icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ

บทที่ 8 ผู้ชายปากร้าย 1

จำนวนคำ:2034    |    อัปเดตเมื่อ:03/08/2022

ัพท์กลับขาดๆ หายๆ จนทำให้มาศิตาต้

บอกแรงชัดทั่วไทย แต่ไหงเธอต้องเดินหาสัญญาณจนปวดน่องแบบนี

ยดเรื่องที่เธอต้องมาสอนพิเศษให้แวมไพร์ตัวโตเท่

ิตา ลูกรู้แล้วว่าต้องท

เพราะรับปากพ่อไว้ ศิตาก็จะพยายามค่ะ” มาศิตาเ

ั่นเพราะรู้สึกขอบใจมาศิตาในความเสียสละที่กำลังจะเ

ะกดโทร.ออกหาโรซี่ จังหวะนั้นก็ก้มไปตบยุง ที่ตอนน

ได้ มาศิตาจึงวางสายแล้วรีบวิ่งกลับเข้าบ้าน เพราะขืนยังยืนอ

จะคิดถึงยุงแล้ว สมองยังคิดถึงแวมไพร์ตัวเป็น

องแน่ๆ จะเข้าตำราสอนจระเข้ว่ายน้ำไหมน้อศิตา” มาศิตาบ่นกระปอดกระแปด ร

ตรงดิ่งกลับเข้าห้องนอนตัวเองไป โดยไ

ว่าตั้งแต่เจอกับมาศิตา เขาจะไม่ค่อยมีสมา

ตาคมกริบมองไปยังระเบียงห้องนอนที่อยู่ติดกับห้องนอนของเขา ที่ตอนนี

อที่คอยแต่จะกวนใจเขาอยู่ตลอดเวลานั่นอีก กลิ่นที่ทำให้ร่างกายเขาปั่นป่วนแปลกๆ รู้สึกกระหายบางสิ่งบางอย่าง

เชโรมมักจะมีหลายบุคลิก ขึ้นอยู่กับความสนิทสนม กลางวันเขาดูเข้ากับคนได้ง่าย ยิ้มก

ม สายตาก็ดูดุดันน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก อย่างเช่นตอน

คุยโทรศัพท์มากไปหน่อย เลยจำต้องลงไปห้องครัว แต่เมื่อเปิดประตูห้องออ

ั่งฉันหรือไง” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยถาม พ

ต้องอธิบายอะไรซ้ำๆ ให้เชโรมฟังเหลือเกิน พูดยังกับเธออยากอยู่ที่นี่อย่างนั้นแหละ นี่ถ้าไม่เพ

่ต้องการเ

ม่รู้เรื่องแฮะ ฉั

องมาศิตาไปตรงๆ หวังว่าเธอจะรู้และรู้สึกถ

ู้

รบ้าง” ชายหนุ่มรอฟังว่าม

าคนฟังนิ่งงันไป เพราะไม่คิดว่ามาศิตาจะรู้เรื่องนี้ ก่อนจะปรับสี

ิทักษ์ตระกูลของคุณ ฉันรับรู้การมีตัวตนของเผ่าพันธุ์คุณมาตั้งแต่เด็กๆ แม้จะสับสนบ้าง ว่าไหนเรื่อง

ะทั่งความตายอ

อภูมิใจ ทำไมฉันจะไม่ยอม” คำต

่พรุ่งนี้ ฉันจะเริ่

ราะไม่เชื่อเด็ดขาดว่าผู้หญิงตัวเล

จะได้มาตลก” มาศิตายืนเท้าสะเอวมองคนตัวสูง ที

ังอยู่ที่นี่ ไม่งั้นเธอเจอดีแน่” เชโรมไม่ตอบและเปลี่ยนเรื่องในทันที เอ่ยสั่งด้ว

นละคน” ถอนหายใจเสร็จก็เดินลงไปชั้นล่าง เป้าหมายคือตู้เย็น แต่เพราะ

สว่างหรือมืดเขาก็รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน บ่อยครั้งที่เขาเดินลงไปชั้นล

เดินหน้ายู่ไปยังตู้เย็น หยิบน้ำมาถือไว้ขวดหนึ่งจากนั้นก็กลับขึ้

ู่ต่างสถานที่แบบนี้ มันทำให้เธอกลัวอยู่ไม่น้อย แต่ภ

ของมาศิตาอยู่ในขณะนี้ ยิ่งใกล้กลิ่นกายของเธอก็ยิ่งชัดขึ้น และกลิ่นนี้ก็ทำให้เขาไม่เป็นตั

ห้งผากไปหมด สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเชโรมกำลังถูกปลุกให้ตื่นโดยที่

ียบๆ ท่ามกลางความมืดสนิทของรัตติกาล ตั้งแต่แม่ส่งจดหมายฉบ

ต้องการใช้ชีวิตเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาๆ หรือทายาทแวมไพร์อันดับห

เปิดรับโบนัส

เปิด
แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ
แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ
“'เขาเป็นแวมไพร์ที่ปฏิเสธการดื่มเลือด แต่กลับไม่ปฏิเสธหากจะได้กลืนกินเธอ' ------------ "วันนี้นายริทเป็นอะไร ดูเหม่อๆ" "นั่นนะสิ" คนงานอีกคนเห็นด้วย ก่อนจะหยุดการสนทนาใดๆ แล้วตัดดอกไม้ต่ออย่างขะมักเขม้น ส่วนคนที่พวกเขาเอ่ยถึงนั้น ตอนนี้ก็กำลังง่วนอยู่กับงานตรงหน้าเช่นเดียวกัน กระทั่งได้ดอกไม้ครบตามจำนวน เชโรมจึงเดินไปยังรถที่ตอนนี้มีดอกไม้แสนสวยอยู่ท้ายกระบะเต็มไปหมด แต่จังหวะนั้น สายตาของเชโรมกลับมองไปเห็นกระต่ายสีขาวที่เขาเลี้ยงไว้หลุดออกมาจากกรง จึงเดินไปอุ้มมันขึ้น ท่าทางเขาดูอ่อนโยนเสียจนมาศิตาที่ผ่านมาเห็น คิดว่าตัวเองตาฝาด จนต้องขยี้ตาแรงๆ สามสี่ครั้ง "ผู้ชายหน้าโหดกับกระต่ายสีขาว ดูยังไงก็ไม่เห็นจะเข้ากันสักนิด สงสัยจะเลี้ยงกระต่ายไว้กินแน่ๆ" "เลี้ยงไว้ดูจ้ะ นายริทชอบกระต่ายสีขาว ตรงนู่นเป็นกรงกระต่าย มีหลายสิบตัว" คนงานสาวคนหนึ่งเอ่ยแย้งให้ผู้เป็นเจ้านาย "ชีวิตดูมุ้งมิ้งกิงก่องแก้วขัดแย้งกับหน้าตาสุดๆ แวมไพร์ตนอื่นๆ มีแต่จะเลี้ยงกระต่ายไว้ดื่มเลือด นี่อะไร เลี้ยงไว้ดูเล่น โอ๊ย! พ่อมังสวิรัติ" มาศิตาบ่นคนเดียวอีกตามเคย ตามมาด้วยอีกประโยค "สอนแวมไพร์ให้ดื่มเลือด มันจะเหมือนสอนจระเข้ว่ายน้ำปะวะเนี่ย ของมันเป็น มันอยู่ในสายเลือด จะให้เรามาสอนเขาทำไม หืม" คนข้างๆ ที่เผลอได้ยินทั้งสองประโยคนี้เข้า กลับมีสีหน้างุนงงอย่างเห็นได้ชัด พอจะถามมาศิตาก็เดินตัวปลิวไปเสียแล้ว "ใครเป็นแวมไพร์หว่า หรือเราจะหูฝาดไป" คนงานสาวที่เพิ่งจะเอ่ยแก้ต่างเรื่องกระต่ายให้เชโรมไปเมื่อครู่ถึงกับคิ้วขมวด พูดกับตัวเองตามมาศิตาไปอีกคน ------------------ "แต่ศิตาไม่ยอมให้พี่ริทตายเด็ดขาด เพราะศิตารักพี่ริท" เอ่ยจบก็โน้มใบหน้าลงไปจูบเชโรม จูบที่ต่างฝ่ายต่างต้องการจากกันและกันมาโดยตลอด จูบที่ฝันว่าครั้งแรกมันต้องโรแมนติกและน่าจดจำ ไม่ใช่จูบที่ได้กลิ่นคาวเลือดจากริมฝีปากเขาเช่นนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด เลือด! ใช่...เลือด คำๆ นี้ทำให้มาศิตานึกอะไรขึ้นมาได้ เธอคือผู้พิทักษ์ เลือดของเธอแวมไพร์ที่ยืนจ้องอยู่ตรงนั้นยังต้องการ แล้วทำไมเธอถึงไม่ให้เชโรมชิงดื่มเลือดของเธอเสีย ไม่แน่ว่า หากเขาได้ดื่มเลือดมนุษย์จริงๆ เชโรมอาจมีพลังขึ้นมาก็เป็นได้ มาศิตาถอนจูบออก แล้วแสร้งโอบกอดเชโรม ก่อนจะกระซิบให้เขาฝังคมเขี้ยวลงไปบนลำคอเพื่อจะได้ดื่มเลือดเธอ แต่เหมือนเชโรมกลับส่ายหน้าปฏิเสธกับแผนนี้ กระทั่งมาศิตาชิงลงมือก่อน เธอกัดริมฝีปากตัวเองสุดแรงจนเลือดไหล แม้จะเจ็บแต่ก็ยอมทน จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงไปจูบเชโรมอีกครั้ง ทันทีที่ได้สัมผัสเลือดของผู้พิทักษ์ นั่นทำให้เลือดในกายของแวมไพร์หนุ่ม ผู้ที่ไม่เคยลิ้มรสชาติของเลือดใดๆ มาก่อน พลันพลุ่งพล่านราวกับเปลวไฟ "เจ้าทำอะไร" แดนเองก็ได้กลิ่นเลือดของมาศิตาเช่นเดียวกัน รวมทั้งจ้องมองความผิดปกติของเชโรมอย่างไม่กะพริบตา เลือดเพียงหนึ่งหยด กลับทำให้นัยน์ตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อนแปรเปลี่ยนมาเป็นสีแดงเพลิงในทันที ร่างกายที่เคยเจ็บปวดกลับค่อยๆ หาย และรู้สึกถึงพลังที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อนวิ่งพล่านไปทั่วร่าง "แววตาแบบนั้น เจ้าเป็นใครกัน หรือว่า..."”