icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

บทที่ 3 ผู้พิทักษ์ให้ถึงบ้าน

จำนวนคำ:1624    |    อัปเดตเมื่อ:03/08/2022

สอแล้วเนี่ย” ยิ่งพูดถึง

ราะเพื่อนคนนี้บินไปเรียนที่แคนาดาตั้งแต่จบประถม พอคว้าปริญญาตรีมาได้ ก็ยังบินไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษมาอี

าศิตายังคงติดต่อกันอยู่เสมอๆ คำว่าเพื่

ิ ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”

ำให้มาศิตาสั่งอาหารแบบไม่ลืมหูลืมตา กินกันอยู่สองคนแต่กับข้าวบนโต๊ะมีเกือบสิบจาน ที

่คือประโยคที่มาศิตาได้ยินจากผู้เป็นพ่อ แทนที่

ังและรับเอกสารมาจากโรงพยาบาลเมื่อสองชั่วโมงก่อน

อย่างละเอียดทุกบรรทัด ก่อนจะผ่อนคลายขึ้นมา

ไปตรวจร่างกายซะละเอียดขนาดนี้ แน่ใ

้าค้อนๆ ส่งมาให้พ่อ ที่เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนๆ เดียวกัน เพราะแม่ของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่มาศิ

ว่าซะศิตา

ามีคนจะซื้อลูกจริง

ั้นเลยเหรอ” มาศิตาฉีกยิ้มกว้าง ท่าทา

ให้เขาไปฟรีๆ แถมข้าวสาร อาหารแห

นพ่อกลับยิ้มขำที่ได้แซวลูกสาวคนนี้ นั่นเพราะหลังจากนี

ป็นไปได้ เขาแทบไม่อยากส่งมาศิตาไปไหนไกลๆ อีก แค่ห่าง

คำสาบานที่มีมานาน ว่าหากวันใดที่เจ้านายใหญ่ต้องการความช่วยเหลือ เขาจะยินด

ือยัง” น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยถามขึ้น

เป๋า จั

ไปอยู่ที่บ้านเ

ิตาเอ่ยเสียงสูง หน้าตาดูตื่นๆ อย่างเห็น

ังบ่อยๆ ว่าทายาทของตระกูลเราที่เป็นผู

ว่ารายละเอียดของหน้าที่สำคัญนั้นมีอะไรบ้

ษ์นี้ แต่ทว่าก็ไม่มีโอกาส เพราะไม่มีทา

ยินคำว่าแวมไพร์ เธอก็ชักจะเสียวคอแปลกๆ แต่ไม่ได้นึกกลัวอะไร

เจ้านายคนนี้ของเ

งไง” คิ้วสวยๆ ผูกกันเป็นโบทันที ได้แต่คิดสงสัย ว่าเจ้านา

ังสวิ

่าเชื่อไป

องเรามีหน้าที่พิทักษ์ ปกป้องชีวิตเจ้านายใหญ่ ผู้ที่ให้ชีวิตแก่บรรพบุรุษของ

เป็นถึงแวมไพร์เชียวนะ” มาศิตาออกตัว เพราะคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตกว่า

ารณ์ไม่คาดฝัน จงเชื่อในสัญชาตญาณของลูก” อาทิตย์สบตาลูกส

้ แล้วนี่บ้านเจ้านายให

ียง

ี้” ภาพของลูกศิษย์ที่ปรากฏขึ้นในหัวของมาศิตาในเวลานี้คือ เด็กผู้ชายหรือผู้หญิงอายุไม่เกินสิบขวบ ที่อาจจะซนแสนซน ยึดตัวเองเป็นศูนย์รวมของจักรวาล

จะเห็นเอง เดินท

หน นั่นเพราะยังไม่ได้เตรียมตัว เตรียมใจสักเท่

ไปเป็นอาจารย์สอนพิเศษให้ ก็คิดว่าใกล้ๆ แล้วก็ไปสอ

เปิดรับโบนัส

เปิด
แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ
แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ
“'เขาเป็นแวมไพร์ที่ปฏิเสธการดื่มเลือด แต่กลับไม่ปฏิเสธหากจะได้กลืนกินเธอ' ------------ "วันนี้นายริทเป็นอะไร ดูเหม่อๆ" "นั่นนะสิ" คนงานอีกคนเห็นด้วย ก่อนจะหยุดการสนทนาใดๆ แล้วตัดดอกไม้ต่ออย่างขะมักเขม้น ส่วนคนที่พวกเขาเอ่ยถึงนั้น ตอนนี้ก็กำลังง่วนอยู่กับงานตรงหน้าเช่นเดียวกัน กระทั่งได้ดอกไม้ครบตามจำนวน เชโรมจึงเดินไปยังรถที่ตอนนี้มีดอกไม้แสนสวยอยู่ท้ายกระบะเต็มไปหมด แต่จังหวะนั้น สายตาของเชโรมกลับมองไปเห็นกระต่ายสีขาวที่เขาเลี้ยงไว้หลุดออกมาจากกรง จึงเดินไปอุ้มมันขึ้น ท่าทางเขาดูอ่อนโยนเสียจนมาศิตาที่ผ่านมาเห็น คิดว่าตัวเองตาฝาด จนต้องขยี้ตาแรงๆ สามสี่ครั้ง "ผู้ชายหน้าโหดกับกระต่ายสีขาว ดูยังไงก็ไม่เห็นจะเข้ากันสักนิด สงสัยจะเลี้ยงกระต่ายไว้กินแน่ๆ" "เลี้ยงไว้ดูจ้ะ นายริทชอบกระต่ายสีขาว ตรงนู่นเป็นกรงกระต่าย มีหลายสิบตัว" คนงานสาวคนหนึ่งเอ่ยแย้งให้ผู้เป็นเจ้านาย "ชีวิตดูมุ้งมิ้งกิงก่องแก้วขัดแย้งกับหน้าตาสุดๆ แวมไพร์ตนอื่นๆ มีแต่จะเลี้ยงกระต่ายไว้ดื่มเลือด นี่อะไร เลี้ยงไว้ดูเล่น โอ๊ย! พ่อมังสวิรัติ" มาศิตาบ่นคนเดียวอีกตามเคย ตามมาด้วยอีกประโยค "สอนแวมไพร์ให้ดื่มเลือด มันจะเหมือนสอนจระเข้ว่ายน้ำปะวะเนี่ย ของมันเป็น มันอยู่ในสายเลือด จะให้เรามาสอนเขาทำไม หืม" คนข้างๆ ที่เผลอได้ยินทั้งสองประโยคนี้เข้า กลับมีสีหน้างุนงงอย่างเห็นได้ชัด พอจะถามมาศิตาก็เดินตัวปลิวไปเสียแล้ว "ใครเป็นแวมไพร์หว่า หรือเราจะหูฝาดไป" คนงานสาวที่เพิ่งจะเอ่ยแก้ต่างเรื่องกระต่ายให้เชโรมไปเมื่อครู่ถึงกับคิ้วขมวด พูดกับตัวเองตามมาศิตาไปอีกคน ------------------ "แต่ศิตาไม่ยอมให้พี่ริทตายเด็ดขาด เพราะศิตารักพี่ริท" เอ่ยจบก็โน้มใบหน้าลงไปจูบเชโรม จูบที่ต่างฝ่ายต่างต้องการจากกันและกันมาโดยตลอด จูบที่ฝันว่าครั้งแรกมันต้องโรแมนติกและน่าจดจำ ไม่ใช่จูบที่ได้กลิ่นคาวเลือดจากริมฝีปากเขาเช่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด เลือด! ใช่...เลือด คำๆ นี้ทำให้มาศิตานึกอะไรขึ้นมาได้ เธอคือผู้พิทักษ์ เลือดของเธอแวมไพร์ที่ยืนจ้องอยู่ตรงนั้นยังต้องการ แล้วทำไมเธอถึงไม่ให้เชโรมชิงดื่มเลือดของเธอเสีย ไม่แน่ว่า หากเขาได้ดื่มเลือดมนุษย์จริงๆ เชโรมอาจมีพลังขึ้นมาก็เป็นได้ มาศิตาถอนจูบออก แล้วแสร้งโอบกอดเชโรม ก่อนจะกระซิบให้เขาฝังคมเขี้ยวลงไปบนลำคอเพื่อจะได้ดื่มเลือดเธอ แต่เหมือนเชโรมกลับส่ายหน้าปฏิเสธกับแผนนี้ กระทั่งมาศิตาชิงลงมือก่อน เธอกัดริมฝีปากตัวเองสุดแรงจนเลือดไหล แม้จะเจ็บแต่ก็ยอมทน จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงไปจูบเชโรมอีกครั้ง ทันทีที่ได้สัมผัสเลือดของผู้พิทักษ์ นั่นทำให้เลือดในกายของแวมไพร์หนุ่ม ผู้ที่ไม่เคยลิ้มรสชาติของเลือดใดๆ มาก่อน พลันพลุ่งพล่านราวกับเปลวไฟ "เจ้าทำอะไร" แดนเองก็ได้กลิ่นเลือดของมาศิตาเช่นเดียวกัน รวมทั้งจ้องมองความผิดปกติของเชโรมอย่างไม่กะพริบตา เลือดเพียงหนึ่งหยด กลับทำให้นัยน์ตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อนแปรเปลี่ยนมาเป็นสีแดงเพลิงในทันที ร่างกายที่เคยเจ็บปวดกลับค่อยๆ หาย และรู้สึกถึงพลังที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อนวิ่งพล่านไปทั่วร่าง "แววตาแบบนั้น เจ้าเป็นใครกัน หรือว่า..."”