/0/4384/coverorgin.jpg?v=4fb3abba8ef841906b35508d813f303c&imageMogr2/format/webp)
ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำมาในยามค่ำคืน มีใครบางคนยืนทอดสายตามองหยดน้ำด้วยความเจ็บปวด ฝนมาพร้อมกับความทรงจำอันเลวร้ายที่ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่อาจลบมันออกจากจิตใจได้ ทว่ามีแต่ยิ่งตอกย้ำให้นึกถึงเรื่องราวที่ยากจะลืมเลือน แต่รวดร้าวที่จะจดจำ
หญิงสาวหันหลังกลับเนื่องด้วยไม่มีความกล้าพอที่จะขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าห่าฝนไปได้ หล่อนกลัวเหลือเกินว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ภายในร้านอาหารที่บัดนี้มีเพียงเพื่อนพนักงานด้วยกันคอยเก็บร้านตามหน้าที่เท่านั้น ตนเป็นเพียงพนักงานเสิร์ฟอาหาร เมื่อร้านปิดจึงไม่มีหน้าที่อื่นที่ต้องทำอีก และเหนือสิ่งอื่นใดเธอเองก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานๆ หากเวลาเลิกงานมาถึง เพราะต้องไปทำงานอีกที่หนึ่ง ซึ่งตอนนี้การไปที่นั่นก็ติดอุปสรรคคือฝน
เวลาเดินหน้าไปเรื่อยๆ จวนจะถึงเวลาที่ควรออกไปจากที่แห่งนี้ได้แล้ว แต่ฝนไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตกเลย ซ้ำยังโหมกระหน่ำมากกว่าเมื่อครู่ เป็นเหตุให้เจ้าตัวเริ่มกังวลว่าอาจจะเข้างานสาย เท่าที่อีกฝ่ายยอมให้เธอได้ทำงานก็ถือว่าเมตตามากแล้ว จึงไม่อยากทำให้ใครต้องเดือดร้อน แต่เธอก็เอาชนะการฝ่าฝนไม่ได้ เพียงแค่คิด มือไม้ก็สั่น
ชีวิตเธออาจไม่ได้ดีนัก แต่มั่นใจได้ว่าไม่พร้อมจะตายไปในตอนนี้แน่ๆ
พนักงานหญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องครัวก่อนจะเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าคนที่ไม่ควรอยู่ที่นี่ ณ เวลานี้ยังนั่งอยู่ “อ้าว ยังไม่ไปที่ร้านอีกเหรออัส มันจะสองทุ่มครึ่งแล้วนะ”
คนถูกทักหันกลับไปมองตามเสียงก็เห็นว่าเป็นสุวพิชชา เนื่องจากอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอและยังพูดจาถูกคอ จึงมีสถานะต่างกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น เพราะหล่อนเป็นคนที่เธอสามารถเรียกได้เต็มปากว่าเป็นเพื่อน
อัสมาส่ายหน้าให้คนถาม ใบหน้าปนเปไปด้วยความเหนื่อยล้าและวิตก “ฝนตกหนักเกิน ไม่กล้าไป”
ได้ฟังเช่นนั้นสุวพิชชาก็ไม่ถามอะไรต่อ เพราะเข้าใจถึงเหตุผลของเพื่อนดี “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราวนไปส่งที่ร้านก็ได้ แล้วเสร็จงานก็วนกลับมาเอารถเอง โอเคไหม”
เพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ หากรอให้ฝนหยุดตกก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอไปอีกนานแค่ไหน สุดท้ายเธอจึงขึ้นรถของเพื่อนแล้วตรงไปยังร้านเหล้าซึ่งเป็นที่ทำงานช่วงกลางคืนของตน ที่นั่นอัสมามีหน้าที่เป็นนักร้อง ด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะจึงทำให้ได้งานนี้ ทว่ามันไม่ได้ดีจนสามารถเป็นนักร้องมืออาชีพได้ น่าเสียดายทีเดียว เธออยากหาเงินได้เยอะๆ และอาชีพนั้นก็น่าจะตอบโจทย์ แต่ในเมื่อเป็นได้แค่นี้หล่อนก็ไม่เกี่ยง อะไรที่ขึ้นชื่อว่างาน อัสมาทำหมด
ไม่เลือกงานไม่ยากจน...ไม่จริง เธอทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์ ทำตั้งแต่เช้าจนดึกดื่น เวลาพักมีไม่ถึงห้าชั่วโมง โหมงานหนักเช่นนี้มาสี่เดือนเต็มๆ แต่ไม่เคยเฉียดคำว่ารวย อันที่จริงเธอหนีคำว่าจนไม่ได้ด้วยซ้ำ สภาพร่างกายก็ซูบผอมไปปริยายเนื่องจากไม่ค่อยมีอะไรดีๆ ตกถึงท้อง วันหนึ่งได้กินข้าวแค่หนึ่งถึงสองมื้อ บางวันเครียดจนกินอะไรไม่ลง น้ำหนักจากห้าสิบเศษๆ ในวันนั้น วันนี้เหลือแค่สี่สิบต้นๆ เธอไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนี้ แต่ชีวิตก็บีบเสียทุกทาง
อัสมาก้มมองหน้าจอมือถือที่มีข้อความจากผู้จัดการของร้าน ก่อนจะตอบไปสั้นๆ ว่าใกล้ถึงแล้ว หลังจากนั้นก็ปิดเปลือกตาลงเพื่อพักผ่อน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่การได้พักถือเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต
“งีบไปเถอะ แต่ฝนไม่ตกทุกวันหรอก”
อัสมาไม่ได้ตอบอะไร แต่โลกก็ไม่อนุญาตให้เธอได้พักนานขนาดนั้น ให้หลังเพียงสิบนาทีก็มาถึงที่หมาย ผนวกกับใกล้ถึงเวลาเข้างาน เธอจึงตรงดิ่งไปด้านในทันทีหลังกล่าวคำขอบคุณกับเพื่อนเป็นที่เรียบร้อย นักร้องสาววัยยี่สิบหกรีบจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นกว่าเดิมก่อนจะรีบขึ้นไปบนเวทีที่บัดนี้ทุกคนอยู่ประจำตำแหน่งกันหมดแล้ว คนเด็กกว่าก้มหัวให้สมาชิกในวงอย่างนอบน้อมและได้รับรอยยิ้มตอบกลับมา
ทุกคนล้วนรักและเอ็นดูอัสมาเหมือนน้องสาวด้วยรู้ว่าชีวิตของเธอต้องเจอกับเรื่องอะไรมาบ้าง อีกอย่างเจ้าตัวก็เป็นคนน่ารัก นิสัยดี มีหรือใครที่ได้รู้จักแล้วจะไม่รัก
“ยังคิดอยู่เลยว่าจะมาได้ไหม เพราะฝนตกหนักมาก” หนุ่มมือกลองเอ่ยถามขึ้น
“หนูติดรถวาดมาค่ะ”
“แล้วมอ’ไซค์เราล่ะ”
“อยู่ที่ร้าน เดี๋ยวเสร็จตรงนี้ค่อยกลับไปเอาค่ะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนุ่มมือกลองก็อาสาที่จะพาน้องสาวนอกไส้ย้อนกลับไปที่ร้านอาหาร ด้านอัสมาที่คิดว่าจะต้องรบกวนใครสักคนอยู่แล้วจึงไม่ปฏิเสธ แต่เลือกที่จะก้มหัวพร้อมเอ่ยคำขอบคุณอย่างมีมารยาท “ขอบคุณนะคะพี่หล้า”
เพลงที่อัสมานำมาร้องก็มักจะเป็นเพลงที่ทุกๆ คนต่างคุ้นหู หลายๆ คนจึงร้องคลอไปด้วยได้ บ้างก็ร้องเพลงตามใจลูกค้า ไม่ว่าขอเพลงไหนมาก็จัดให้ไม่เคยเกี่ยง เธอพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำตัวให้ถูกใจทุกคน เพื่อที่จะได้มีงานทำ หากลูกค้าชื่นชอบในเสียงและนิสัยใจคอของเธอ ก็จะมีลูกค้ามาที่ร้านเยอะขึ้น เธอเองก็จะได้มีงานทำไปตลอดรอดฝั่ง
ประมาณสี่ทุ่มครึ่งก็ถึงเวลาเลิกงาน อัสมาได้รับเงินจากการร้องเพลงเป็นรายวัน วันละหนึ่งพันไม่รวมทิปจากลูกค้า ส่วนทิปวันนี้ได้มาสี่ร้อย ถือว่าเป็นงานที่เงินดีมากทีเดียว น่าเสียดายที่หามาได้เท่าไรก็ไม่เคยพอกับรายจ่าย เพราะเช่นนั้นถึงหาเงินได้เยอะก็ไม่เคยตกถึงท้อง ตัวเธอถึงได้เหลือแค่นี้ บางทีลมพัดก็จะปลิวไปกับลมอยู่แล้ว
อัคภัทรไปส่งอัสมาที่ร้านอาหารอย่างที่ได้รับปากไว้ ฝนหยุดตกแล้ว หยุดไปตั้งแต่ช่วงสามทุ่ม การกลับบ้านของเธอจึงไม่มีอุปสรรคใดอีก และดีที่ร้านอาหารกับบ้านอยู่ไม่ไกลกันนักจึงใช้เวลาไม่นาน อันที่จริงเธอเลือกทำงานที่นี่เพราะระยะทาง ใช่ความชื่นชอบ แต่นาทีนี้ความชื่นชอบมาทีหลัง เธอแค่ต้องการงานเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวก็เท่านั้น
เป็นเวลาห้าทุ่มเศษๆ แต่ไฟในบ้านยังสว่างเป็นบางดวง เมื่อเปิดประตูเข้าไปในบ้านชั้นเดียวสภาพกลางเก่ากลางใหม่ก็เห็นว่าป้าติ๋มกำลังช่วยพลิกตัวให้แม่ที่นอนป่วยติดเตียงอยู่ เห็นดังนั้นเท้าของอัสมาก็ก้าวเข้าไปช่วยอย่างไม่ลังเล
/0/6165/coverorgin.jpg?v=371f8ea9241db32654cf146eca295795&imageMogr2/format/webp)
/0/20319/coverorgin.jpg?v=2a1f73ca7c66c58f2400cfe063f73792&imageMogr2/format/webp)
/0/3223/coverorgin.jpg?v=1b2ff83e6593bb218c8c20f738d44cf7&imageMogr2/format/webp)
/0/18590/coverorgin.jpg?v=606a4293d613c6b99505c5dc55dce8e5&imageMogr2/format/webp)
/0/8451/coverorgin.jpg?v=287b6f9dd29abd4c22b582d0ab1a3869&imageMogr2/format/webp)
/0/9500/coverorgin.jpg?v=5e0e2528d81ca14c2b173fcc78aa83a8&imageMogr2/format/webp)
/0/2436/coverorgin.jpg?v=175a828491a75fed6ed9ce00372b1c39&imageMogr2/format/webp)