icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวโรแมนติก

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย

จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย

นิยายแนวทะเลทรายเรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เชิญชวนให้อ่าน เพราะเป็นนิยายที่มีหลากหลายอารมณ์ในเรื่องเดียวกัน นักเขียนได้พาผู้อ่านไปสัมผัสกับชีวิตนางเอกที่ต้องเผชิญภัยจากผู้ปองร้ายโดยมีพระสวามีคอยปกป้องด้วยความรักห่วงใยต่างจากนิยายแนวทะเลทรายอื่นๆที่ให้ความสุขใจกับผู้อ่านอีกรูปแบบหนึ่ง *****...มกุฎราชกุมารีพระธิดาสุลต่านองค์ประมุขแห่งสหราชอาณาจักรต้องเข้าพิธีอภิเษกโดยไม่รู้ตัวและเดินทางสู่พระราชวังของพระสวามีเพื่อลี้ภัยจากผู้ปองร้าย แต่กลับต้องมาเจอศึกรักจากความริษยาของเหล่านางห้ามในพระราชวังและแผนร้ายของพระญาติฝ่ายพระสวามีกับผู้ปองร้ายหมายชิงบัลลังก์ร่วมมือกันวางแผนปลิดชีวิต...ชีวิตรักของพระ-นางคู่นี้จะเป็นอย่างไรไปติดตามด้วยกัน ...**** **********************
ขอความรักที

ขอความรักที

ร้อยรัก ผู้เชื่อมั่นในรัก แต่ไฉนเลยกลับถูกโชคชะตากลั่นแกล้งอยู่ร่ำไป คนที่คิดว่าใช่ กลับไม่ใช่ สุดท้ายยังต้องเข้าพิธีวิวาห์กับน้องชายของเจ้าบ่าว! +++++++++ ‘นี่คุณมานอนบนนี้ตั้งแต่เมื่อไร’ ร้อยรัก ถามเสียงห้วนแล้วก้มสำรวจตัวเองตามสัญชาตญาณ ‘ก็ตั้งแต่เมื่อคืนนั่นแหละครับ’ ‘ฉะ...ฉันนึกว่าคุณจะนอนข้างล่างเสียอีก’ คีรินทร์ หัวเราะขำ แล้วตอบกลับตรงๆ ‘ฝันไปเถอะ เหนื่อยจะตายมีที่นอนนุ่มๆ จะไปนอนที่พื้นเพื่อ...’ ‘ก็...เราไม่ได้เป็นอะไรกัน และคิดว่าคุณจะเป็นสุภาพบุรุษกว่านี้เสียอีก’ ‘ตื่นจากมโนได้แล้วคุณ คนที่แต่งงานกับคุณไม่ใช่ผู้ชายอ่อนโยน แสนดี และเป็นสุภาพบุรุษอย่างที่ต้องการหรอกนะ มีแต่ผม...ผู้ชายที่สันดานไม่ดีคนนี้แหละ’
ราคี(ร้าย)รักอชิระ

ราคี(ร้าย)รักอชิระ

'เธอจะต้องจากไปทันทีที่คลอดลูกให้ฉัน' นาย "อชิระ" นั่งแทบไม่ติดเก้าอี้เมื่ออยู่ๆ ก็มีผู้หญิงเดินเข้ามาบอกว่ากำลัง 'อุ้มท้อง' ลูกของตน ส่วน "พาขวัญ" เธอจำเป็นต้องบอก 'พ่อของลูก' เพราะตนเองอับจนหนทางจนปัญญาที่จะดูแลลูกน้อยที่จะเกิดมา ขนาดลำพังตัวเองทุกวันยังแทบจะเอาตัวไม่รอดแล้วลูกล่ะ เธอไม่ต้องการให้ลูกมาลำบากกับตนจึงยอมทำสัญญาเฉือนใจตนกับพ่อของลูก +++++ “ว่าไงนะ” เขาสะดุ้งดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที “ฉันท้องกับคุณ นี่คุณความจำเสื่อมหรือยังไงถึงจำเรื่องราวของเราไม่ได้” หญิงสาวหยิบเอกสารการฝากครรภ์ยื่นให้เขา ถึงจะรับไปแต่เขาก็แค่ปรายตามอง “แน่ใจได้ยังไงว่าเด็กนั่นเป็นลูกของฉัน พาขวัญ” จะให้เขาเชื่อได้ยังไง ในเมื่อเธอหายออกไปจากชีวิตเขาตั้ง 4 เดือน อยู่ๆ จะมาบอกว่าท้อง เธอควรจะมาบอกเขาตั้งแต่ต้นไม่ใช่ตอนนี้หรือว่าเธอมีอะไรปิดบังเขาอยู่ อชิระหรี่ตามองอย่างใช้ความคิด “ก็ฉันนอนกับคุณแค่คนเดียว และแค่คืนนั้นคืนเดียว ตอนนี้ลูกก็ได้สิบสี่สัปดาห์แล้ว ระยะเวลาก็น่าจะชัดอยู่แล้วว่าใครเป็นพ่อ” เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง +++++ “ไปเก็บของของเธอแล้วไปซะขวัญ” อชิระบอกกับคนที่ยืนน้ำตาคลอมองตามแม่ของเขาที่อุ้มลูกของเธอเข้าไปในบ้าน “ค่ะ ขวัญฝากคุณอชิดูแลลูกด้วยนะคะ ต่อไปนี้ขวัญคงไม่ได้อยู่กับเขา น้ำนมที่ขวัญปั๊มไว้ให้เขาจะกินได้ถึงสามเดือน” เธอบอกชายหนุ่มทั้งน้ำตา “แน่นอนอยู่แล้ว นั่นลูกฉัน ฉันต้องดูแลน้องซันได้ดีอยู่แล้ว แล้วเธอจะไปอยู่ไหนคิดไว้รึยัง” ทั้งๆ ที่บอกตัวเองแล้วว่าพาขวัญจะไปอยู่ไหนก็เรื่องของเธอ แต่ก็อดอยากรู้ไม่ได้ว่าหลังจากนี้หญิงสาวจะไปอยู่ไหน “ยังเลยค่ะ แต่ว่าจะไปขออยู่กับเพื่อนสักพักก่อนค่ะช่วงนี้” เธอบอกเขา “เพื่อนคนไหน” อชิระถามอย่างสงสัย เพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเธอมีเพื่อน จะมีก็แต่คนที่ทำงานที่ไนต์คลับของเขาเท่านั้นที่เขารู้จัก “กี้ค่ะ ขวัญจะไปขออยู่กับกี้ก่อนแล้วค่อยหาที่อยู่เป็นของตัวเอง” “อือ...ใช้เงินที่ฉันให้ไปให้เป็นประโยชน์ล่ะ” “ค่ะ ขวัญจะใช้ให้เป็นประโยชน์ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะคะ” “ขอบคุณเหมือนกันที่มีลูกที่น่ารักให้ฉัน เธอไปเถอะ” แล้วเขาก็เดินเข้าไปในบ้านทันทีโดยไม่หันกลับมามองเธอที่ยืนน้ำตาคลออยู่เบื้องหลัง พาขวัญมองแผ่นหลังกว้างที่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ ทั้งน้ำตา ทุกอย่างมันสิ้นสุดตรงนี้แล้ว ทางของเธอและเขามันเป็นเพียงแค่เส้นขนาน เขาเป็นถึงเจ้าชายที่อยู่บนหอคอย แล้วเธอล่ะเป็นใคร เป็นแค่ผู้หญิงกระจอกๆ คนหนึ่งที่ชีวิตครั้งหนึ่งถูกโชคชะตาผลักมาเจอเขา แล้วสุดท้ายโชคชะตาก็ผลักไสเธอออกไปจากเขา “ขวัญรักคุณกับน้องซันมากนะคะ คุณกับลูกจะอยู่ในใจขวัญตลอดไปค่ะ อึก!” เธอพึมพำบอกรักด้วยน้ำเสียงสั่นเครือมองคนที่เดินจากไป ก่อนจะหมุนตัวเดินไปทางห้องของตัวเองเพื่อเก็บข้าวของ ***นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นตามจินตนาการของนักเขียนเท่านั้นค่ะ
สวมรอยพลอยโจนรัก

สวมรอยพลอยโจนรัก

การปลอมตัวเป็นญาติผู้พี่ ทำให้เธอต้องตกกระไดพลอยโจน รับงานกับเงื่อนไขพิเศษที่ไม่รู้มาก่อน ความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเร่งด่วน เธอจึงไม่ปฏิเสธและขอเพิ่ม จากความสาวบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ความเผอเรอทำให้เธอตั้งครรภ์ ที่มารู้ภายหลังการถูกจ้างออกจากงาน โดยหญิงสาวที่แต่งงานเป็นภรรยาเขา เธอตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง แต่เขากลับตามมาจะพาเธอกลับไป เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนมีภรรยาแล้ว จึงขู่จะฟ้องร้องโดยไม่รู้ว่าเขาเป็นอิสระ จากพันธะการแต่งงานครั้งนั้นแล้ว
สิบปีที่ทุ่มเท แลกความเจ็บปวด

สิบปีที่ทุ่มเท แลกความเจ็บปวด

ฉันทุ่มเททุกอย่างตลอดสิบปีเพื่อปั้นสามีของฉัน เจษฎากร จากนักแสดงข้างถนนจนกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ แต่แล้วฉันก็พบว่าเขาแอบคบชู้กับดุจดาว ดาราสาวที่ฉันเป็นคนเลือกมากับมือ มานานหลายปีแล้ว เขาไม่เพียงแต่ดูถูกเหยียดหยามฉัน แต่ยังใช้เงินที่เราร่วมกันหามาซื้อบ้านและรถหรูให้ผู้หญิงคนนั้น ที่เลวร้ายที่สุดคือ ตอนที่ฉันกำลังตั้งท้อง เขาสั่งให้คนมาทำร้ายฉันจนแท้งลูก ทำลายทั้งร่างกายและจิตใจของฉันจนย่อยยับ ความรักและความไว้ใจที่ฉันมีให้พังทลายลงในพริบตา ฉันไม่ใช่เปมิกาคนเดิมที่เคยอ่อนแออีกต่อไปแล้ว ฉันจึงวางแผนแก้แค้นอย่างเลือดเย็นที่สุด ฉันจะทำให้เขาสูญเสียทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง เงินทอง และอนาคต เหมือนที่เขาเคยทำลายชีวิตของฉัน
สามีที่ (ไม่) รัก

สามีที่ (ไม่) รัก

การแต่งงาน ที่ไม่ได้เกิดจากความเต็มใจของคนที่เคยเกลียดกันสุดๆ สองคน ทำให้บ้านที่อยู่ร่วมกันแทบลุกเป็นไฟ แต่ความผิดพลาดทางเทคนิคก็เกิด เพราะการพบเจอกันในสถานที่อโคจรนอกบ้าน มันเป็นอุบัติเหตุที่ทำให้หล่อนได้เจอเขาแบบตัวต่อตัวเสื้อผ้าไม่เกี่ยว... ทั้งที่อึ้งแต่ก็งงเพราะไม่รู้ทำไมพอเจอหล่อนตอนเปลือย ศัตรูคู่อาฆาตไม่ปริปากพูดคำเหยียดหยามที่เขาเคยพล่ามทุกคราที่เจอกันสักคำ แล้วไหนจะเสียงครางประหลาดยามมองหล่อนนั่นอีก พอแก้ผ้าก็จำเมียอริไม่ได้หรือไงกัน! อยากจะถามนักว่า เห็นนมแล้วความจำเสื่อมรึไงคะพ่อคุณ “ยายชี ถ้าฉันรู้ว่าเธอซ่อนอะไรดีๆ ไว้แบบนี้ ฉันไม่ปล่อยมาตั้งนานขนาดนี้หรอก” แล้วนั่นไอ้คุณสามีพูดอะไรกัน หล่อนไม่เห็นรู้เรื่องเลย ซ่อนอะไรดีๆ ไว้ล่ะ ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีของสักชิ้นแม้แต่เสื้อผ้า จะซ่อนอะไรไว้ที่ไหนให้พ้นตาเขาได้ เอ แต่เดี๋ยวก่อนนะ หล่อนกำลังเปลือยอย่างนั้นเหรอ “กรี๊ดดดดดดด ปิดตาเดี๋ยวนี้นะคุณน่าน ปิดเดี๋ยวนี้ ห้ามมองนะ” “ปิดก็โง่น่ะสิ มานี่เลยยายตัวดี จะหนีไปไหน” มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขน เสียงคำรามทุ้มพร่าน่ากลัวดูหลอนในความรู้สึกทำเอาจิดาภาขนลุกทันใด ให้เขากลับมาด่าหรือทำหน้าทำตาเหมือนรังเกียจหล่อนอย่างเคยยังดีกว่าทำเสียงพร่าประหลาด พร้อมทั้งสายตาเหมือนจะกลืนหล่อนไปทั้งตัวแบบนี้ ให้ตายเถอะ!
ฝันนั้นที่เป็นจริง

ฝันนั้นที่เป็นจริง

ความรักของฉันจบลงตอนอายุสิบสี่ปี ความฝันของฉันพังทลายแบบไม่เหลือชิ้นดี อนาคตของฉันมืดหม่น และเปลี่ยวเหงาสิ้นเชิง ท้องฟ้าที่เคยเห็นหม่น มืดลงแบบไม่น่าเชื่อ เพียงเพราะ...ผู้ชายที่ฉันแอบชอบมาเกือบสองปีเต็ม มีคนสนิทข้างกาย หัวใจของฉันร้าวราน สิ้นหวังและหดหู่ ฉันร่ำไห้ไม่ต่างอะไรกับคนเสียสติ บอกใครไม่ได้สักคนเรื่องสาเหตุที่ทำให้ฉันฟูมฟายเช่นนั้น หลังจากตั้งสติได้ ฉันก็ตั้งใจ...จากนี้ไป ฉันจะไม่มีทางเสียน้ำตา หรือหลงรักใครอีก ฉันคงไม่มีวันมีความสุขอีกแล้ว ฉันฝังความทรงจำนั่นไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด
ภาระกิจหาแม่ให้ลูก

ภาระกิจหาแม่ให้ลูก

มหาเศรษฐีพ่อหม้ายลูกติดที่หวงความเป็นอิสระ หลังจาก 'หย่า' กับอดีตเมียแบบสุดโต่ง เขาเคยกล่าวไว้ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นน่าเชื่อถือ ชั่วชีวิตนี้เขาไม่มีวันเดินลงไปในขุมนรกที่เรียกกว่ากรงวิวาห์อีกเด็ดขาด แต่แล้ว...อเล็กไซก็กลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อตกหลุมรักโครมใหญ่กับมัณฑนากรสาวที่ครองตัวเป็นโสดมากว่า30ปี “โถ่! ไอ้กลัวเมีย” เสียงเปรยเบาๆ แต่คนฟังถึงกับสะดุ้ง เขาเหลียวมองข้างตัว ก่อนจะถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ “ยอมรับว่ะ...ผมรักเอมมาก ไม่อยากให้เอมเสียใจ” เสียงพูดหวานฉ่ำ หากคนที่ฟังเป็นชะเอมหล่อนคงจะโผเขาหา อเล็กไซ แถมจูบหวานๆ เป็นรางวัล แต่คนที่ได้ยินคือราจีฟ สิ่งที่ อเล็กไซได้กลับคืนคือ... “แหวะ อยากจะอ้วกว่ะ” ราจีฟโก่งคอทำท่าทางเหมือนกำลังคะย้อนคายของเก่าในท้อง คำกระแหนะกระแหนของเพื่อนไม่ได้ทำให้อเล็กไซสะเทือน เขาได้มณีล้ำค่ามาครอบครอง แล้วจะปล่อยให้กรวดทรายมาทำให้ตนเองเดือดร้อนทำไม!! พอกันทีกับความสำส่อน พอกันทีกับการใช้ชีวิตแบบคนเสเพล นับจากนี้ไปเขาจะเป็นพ่อ เป็นสามีที่ดี ให้สมกับที่ชะเอมวางใจ ยอมเดินเข้ามาเสี่ยงรวมชีวิตกับเขา
ซาตานเด็ดปีกนางฟ้า

ซาตานเด็ดปีกนางฟ้า

“ปล่อยฉันนะ” “ไม่ เก่งมากไม่ใช่เหรอ ทำไมจะต้องหนี” “ฉันจะอยากอยู่กับพวกนายทำไม ไอ้พวกมาเฟีย อย่าให้เครื่องร่อนลงนะ ฉันจะแจ้งตำรวจจับพวกนายตั้งแต่ยังไม่ออกจากสนามบินเลย” “ก็ลองดูสิ อย่างน้อยถ้าคุณหลุดออกจากห้องน้ำนี้ไป... รับรองว่าผมจะให้ลูกน้องผมเวียนเทียนคุณครบทุกคน... เลือกเอาสิ ว่าจะยอมผมคนเดียว หรือว่า อยากไปเรียกร้องหาลูกน้องผมให้เป็นสามีด้วย” “อย่าพูดบ้าๆ นะ” รินรดาไม่รู้ตัวเลยว่าใบหน้าหล่อนซีดเผือดจนไม่มีสีเลือดแล้วยังพูดตะกุกตะกักอีกต่างหาก “อย่าคิดจะทำอะไรฉันด้วย ไม่งั้นพ่อฉันเอานายตายแน่...” “ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าตายเป็นยังไง... ยังไม่เคยลองสักที แต่ก่อนที่พ่อคุณจะเอาผมตาย ผมขอเด็ดปีกนางฟ้าลูกสาวแสนสวยของพ่อคุณก่อนดีไหมหืม” เขาบอกก่อนจะก้มหน้าลงมาใกล้หล่อน รินรดาผงะถอยแต่จะไปทางไหนก็ไม่ได้เพราะว่าแขนเขาค้ำผนังอยู่ทั้งสองข้างกักกันหล่อนไว้ในวงแขนนั้น... วันนี้มันวันซวยของหล่อนจริงๆ ซวยมากจนขนาดโคตรอภิมหาซวยเลยก็ว่าได้ ไม่น่าไปเล่นกับพวกนี้เลยทั้งๆ ที่ดูท่าก็ไม่น่าไว้ใจแล้วแท้ๆ “มะ ไม่ดีหรอก คุณจะทำอย่างนั้นไปทำไมกัน” หล่อนเริ่มพูดกับเขาดีๆ เพราะเห็นว่าไม่เป็นการดีที่หล่อนจะยั่วโมโหเขา “เพราะคุณทำให้ผมโกรธนะสิ... การที่คุณเทน้ำรดหัวผมมันหยามผมแค่ไหนรู้ไหม...แล้วคุณยังมาตบหน้าผมทั้งๆ ที่ไม่มีใครกล้าทำ ผมสามารถฆ่าคุณให้ตายคามือกับการกระทำที่ไม่คิดหน้าคิดหลังของคุณได้เลย” เขาขู่คำราม ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นมาเมื่อนึกถึงสิ่งที่หล่อนทำ... หล่อนช่างกล้าจริงๆ เลยให้ตาย “ฉันขอโทษ” หล่อนบอกเสียงแผ่วๆ ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าควรจะกลัวเขา “ขอโทษ” เขาทวนคำหล่อน... “ แค่นี้คิดว่ามันจะพอเหรอ” “แล้วคุณจะต้องการอะไรเล่า... เดี๋ยวฉันขอให้คุณพ่อไม่คิดเงินคุณในเที่ยวบินนี้ก็ได้ พอใจไหม” “ผมไม่ต้องการส่วนลดบ้าอะไรนั่นหรอก เงินผมมีมากกว่าที่จะมาคิดเรื่องนี้” เขาตวาดกลับ... หน้าเขาเหมือนพวกยาจกงกเงินขนาดนั้นเชียวหรือหล่อนถึงเอาเรื่องเงินมาล่อนัก เห็นท่าทางเอาเรื่องกับดวงตาเรืองรองของเขาแล้วรินรดาก็เริ่มกลัว... เขาไม่ต้องการเงิน แล้วจะต้องการอะไรกันล่ะ ชีวิตหล่อนอย่างนั้นหรือ “ถ้าไม่อยากได้อะไรก็ปล่อยฉันไป ฉันจะออกไปข้างนอก มันอึดอัด” ใบหน้าหวานเริ่มงอขึ้นมาอีก ห้องแคบๆ นี้อยู่คนเดียวก็หายใจไม่ออกแล้ว ยิ่งมีร่างสูงโย่งของเขามาเบียดเสียดแย่งพื้นที่หายใจด้วยแล้วยิ่งทำให้บรรยากาศมันย่ำแย่ขึ้นไปอีก... “ใครบอกว่าผมไม่อยากได้อะไรล่ะ” ดวงตาคมสีน้ำตาลอ่อนจ้องหน้าหล่อนไม่วางตา... ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่แต่แววตาเขามันทำให้ขนลุกได้เลยทีเดียว “ถ้าอยากให้ผมปล่อยคุณไปล่ะก็” เขาพูดแล้วก็หยุด... “ก็อะไร” หล่อนถามขึ้นมาเพราะทนรอไม่ไหว... เขาช่างมีความสามารถในการยั่วโมโหหล่อนเหลือเกินเชียว
ฉ่ำรักเมียนักธุรกิจ

ฉ่ำรักเมียนักธุรกิจ

‘ทริปฮันนิมูนที่ไม่ได้มีแค่เรา แต่ฉันและเขายังมีผู้ร่วม ทริปเข้ามาสร้างสีสันอีกมากมาย’ หลังแต่งงาน ตฤณก็พาภรรยาสาววัยละอ่อนอย่างยี่หวาไปฮันนิมูนเหมือนคู่สามีภรรยาคู่อื่น ๆ แต่การเดินทางไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กับสามีผู้เป็นนักธุรกิจในครั้งนี้ กลับทำให้ยี่หวาได้รู้ว่าตฤณสามีของเธอมีรสนิยมทางเพศแบบไหน และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ เขาทำให้เธอได้รู้จักตัวตนของตัวเองอย่างที่เธอไม่คิดว่าจะได้รู้จักด้วยซ้ำ ตฤณจะพายี่หวาไปฮันนิมูนที่ไหน อย่างไร และกับใคร ติดตามอ่านได้ใน “ฉ่ำรักเมียนักธุรกิจ” แนะนำตัวละคร ยี่หวา : สาวสวยวัย 24 ปี ผู้มีผิวขาว และรูปร่างอวบอัด แต่น่าทะนุถนอม นิสัยอ่อนหวาน ว่าง่าย แต่เป็นคนอยากรู้อยากลอง ยี่หวาเพิ่งจะรู้ว่าสิ่งที่ตฤณทำกับเธอในห้องหอนั้นมันก็แค่น้ำจิ้ม เพราะเมื่อเดินทางไปฮันนิมูนกับตฤณจริง ๆ เธอกลับได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ จนเธอติดอกติดใจอย่างยากจะถอนตัว สำหรับยี่หวาแล้ว 'คืนเข้าหอที่เคยคิดว่าเด็ด ยังไม่เผ็ดเท่าทริปฮันนิมูนที่สามีหนุ่มจัดให้' ตฤณ : นักธุรกิจหนุ่มวัย 34 ปีหนุ่มลูกเสี้ยว บ้างาน แต่เวลาคลายเครียดก็สนุกสุดเหวี่ยง โดยเฉพาะเรื่องเซ็กส์ ตฤณหมั้นหมายกับยี่หวาตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่เพราะถูกใจในความน่ารัก แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือเพราะยี่หวาเป็นเด็กดี และไม่เคยดื้อกับเขาเลยสักครั้ง ว่านอนสอนง่ายแบบนี้สิ ถึงจะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกันตลอดรอดฝั่ง
อุ้มรักเจ้านายใจร้าย

อุ้มรักเจ้านายใจร้าย

“ผมยังไม่อยากมีลูก...” นพรดาสะดุดลมหายใจ หัวใจหนาววูบจนชาไปทั้งตัวเมื่อได้ยินคำนั้นจากปากเขา “บอสไม่อยากมีลูก หรือไม่อยากมีลูกกับเก้ากันแน่” “ก็ทั้งสองอย่าง ผมยังไม่พร้อมจะมีลูกหรือมีใครเข้ามาในชีวิตตอนนี้” นพรดาเม้มริมฝีปากแน่น ใจสั่นรัวๆ เมื่อได้ยินถ้อยคำแสลงหูจากปากคนไร้หัวใจ “เอาเถอะ ถ้าคุณมีลูกกับผมจริง เราค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน ถ้าคุณอยากเก็บเด็กไว้แต่เลี้ยงเองไม่ไหวหรือไม่อยากเลี้ยง ผมจะเอาเด็กมาเลี้ยงเอง” ถึงยังไงพ่อกับแม่ของเขาก็อยากมีหลานอยู่แล้วคงไม่ขัดข้องอะไร “แต่ถ้าคุณไม่ต้องการเก็บเด็กไว้ ผมก็ไม่ว่า และเคารพการตัดสินใจของคุณ แล้วก็จะให้เงินคุณก้อนหนึ่งเป็นค่าชดเชยในสิ่งที่คุณต้องเสียไป ถือว่าเป็นความรับผิดชอบจากผมแล้วกัน” นพรดาหันขวับไปมองเขาตาเขม็ง ในใจเริ่มเดือดปุดๆ “แล้วถ้าเก้าไม่ยอมเลือกสองทางนี้ล่ะคะ” “แล้วคุณต้องการอะไรกันล่ะ” “ถ้าเก้าบอกว่าต้องการคุณกับทะเบียนสมรสหนึ่งใบในฐานะเมียและแม่ของลูกคุณล่ะคะ บอสจะว่ายังไง” “ฝันไปเถอะ” “นั่นไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นประโยคบอกเล่า” “ผมขอเตือนคุณไว้สักอย่างนะนพรดา หากคุณโลภมากและเรียกร้องสถานะเกินตัว คุณก็จะไม่ได้อะไรจากผมเลย แม้แต่ความเป็นพ่อของเด็กถ้าหากว่าคุณท้องขึ้นมาจริงๆ” “ได้ค่ะ งั้นคุณก็จำคำพูดนี้ไว้ให้ดีแล้วกันนะคะ ฉันจะไม่เรียกร้องอะไรจากคุณอีก และคุณเองก็ไม่มีสิทธิ์จะมาเรียกร้องอะไรจากฉันเหมือนกัน แล้วถ้าฉันเกิดมีลูกขึ้นมาจริงๆ ฉันก็จะบอกเขาว่าพ่อเขาตายไปแล้ว แต่ถ้าลูกอยากมีพ่อ ฉันก็จะหาพ่อใหม่ให้เขาสักคน อืม...แบบนี้ก็เข้าท่าดีเหมือนกันนะ” อย่านะ...อย่ามาเสียดายทีหลังก็แล้วกันคนใจร้าย!
เรือนรักเรือนใจ (เรือนคุณพระนาย)

เรือนรักเรือนใจ (เรือนคุณพระนาย)

ประตูบานใหญ่ปิดลง ทว่าคนที่ยืนพิงกลับมีรอยยิ้มกว้างระบายขึ้นบนใบหน้า ทองยิ้มอย่างหยุดไม่ได้ แม้ยังไม่รู้ว่าใช่แน่หรือไม่ แต่หัวใจเขาก็เต้นรัวเร็วอย่างห้ามไม่อยู่ คือความตื่นเต้น ยินดี ชุ่มชื่นใจ เสมือนหัวใจนี้กำลังเติบโต ผลิใบและออกดอก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แห้งแล้งเหลือทน ทองรับรู้ได้ว่าทั่วทั้งร่างสะท้าน มีความอบอุ่นแผ่ซ่านทุกอณูเนื้อ รอบกายราวเกิดแสงน้อยใหญ่เสมือนมีหิ่งห้อยนับร้อยกะพริบระยิบระยับอยู่ตรงหน้า ด้วยหญิงสาวร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มที่นั่งเคียงข้างคุณป้าส้มจีนนั้น... ลูกจันทร์เหลือบตาขึ้นมองคุณพระนายรูปงามก่อนจะรีบหลุบตาลง ด้วยสายตาหยอกเย้านั้นส่งผลให้ขนกายทั่วตัวลุกพึ่บ อาการสะบัดร้อนสะบัดหนาวเข้าจู่โจมกายหล่อนอีกครั้ง เข้าใจได้ในครานี้ว่าอาการที่หล่อนเป็นเรียกว่า ‘สะท้านสายตาชาย’ นี่คือ ‘สิ่งต้องห้าม’ สำหรับแม่สื่อตามที่คุณป้าสอน หล่อนจะพึงใจในชายผู้ว่าจ้างไม่ได้ จำต้องรีบสลัดไล่ความรู้สึกนี้ให้เร็วไว เพราะหล่อนมีหน้าที่เป็น ‘แม่สื่อแม่ชัก’ มิใช่มานั่งให้คุณพระนายดูตัว
ซุปตาร์ คลั่งรัก

ซุปตาร์ คลั่งรัก

"หยิ่งชะมัด คิดว่าเป็นเป็นดาราแล้วจะทำนิสัยแบบนี้ได้หรอ" เอิงเอยเอ่ยพูดขึ้นเมื่อถูกซุปเปอร์สตาร์เดินชนเข้าอย่างจังโดยไม่ทันระวังตัว "เดี๋ยวคุณ ขอโทษเอยก่อน" หญิงสาววิ่งฝ่าฝูงการ์ดสี่นายกระชากแขนชายหนุ่มเพื่อให้เขาเอ่ยคำขอโทษ " ... " สายตาเย็นชาถ่ายทอดมายังหญิงสาวตรงหน้า กาวินสบัดมือเล็กที่จับแขนเขาอยู่ให้ปล่อยออก ก่อนเดินออกไปโดยไร้คำขอโทษ "ไอ้บ้าเอ้ย อย่าได้พบเจอกันอีกเลย" เอิงเอยแสดงอาการหัวเสียออกมาอย่างยากจะควบคุม "คุณกาวินครับ" หนึ่งในการ์ดเอ่ยขึ้น เมื่อหันไปเห็นท่าทางของหญิงสาวที่เพิ่งวิ่งมาจับแขนกาวินเมื่อครู่ เป็นการถามทางอ้อมว่าปล่อยไว้แบบนี้จะดีหรือเธออาจจะทำให้ชื่อเสียงของเขาเสียหายก็เป็นได้เพราะเธอกำลังโหวกเหวกโวยวายชายหนุ่มอยู่ "ก็แค่คนบ้าดารา ฉันต้องสนใจด้วยหรอ" กาวินคิดว่าหญิงสาวคงเป็นเหมือนพวกแฟนคลับทั่วไปที่บ้าและคลั่งดาราเท่านั้น เขาไม่เคยสนใจเรื่องชื่อเสียงของตัวเองเลยด้วยซ้ำ "สันดารเสียขนาดนี้ มาเป็นดาราได้ไงวะ หงุดหงิดโว้ย" เอิงเอยยังคงโวยวายลั่นเมื่อไม่ได้รับคำขอโทษ ในขณะที่ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มหยุดเดินแล้วหันกลับมา "ชื่ออะไร" "ฉันต้องการคำขอโทษ ขอโทษฉันซะ ทุกอย่างก็จะจบ" "ถ้าไม่บอกชื่อ ก็ไม่มีคำขอโทษ"