ข้าอยากเป็นภรรยาเจ้า

ข้าอยากเป็นภรรยาเจ้า

ปิ่นหยก

5.0
ความคิดเห็น
1.5K
ชม
21
บท

เซียวหรูอวี้กับโอวหยางหลิงหลง เรื่องข้ามภพข้ามชาติมาเป็นชายาอ๋อง เรื่องข้าอยากเป็นภรรยาเจ้า เป็นเรื่องบุตรสาวของเซียวหรูอวี้ คือท่านหญิงเปยเปยกับอวครักษ์จาง เรื่องราวระหว่างท่านหญิงกับองครักษ์ที่มีความรักให้กัน คนทั้งคู่จะได้มีวาสนาได้ครองรักกันหรือไม่? ................................................................................................................................................................ ใต้น้ำ ชายหนุ่มกอดหญิงสาวไว้ ริมฝีปากรีบประกบปากนาง ทั้งคู่มองหน้ากันแม้จะอยู่ใต้น้ำ เขาต้องต่อลมหายใจให้นาง ถ้าขืนโผล่หน้าขึ้นไปพวกมันอาจซุ่มอยู่ก็เป็นได้ การประกบริมฝีปากอยู่ใต้น้ำช่างเนิ่นนานเหลือเกิน พรึ่บ! ในที่สุดทั้งคู่ก็โผล่หัวออกมาจากใต้น้ำ หญิงสาวหายใจเฮือกใหญ่ “ข้าหนาว พาข้าขึ้นฝั่งที” ชายหนุ่มไม่รอช้า เขาพานางขึ้นฝั่ง เขาพานางขึ้นฝั่งแล้วเข้าไปในถ้ำ โชคดีในถ้ำเหมือนจะมีคนเคยมาพักที่นี่ ทิ้งฟืนไว้จำนวนมาก หญิงสาวนั่งตัวสั่น นางหนาวเหลือเกิน “เจ้าถอดเสื้อผ้าออกเถอะ” ชายหนุ่มหันไปบอกหญิงสาว แต่ในมือยังคงก่อไฟ เป่ยเป่ยได้ยินดังนั้นก็ปลดอาภรณ์สีแดงเพลิงออกเหลือเพียงแค่เอี๊ยมสีชมพู หญิงสาวนั่งผิงไฟอย่างเขินอาย จีนโบราณ

บทที่ 1 1

สตรีร่างบางมองใบหน้าเล็กเรียวของนางที่หน้าคันฉ่องสีเหลืองทอง ดวงตานางกลมโตดุจกวางน้อย คิ้วโค้งราวพระจันทร์เสี้ยว ริมฝีปากบางอวบอิ่มด้วยสีชาด จมูกนิดรับกับใบหน้าเรียวชวนมองให้หลงใหล หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ ขนตานางงอนงามราวกับปีกผีเสื้อ มวยผมม้วนขึ้นเป็นทรงไป๋เหอประดับด้วยปิ่นเงินสวยงาม

“ท่านหญิงเพคะ องครักษ์จางรอท่านหญิงอยู่ที่หน้าวังแล้วเพคะ” เสี่ยวสี่เข้ามารายงานให้ผู้เป็นนายทราบทันที

หญิงสาวได้ยินสาวใช้เอ่ยถึงองครักษ์ประจำตัวนาง โอวหยางเป่ยเป่ยถึงกับเบะปาก ไม่รู้จางอวี้หวายจะรีบไปไหนกะอีแค่งานล่าสัตว์ที่ท่านลุงฮ่องเต้โอวหยางเซี่ยเฟิงจัดขึ้นทุกปี

นางเป็นญาติกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเพราะบิดานางเป็นพระอนุชาฮ่องเต้หรือน้องชายร่วมอุทรนั่นเอง

แต่ละปีก็ไม่เห็นมีอะไรแค่ล่าสัตว์แข่งกัน ใครได้เยอะที่สุดคนนั้นเป็นฝ่ายชนะ นางจำได้ว่าปีที่แล้วองค์รัชทายาทโอวหยางเซียวอี้เป็นผู้ชนะในการล่าสัตว์ครั้งนั้น ฮ่องเต้ก็ประทานรางวัลให้เป็นเงินหลายร้อยตำลึง องค์รัชทายาทยังขอคุณหนูใหญ่ตระกูลห่านเป็นพระชายาเอกอีกด้วย

แล้วปีนี้นางไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

ช่างน่าเบื่อเสียจริง

“เจ้าไปบอกองครักษ์จางให้รอก่อน” นางสั่งเสี่ยวสี่

สาวใช้รับคำสั่งรีบสาวเท้าออกไปทันที

พระชายาโอวหยางเดินเข้ามาในห้องของบุตรสาว เซียวหรูอวี้มองบุตรสาวที่แต่งชายด้วยอาภรณ์สีแดง

นี่อย่าบอกนะว่าบุตรสาวจะใส่ชุดแบบนี้ไปล่าสัตว์

“เป่ยเป่ย เจ้าจะใส่ชุดนี้ออกไปล่าสัตว์หรือ” พระชายาเอ่ยถามบุตรสาว

“ท่านแม่ข้าชอบนี่เพคะ มันงดงาม” โอวหยางเป่ยเป่ยรีบกอดมารดาทันที เป่ยเป่ยแม้จะโตเป็นสาวถึงวัยออกเรือนแล้วแต่นางก็ยังอ้อนมารดาเหมือนตอนเด็กๆ ไม่มีผิด

“เจ้าโตเป็นสาวแล้วนะยังจะมากอดแม่อีก” เซียวหรูอวี้มองบุตรสาวออดอ้อนตัวเอง

“ข้ารักท่านแม่นี่นา” เป่ยเป่ยบอก

“ช่างเถอะ เจ้าจะใส่ชุดอะไรก็ช่าง ควรรีบไปได้แล้ว มันถึงยามแล้ว” พระชายาโอวหยางบอกบุตรสาว

“แล้วท่านพ่อล่ะเพคะ” หญิงสาวถามหาบิดาทันที

“พ่อเจ้าไปตั้งแต่ยามเหม่า” พระชายาโอวหยางบอกบุตรสาว

“ข้าไปก่อนะเพคะท่านแม่” หญิงสาวบอกมารดาแล้วเดินออกไปทันที

สายตาพระชายาโอวหยางมองบุตรสาวแล้วส่ายหน้า โตจนจะออกเรือนแล้วบุตรสาวยังปฏิเสธบุตรชายที่จะมาสู่ขอ เซียวหรูอวี้อยากจะให้บุตรสาวเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที เห็นทีจะอยากงานเย็บปักถักร้อยเป่ยเป่ยก็ไม่ทำหาได้ใส่ใจ

“พระชายาทรงเป็นห่วงท่านหญิงหรือเพคะ” เสี่ยวลู่เอ่ยถามผู้เป็นนายหลังเห็นพระชายาโอวหยางมองแผ่นหลังบุตรสาวแล้วมีสีหน้าเป็นกังวล

“ข้าเป็นห่วงนางเป็นอย่างมาก เจ้าก็ดูสิข้ามาถึงนางก็กอดข้า นางโตจนจะออกเรือนแล้วแต่นางก็เล่นตัวเสียเหลือเกิน ข้ากลัวนางจะเป็นสาวเทื้อคาเรือน”

เสี่ยวลู่ได้ฟังแล้วเข้าใจทันที เดิมทีท่านหญิงจะออกเรือนตอนอายุสิบห้าปี แต่พอมาถึงวันแต่งงานท่านหญิงกลับหนีไปเสียดื้อๆ จนย่างเข้าอายุสิบหก ทั้งคุณชายแต่ละตระกูลส่งแม่สื่อมาทาบทามท่านหญิงก็ไม่สนใจ ใครเป็นมารดาก็อดที่จะเป็นห่วงบุตรสาวไม่ได้

“พระชายาเพคะ บางทีท่านหญิงอาจจะยังไม่มีคนที่ถูกใจก็ได้นะเพคะ”

ภายในรถม้าหญิงสาวนั่งข้างในอย่างเบื่อหน่าย เมื่อไรจะถึงป่าที่ท่านลุงฮ่องเต้จัดงานี้ นั่งจนปวดก้นแล้ว

หญิงสาวเปิดผ้าม่านออก สายตามองที่องครักษ์จางนั่งบนหลังม้าอย่างงดงามราวกับเทพบุตร ดวงหน้าสี่เหลี่ยม จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วดุจกระบี่

ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีคนแอบมองจึงหันไปเห็นท่านหญิงเป่ยเป่ยกำลังมองเขาอยู่ ทั้งคู่สบตากันพอดี เป่ยเป่ยรีบปิดม่านลงทันที ใบหน้าของนางร้อนและมีสีแดงจัด

ด้านจางอวี้หวายเขารู้ท่านหญิงเป่ยเป่ยคิดอย่างไรกับเขา เขาได้แต่บอกตัวเองว่ามันเป็นไปไม่ได้ เขามีหน้าที่ต้องดูแลท่านหญิงตลอดไป ไม่สามารถเป็นอย่างอื่นไปได้เพราะฐานะเขาไม่คู่ควร

เมื่อครั้งท่านหญิงจะออกเรือนตอนอายุสิบห้า นางไม่ยอม ขบวนเจ้าบ่าวมาแล้วแต่นางหนีออกไปข้างนอกจนเขาไปตามกลับมา นางร้องไห้ นางไม่อยากแต่ง ชินอ๋องโกรธมากจึงทำโทษนางโดยให้นางคุกเข่าต่อศาลบรรพชนเป็นเวลาหนึ่งเดือน

ต่อมาอายุย่างเข้าสิบหกเมื่อไม่นานมานี้ แม่สื่อได้มาทาบทามนางให้คุณชายตระกูลต่างๆ แต่เป่ยเป่ยก็ปฏิเสธไป คนนอกอาจจะมองว่านางอยากจะสนุกกับชีวิต แต่เขาผู้เป็นองครักษ์นางมาสิบกว่าปีทำไมเขาจะไม่รู้เพราะนางไม่ออกเรือนเสียที เพราะ…

ไม่นานรถม้าก็มาถึงสถานที่จัดงานแข่งล่าสัตว์ จางอวี้หวายลงจากอาชาคู่ใจ หญิงสาวเปิดม่านออกกระโดดลงจากรถม้าทันทีไม่รอให้จางอวี้หวายมาช่วย

เป่ยเป่ยเป็นอย่างนี้ประจำ นางไม่ต้องการให้เขาช่วยหรือเพราะเขินอาย ทั้งสามคนจึงเดินไปที่แท่นพิธีโดยมีหญิงสาวชุดแดงเพลิงนำหน้า ทำให้แขกที่มางานในวันนี้ต่างตกตะลึง นางช่างงดงามราวกับเทพธิดาเสียจริง ใบหน้าขาวราวกับหิมะบวกกับริมฝีปากแดงด้วยสีชาด ดวงตากลมโตดุจกวางน้อย ท่วงท่าที่เดินช่างสมกับเป็นท่านหญิงบุตรสาวของชินอ๋องเหลือเกิน

“เจ้าดูบุตรสาวเจ้าสิหลิงหลง นางช่างงดงามเหมือนมารดาไม่มีผิด” ฮ่องเต้ตรัสชมหลานสาวสุดที่รักของเขาต่อหน้าพระอนุชา โอวหยางเป่ยเป่ยช่างเหมือนกับมารดาเจ็ดส่วน ทำให้ผู้เป็นบิดาอย่างชินอ๋องริมฝีปากแทบจะฉีกถึงรูหูเมื่อพระเชษฐาเอ่ยชมบุตรสาว

แน่นอนบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนย่อมงดงามเหมือนพระชายาของเขา ในเมืองต้าฉินไม่มีใครงดงามเท่าบุตรีเขาอีกแล้ว บุตรีเขานับเป็นโฉมสะคราญนางหนึ่งก็ว่าได้ คุณชายบ้านไหนเห็นก็อยากจะสู่ขอที่หน้าวังอ๋อง ดูอย่างตอนนี้สิ นางย่างเท้าเข้ามาในงานจะเดินหาเขาผู้เป็นบิดาด้วยท่าทางแช่มช้อย คุณชายแต่ละตระกูลก็มองตาเป็นมันทำอย่างกับว่าบุตรสาวเขาเป็นอาหารอันโอชะให้พวกบุรุษเขมือบกิน

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ ปิ่นหยก

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

ฉันหนีไม่พ้นแล้ว

Fiona Lynx
5.0

ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

พวกเจ้าคอยดู ข้าไม่ปล่อยไว้แน่

พวกเจ้าคอยดู ข้าไม่ปล่อยไว้แน่

Ellary Delossa
5.0

หยุนม่านชิง บุตรสาวของฮูหยินเอกจากจวนโหวหวยอัน ซึ่งถูกสลับตัวตอนอายุยังน้อย และเติบโตในชนบท เมื่อนางได้กลับมาที่จวนท่านโหวหวยอัน นางคาดหวังความรักและความอบอุ่นจากครอบครัว แต่ไม่คาดคิดว่าเป็นเพียงภาพลวงตาจวนโหวถูกยึดครองโดยหยุนโหรวเจียที่เป็นลูกสาวปลอม ในการวางแผนของลูกสาวปลอมและคู่หมั้นของนาง หยุนม่านชิงต้องแต่งงานในฐานะอนุภรรยา ต้องทำตัวนอบน้อมและก้มหัวให้ทุกคนเพื่อเอาใจคนในบ้าน นางคิดว่าจะได้ความรักและความสามัคคีในครอบครัว แต่กลับต้องถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่องจนถึงแก่ชีวิตเมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางกลับมาสู่วันที่เปลี่ยนโชคชะตาของนาง หยุนม่านชิงไม่ยอมอดทนอีกต่อไป นางค่อยๆ เผยโฉมหน้าที่แท้จริงของลูกสาวปลอม ไม่ได้ต้องการความรักที่เป็นเพียงภาพลวงอีก และได้เรียกคืนทุกสิ่งที่เป็นของนางทีละนิดเมื่อนางตัดสินใจที่จะตัดขาดจากจวนท่านโหวอย่างสิ้นเชิง คนทั้งจวนกลับคุกเข่าขอร้องไม่ให้นางจากไป!

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์
4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง

ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง

Coupling Shim
5.0

ในชาติก่อน ซูเยว่ซีถูกอวิ๋นถังยวี่ทำร้ายจนตาย ทำผิดต่อครอบครัวของท่านตา และตัวเองยังถูกทรมานจนตาย เกิดใหม่ครั้งนี้ นางตั้งใจจะจัดการกับพวกผู้ชายชั่วและหญิงเลวจัดการพ่อชั่ว เพื่อปกป้องแม่และครอบครัวของท่านตาให้ปลอดภัย พวกผู้ชายชั่วเข้ามาใกล้งั้นเหรอ นางจะใช้แผนให้เขาเสียชื่อเสียง หญิงตีสองหน้าเก่งชอบทำตัวอ่อนแองั้นเหรอ นางจะเปิดโปงธาตุแท้อีกฝ่ายและไล่นางออกจากจวนซู! ในชาตินี้ สิ่งที่นางต้องทำคือการจัดการพวกปลวกที่แอบแฝงอยู่ในราชสำนัก แก้แค้นคนทรยศ เพื่อปกป้องท่านตาที่เป็นคนซื่อสัตย์ นางใช้มือเรียวเป็นเครื่องมือ ก่อให้เมืองจิงเกิดความวุ่นวาย แต่ท่ามกลางความโกลาหล นางได้พบกับองค์ชาย ผู้ที่ทุกคนเล่าลือว่าเป็นคนพิการ “อวิ๋นเฮิง เจ้าจะมาขวางข้าหรือ” อวิ๋นเฮิงยิ้มเบาๆ “ไม่ ข้าตั้งใจจะมาช่วยเจ้า”

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ