icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

บทที่ 7 ปลุกเลือดแวมไพร์

จำนวนคำ:1522    |    อัปเดตเมื่อ:03/08/2022

ะไม่เห็นเธอคนนี้อีก” เอ่ยจบเชโรมก็ลุกแล้วก้าวออกไปอย

เครียดๆ หลายๆ เรื่อง อารมณ์เลยขึ้

หนได้ทั้งนั้น” มืออุ่นๆ ของณิอรสัมผัสลงไปบนหลังมือเล็กๆ ของ

บคุ

ร้ายแต่ใจดี ไม่อย่างนั้นคงไม่

ยิ้มแห้งๆ ให้ ก่อนที่

๋ยวป้าจะพา

คล้ายๆ กับห้องใต้หลังคา การตกแต่งภายในห้องก็น่าอยู่มาก ยิ่งตรงระเบีย

องนี้ไ

กมีห้องใต้หลังคาแบบนี้มานาน

างนั้น แต่แววตาของณิอรก็แฝงความ

อถามอะไรหน่

อะไร

นถามอ้ำๆ อึ้งๆ แต่นั่น

ด้คุยกับอาทิตย์ มาศิตานั้นรับรู้เรื่องการมีตัวตนของแว

้ะ ที่นี่มีแค่ริทคนเดียวเท

มไพร์ทุกตนต้องกลัวแสงแดดนี่นา แล้วตัวเขาก็ไม่ได้ซีดเป็นไก่ต้ม แถมย

มนุษย์ธรรมดา แต่พ่อของริทไม่ใช่ แต่ถึงอย่างนั้นริทก

เอง ถึงทำให้เข

ถ้าเป็นอยู่แบบนี้เขาก็จะไม่สามารถขึ้นนั่งบัลลังก์ราชาแห่งรัตติกาลต

ยใจออกมาหนักๆ นั่นเพราะรู้สึกเหมือนแ

็ได้ให้ริทดื่มเลือด” ณิอรมองมาศิตาอย่างมีความหวัง แต่ลึกๆ

เท่านั้น ที่จะปลุกเลือดแวมไพร์ในตัวของริทให้ตื่

วยยังไง” มาศิตาส่งยิ้มแห้งๆ ให้ณิอร เพราะตั้งแต่รู้เ

งเลือกจริงๆ ป้าต้องแข่งกับเวลา หนูศิตาเข้าใจป้าใช่ไหมลูก” ณิอรกุมมืออุ่นๆ ของม

งงงๆ แต่ศิตาจะพยายา

นพักผ่อนตามสบายน

ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับออกไปและทันทีที่เดินลงมาช

ิตย์รับสาย ณิอรก็เอ่ยออกไป พร้อมๆ กับถอนหายใจออกมาหนักๆ

่วงรู้ว่าชายคนรักเป็นใคร กระทั่ง เชโรมอายุได้สองขวบ เขาก็ตกอยู่ในอันตราย ถูกไล่ล่าจ

พในกองเพลิง พร้อมกับสร้างหลักฐานเพื่อให้ใครต่อใครเข้าใจผิดและส่งเธอกับลูกม

นดวันมาแล้ว คือวันเกิดอายุครบสามสิบปีของเชโรมที่จะมีขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ณิอรไม่อาจขัดเรื่อง

มาอยู่ที่นี่ นั่นเพราะเลือดของผู้พิทั

บทอดบัลลังก์ หากฝ่ายนั้นสืบจนรู้ว่าทายาทของท่านแฟรงค์อยู่ที่ใด คุณสองคนจะยิ่งไม่ปลอดภัย

้ว่าเธอต้องเส

พราะมาศิตามีเลือดของผู้พิทักษ์อยู่เต็มตัว และเลือดของมาศิตา

เปิดรับโบนัส

เปิด
แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ
แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ
“'เขาเป็นแวมไพร์ที่ปฏิเสธการดื่มเลือด แต่กลับไม่ปฏิเสธหากจะได้กลืนกินเธอ' ------------ "วันนี้นายริทเป็นอะไร ดูเหม่อๆ" "นั่นนะสิ" คนงานอีกคนเห็นด้วย ก่อนจะหยุดการสนทนาใดๆ แล้วตัดดอกไม้ต่ออย่างขะมักเขม้น ส่วนคนที่พวกเขาเอ่ยถึงนั้น ตอนนี้ก็กำลังง่วนอยู่กับงานตรงหน้าเช่นเดียวกัน กระทั่งได้ดอกไม้ครบตามจำนวน เชโรมจึงเดินไปยังรถที่ตอนนี้มีดอกไม้แสนสวยอยู่ท้ายกระบะเต็มไปหมด แต่จังหวะนั้น สายตาของเชโรมกลับมองไปเห็นกระต่ายสีขาวที่เขาเลี้ยงไว้หลุดออกมาจากกรง จึงเดินไปอุ้มมันขึ้น ท่าทางเขาดูอ่อนโยนเสียจนมาศิตาที่ผ่านมาเห็น คิดว่าตัวเองตาฝาด จนต้องขยี้ตาแรงๆ สามสี่ครั้ง "ผู้ชายหน้าโหดกับกระต่ายสีขาว ดูยังไงก็ไม่เห็นจะเข้ากันสักนิด สงสัยจะเลี้ยงกระต่ายไว้กินแน่ๆ" "เลี้ยงไว้ดูจ้ะ นายริทชอบกระต่ายสีขาว ตรงนู่นเป็นกรงกระต่าย มีหลายสิบตัว" คนงานสาวคนหนึ่งเอ่ยแย้งให้ผู้เป็นเจ้านาย "ชีวิตดูมุ้งมิ้งกิงก่องแก้วขัดแย้งกับหน้าตาสุดๆ แวมไพร์ตนอื่นๆ มีแต่จะเลี้ยงกระต่ายไว้ดื่มเลือด นี่อะไร เลี้ยงไว้ดูเล่น โอ๊ย! พ่อมังสวิรัติ" มาศิตาบ่นคนเดียวอีกตามเคย ตามมาด้วยอีกประโยค "สอนแวมไพร์ให้ดื่มเลือด มันจะเหมือนสอนจระเข้ว่ายน้ำปะวะเนี่ย ของมันเป็น มันอยู่ในสายเลือด จะให้เรามาสอนเขาทำไม หืม" คนข้างๆ ที่เผลอได้ยินทั้งสองประโยคนี้เข้า กลับมีสีหน้างุนงงอย่างเห็นได้ชัด พอจะถามมาศิตาก็เดินตัวปลิวไปเสียแล้ว "ใครเป็นแวมไพร์หว่า หรือเราจะหูฝาดไป" คนงานสาวที่เพิ่งจะเอ่ยแก้ต่างเรื่องกระต่ายให้เชโรมไปเมื่อครู่ถึงกับคิ้วขมวด พูดกับตัวเองตามมาศิตาไปอีกคน ------------------ "แต่ศิตาไม่ยอมให้พี่ริทตายเด็ดขาด เพราะศิตารักพี่ริท" เอ่ยจบก็โน้มใบหน้าลงไปจูบเชโรม จูบที่ต่างฝ่ายต่างต้องการจากกันและกันมาโดยตลอด จูบที่ฝันว่าครั้งแรกมันต้องโรแมนติกและน่าจดจำ ไม่ใช่จูบที่ได้กลิ่นคาวเลือดจากริมฝีปากเขาเช่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด เลือด! ใช่...เลือด คำๆ นี้ทำให้มาศิตานึกอะไรขึ้นมาได้ เธอคือผู้พิทักษ์ เลือดของเธอแวมไพร์ที่ยืนจ้องอยู่ตรงนั้นยังต้องการ แล้วทำไมเธอถึงไม่ให้เชโรมชิงดื่มเลือดของเธอเสีย ไม่แน่ว่า หากเขาได้ดื่มเลือดมนุษย์จริงๆ เชโรมอาจมีพลังขึ้นมาก็เป็นได้ มาศิตาถอนจูบออก แล้วแสร้งโอบกอดเชโรม ก่อนจะกระซิบให้เขาฝังคมเขี้ยวลงไปบนลำคอเพื่อจะได้ดื่มเลือดเธอ แต่เหมือนเชโรมกลับส่ายหน้าปฏิเสธกับแผนนี้ กระทั่งมาศิตาชิงลงมือก่อน เธอกัดริมฝีปากตัวเองสุดแรงจนเลือดไหล แม้จะเจ็บแต่ก็ยอมทน จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงไปจูบเชโรมอีกครั้ง ทันทีที่ได้สัมผัสเลือดของผู้พิทักษ์ นั่นทำให้เลือดในกายของแวมไพร์หนุ่ม ผู้ที่ไม่เคยลิ้มรสชาติของเลือดใดๆ มาก่อน พลันพลุ่งพล่านราวกับเปลวไฟ "เจ้าทำอะไร" แดนเองก็ได้กลิ่นเลือดของมาศิตาเช่นเดียวกัน รวมทั้งจ้องมองความผิดปกติของเชโรมอย่างไม่กะพริบตา เลือดเพียงหนึ่งหยด กลับทำให้นัยน์ตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อนแปรเปลี่ยนมาเป็นสีแดงเพลิงในทันที ร่างกายที่เคยเจ็บปวดกลับค่อยๆ หาย และรู้สึกถึงพลังที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อนวิ่งพล่านไปทั่วร่าง "แววตาแบบนั้น เจ้าเป็นใครกัน หรือว่า..."”