icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

คนอุ่นเตียง

บทที่ 5 กล้าวางยาเปิ่นหวางเชียวรึ!

จำนวนคำ:2831    |    อัปเดตเมื่อ:28/12/2021

"ชุนหวงเจ้าเห็นแก่ข้าสองผัวเมียที่รับเลี้ยงเจ้ามาจนเติบใหญ่ เจ้าจะทดแทนบุญคุณนี้ได้หรือไม่ ดูเอาเถอะต่อให้คนเร่ร่อนยังรู้จักทดแทนคอยเฝ้าคอยไล่พวกมัจฉาชีพให้แก่หอแห่งนี้ เจ้าคิดจะเพิกเฉยอย่างนั้นหรือ"ฉีเฮ่อปวดใจนักทั้งบีบบังคับทั้งปลอบประโลมแต่คนตรงหน้ากลับเพิกเฉยไม่สนใจใยดี ใจหนึ่งอยากจะขับไล่ไปให้พ้นจากความหายนะ อีกใจความโลภก็ครอบงำเอาไว้จนยากจะตัดสินใจ แต่สิ่งที่เหนือกว่าอื่นใดแล้วคือเนื้อความในจดหมายนั้นต่างหากเล่า

"นั่นมิใช่เรื่องของข้า ท่านให้ที่พำนักก็จริงแต่คนที่เลี้ยงดูข้าคือหลี่เจี๋ยกับไน่ยไน่ย และข้าวของเงินทองก็มิได้เบียดบังของพวกเจ้ามาใช้แม้แต่น้อย ซ้ำร้ายพวกเรายังทดแทนด้วยเงินทองของมีค่าให้ท่านกินใช้จนตายก็ไม่หมด แล้วอย่างนี้จะให้ข้าตอบแทนอันใดอีกเล่า"ชุนหวงกล่าวเสียงเรียบ

"แต่เจ้ากำลังถูกสั่งให้เข้าจวนอ๋อง"ฉีเหนียงอดรนทนไม่ไหว

"เป็นข้าต้องรับผิดชอบหรือไร คนบรรเลงดนตรีหอของท่านก็ใช่ว่าจะขาดแคลน ในจดหมายระบุเพียงแค่ต้องการให้ผู้บรรเลงขับกล่อมเป็นดาวของที่นี่ หาได้ระบุชื่อแซ่ข้าไม่"ชุนหวงเคาะนิ้วลงบนจดหมายเบาๆ

"แต่เจ้าเป็นดาวของที่นี่"ฉีเหนียงยังมิยอมแพ้

"น่าขัน ข้ามิได้เป็นคนของท่านลืมแล้วหรือ ข้าเพียงยอมบรรเลงฉินยามเหงา หากเป็นเอ้อจงต่างหากที่ขับกล่อมที่แท้จริงต่างหาก หรือท่านอ๋องผู้นี้เป็นพวกชายตัดแขนเสื้อถึงได้บีบบังคับผู้อื่นให้สนองตัณหาความอยากของตนเองอย่างนี้"ชุนหวงหันกลับมาถามหลี่เจี๋ยที่ยืนหน้าขรึมอยู่

"เป็นเอ้อจงไปก็แล้วกัน นายน้อยของข้าไม่ออกไปเล่นฉินให้ผู้ใดนอกหอจันทร์ส่องทั้งนั้น"ไน่ยไน่ยเสียงแข็ง

"นี่ นี่ นี่ พวกเจ้าช่างอกตัญญูยิ่งนัก"ฉีเฮ่อชี้นิ้วกราดด้วยความโมโห

"เจ้าจะกล่าวเยี่ยงใดสุดแท้แต่เถิด"ชุนหวงกล่าวจบก็กลับเข้าไปในห้องของตนเอง หารู้ไม่ว่าด้านบนขื่อมีผู้คนหลบซ่อนอยู่จากนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

"เราจะออกเดินทาง"ชุนหวงนั่งลงตรงเก้าอี้มือเรียวกุมจอกน้ำชาเอาไว้หมุนไปมาเพื่อใช้ความคิดเพื่อต่อต้านท่านอ๋องที่บีบบังคับให้เขาเข้าจวน

"ไปที่ใดขอรับ"หลี่เจี๋ยขมวดคิ้ว

"ไปเหอเป่ย"ชุนหวงยิ้มกว้างจนตาหยี ทั้งไน่ยไน่ยและหลี่เจี๋ยมีหรือจะไม่รู้เท่าทันนายน้อยของตน เรื่องสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดคืออยากท่องเที่ยวเท่านั้นหาใช่อยากหลบหนีไปจากหอนี้ หลี่เจี๋ยนิ่งใช้ความคิดก่อนจะเอ่ยปาก

"ขอเวลาข้าสองชั่วยามแล้วจะมาให้คำตอบ"ถึงแม้หลี่เจี๋ยจะรักใคร่นายน้อยของตนเพียงใด แต่ความปลอดภัยย่อมมาก่อนเขาจึงไม่ได้รับปาก เรื่องนี้จดหมายจึงถูกส่งไปยังชายชุดดำเช่นเดิม ครานี้ใช้เวลาไม่นานก็ได้รับคำตอบกลับมา นั่นคือให้นายน้อยได้ใช้เวลาท่องเที่ยวบ้าง ข่าวดีนี้ถูกส่งทอดมาถึงชุนหวงเมื่อได้รับข่าวดีก็ร่าเริงดุจนกน้อยที่กำลังหัดบิน หลี่เจี๋ยเห็นก็อดยิ้มด้วยความเอ็นดูคนที่ตนเองเลี้ยงมาแต่เล็กไม่ได้

"ไป! พวกเราไปเตรียมตัวกันเถอะ"ชุนหวงสั่งคนโดยทั้งสามไม่รู้แม้แต่น้อย ว่านกพิราบสื่อสารถูกจับได้ก่อนถึงมือเหล่าผู้อาวุโสของสำนักลี่ไป๋และได้ถูกเปิดอ่านข้อความนั้นก่อนแล้ว

"เหอเป่ยงั้นหรือ"จิ้นหยางอ่านจดหมายลับกลับไปมาสองสามรอบก่อนจะยิ้มมุมปาก

"พะย่ะค่ะหวางเย่"ผู้ที่จับนกพิราบและนำจดหมายมาถึงมือจิ้นหยางคืออี้จางที่ซุ่มดูความเคลื่อนไหวของหอจันทร์ส่องมาทั้งคืน

"เปิ่นหวางคิดว่าพวกเราต้องลองออกไปเยี่ยมราษฎรที่นั่นบ้างแล้ว"ทั้งสองคนประสานมือก้มหัวลงรับคำสั่ง หากแต่ขณะที่ก้มยังอดลอบสบตากันไม่ได้

"เตรียมตัวเถอะ"จิ้นหยางออกคำสั่ง ในเวลาเพียงไม่นานทั้งสามกำลังจะออกเดินทางมีกงกงจากวังหลวงมาร้องตะโกนให้รับราชโองการทั้งสามออกมาคุกเข่ารออยู่ด้านนอกเพื่อรอรับ

"เนื่องด้วยองค์ชายห้า จิ้นหยางอ๋อง ทำคุณงามความดี ฮ่องเต้จึงพระราชทานผ้าไหมสิบผืนทองคำอีกร้อยชั่ง และน้ำจันพระราชทานเหตุจากครบหนึ่งปีของการพระราชทานสมรส รับราชโองการ"เหล่ากงกงน้อมตัวยื่นพระราชโองการส่งให้จิ้นหยางที่ยื่นมือสองข้างออกไปรับ กงกงค่อยบรรจงวางลงมือของจิ้นหยางด้วยความระมัดระวังเพราะรู้ดีว่าผู้กุมอำนาจในราชสำนักที่แท้จริงคือผู้ใดกันแน่

"ขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นๆปี"

"กระหม่อมยินดีด้วยพระย่ะค่ะ"เหล่ากงกงยิ้มพร้อมอวยพร จิ้นหยางพยักหน้าน้อยๆให้เสิ่นเล่ยส่งถุงแพรที่ใส่ตำลึงทองเอาไว้ ขนาดพอดีมือให้กับเหล่ากงกง

"ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ"พ้นจากกงกงไปจิ้นหยางได้แต่นิ่งใช้ความคิด เขาลืมไปสิ้นว่าบัดนี้ครบรอบหนึ่งปีของการพระราชทานสมรสให้ แล้ว ดังนั้นแรงทอดถอนใจดังออกจากปากหนาได้รูปแทน

"เอาเถอะเลื่อนการออกเดินทางไปก่อน อี้จางจงไปยังตำหนักฝูฮัวบอกหยางเฟยว่าข้าจะเข้าไปทานอาหารกลางวันด้วย อย่าลืมเตรียมสุราพระราชทาน"ข่าวถูกส่งไปถึงมู่เหรินที่พอได้รับถ่ายทอดคำสั่ง ต่างล้วนแต่ยินดีกันทั้งตำหนักนานแค่ไหนแล้วที่องค์ชายมิได้เสด็จมาที่นี่ เหล่านางกำนัลขันทีต่างกระตือรือร้นผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าของหวางเฟยให้งดงามเพื่อรอต้อนรับท่านอ๋องที่กำลังเสด็จมาเยือน

"ดูดีแล้วหรือไม่"

"หวางเฟยงดงามมากเพคะ รับรองว่าหากท่านอ๋องเสด็จมาต้องตะลึงในความงามแน่ๆ"หนึ่งในนางกำนัลนามอี้อิงที่ส่งขวดยาให้เอ่ยปาก

"ขอบใจเจ้ามาก"มู่เหรินยิ้มน้อยๆปากสีชาดแย้มยิ้ม ยิ่งเมื่อได้ยินอี้จางประกาศหน้าตำหนักยิ่งกระตือรือร้น ก้มลงสำรวจเนื้อตัวอีกรอบเพื่อความเรียบร้อย

"ไปเตรียมรับเสด็จ ท่านอ๋องมาแล้ว"มู่เหรินพยักหน้าให้บ่าวสองคนออกไปต้อนรับ ตนเองล้วงเอาขวดสีทองออกมามองดูรอบหนึ่ง แล้วส่งกลับไปในช่องแขนเสื้อเพื่อซ่อนเอาไว้ ไม่นานนักร่างสูงใหญ่ของจิ้นหยางก็ปรากฏขึ้นในชุดสามัญ ตามหลังด้วยคนอีกสองคนเช่นเดิม

"หวางเฟย"

"ท่านอ๋องเพคะ"มู่เหรินแย้มยิ้มต้อนรับ

"นั่งลงเถอะเปิ่นหวางเตรียมของไว้ให้ เจ้ามารับเอาไปสิ"อี้จางเป็นผู้ส่งมอบกล่องสีแดงสดขนาดพอดีมือ เมื่อนางเปิดออกก็หน้าเพิ่มสีขึ้นด้วยความยินดี สิ่งที่อยู่ในกล่องคือปิ่นสีทองรูปหงส์สยายปีกงดงามละลานตายิ่ง

"ขอบพระทัยท่านอ๋อง งามเหลือเกินเพคะ"

"เจ้าชอบก็ดีแล้วแล้ว นี่ชายารองไปไหนไยเปิ่นหวางถึงไม่เห็น"

"ผิงหรูเหรินกำลังมาเพคะ"

"ไม่เป็นไรเปิ่นหวางมีราชกิจจะต้องออกไปต่างเมือง อยู่นี่คงได้ชั่วครู่"จิ้นหยางยกจอกเหล้าพระราชทานที่มู่เหรินบรรจงรินให้ ชายแขนเสื้อรุ่มร่ามเสียจนมองมิเห็นว่าขวดยาได้ถูกเปิดออกและหยดยาลงไปในจอกเหล้านั่นแล้ว ครั้นผิงหรูเหรินมาถึงก็ดูเหมือนจิ้นหยางจะครองสติไม่อยู่แล้ว

"อี้จาง เสิ่นเล่ย ประคองเปิ่นหวาง"อาการซวนเซหลังดื่มสุราทำให้สองคนไม่สบายใจนักเพราะรู้ดีว่าท่านอ๋องนั้นคอทองแดงเพียงใดแค่สุราแค่นี้มิอาจทำให้มึนเมาได้ง่ายดาย จึงย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าจิ้นหยางดื่มเก่งแค่ไหนแต่นี่เพียงแค่ไหเดียวเหตุใดจึงเมามายเช่นนี้ นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

"หวางเย่เพคะ"ผิงหรูเหรินร้องเรียก ทำได้เพียงชะเง้อชะแง้แลตามมู่เหรินที่รีบเข้าไปประคองร่างสูงเอาไว้

"หวางเย่เมาแล้วหรือเพคะ"น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานเอกอกเอาใจ สองมือนุ่มเกาะท่อนแขนใหญ่เอาไว้พยายามรั้งเอาไว้ให้เบียดอกนุ่มของตนเอง

"อืมมม"จิ้นหยางครางรับสะบัดหน้าไปมาเรียกสติ แต่ดูเหมือนกลับยิ่งเมามายมากกว่าเดิมเสียอีกร่างกายมิอาจควบคุม

"ให้ท่านอ๋องประทับที่นี่"น้ำเสียงเด็ดขาดของหวางเฟยมีหรือใครจะกล้าขัด อี้จางกับเสิ่นเล่ยได้แต่ร้องค้านหากไม่สามารถทำได้เต็มที่ด้วยพระยศของนาง

"นี่กล้าขัดคำสั่งหวางเฟยหรือ"นางตวาดเสียงดัง มองบ่าวรับใช้ช่วยกันประคองจิ้นหยางกลับเข้าห้องบรรทมของตนเอง

"หามิได้พะย่ะค่ะแต่ราชกิจ"เสิ่นเล่ยเอ่ยปาก

"ออกไปได้แล้ว ไม่เห็นหรือว่าท่านอ๋องเมามายไม่ได้สติ พวกเจ้ายังกล้าให้ออกไปจากตำหนักอีก"ทั้งสองได้แต่มองหน้ากันอย่างจนใจ จากนั้นได้แต่ประสานมือแล้วถอยหลังจากไป มู่เหรินยกยิ้มเดินนวยนาดเข้าไปมองจิ้นหยางที่นอนแผ่อยู่บนเตียงเพราะครองสติไม่อยู่แขนขาไร้เรี่ยวแรง

"ออกไป"สองบ่าวยิ้มอยู่เป็นนัย ก่อนจะย่อเข่าแล้วถอยหลังจากไป นางนั่งลงข้างกายจิ้นหยางที่ครองสติตัวเองไม่อยู่

"ท่านอ๋องเพคะ"น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยมือเรียวงามลูบอกหนาผ่านเสื้อเนื้อดี จิ้นหยางคว้ามือขาวกำเอาไว้แน่น

"ชุน..."

"หม่อมฉันเองเพคะ"มู่เหรินบรรจงปลดผ้ามัดเอวของจิ้นหยางออก สองมือเรียวลูบไล้จนจิ้นหยางเองทานไม่ไหว ด้วยฤทธิ์ของยาย้อมใจยิ่งทำให้ฮึกเหิม สองบ่าวรับใช้รีบปิดประตูกันเสียงที่เล็ดลอดออกมา ยามเช้ามู่เหรินที่บรรจงนั่งให้บ่าวรับใช้แต่งตัวให้ด้วยสีหน้าแย้มยิ้มแจ่มใส่และเขินอายไม่น้อยทั้งที่มีท่าทีอ่อนเพลีย

"อย่าส่งเสียงเห็นหรือไม่ท่านอ๋องหลับอยู่"สองบ่าวเหลือบแลไปถึงเตียงที่มีม่านสีขาวปลิวสะบัดไปมา ร่างสูงนอนหลับนิ่งอยู่บนนั้น ต่างกับสองคนที่ยืนรอด้านนอกทั้งคืนด้วยความวิตกเพราะรู้ดีว่าหากจิ้นหยางตื่นได้สติคงมีคนต้องหัวหลุดจากบ่าแน่ๆ

"ยินดีด้วยเพคะ"

"ขอบใจเจ้ามากไปเตรียมน้ำมาให้ท่านอ๋องเถอะนี่คงใกล้ตื่นแล้ว อ้อน้ำแกงบำรุงด้วยล่ะ"นางยิ้มคล้ายเอียงอาย เสียงขยับตัวบนเตียงเรียกให้ทั้งสามชะเง้อมองมู่เหรินโบกมือเบาๆสองบ่าวย่อกายแล้วจากไป

"ตื่นแล้วหรือเพคะ"มู่เหรินเดินแช่มช้อยเข้าไปหาร่างสูงใหญ่ที่ลุกนั่งเอาขาข้างหนึ่งตั้งชันใช้ศอกวางไว้เหนือเข่าฝ่ามือปัดเสยผมตนเองให้พ้นหน้าผากเนื้อตัวเปิดเปลือยมีเพียงผ้าแพรสีชมพูพาดปิดบังหว่างขาตนเองเอาไว้

"ทำอะไร"จิ้นหยางขมวดคิ้วเล็กน้อยสีหน้าเรียบเฉย

"เมื่อวานหวางเย่ดื่มน้ำจันพระราชทานแล้วก็เมาเพคะ เลย...เลย.."นางมิกล้าเอ่ยในส่วนที่เหลือจิ้นหยางยิ้มมุมปาก

"ถึงขนาดวางยาเปิ่นหวางเลยรึ ความผิดร้ายแรงแค่ไหนหวางเฟยไม่รู้หรืออย่างไร"มู่เหรินหน้าซีด

"หามิได้เพคะหม่อมฉันมิกล้า"จิ้นหยางคว้าแขนกระชากกลับมาแรงจนมู่เหรินแทบจะถลาล้มลงบนเตียง

"ไร้ยางอายสิ้นดี แต่เอาเถอะในเมื่อเจ้าเป็นของพระราชทาน เปิ่นหวางคงทำอะไรไม่ได้อย่างนั้นทหาร!!"จิ้นหยางเรียกทหารยามเสียงดังไม่นานทหารสองนายก็เข้ามาน้อมกายคารวะ

"พะย่ะค่ะ"

"กักบริเวณหวางเฟยจนกว่าจะสำนึกผิดได้ ห้ามมิให้มันผู้ใดเยี่ยมเยือนอยู่แต่ในตำหนักฝูฮัวเท่านั้น"

"พะย่ะค่ะ"ทหารน้อมรับคำสั่ง

"อี้จาง! เสิ่นเล่ย มานี่เดี๋ยวนี้"น้ำเสียงเกรี้ยวกราดจนคนมิกล้าสู้หน้าสองคนรีบวิ่งเข้ามารับคำสั่ง ประสานมือก้มหน้านิ่งด้วยรู้ความผิดของตนเอง

"ประคองข้า"สิ้นคำสั่งทั้งจิ้นหยาง สองคนรีบเข้าพยุงร่างกายที่อ่อนแรงของจิ้นหยางนำเสื้อคลุมคลุมร่างเปลือยเอาไว้กลับไปยังตำหนักเหิงชาง สีหน้าเรียบเฉยจนคนไม่กล้าทำเสียงดังหรือหายใจแรง สีหน้าของจิ้นหยางอ๋องราวกับจะฆ่าคนให้หายแค้น

"บัดซบ!!"จิ้นหยางตบโต๊ะเสียงดัง เมื่อคืนเขากึ่งหลับกึ่งตื่นอาการวาบหวามที่เกิดขึ้นหลังจากดื่มเหล้านั่น ทำให้รู้ว่าชายาของตนเองเล่นไม่ซื่อเป็นแน่

"ข้าน้อยสมควรตายที่มิอาจปกป้อง"อี้จางกับเสิ่นเล่ยคุกเข่าหมอบลงกับพื้น

"ช่วยหรือ เจ้าจะช่วยอันใดนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์นั่นใครจะทันเล่ห์นางได้"จิ้นหยางบอกเสียงเย็น

"เอายาแก้มาให้เปิ่นหวาง"จิ้นหยางสูดลมเข้าปอดพยายามระงับโทสะ ดวงตาคมกริบดุจบ่อน้ำที่ลึกจนเกินจะมองเห็นก้นบ่อส่งประกายวาววับ หายไปชั่วครู่อี้จางก็รีบส่งขวดหยกมาให้จิ้นหยางเทเม็ดยาลงฝ่ามือแล้วส่งเข้าปาก

"เสิ่นเล่ยเตรียมน้ำอาบให้ข้า องค์รักษ์เงาลงมา"จิ้นหยางสั่งเสียงเข้มทั้งหมดรีบปรากฏตัวคุกเข่าลงทันทีเช่นกัน

"น้อมรับคำสั่ง"

"รายงาน!"จิ้นหยางปล่อยให้อี้จางปลดเสื้อคลุมชั้นนอกชั้นในออก เหลือเพียงกางเกงสีขาวโชว์อกเปลือยแข็งแกร่ง อี้จางยืนกอดอกคุมบ่าวชายให้เทน้ำอุ่นลงถังจนเต็มจิ้นหยางก้าวขาลงนั่งในอ่างเอนกายลงพิงกับขอบถังเอนศรีษะไปด้านหลังหลับตานิ่งเพื่อให้ฤทธิ์ยาสลายไป

"รายงานหว่างเย่ คุณชายชุนหวงถึงเหอเป่ยแล้วพะย่ะค่ะ พักอยู่โรงเตี้ยมที่เราจัดเตรียมเอาไว้แล้ว ปลอดภัยทุกอย่างพะย่ะค่ะ"

"ดีคุ้มกันให้ดีอย่าให้คนเข้าใกล้ อีกหนึ่งชั่วยามเปิ่นหวางคงไปถึงโรงเตี้ยม นำคนของเราเข้าไปแทนที่ ซื้อโรงเตี้ยมนั่นเอาไว้ขับไล่คนไม่เกี่ยวข้องออกไปให้หมด"จิ้นหยางอาบน้ำอย่างบรรจงราวกับไม่มีเรื่องอันใดให้เร่งร้อน อี้จางสั่งบ่าวรับใช้นำอาหารมาวางต่างทดสอบก่อนจะวางใจให้จิ้นหยางดื่มกิน

"ถุงหอมของเปิ่นหวางล่ะ"จิ้นหยางใช้มือตบไปทั่วร่างเพื่อคลำหาถุงหอมที่นำมาจากเตียงชุนหวง

"ถุงหอมหรือพะย่ะค่ะ"

"ถุงหอม!! ไปเอามาจากตำหนักฝูฮัวเดี๋ยวนี้"จิ้นหยางเพิ่มความโกรธมากขึ้นไปอีก เมื่อรู้ว่าถุงหอมนั่นหายไปร้อนถึงอี้จางรีบรุดกลับไปตำหนักฝูฮัวอีกครั้งร้อนรนราวกับค้นหาสิ่งสำคัญ

เปิดรับโบนัส

เปิด
1 บทที่ 1 การปรากฏตัวของชุนหวง2 บทที่ 2 แย่แล้วข้าถูกพิษเหมันต์3 บทที่ 3 บรรเลงเพลงฉิน4 บทที่ 4 คุณชายท่านนี้ไม่น่าไว้ใจ5 บทที่ 5 กล้าวางยาเปิ่นหวางเชียวรึ!6 บทที่ 6 คบหาเพื่อนใหม่7 บทที่ 7 เปิ่นหวางจะนำเจ้าเข้าจวนอ๋อง8 บทที่ 8 เจ้าคือสมบัติของเปิ่นหวาง9 บทที่ 9 คุ้มครองเจ้ากลับสู่เมืองหลวง10 บทที่ 10 เรื่องราวของเรือนหลังช่างน่าปวดหัว11 บทที่ 11 อะไรนะข้าต้องเข้าจวนอ๋องจริงๆหรือนี่12 บทที่ 12 ที่แท้เจ้าก็คืออ๋องโฉดคนนั้น13 บทที่ 13 มาเจรจากันก่อนเถอะนะ14 บทที่ 14 ข้าไม่กลัวท่านหรอกนะ15 บทที่ 15 ท่านกล้ารังแกข้าหรือ16 บทที่ 16 กล้าทำร้ายเปิ่นหวางหรือ17 บทที่ 17 ข้าเป็นถึงเปิ่นหวางเฟยเชียวนะ18 บทที่ 18 ถูกบังคับให้คำนับฟ้าดิน19 บทที่ 19 ช่วงเวลาแห่งห้วงวสันต์20 บทที่ 20 ผลซิ่วสุกยื่นพ้นกำแพง21 บทที่ 21 วางแผนหลบหนี22 บทที่ 22 กล้าหนีจากอ้อมกอดของเปิ่นหวางรึ23 บทที่ 23 พิษที่ร้ายกาจ24 บทที่ 24 กล้าลองดีกับเปิ่นหวาง25 บทที่ 25 เจ้างูน้อยซนมากไปแล้วนะ26 บทที่ 26 ก่อกบฎรึ!27 บทที่ 27 ความจริงปรากฎ28 บทที่ 28 ขยันสร้างเรื่องเสียจริง29 บทที่ 29 หลอกลวง30 บทที่ 30 สั่งให้ผีปรากฎตัว!31 บทที่ 31 ลูกพลับนิ่มในมือ32 บทที่ 32 ฎีกาถึงฝ่าบาท33 บทที่ 33 เฟยเหลียงxเสิ่นเล่ย34 บทที่ 34 ไม่ใช่ตัณหาแต่เพราะรัก35 บทที่ 35 องค์หญิงจากอันหยาง36 บทที่ 36 จำต้องแต่งตั้งฮองเฮา37 บทที่ 37 แผนการณ์38 บทที่ 38 อดทนอีกนิดนะชุนหวง39 บทที่ 39 ความเชื่อใจ40 บทที่ 40 ปรับความเข้าใจ41 บทที่ 41 สมรัก42 บทที่ 42 รับซูเฟยจากอันหยาง43 บทที่ 43 เจรจา44 บทที่ 44 ข้าไม่ใช่คนรักหยกถนอมบุบผา45 บทที่ 45 สั่งสมความแค้น46 บทที่ 46 ปรับความเข้าใจ47 บทที่ 47 ดำเนินการตามแผน48 บทที่ 48 ปลดฮองเฮา49 บทที่ 49 ความทรงจำกลับคืน50 บทที่ 50 หายโกรธข้านะชุนหวง51 บทที่ 51 ซุกซนนักต้องได้รับกรรม52 บทที่ 52 ดวงใจรักมีเพียงหนึ่งเดียว53 บทที่ 53 แผนซ้อนแผนซ้อนแผน54 บทที่ 54 ลงโทษ55 บทที่ 55 ลงเอยด้วยดี56 บทที่ 56 ตอนพิเศษ อี้จางxหลี่เจี๋ย (ตอน1)57 บทที่ 57 ตอนพิเศษจบ อี้จางxหลี่เจี๋ย (ตอน2)58 บทที่ 58 ตอนพิเศษ จิ้นหยางxชุนหวง (ตอน1)59 บทที่ 59 ตอนพิเศษจบ เฟยเหลียงxเสิ่นเล่ย The End