icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

หย่าแล้วไง ฉันคือทายาทหมื่นล้าน

บทที่ 4 

จำนวนคำ:1157    |    อัปเดตเมื่อ:วันนี้10:58

นโต๊ะรับแขกไม้สักอย่างเป็นระเบียบ เ

ับรองชั้นสาม ปิยะวัฒน์นั่งไขว่ห้างอย

ยดอยู่ตรงที่วางแขนข้างตัวเขา ขอบตาย

ากคุณเป็นฝ่ายขอหย่าและยินยอมสละสิทธิ์ในทรัพย์สินสมรส หลังการหย่าคุณจะไม

แว่นสายตากล

าจับจ้องใบหน้าของชญานิษฐ์เพื่อร

ด้วยกันมาสามปี ฉันจะให้โอกา

วกาแฟลงบนจานรอง

ตรงอยู่หน้าโต๊ะ สายตากวาดมองผ่านเงื่

นด้านหลัง แต่เปิดไปยังหน้าสุดท้ายที่มี

ปากกาห

บชัด ไม่มีอาการ

่หนึ่ง ก่อนจะยื่นป

ังนั้นจึงรีบ

ู่ ถ้าพี่หนิงออกไปข้างนอกแล้วไม่

์แค่นเสี

ยากจะดูว่าพอก้าวพ้นประตูนี้ไป พรุ่งนี้

ลายหมึกลงบนช่องลงชื่อฝ่ายหญิง

นกระดาษอย่างรว

ะประทับลายนิ้วมือเสร็จสิ้

ดอยู่ข้างจานรองแก้วกาแฟของปิยะวัฒน์ ช

คุณ ปิยะวัฒน์ และตระกูลเจริญสุขไพศาลข

จของเขาวูบไหวขึ้นมาอย่างประหลาด ความรู้สึ

ประทับตรา และส่งสำเนา

เก็บใส่กระเป๋าเสื้อโค้ต

พักบนเขาออกไปให้หมดก่อนคืน

ัง พยายามใช้อารมณ์กลบ

้มสะใจ พลางแ

ให้โชคดีกับชี

อะค่ะคุณกนกภรณ์ วันเวลาดี ๆ

แล้วเดินตรงไปยั

บพื้นหินอ่อนเป็นจัง

ขึ้นยืนตามไป

้ดี ต่อให้เธอคุกเข่าจนเข่าด้า

้า เดินผ่านโถงทางเดินมุ่งหน้

ดใสหลังฝนหยุดตก เมฆดำลอยพ

าบาล มือเรียวปลดหนังยางรัดผมออก ปล

ออกมา กดเบอร์โทรศัพท์ที่เข้ารหัส

ียว ปลายสายก็กดรับทันทีพร

อ้สารเลวนั่นมันรังแกแกอีกแล้วใช่ไหม

งเพื่อนสนิท แววตาที่เย็น

..ฉันหย

นจะส่งเสียงกรี๊ดลั่นด้วยควา

-

เปิดรับโบนัส

เปิด
หย่าแล้วไง ฉันคือทายาทหมื่นล้าน
หย่าแล้วไง ฉันคือทายาทหมื่นล้าน
“ตลอดสามปีที่แต่งงานกัน ฉันยอมทุ่มเททุกอย่างเพราะหลงเชื่อว่าปิยะวัฒน์คือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตฉัน แต่เขากลับบังคับให้ฉันเซ็นใบยินยอมบริจาคไตให้กับกนกภรณ์ หญิงสาวที่เขาอ้างว่าเป็นเพื่อนสนิท ในชาติก่อน ฉันยอมเฉือนไตตัวเองสด ๆ เพื่อทดแทนคุณ จนสุดท้ายต้องมานอนตายอย่างโดดเดี่ยวเพราะอาการติดเชื้อขั้นรุนแรง ที่น่าเจ็บใจคือ ผู้หญิงที่อ้างว่าป่วยโคม่าปางตาย กลับแข็งแรงพอที่จะแอบไปปาร์ตี้เต้นเบียดผู้ชายในผับหรู และปิยะวัฒน์ก็รู้ความจริงข้อนี้ดี แต่เขากลับเลือกที่จะปกป้องเธอสุดตัว "คิดว่าถ้าหย่ากับฉันแล้ว ผู้หญิงตัวคนเดียวที่โตมาจากบ้านเด็กกำพร้าอย่างเธอ จะมีปัญญามีชีวิตรอดในกรุงเทพฯ ได้เกินสามวันหรือไง!" ฉันเคียดแค้นและสมเพชตัวเองที่ตาบอด ทิ้งครอบครัวที่แท้จริงของตัวเอง มาทนให้ผู้ชายขี้ขลาดคนนี้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีมาถึงสามปี เพียงเพราะคำว่าจำคนช่วยชีวิตผิด เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฉันกลับมาอยู่ในวินาทีที่เขายัดปากกาใส่มือ บังคับให้ฉันเซ็นเอกสารบริจาคไต คราวนี้ฉันตวัดมือหักปากการาคาแสนแพงทิ้ง โยนแหวนแต่งงานลงถังขยะติดเชื้อ และเซ็นใบหย่าฟาดหน้าเขาทันที เพราะวินาทีที่ฉันก้าวเท้าออกจากโรงพยาบาล ขบวนรถโรลส์-รอยซ์เก้าคันก็มารอรับฉันกลับไปทวงคืนบัลลังก์ "ทายาทมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ" แล้ว”