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งถือเป็นความฝันของเด็กกำพร้าทั่วไปอย่างชูจี้ แต่ชีวิตหลังจากนั้นมันไม่ได้มีความสุขดั่งที่ชูจี้คิดฝันไว้เลย เธอต้องอดทนถูกเย้ยหยันและการทำทารุณจากแม่บุญธรรมของเธอ แต่ก็ยังโชคดีที่เธอได้รับความเมตตาจากคนใช้สูงวัยคนหนึ่งในบ้านหลังนั้น ชึ่งเป็นคนคอยดูแลและเอาใส่เธอเหมือนแม่แท้ ๆ ของเธอ จนกระทั่งคนใช้จากไปด้วยอาการป่วย ชูจี้ก็ถูกบังคับให้แต่งกับผู้ชายที่ไม่เอาการเอางานแทนลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อแม่บุญธรรมของเธอเพื่อชดใช้ค่ารักษาพยาบาลของคนใช้ เรื่องราวจะเป็นเช่นเดียวกับซินเดอเรลล่าหรือไม่? อย่างไรก็ตาม ชายที่เธอจะแต่งงานด้วยนั้นไม่เหมือนเจ้าชายเลยสักนิดนอกจากรูปร่างหน้าตาของเขาที่สามารถเทียบเท่ากับเจ้าชายได้เท่านั้นเอง ลู่เหยี่ยนเป็นลูกชายนอกสมรสของครอบเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง เขาใช้ชีวิตไปวันๆ (พอลอดไปด้วยค่ะ)มาโดยตลอด ที่เขาตกลงแต่งกับชูจี้ก็เพราะอยากจะทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของแม่ของเขาสมหวังเท่านั้น แต่ในคืนวันแต่งงาน เขากลับพบว่าเจ้าสาวคนนี้มีพฤติกรรมที่ผิดกับที่เคยได้ยินได้ฟังมา โชคชะตาจะบันดาลให้พวกเขาเป็นอย่างไร และลู่เหยี่ยนจะเป็นดั่งที่เราคิดหรือไม่ สิ่งที่น่าประหลาดใจคือลู่เหยี่ยนมีหลายอย่างที่คล้ายๆ กับมหาเศรษฐีที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้อย่างพิลึก สุดท้ายแล้ว ลู่เหยี่ยนจะสามารถรู้ได้หรือไม่ว่าชูจี้ คือเจ้าสาวจำเป็นที่ต้องได้แต่งงานแทนพี่สาวของเธอ การแต่งงานของพวกเขาจะเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวสุดโรแมนติกหรือวิบากกรรมของชีวิต โปรด ติดตามและค้นหาชีวิตและเรื่องราวของทั้งสองคนด้วยกันเถอะ

ท่านแม่ทัพได้โปรดปล่อยข้าไป

ท่านแม่ทัพได้โปรดปล่อยข้าไป

pailinnaka591

เสิ่นชิงเวยคุณหนูตกอับที่มารับจ้างในจวนแม่ทัพใหญ่ นางถุกคนหลอกให้มาที่เรือนต้องห้าม เผยซ่างกวนที่ถูกวางยาคิดว่านางคือคนที่ศัตรูส่งมา จึงย่ำยีนางร่างเดิมตกใจจนหัวใจวาย วิญญาณเสิ่นเว่ยเว่ยจึงมาแทนที่ เด็กน้อยวัยห้าขวบตรงหน้ามีดวงตาสีอำพันเช่นเดียวกับเขา  มวยผมที่เกล้าไว้กลางศีรษะปักด้วยปิ่นไม้แกะสลักสวยงาม  ไม้ที่ใช้ก็เป็นไม้อย่างดี  แผ่นหลังตั้งตรงมิเกรงกลัวผู้ใด เผยซ่างกวนเพิ่งเคยเจอคนที่กล้าสบตาเขาเป็นคนที่สอง  คนแรกผู้หญิงสมควรตายคนนั้นเสิ่นชิงเวยและเด็กคนนี้  เหตุใดดวงตาคู่นี้คล้ายกับเขาเคยเห็น มองดูแล้วเป็นเด็กเฉลียวฉลาด แปลกเขามาไกลเป็นพันลี้กลับมาเจอเด็กที่ใบหน้าคล้ายเขาตอนเด็กไม่มีผิดเพี้ยนหากบอกเป็นบุตรชายของเขาก็คงมีคนเชื่อถือ เผยซ่างกวนย่อตัวลงแล้วเอ่ยถามเด็กน้อยตรงหน้า "เจ้าหนูบิดามารดาไปไหนเสียเล่า  เหตุใดมาเดินเพ่นพ่านบนเขา" "มารดาข้าไปเก็บลูกเกาลัดด้านนั้น  ส่วนบิดาแน่ใจว่าตายตั้งแต่ข้ายังไม่เกิดแล้วขอรับ" "ช่างน่าสงสาร  บิดาเจ้าเป็นอะไรจึงจากไปเล่า" "ท่านแม่บอกว่าเขาตายเพราะความโง่ขอรับ " เผยซ่างกวนถึงกับสะอึก  เป็นแม่หม้ายเลี้ยงลูกคนเดียวคงลำบากน่าดู  เพราะถูกชะตาจึงหยิบตั๋วเงินห้าสิบตำลึงส่งให้ "มารดาเลี้ยงบุตรคนเดียวล้วนไม่ง่าย  ข้าให้เจ้ารับไว้สิ" เสิ่นจ้าวหยวนมองกระดาษตรงหน้าแล้วมองหน้าท่านลุงตัวสูงจากนั้นก็ได้เสียงเรียกหาเขา "เสี่ยวหยวน  อยู่ที่ไหนแม่จะกลับแล้วนะ" พลันได้ยินเสียงมารดาเรียกหา  เสิ่นจ้าวหยวนจึงรีบตอบกลับไปก่อนจะหันมาเอ่ยกับเผยซ่างกวน " ท่านแม่ข้าอยู่ที่นี่ขอรับ  กำลังไปหาท่าน  มารดาข้าร้องเรียกแล้ว ขอตัวก่อนนะขอรับ  " เด็กน้อยตะโกนกลับไปก่อนจะหันมาหาเผยซ่างกวนแล้วเอ่ยประโยคที่แม้แต่องครักษ์ยังตกใจ  ที่กล้ากล่าวเช่นนี้กับแม่ทัพใหญ่แห่งต้าหลี่ "อีกไม่นานข้าก็มีท่านพ่อแล้ว ท่านลุงกู้เป็นคนดีที่สำคัญเขาชอบท่านแม่ของข้า  อีกอย่างบ้านข้ามิได้ขาดแคลนเงินทอง  ขอบคุณท่านลุงที่หวังดี  ข้าลาก่อนนะขอรับ" ขาคู่เล็กวิ่งไปทางลงเขา  มองเห็นสตรีที่กำลังสะพายตะกร้าเดินออกมาจากป่าอีกด้าน  ปากก็ตะโกนเรียกหาบุตรชาย  เผยซ่างกวนกำลังจะหันหลังกลับแต่เสียงช่างคุ้นเคยจึงหันกลับมามองดู  นางคือสตรีที่เขาไม่เคยลืมว่านางสร้างความอัปยศไว้ให้เขาเช่นไรคุณหนูตกอับตระกูลเสิ่นคนนั้น เสิ่น ชิง เวย  นางย่อตัวลงนั่งยองๆ  เก็บเศษหญ้าออกจากศีรษะเด็กน้อย  เสียงเล็กๆเรียกนางว่า  ท่านแม่  นี่มันหมายความว่าอะไรท่านแม่หรือ เสิ่นชิงเวยเงยหน้าขึ้นก็เห็นบุรุษคนนั้น  เผยซ่างกวน  คนที่พรากพรหมจรรย์ของนางไปทันทีที่นางลืมตามาอยู่ในโลกเส็งเคร็งนี่  จนให้กำเนิดเด็กน้อยคนนี้ "เสี่ยวหยวนรีบกลับบ้านเถอะ  แม่รู้สึกไม่ค่อยสบาย" เสิ่นชิงเวยจุงมือบุตรชายรีบลงเขา  แต่กลับหนีไม่พ้นบุรุษที่นางพยายามหนีจากเขามาหกปี "หาแทบพลิกแผ่นดินกลับไม่เจอ  บทไม่หาเจ้าก็มาอยู่ตรงหน้าข้าเสียได้คุณหนูเสิ่น" "นายท่านจำคนผิดแล้วกระมังเจ้าคะ  เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  รบกวนท่านหลีกทางด้วย  ข้ากับลูกต้องลงเขาแล้ว  กลางคืนอันตราย  ตะวันจะตกดินแล้วเจ้าค่ะ" มือหนาราวกับครีมเหล็กคว้าข้อมือบอบบางก่อนจะออกแรงบีบ  เอ่ยด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว "ข้าจะลืมสตรีแพศยาที่ปีนเตียงข้า  สร้างความอัปยศให้ข้าได้อย่างไรกัน  เสิ่น ชิง เวย" "นายท่านรบกวนท่านปล่อยข้าด้วย  ท่านอาจจะเคยเห็นคนใบหน้าคล้ายข้าจึงเข้าใจผิด" "แต่เด็กที่หน้าตาเหมือนข้าเช่นนี้  มิใช่พยานในคืนนั้นของเราหรือ  อืมท่าทางฉลาดไม่น้อย  เจ้าเลี้ยงได้ดีจริงๆ  แบบนี้ข้าจะได้ไม่เหนื่อยมากนัก" มือหนากำลังจะคว้าข้อมือบุตรชายนาง  เสิ่นชิงเวยปัดออกพร้อมกับเอาบุตรชายมาไว้ด้านหลังกกางแขนปกป้อง "ไสหัวไป  เผยซ่างกวน  อย่ามาแตะต้องบุตรชายข้า  เจ้าไม่มีสิทธิ์  เสี่ยวหยวนกลับบ้าน" เสิ่นชิงเวยอุ้มบุตรชายกลับบ้าน  ร่างอรชรอ้อนแอ้นนั้นอุ้มเด็กวัยห้าขวบลงเขาดูลำบากนัก  นางอยากหนีหรือเด็กคนนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าลูกเขา  "หึ..ข้ายังอยู่ตรงนี้ทั้งคนคิดหาพ่อใหม่ให้บุตรชายข้าหรือแม่ตัวดีเสิ่นชิงเวยข้ามีเรื่องให้เจ้าชดใช้นับไม่ถ้วนเชียวล่ะ"

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง

หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ

มังกร หนุ่มหล่อหน้าใสลูกชาวไร่ชาวนา อายุ 22 ปี ที่ได้รับทุนเรียนดีจนจบมหาวิทยาลัย ได้แบกร่างกายพาหัวใจอันแตกสลายกลับบ้านเกิดทันทีในวันที่จบการศึกษา เพราะบิดามารดาได้เสียชีวิตกระทันหันทั้งคู่หลังจากกลับจากการนำข้าวไปขายและโดนสิบล้อที่เบรคแตกเสียหลักพุ่งชนรถของพ่อแม่ของมังกร เมื่อสูญเสียพ่อและแม่ไปอย่างกระทันหันเขาจึงกลับบ้านเกิดเพื่อไปทำไร่ทำนาสานฝันของพ่อแม่และนำความรู้ที่ได้เรียนมากลับมาพัฒนาที่ดินมรดกในบ้านเกิด หากแต่ว่ามังกรยังไม่ทันได้ทำอะไรเขากลับตายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ตายแบบไม่ตั้งใจและไม่เต็มใจที่สุด เขาจำได้เพียงแค่ว่าหลังจากเดินทางกลับมาถึงบ้านเกิดเขาได้ไปไหว้พ่อกับแม่ที่วัดในหมู่บ้าน แล้วก็กลับมานอนแต่พอเขากลับตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กชาย อายุ 8ขวบ กับบ้านพุๆพังๆ เขาตื่นมาในร่างของคนอื่นไม่พอ แล้วเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่มันที่ไหน และใครพาเขามา แล้วมังกรจะทำยังไงต่อไปกับชีวิตที่อยู่ในร่างเด็กชายยากจนคนนี้ มาติดตามชีวิตใหม่ของมังกรกันต่อไปค่ะ

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 4 บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 4 Ocean Books โรแมนติก
“อานนท์ ชายหนุ่มโสดอายุ 25 ปี หน้าตาดาษดื่น เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าอุ่นไอรัก อาชีพหลักคือการขายอาหารตามสั่งในฟู๊ดเซนเตอร์ห้างดัง อาชีพรองเป็นผู้ช่วยนักเขียนนิยาย รับจ้างหาข้อมูลต่าง ๆ ส่งให้กับนักเขียน งานไหนได้เงิน อานนท์ทำทั้งหมด ในวันหยุดยาว กลางวันนอกจากต้องไปยืนทำอาหารตามสั่ง กลางคืนยังต้องมานั่งหาข้อมูลส่งให้ผู้ว่าจ้างงานด่วนอีก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ วิญญาณจึงบ๊ายบายจากโลกเก่า ไปเกิดใหม่ในร่างของจางอี้หมิง บุตรชายตัวน้อยอายุ 5 ขวบของบัณฑิตจาง ที่ถูกบ้านหลักมอบหนังสือแยกบ้าน พร้อมขับไล่ครอบครัวให้มาอยู่บ้านนอก อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งทีในครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ แม่ และย่าตามที่อานนท์เคยฝันไว้ แต่ทำไมถึงแถมความยากจนมาให้เขาด้วย ชาติก่อนก็สู้ชีวิตจนตาย มาชาตินี้ชีวิตสู้กลับยิ่งกว่านิยายที่เขาเคยอ่านเสียอีก นี่สินะ!!! ของฟรีไม่มีในโลก มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนกันอย่างสมน้ำสมเนื้อ”
1

บทที่ 1 พ้นภัยหนาว

07/08/2023

2

บทที่ 2 ภัยร้ายมาเยือน

07/08/2023

3

บทที่ 3 สถานการณ์แคว้นเห

07/08/2023

4

บทที่ 4 มิใช่โจรธรรมดา

07/08/2023

5

บทที่ 5 ซุปสายรุ้ง

07/08/2023

6

บทที่ 6 อาหารแทนข้าว

07/08/2023

7

บทที่ 7 จัดการโจรร้าย

07/08/2023

8

บทที่ 8 อาหารของคนท้อง

07/08/2023

9

บทที่ 9 เส้นด้องแด้

07/08/2023

10

บทที่ 10 หนี้บุญคุณ

07/08/2023

11

บทที่ 11 การกลับมาของหนิง

07/08/2023

12

บทที่ 12 เอาเชื้อเพลิงมาก

07/08/2023

13

บทที่ 13 ข้ามิอยากได้

07/08/2023

14

บทที่ 14 คนพาล

07/08/2023

15

บทที่ 15 สัญญาการค้าระดับ

07/08/2023

16

บทที่ 16 เทศกาลประจำปีเมือง

07/08/2023

17

บทที่ 17 รายการอาหารของเหลา

07/08/2023

18

บทที่ 18 รายการอาหารของเหลาซิ่งฝู

07/08/2023

19

บทที่ 19 ผลการตัดสิน

07/08/2023

20

บทที่ 20 กรรมตามสนอง

07/08/2023