บนสุด
0
เติมเงิน
ประวัติการอ่าน
ออกจากระบบ
ดาวน์โหลดแอป
พุดน้ำบุษย์
หนังสือของ พุดน้ำบุษย์(2)
เจ้าพ่อก่อรัก
มหาเศรษฐี
5.0
“เป็นอะไรคะ...ไข้กลับมาหรือเปล่า” มือเล็กยื่นไปแตะหน้าผากของชายหนุ่มอย่างร้อนใจเพราะความเป็นห่วง แต่หัวใจดวงน้อยของหญิงสาวก็ต้องไหววูบหล่นกับพื้นเมื่อมือหนาของอนรรฆปัดมือเล็กของเธอออก “กะ...เกิดอะไรขึ้นคะ” “เก่งนี่...ตีหน้าได้เนียนสนิท...คิดจะโกหกฉันไปอีกนานแค่ไหน” หัวใจดวงน้อยของกมิตตราไหววูบหล่นไปกองกับเท้าทั้งดวง “ทะ...ทำไมคุณเอียนพูดแบบนั้นคะ” ถามไปแล้วหญิงสาวก็ต้องกลั้นหายใจรอคำตอบของอีกฝ่าย ก่อนที่ซองสีน้ำตาลสำหรับใส่เอกสารจะถูกโยนมาตรงหน้าเธอ “นี่ใช่ไหม...สิ่งที่เธออยากได้” น้ำเสียงราบเรียบกับสายตาเย็นชาของอนรรฆมันทำให้กมิตตราแทบจะหายใจไม่ออก “มันซื้อเธอเท่าไร บอกฉันมาสิ...เผื่อฉันจะเสนอเงินในราคาที่สูงกว่ามัน ตัวเธอราคาเท่าไร...กมิตตรา เธอถึงได้ยอมทรยศความไว้ใจของฉัน” ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกเขวี้ยงใส่หน้ากมิตตราอย่างแรงด้วยน้ำมือของอนรรฆ “อยากได้ไอ้เอกสารนี่มากใช่ไหม ได้...ถ้าเธออยากได้นักฉันก็จะให้...แต่มีข้อแลกเปลี่ยนนะ” ความหวาดหวั่นของกมิตตราฉายชัดในดวงตาคู่ที่ฉ่ำด้วยหยาดน้ำตาอย่างเห็นได้ชัด “คะ...คุณทำอะไร ยะ...อย่าทำอะไรแก้มเลยนะคะ” เสียงสั่นสะท้านถามออกมาเพียงแผ่วเบาเมื่อเห็นมือหนากระชากสาบเสื้อของตัวเองจนกระดุมหลุดหล่นกระจายลงบนพื้นไปคนละทิศละทาง ดวงตาวาวโรจน์พุ่งมองมาที่เธอ “ยะ...อย่าทำอะไรแก้มเลยนะคะ แก้มขอร้อง” กมิตตรายกมือขึ้นไหว้อ้อนวอน “ไง ตัวสั่นระริกเลย...กลัวหรือว่าตื่นเต้นกันล่ะ” น้ำเสียงเยาะหยันของอนรรฆบีบเค้นหัวใจของเธออย่างแรง “คุณเอียนขา...แก้มขอโทษ อย่าโกรธแก้มเลยนะคะ แก้มจำเป็นจริง ๆ อย่าทำอะไรแก้มเลยนะคะ แก้มกลัว...” เสียงสะอื้นวอนขอของกมิตตราไม่ได้ทำให้อนรรฆใจอ่อนลงแม้แต่น้อย “กลัว...กลัวอะไร เธอควรจะดีใจสิที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสสนองตัณหาของนายอนรรฆ เอียน แบรนดอน เจ้าพ่อธุรกิจคอมพิวเตอร์ ที่เธอยอมเอาตัวเองเข้าแลกเพราะเงิน” “มะ...ไม่จริงนะคะ...พวกนั้นขู่แก้ม จะทำร้ายน้อง ๆ ของแก้ม...แก้มถึงต้องทำแบบนี้ แก้มไม่ได้อยากหลอกคุณเอียนนะคะ ไม่ได้อยากหลอกทุกคน” “หยุดพูดเถอะ...ฉันสะอิดสะเอียนกับคำพูดมารยาจอมปลอมของเธอจริง ๆ” ดวงตาวาวโรจน์ของอนรรฆลุกโชนขึ้นเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของกมิตตราพูดออกมาแบบนั้น อนรรฆมองผู้หญิงใต้ร่างอย่างสมเพช กมิตตราที่เคยหยิ่งในศักดิ์ศรี เงินไม่สามารถซื้อเธอได้ แม้จะเป็นแค่เด็กกำพร้าไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ไม่ได้ร่ำรวย ผู้หญิงที่เขาชื่นชมคนนั้นหายไปไหน ทำไมถึงได้เหลือเพียงผู้หญิงโกหกหลอกลวง และซื้อได้ด้วยเงินคนนี้ ดวงตาแดงก่ำของอนรรฆมองหญิงสาวใต้ร่างอย่างสมเพช “ถือเสียว่าฉันซื้อเธอด้วยใบประมูลนั่นละกัน...ราคามันเกือบพันล้านเลยนะ...ผู้หญิงอย่างเธอหาอีกกี่ชาติก็ไม่มีใครเป็นพ่อบุญทุ่มเท่าฉันหรอกกมิตตรา” พูดจบมือหนาทั้งสองข้างของอนรรฆก็ดึงสาบเสื้อของกมิตตราออกจากกันอย่างแรง เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านใน ในขณะที่หญิงสาวใต้ร่างดิ้นรนพร้อมกับวอนขอเขาอย่างน่าสงสาร แต่อนรรฆหาได้ฟังไม่ “จะดีดดิ้นเพิ่มราคาให้ตัวเองหรือยังไง เรียกมา...กมิตตรา ฉันทุ่มไม่อั้นอยู่แล้ว” แววตาหวาดกลัว เสียงร่ำไห้ มือบางที่ยกขึ้นไหว้วอนขออนรรฆ ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มใจอ่อนลงแม้แต่น้อย แววตาเย็นชามุ่งร้ายมองมาที่เธอเขม็ง ในนั้นมีแต่ความโกรธและเกลียดชัง “คุณเอียน...อย่าทำอะไรแก้มเลยนะคะ แก้มกลัวแล้ว แก้มขอร้อง” กมิตตราสะอื้นไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้คิดแบบเดียวกับเธอ ตอนนี้อนรรฆเหมือนสัตว์ร้ายดี ๆ นี่เอง ไม่มีอะไรมาดลใจให้เขาเปลี่ยนใจได้ เสียงกมิตตรากรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อใบหน้าคมเข้มก้มลงซุกไซ้กับซอกคอของเธอ โดยที่มือทั้งสองข้างของเขาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอให้กางออกบนเตียงกว้าง ไม่ให้เธอดิ้นรนหนีรอดจากเขาไปได้ “อย่า...อย่านะ” เสียงกรีดร้องวอนขอของกมิตตราถูกปิดด้วยริมฝีปากหนาของอนรรฆที่บดขยี้อย่างไร้ความปรานี เพียงครู่เดียวกลีบปากบางของกมิตตราก็ช้ำบวมเจ่อ รสเค็มที่ลิ้นของเธอสัมผัสได้มันทำให้เธอรู้ว่านั่นคือเลือด ร่างบางพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดแต่มันกลับไม่ได้ผล หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวด หวาดกลัว ไหลรินจากหางตาไม่ขาดสาย
แค้นแสนรัก
โรแมนติก
4.9
สำหรับเธอ ความรัก ไม่มีความแค้น สำหรับเขา รักที่มอบให้ คือความแค้นต้องชำระ เพราะความเข้าใจผิด ทำให้เขาเกลียดเธอ คิดเสมอว่าเธอคือผู้หญิงแสนร้ายกาจ หลอกลวงเขา เห็นเขาเป็นผู้ชายหน้าโง่ สำหรับเธอ เขาคือรักแรก รักเดียว และรักสุดท้าย ไม่ว่าเขาจะโกรธ จะเกลียดเธอเท่าไร เธอก็ยอม นั่นเป็นเพราะคำว่ารัก...คำเดียว แต่สำหรับเขา เธอคงเป็นได้แค่เครื่องระบายความแค้น
คุณอาจชอบ
ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]
สนพ. อิ่มรัก
4.8
ปลัมน์ นักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่ง ถูกแม่สั่งให้ทำยังไงก็ได้ ที่จะกัน พลอยหยก ออกไปจากชีวิตน้องชายของเขา แต่หารู้ไม่ว่า พอถึงคราวของตัวเอง เขากลับกันเธอออกจากชีวิตตัวเองไม่ได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือ เขาไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ โดยไม่มีเธอ ----------------------- “ปวดแผลจัง สงสัยต้องนอนพัก คุณล่ะทำอะไรตั้งหลายอย่างผมว่านอนพักก่อนดีกว่ามั้ย” เขาเอ่ยเมื่อพลอยหยกกลับจากเอาทุกอย่างไปล้างในทะเลเรียบร้อยแล้ว “ฉันยังไม่เหนื่อยเท่าไหร่ค่ะ แต่คุณนอนก็ดี เดินไกลกว่าทุกวันแล้วค่ะ” พลอยหยกเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยเดินมาคอยประคองให้เขานอนลงได้อย่างสะดวก โดยมีเสื้อชูชีพสองตัววางซ้อนกันเป็นหมอนให้ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้วเมื่อจ้องมองใบหน้าของเขาที่หล่อเหลากว่าทุกวัน ยิ่งเขาจ้องมองมาหาด้วยแล้วก็ยิ่งเกิดอาการประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก “คุณนอนพักก่อนดีกว่านะแกว จะได้มีแรงไว้สู้กับการสอยมะพร้าวไง” มือข้างขวาของเขารั้งเอวเธอเอาไว้ไม่ให้ลุกไปไหน แถมยังออกแรงกดบังคับให้เธอโน้มกายลงไปหาพื้นข้างๆ อย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะเจ็บแผลอยู่บ้างแขนข้างขวาของเขาก็ยังมีเรี่ยวแรงมาพอที่จะหยัดตัวให้นอนตะแคงไปหาเธอ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าที่เขาเดาว่าคงจะแดงเพราะความอายที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขาเป็นแน่ และเขาก็ช่วยให้ห้วงเวลาที่เธอคงจะอึดอัดนั้นสั้นลงด้วยการก้มลงไปหาริมฝีปากนุ่มช้าๆ มอบจุมพิตอันแผ่วเบาให้เจ้าของริมฝีปากที่ไม่ได้ขัดขืนใดๆ อีกทั้งยังโอบกอดตัวเขาไว้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วย ใบหน้าสวยก็แหงนเงยขึ้นเพื่อให้เขาได้ดอมดมปลายคาง ลำคองามระหงอย่างสะดวก ก่อนจะกลับขึ้นไปดูดดื่มริมฝีปากอีกวาระ แขนข้างซ้ายที่เคยเจ็บบัดนี้ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไปแล้ว และใช้มันยกสอดเข้าไปใต้เสื้อยืด แถมมันยังมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะถลกบราเซียออกจากสองบัวงามได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเมื่อไม่ใคร่ถนัดนักเขาเลยเลื่อนมือขวาลงมาช่วยด้วยการถลกเสื้อยืดขึ้น โดยเจ้าของเสื้อคอยให้ความร่วมมือพยุงกายขึ้นจากพื้น แล้วแอ่นอกให้กับอุ้งปากอุ่นของเขาได้ลิ้มลองอย่างไม่หวงแหน แม้ใจจะบอกตัวเองว่าต้องห้ามเขา แต่พลอยหยกก็ไม่อาจจะทำได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร รู้แต่ว่าตอนนี้เป็นสุขใจจนลืมทุกอย่างเพียงเพราะมีเขาอยู่แนบชิดขณะนี้ จนไม่อาจจะผลักไสเขาไปไหนได้นอกจากยินยอมพร้อมใจให้เขาได้เชยชมเพื่อชดเชยความสุขสมที่พึงมีด้วยกันนับตั้งแต่วันได้นอนแนบชิดกันโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว ปลัมน์ก็ไม่คิดจะห้ามตัวเองด้วยเช่นกัน เขาไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ไม่มีแม้แต่ถุงยางอนามัยติดตัว และไม่แคร์ด้วยว่าเธอคืออดีตคนรักของหลานชาย ด้วยหัวใจไม่อาจจะหักห้ามความต้องการทั้งทางกายและทางใจได้อีกต่อไปแล้ว ผ่านมาหลายค่ำคืนที่เขามีสติล้วนแล้วแต่เป็นการกล้ำกลืนฝืนทนสุดๆ สำหรับเขาแล้ว แผงอกเปลือยทั้งสองบดเบียดแนบชิดกันเนิ่นนานกว่าปลัมน์จะค่อยๆ เลื่อนมือขวาลงไปหาหน้าท้องแบนราบจนพานพบตะขอกางเกงยีนส์ เขาใช้เวลาปลดไม่นานพอๆ กับการรูปซิปออก แล้วส่งนิ้วเรียวเข้าไปลูบไล้ผิวกายนุ่มนวลนอกแพนตี้สีหวานที่ชวนให้หลงใหลจนเขาปล่อยใจให้เตลิดเปิดเปิงไปเลยขั้นที่เกินจะควบคุมได้อีกต่อไป ไม่แตกต่างจากพลอยหยกนักที่เป็นสุขใจเกินคณากับการมีเขามาแนบชิดอยู่อย่างนี้ สองฝ่ามือนุ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างบึกบึนของเขาอย่างลืมตัว ริมฝีปากนุ่มก็จูบตอบเขาด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า แม้จะไร้ซึ่งประสบการณ์ก็ตามที แต่การถูกเขามอบจุมพิตให้บ่อยครั้งก็คือเป็นความคุ้นเคยกับเขาในระดับหนึ่งแล้ว หญิงสาวสะดุ้งเฮือกกับอุ้งปากอุ่นของเขาที่กำลังครอบครองปลายยอดชูช่อประหนึ่งรอให้เขามาเยี่ยมเยือนก็ไม่ปาน แผ่นหลังนุ่มแทบไม่ติดพื้นใบมะพร้าวเมื่อเธอเผลอแอ่นกายขึ้นเพื่อให้เขาได้ดูดดื่มอย่างสะดวก เธอรับรู้ได้ว่ากายเขาสะดุ้งน้อยๆ เมื่อมือบางเผลอออกแรงบีบตรงหัวไหล่ซ้ายของเขาเพราะความเจ็บร้าวไปทั่วกายจากความต้องการที่จะมีเขาเข้าครอบครอง “แกว! ตัวผมจะแตกเป็นเสี่ยงๆ อยู่แล้ว ผมต้องการคุณเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงเขาแหบพร่าอยู่ใกล้ๆ หู ก่อนจะซอกไซ้ปลายจมูกไปกับซอกคอระหงแล้วเลื่อนลงไปหาอกอวบอิ่ม อ้อยอิ่งอยู่กับปลายยอดอีกข้างอย่างหลงใหลอีกครั้ง พลอยหยกรับรู้ถึงความต้องการของเขาได้ตรงสะโพกผายตึงเมื่อความแข็งแกร่งของเขาส่งสัญญาณมาหาโดยไม่ต้องบอกกล่าวทางวาจาเพราะด้วยภาษาทางกายแจ้งอย่างชัดเจนกว่าเรียบร้อยแล้ว “คุณปลัมน์คะ!” พลอยหยกส่งเสียงติดๆ ขัดๆ ไปหาเขา สองมือบางก็พยายามจะดันอกเขาออกอย่างยากลำบาก “แกว! อย่าห้ามผมเลยนะ เราต่างก็ต้องการกันและกัน อย่าสนใจอะไรอีกเลยนะ” เขาส่งน้ำเสียงอ้อนวอนมาให้ขณะพรมจูบไปตามผิวกายขาวและกำลังเลื่อนต่ำลง พลอยหยกต้องพยายามสะกัดกลั้นความรู้สึกวาบหวานเอาไว้และพยายามใช้สองแขนหยัดกายให้ลุกขึ้น “คุณปลัมน์คะ! ฟังสิคะ” “บนเกาะนี้มีแค่เราสองคน ไม่รู้ว่าจะมีใครมาช่วยเราหรือเปล่า และไม่แน่ว่าเราอาจจะต้องติดอยู่นี่ไปเป็นปีๆ ก็ได้ ถ้าถึงตอนนั้นเราก็คงไม่พ้นต้องทำเรื่องนี้ด้วยกันอยู่ดี แล้วจะให้ผมรออะไรอีกแกวคุณอยากให้ผมลงแดงตายเพราะต้องการคุณหรือไง” แต่ก็ถูกกายกำยำเขาทาบทับไว้ ส่วนมือขวาที่ใช้การได้ก็กำลังเลื่อนขอบกางเกงยีนส์ออกจากสะโพกผายตึง “แต่เสียงนั่นค่ะ คุณฟังสิคะ” แม้จะเป็นเสียงแห่งความช่วยเหลือกำลังมาถึง แต่ปลัมน์ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น และอยากฆ่าคนที่กำลังมาด้วย เพราะมันไม่ถูกเวลาเอาเสียเลย “คุณหูฝาดไปเอง ผมไม่เห็นได้ยินอะไรสักนิด” เขางับยอดบัวงามไว้ในอุ้งปากแล้วดูดดื่มอย่างหิวกระหายและควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ “คุณปลัมน์คะ แต่เสียงนั่นใช่เสียงเครื่องบินหรือเปล่าคะ ฉันได้ยินค่ะ คุณฟังสิคะ”
เลขาบนเตียง
เนื้อนวล
4.9
เธอเฉิ่ม เธอเชย และเธอเป็นเลขาของเขา หน้าที่ของเธอคือเลขาหน้าห้อง แต่หลังจากความผิดพลาดในค่ำคืนนั้นเกิดขึ้น สถานะของเธอก็เปลี่ยนไปจากเดิม จากเลขาหน้าห้อง กลับกลายเป็นเลขาบนเตียงแทน... “เวลาทำงาน คุณก็เป็นเลขาหน้าห้องของผม แต่ถ้าผมเหงา คุณก็ต้องทำหน้าที่เลขาบนเตียง...” “บอส...?!” “ผมรู้ว่าคุณตกใจ ผมเองก็ตกใจเหมือนกันกับสถานะของพวกเรา แต่มันเกิดขึ้นแล้ว จะทำยังไงได้ล่ะ” “บอสคะ...” หล่อนขยับตัวพยายามจะออกจากอ้อมแขนของเขา แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย “ว่าไงครับ” “แก้ว... แก้วว่าให้แก้วทำเหมือนเดิมดีกว่าค่ะ หรือไม่ก็ให้แก้วลาออกไป...” “ผมให้คุณลาออกไม่ได้หรอก คุณเป็นเลขาที่รู้ใจผมที่สุด อย่าลืมสิแก้ว” “แต่แก้ว...” หล่อนอยู่ในฐานะนางบำเรอของเขาไม่ได้ หล่อนทะเยอทะยานต้องการมากกว่านั้น แต่ก็รู้ดีว่าไม่มีวันจะได้สิ่งที่หวังมาครอบครอง “ทำตามที่ผมบอก ไม่มีอะไรยากเย็นเลย”
ทะเลเถื่อน
อัญญาณี
5.0
เขาใจดีกับคนทั้งโลก ยกเว้นเธอ... “ถ้าเจ็บก็ทนเอาหน่อยล่ะกัน เธอท้องเมื่อไหร่ ฉันจะไม่แตะต้องเธอเลย...ตัวเสนียดจัญไร” .... หลังจากการลงทัณฑ์จบสิ้น ร่างสาวเปลือยเปล่าคุดคู้ มือข้างซ้ายจับตรงของสงวน มือข้างขวาจับช่วงท้อง ทั้งจุกและเจ็บร้าว น้ำตารินไหลเป็นทาง เขาไม่ปรานีเธอสักนิดเดียว ทำรุนแรงทุกท่วงท่า กระแทกกระทั้นแต่ละครั้งดุเดือด ทำราวกับว่าเธอเป็นตุ๊กตายาง ไม่มีความรู้สึกใดใด เขากระทำด้วยความโกรธ แค้นและชิงชัง “จะร้องไห้หาสวรรค์วิมานอะไร เธอเจ็บแค่นี้ไม่ตายหรอก เจ็บน้อยกว่าที่ฉันเจ็บด้วยซ้ำ แล้วอย่าทำเป็นสำออย จำใส่หัวไว้ว่า เธอไม่ใช่นางเอกเจ้าน้ำตา เธอคือแม่มดใจหยาบช้า” นัยน์ตาณคุณโหดด้วยไฟแค้นลุกท่วม ยากดับได้ “จำเอาไว้อย่างหนึ่งว่า นี่แค่เริ่มต้น เธอจะเจ็บแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าท้อง คลอดเมื่อไหร่ เธอไสหัวออกไปจากที่นี่เมื่อนั้น”
เสน่หาเมียเก็บ
ชนิตร์นันท์
5.0
‘ไรเฟิล’ ลูกครึ่งบราซิล-ฮ่องกง หนุ่มหล่อโลกตะลึง กับ ‘อินถวา’ สาวไทยหน้าตาจิ้มลิ้ม สู้คน แต่อ่อนหวานไปทั้งตัว ‘เขาใช้เล่ห์กลให้ได้ครอบครองร่างกายของเธอ เธอก็จะทำให้เขารักด้วยมารยาร้อยเล่ห์ของเธอบ้าง’ อินถวาจะไม่เสียเวอร์จิ้นไปฟรี เสน่ห์ทุกกระบวน มารยาทุกอย่างถูกงัดมาใช้ ทำเป็นอ่อนหวาน ใสซื่อ แต่จริงๆ วางแผนไว้ทุกทาง เพราะรู้แกวว่าไรเฟิลชอบผู้หญิงยากหน่อย ไม่ตามใจเขา นั่นน่ะเร้าใจอย่างแรง เธอยิ่งซื่อ ไรเฟิลก็ยิ่งหลง แต่ที่เขาหลงไม่ใช่เพราะเธอแสร้งทำเป็นใส ทำเป็นยาก แต่เป็นเพราะไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อน นั่นแหละเขาชอบมากเพราะชีวิตช่างมีสีสันทุกวัน
นายหัวยอดรัก
อัณณากานต์
5.0
รุกหนักเพราะรักจริง
เสน่หามนตรา
พลอยแก้ว
5.0
สายตาคมที่ยืนมองเหตุการณ์ในมุมลับตา การเสวนาระหว่างหญิงสาวที่เขาเพิ่งชนอยู่ในสายตาของเชคฮ บราฮิมตลอดหลังจากที่เขานั้นเดินออกมา เชคฮ บราฮิมดั่งถูกสาปให้นิ่งดั่งหินเมื่อเห็นใบหน้าหวานเสลา ดุจนางพญา ดวงตาคมของม่านฟ้าที่มองหน้าสบตาเขามันตราตรึงติดในดวงตาอย่างน่าจดจำ...^นางฟ้าเดินดิน^ เขาตราหน้าเธอในใจ "เราพอใจหญิงนางนั้น" เชคฮ บราฮิมเอ่ยบอก "ท่านหมายถึงใครหรือครับ" "นางฟ้าเดินดินคนนั้น" คำพูดที่ทำเอาเลขาอย่างราชิตถึงกับงวยงงเมื่อเจ้านายพร่ำบอก "คนที่ชนเราตอนเข้ามา" เชคฮ บราฮิมขยายความเมื่อเห็นแล้วว่าคนสนิทไม่เข้าใจ "เราต้องการเธอคนนั้น!" เสียงเข้มแผดดังหนักแน่นอย่างมุ่งมั่น "แต่กระผมเกรงว่า..." "อยากได้ก็คืออยากได้!...ไปสืบมาว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน แลกด้วยอะไรเราก็ยอม"
มุกร้อยกะรัต
วรนิษฐา / Miss sexy
5.0
‘อันดามัน ดาวประดับบ่า ล่องหน เส้นผมบังภูเขา มุก’ ปริศนาทั้งห้า ที่ณิชาต้องสืบเพื่อแก้ปม ปริศนาทั้งห้า ที่เชื่อมต่อ โยงใยไปถึงคำว่ามุกร้อยกะรัต ปริศนาแห่งความท้าทายที่มาพร้อมความตายของพี่ชาย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ณิชาเลือกที่จะสานต่อ ทำภารกิจเปิดฉากเกมกระชากวิญญาณนี้ให้สำเร็จ เพื่อสืบหาผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งความจริงที่ได้รู้ ทำให้เธอต้องเลือกระหว่างหน้าที่หรือความรัก
วิวาขัดดอก
จินต์พิชา
5.0
เธอยอมรับว่าเป็นผู้หญิงในคลิปที่อยู่บนเตียงกับบอสหนุ่มเพื่อแลกกับเงินที่บิดาเป็นหนี้ การแต่งงานที่สวยหรูจึงเป็นแค่วิวาห์ขัดดอก
พิษสวาทร้าย เจ้าชายเถื่อน
เนื้อนวล
4.6
หล่อนปลอมตัวเป็นพี่สาวฝาแฝดที่ตายไปแล้วเพื่อแต่งงานกับกับเขา เจ้าชายหนุ่มรูปงามแห่งดินแดนทะเลทราย แต่เรื่องราวมันคงผ่านไปด้วยดี หากเขาจะไม่จับได้เสียก่อน และลงทัณฑ์หล่อนด้วยเพลิงสวาทร้อนแรงดั่งไฟกัลป์ ทั้งๆ ที่ตั้งใจว่าครั้งนี้จะไม่หลั่งเร็วอย่างครั้งที่แล้ว เพราะต้องการจะทำให้หญิงสาวขึ้นสวรรค์เสียก่อน แต่... แต่ดูเหมือนว่าเขากำลังจะถูกความเสียดเสียวครอบงำอีกแล้ว “โอ้ว... โอ้ว... เจ้าบีบรัดเราแน่นเหลือเกิน” เขากระตุกเกร็งไปทั้งตัว ขณะกำลังกระซวกเอ็นยาวเข้าใส่รูสวาทอย่างบ้าคลั่ง “อ๊า.... ซี๊ดดดด... องค์ชาย... อ๊า...” หล่อนร้อน... ร้อนเหลือเกิน ร้อนไปทั้งตัวโดยเฉพาะในจุดที่กำลังถูกเขาแทงไม่ยั้งอยู่ตอนนี้ เขากระซวกเข้าใส่ถี่ระรัว รุนแรงมากขึ้น มากขึ้น จนกระทั่ง... “อ๊ายยยยยย... กรี๊ดดดด...” หล่อนกระตุกเกร็งไปทั้งร่าง ความสุขมากมายลอยอยู่รอบๆ ตัว เล็บคมจิกบนแผ่นหลังของชายหนุ่มเอาไว้แน่น แน่นจนเลือดของเขาซึมไหล
หนี้ร้อนซ่อนสวาท
มณีมายา/แอล/รมตี
5.0
“ก้นสวยๆ ใครเขาจะทำให้เป็นรอยฝ่ามือ จะจับแก้ผ้าแล้วลงโทษด้วย... ด้วยปากกับลิ้นเสียให้เข็ด” จันทร์เจ้าขา โอ้! ไม่สิ เธอคือ ลูกจันทร์ ต่างหาก ยัยสาวบ้านนอกแสนซื่อ แต่ยั่วเก่งชะมัด ผู้หญิงร่างบางที่ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีอะไรเลยนอกจาก อกอวบอิ่ม เกินตัว ที่ทำเอาคุณผู้ชายไม่อาจหยุดจินตนาการได้เลยแม้แต่นาทีเดียว เพราะครอบครัวเป็นหนี้กว่าหนึ่งร้อยล้านหมดหนทางที่จะปลดหนี้ เรื่องน่าปวดหัวจึงตกมาอยู่ที่ จันทร์ศิตางค์ หรือจันทร์เจ้าขา สาวสวยดีกรีนักเรียนนอก ที่ต้องถูกยัดเยียดให้แต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักและ เขาคนนั้นคือเจ้าหนี้ที่แก่คราวคุณอา อติภัทร เวเดอร์ วรสกุลเกริกเกียรติ ลูกครึ่งหุ่นล่ำหน้าปล้ำที่สุด พ่อม้ายเนื้อหอม หล่อขั้นเทพ รวยเว่อร์ เจ้าของบริษัทหลักทรัพย์เกริกเกียรติ เป็นหนุ่มในฝันของสาวๆ แต่ไม่ใช่ในฝันของจันทร์เจ้าขา เพราะเขาเป็นเจ้าหนี้ ภารกิจของจันทร์เจ้าขา จึงเริ่มขึ้น จากนักเรียนนอกจึงต้องกลายเป็นพี่เลี้ยงคนสวยในบ้านของคู่หมั้นหนุ่ม เสแสร้งแกล้งซื่อ บีบและเค้นหาความจริงเรื่องหนี้สินของครอบครัวทั้งหมด แต่แล้วเธอกลับพบอีกหนึ่งความลับที่คู่หมั้นหนุ่มปิดซ่อนมันเอาไว้มาตลอดชีวิต และความลับนั้นมันทำให้เธอถลำลึก แม้อยากจะเอาชนะเขา แต่ต้องแพ้พ่ายให้กับแรงปรารถนาจากเรือนกายและการเล้าโลมขั้นเทพ กระทั่งจมดิ่งเข้าไปในห้วงเสน่หาของคุณผู้ชายรูปหล่อโดยไม่รู้ตัว และอาจจะทำให้ความลับของเธอแตกเสียเอง “ไม่ว่าคุณจะรู้ตัวหรือเปล่า แต่เวลานี้ ไม่สิ วันทั้งวัน คุณยั่วผม” เขากอดรัดเธอเอาไว้แน่นแล้วกระซิบบอกพลางกัดกรามแน่นเพื่อข่มอารมณ์ “ว่า ว่าไงนะคะ จันทร์ไม่ได้ ไม่ได้ทำแบบนั้น” เวลานี้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอกำลังตื่นกลัวอย่างประหลาด “คุณทำไปแล้ว และผม... จะไม่ทนอีก” จบคำเขาจึงก้มหน้าชิดกับริมฝีปากหวาน ก่อนจะประกบจูบแนบแน่นรวดเร็ว จาบจ้วง “อืม” จันทร์ศิตางค์ตกใจจนดวงตาเบิกโพลง หัวใจเต้นระส่ำราวกับกลอง เพราะไม่นึกว่าจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่เคยมีใครล่วงเกินแบบนี้ ทำให้เธอพยายามผลักใสเขาแต่ไม่ผลเมื่อริมฝีปากสุดช่ำชองบดขยี้ อย่างดูดดื่มรุนแรง ราวกับหิวกระหายและยิ่งได้สัมผัสกับเรือนกายแสนเย้ายวนกับริมฝีปากไร้เดียงสา ยิ่งทำให้เขาความหยุดปรารถนาเอาไว้ไม่อยู่ “คุณยั่วผมเหลือเกินนะลูกจันทร์” เขาจูบไปพลางพูดไปพลาง ก่อนจะจูบอีกครั้งและขบเบาๆ ที่ริมฝีปากบางเพื่อให้เธอยอมเผย และชั่ววินาทีด้วยความที่หายใจไม่ออก เธอเผลอเผยให้เขาได้สอดแทรกลิ้นอุ่นรุกล้ำเข้าไปควานหาความหอมหวาน ลิ้นอุ่นตวัดพันเกี่ยวกันอย่างหนักหน่วงบังคับให้เธอคล้อยตาม ขณะที่เธอยังดิ้นรนเอาตัวรอด และจากความปรารถนาที่กำลังลุกโชน เมื่อสัมผัสได้ว่าเธอไร้เดียงสาเพียงใด เขาจึงเปลี่ยนท่าทีด้วยการมอบจูบอ่อนโยน นุ่มนวล ขณะที่มือหนาเริ่มซุกซนไปตามแผ่นหลัง ลูบไล้ลงมาที่สะโพกและบั้นท้าย ก่อนจะขยำเบาๆ “อืม ยะ อย่า ปล่อยจันทร์” จันทร์ศิตางค์พยายามเบือนหน้าหนีริมฝีปากเร่าร้อน และขอร้องด้วยน้ำเสียงหอบพร่า เธอกำลังจะแย่พยายามขัดขืนความต้องการของร่างกายที่สุด แต่เพิ่งรู้ว่ากำลังจะแพ้พ่าย “ผมอยากจะชิมคุณ อยากรู้ว่าจะหอมหวานหมือนอย่างที่พูดหรือเปล่า”