ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ

ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ

จ้าวฮุ่ยอิง

4.9
ความคิดเห็น
242.8K
ชม
127
บท

เมื่อฮัวฟู่หรงถูกวางแผนฆาตกรรมให้จบชีวิตลงบนสะพานข้ามแม่น้ำเฉียนถัง สาเหตุเพราะได้รับบทฮูหยินฮัวของแม่ทัพอินลี่ซานผู้เลื่องลือแห่งต้าฉิน ที่นำมาทำละครฟอร์มยักษ์แห่งปี ซึ่งบทดังกล่าวตกมาเป็นของฮัวฟู่หรง ดาราสาวน้องใหม่ที่กำลังมาแรงในวงการบันเทิงจีน และมีชื่อแซ่ที่ดันไปตรงกับตัวละคร ครั้นหญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตัวเองมาอยู่ในอดีตยุคของขุนพลเทพแห่งต้าฉิน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือแม่ทัพทมิฬอินลี่ซานที่กำลังพลิกแผ่นดินตามล่าค้นหาฮูหยินที่หายสาบสูญไป และเธอก็คือฮูหยินฮัวที่หายสาบสูญไปของแม่ทัพทมิฬ ที่สตรีทั่วหล้าต่างพากันริษยา หากแต่การกลับมาครั้งนี้ของฮัวฟู่หรง ดารา่สาวชื่อดังเธอไม่ได้ไร้เดียงสาดั่งเช่นในอดีตอีกต่อไป แต่เธอร้ายและก็ถือสากับทุกๆ คนที่ทำให้คนรอบข้างที่เธอรักต้องเจ็บและตายจากอย่างไม่หวนคืน ร้ายรักให้ถึงที่สุด ร้ายลึกทะลุไปจนสุดขั้วหัวใจ แต่ถึงร้ายอย่างไรก็เป็นหนึ่งในหัวใจของแม่ทัพทมิฬ เพราะแม่ทัพผู้กล้ารักมั่นต่อสตรีร้ายกาจนางนี้ยิ่งนัก

ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ บทที่ 1 บทนำ

"หรงเอ๋อร์!”เสียงทุ้มใหญ่เรียกชื่อของสตรีนางหนึ่งดังกึกก้อง

อืมมม!!! เสียงขานรับต่ำๆ ดังขึ้นอยู่ในลำคอของหญิงสาวเมื่อได้ยินเสียงเรียกปริศนากำลังเพรียกหาเธอ ดังมาจากที่ไกลแสนไกลจนไม่สามารถพานพบกันได้

"อย่าทิ้งข้าไปหรงเอ๋อร์! กลับมาหาข้า! กลับมา! อย่าทิ้งข้า!”เสียงเพรียกหานั้นร้องเรียกอย่างเจ็บปวดจนคนที่กำลังถูกเรียกสามารถรับรู้ความรู้สึกของเขาได้

แปะ! หยาดน้ำตาไหลร่วงรินออกมาจากขอบตาโดยไม่รู้ตัวพร้อมภาพเลือนรางบางอย่างปรากฏขึ้นและค่อยๆ แจ่มชัดจนสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ทว่าไม่รู้ว่าภาพนั้นคือความจริงหรือความฝันกันแน่

ครืดดดด!!!! ร่างของสตรีสาวในชุดขาวนางหนึ่ง กำลังคืบคลานอยู่บนพื้นไม้ท่ามกลางกระแสลมแรงจนอาภรณ์ขาวปลิวสะบัดและแนบลู่ไปตามลำตัวจนเผยให้เห็นเลือนรางงามของนาง ผมสีดำเป็นนิลจนขึ้นเป็นมันวาวปลิวสยายไปตามสายลมกรรโชกแรง ไร้สิ้นเครื่องประดับผมใดๆ

เบื้องหน้าคือเมืองหลวงเสียนหยางแห่งแคว้นฉิน และสถานที่กำลังยืนอยู่ในเวลานี้คือหอคอยสูงที่ถูกสร้างขึ้นภายในจวนใหญ่ของขุนนางระดับสูงผู้หนึ่ง ใบหน้าขาวซีดราวกับว่านางกำลังป่วยอยู่ในเวลานั้น ทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยความตื่นกลัวราวกับว่ากำลังมีบางอย่างคุกคามชีวิตอยู่ในเวลานี้

อ๊อกกกก!!!! เสียงคล้ายมีบางอย่างกำลังจะออกมาจากลำคอพร้อมร่างของนางหยุดนิ่งลง

พรืดดดด!!!! โลหิตแดงฉานพุ่งออกมาจากปากจนกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด พร้อมกับหยาดน้ำตาไหลร่วงรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย

“ชะ...ช่วย...ช่วยด้วย...ทะ...ท่าน...ท่านพี่...”เสียงของนางกำลังเรียกหาใครบางคนอยู่ในเวลานั้น

ร่างงามแสนสวยกำลังคืบคลานคล้ายกำลังหนีอะไรบางอย่างจนสุดชีวิตเพื่อหวังให้มีลมหายใจอยู่รอดต่อไป ทว่าสถานที่ดังกล่าวช่างลับตาผู้คนเสียเหลือเกิน เมื่อนางกำลังอยู่ชั้นบนสุดของหอคอยซึ่งเทียบความสูงได้ประมาณตึกแปดชั้นเลยทีเดียว ดวงตาเฝ้ามองไปที่พระจันทร์กลมโตตรงหน้าซึ่งอยู่ไกลออกไปด้านนอก

“ชะ..ช่วย..ช่วย...ข้า..ด้วย!”เสียงเรียกหาความช่วยเหลือด้วยความหวัง และเต็มไปด้วยความกลัวเหลือประมาณ

ร่างของนางกำลังคืบคลานอยู่ตรงบริเวณด้านนอก ซึ่งเป็นลานกว้างสำหรับยืนชมทิวทัศน์เมืองหลวงเสียนหยางที่กำลังเจริญรุ่งเรืองอยู่ในเวลานี้ ชั้นบนสุดของหอคอยมีเพียงลานกว้างและโต๊ะตัวยาวพร้อมตั่งจำนวนสองที่นั่งวางไว้เคียงคู่กัน ราวกับว่าใช้เป็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัวก็ว่าได้

ทว่าในเวลานี้บนโต๊ะที่ตั้งกู่เจิ้งเอาไว้และชุดชงชา ไม่อยู่ในสภาพเดิมอีกต่อไปเมื่อสิ่งเหล่านั้นร่วงหล่นตกแตกกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ไม่ไกลจากตั่งที่นั่งปรากฏบุรุษปริศนายืนสูงทะมึนกำลังมองร่างแม่นางในชุดขาวพยายามคืบคลานอยู่บนพื้นเพื่อหาทางเอาชีวิตรอด

“คิดหรือว่าจะมีผู้ใดขึ้นมาช่วยเจ้าให้รอดตายไปจากเงื้อมมือของข้าบนหอคอยนี้!”บุรุษร่างใหญ่ผู้นั้นพูดพึมพำพลางแสยะยิ้มเหยียดพร้อมเอ่ยขึ้น

“เห็นทีจะต้องเร่งเวลาให้ตายเร็วขึ้นเสียแล้ว ช่างตายยากตายเย็นเสียเหลือเกิน”พูดพร้อมเดินตรงปรี่เข้าไปหาร่างของสตรีชุดขาวที่กำลังคืบคลานพยายามหนีเอาชีวิตรอดอยู่ในเวลานั้น

พรืดดดด!!! ร่างของหญิงสาวคนดังกล่าวถูกหิ้วปีกยกขึ้นจากพื้นก่อนจะลากนางไปจนถึงริมระเบียงซึ่งสร้างด้วยท่อนไม้ขนาดใหญ่ล้อมรอบไปทั่วบริเวณเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ใดร่วงหล่นลงมาจากหอคอยนั้นได้

ฟุบ! ร่างของนางถูกยกขึ้นพาดไปกับราวระเบียงอย่างรวดเร็ว พร้อมชายแขนเสื้อสีดำขลิบสีหลืองทองที่นางมองเพียงครู่ก็ล่วงรู้โดยทันทีว่าเป็นอาภรณ์ของผู้ใด

“ทะ..ท่าน..ทะ”นางพูดออกมาได้เพียงแค่นั้น

ฟิ้ววววว!!!! ร่างงามของหญิงสาวในชุดขาวถูกจับเหวี่ยงลงมาจากชั้นบนสุดของหอคอยสูงลงไปเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ร่างของนางกำลังร่วงหล่นตกลงพื้นเบื้องล่างอยู่ในเวลานั้น

สายลมที่พัดกรรโชกอย่างแรงกล้าราวกับว่ากำลังมีพายุได้พัดร่างจนพลิกกลับในท่าคว่ำมาอยู่ในท่านอนหงายพร้อมกับดวงตาของนางพลันเบิกกว้างด้วยไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่กำลังเห็น

เมื่อดวงตาเห็นร่างสูงทะมึนของบุรุษสวมอาภรณ์ที่นางตัดเย็บกับมือด้วยตัวเอง และอาภรณ์ดังกล่าวนั้นผู้ที่เป็นสามีของนางเป็นผู้สวมใส่ ซึ่งก็คือแม่ทัพใหญ่แห่งต้าฉิน แม้ว่าในเวลานี้จะเป็นยามวิกาลแต่เพราะเป็นคืนเดือนหงายและพระจันทร์เต็มดวงทำให้สามารถมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน

จึงสามารถเห็นใบหน้าของคนที่โยนนางลงมาจากหอคอยได้อย่างชัดเจน ว่าผู้ชายที่สวมใส่เสื้อผ้าของสามีและจับนางโยนลงมาจากหอคอยนั่นแท้จริงแล้วเป็นผู้ใด

“ท่านสังหารข้าทำไม! สังหารข้าทำไม! ทำไม!”คำพูดสุดท้ายพรั่งพรูออกมา พร้อมร่างงามร่วงหล่นจากหอคอยลงไปเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว

ตุบ! ร่างงามตกกระแทกลงกับพื้นอย่างรุนแรง พร้อมเลือดแดงฉานไหลออกจากกายจนนองไปทั่วพื้นหินเบื้องล่าง ท่ามกลางสายตาของบุรุษร่างสูงทะมึนที่ยืนแสยะยิ้มเหยียดกับผลงานการฆ่าคนของตัวเอง

ในขณะเดียวกันบริเวณพื้นเบื้องล่างของหอคอยดังกล่าว ร่างของหญิงสาวที่เพิ่งถูกจับโยนลงมาจากชั้นบนสุดนั้นก็คือฮูหยินฮัวหรือฮัวฟู่หรงของอินลี่ซานแม่ทัพทมิฬแห่งต้าฉิน นอนหายใจรวยรินพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากขอบตา

ฮูหยินสาวที่เพิ่งเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินยังไม่ทันได้ร่วมหอกับสามีของนางเสียด้วยซ้ำ ก็ต้องนำกองทัพตามพระราชโองการออกไปทำศึกกับชนเผ่าซงหนูที่ยกทัพมาตีเมืองตามขอบชายแดนเอาไปเป็นของตัวเองอย่างไม่กลัวเกรงต้าฉินแม้แต่น้อย

ทำให้ฮูหยินผู้เป็นยอดดวงใจของแม่ทัพใหญ่แห่งต้าฉิน ที่เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานต้องอยู่ภายในจวนใหญ่ของสกุลอิน แวดล้อมไปด้วยบ่าวไพร่บริวารคอยดูแล และเฝ้ารอคอยการกลับมาของสามีอย่างใจจดใจจ่อมาโดยตลอด จวบจนกระทั่งห้าเดือนผ่านไปสงครามระหว่างต้าฉินและเผ่าซงหนูก็สิ้นสุดลง ชัยชนะตกเป็นของต้าฉินพร้อมข่าวการกลับมาของอินลี่ซาน ขุนศึกคู่แผ่นดินของแคว้น

ทันทีที่อินลี่ซานได้รับชัยชนะจากการทำสงครามดังกล่าวและมุ่งหน้าเดินทางกลับเมืองหลวงด้วยความคิดถึงฮูหยินของเขาอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก พร้อมข่าวล่าสุดที่ส่งมาจากจวนแม่ทัพรายงานว่าฮูหยินผู้เป็นที่รักกำลังล้มป่วยด้วยไข้ลมหนาว มีอาการไม่ค่อยสู้ดีนักแม่ทัพหนุ่มควบม้าเร็วมุ่งหน้ากลับเมืองหลวงตรงเข้าจวนเพื่อไปหาฮูหยินของตัวเองก่อนจะเข้าเฝ้าอ๋องฉินเสียอีก

และในเวลานี้บนพื้นหินเบื้องล่างตรงบริเวณหน้าหอคอยร่างของฮูหยินคนสวยกำลังนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่ในเวลานั้น ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะหลุดลอยออกจากร่าง

แปะ!!! ดวงตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาไหลหลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย มองตรงไปที่ประตูใหญ่ทางเข้าออกของหอคอยที่ปิดอยู่ตลอดเวลาในขณะนั้น

“ทะ...ท่าน...ท่าน...พะ....พี่!!!!”เสียงสุดท้ายดังลอดออกมาอย่างแผ่วเบาพร้อมลมหายใจเริ่มขาดห้วงก่อนจะสิ้นสุดลงและทันทีที่ลมหายใจสุดท้ายหลุดลอยออกจากร่างของนาง

แวบ! แวบ! แวบ! บริเวณข้อมือของฮูหยินผู้อาภัพภายใต้ชายแขนเสื้อที่ปกคลุมเกิดประกายวูบวาบทอแสงเรืองรองออกมาเหลื่อมระยิบระยับขึ้นมาทันที พร้อมเสียงคล้ายกำลังมีคนเปิดประตูบานใหญ่ตรงทางเข้าออก เพื่อเข้ามาภายในบริเวณหอคอยซึ่งร่างของฮูหยินคนงามนอนแน่นิ่งอยู่ในเวลานี้

แอดดดด!!!! บานประตูทางเข้าออกของหอคอยถูกเปิดออกในเวลาเดียวกันพร้อมเสียงตะโกนกึกก้องดังออกมาจนสุดเสียง

หรงเอ๋อร์!!!!!

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ จ้าวฮุ่ยอิง

ข้อมูลเพิ่มเติม
อุปราชร้ายตำหนักไร้รัก

อุปราชร้ายตำหนักไร้รัก

โรแมนติก

5.0

ตำหนักไร้รัก สถานที่พำนักของอุปราชหนุ่มแห่งเทียนจิน เจ้าของตำหนักนี้ หัวใจเต็มไปด้วยความด้านชามาแทบทุกพระองค์ แต่แล้ววันหนึ่ง คุณหมอสาวแสนสวย นามว่าจ้าวย่าเจินได้รับของขวัญ ย้ายเข้าบ้านใหม่เป็นภาพวาดตำหนักโบราณ มีชื่อว่าตำหนักเย่วเชียง ในภาพนั้นมีผู้ชายยืนเอามือไพล่หลังไม่เห็นหน้า เฝ้ามองตำหนักฝั่งตรงกันข้าม และที่น่าประหลาดผู้ชายในภาพวาดจะโตขึ้นทุกวัน จวบจนกระทั่ง คุณหมอคนสวยถูกดึงเข้าไปในภาพวาดตำหนักโบราณดังกล่าวและได้พบกับ เจ้าของตำหนักไร้รัก ซึ่งเขาก็คืออุปราชแห่งเทียนจินและเป็นผู้ชายคนเดียวกัน ที่อยู่ในภาพวาดที่หญิงสาวเห็นเขาอยู่ทุกค่ำคืน ตำหนักไร้รักเมื่อไร้หัวใจ ตำหนักไร้กังวลเมื่อหัวใจกลับมามีรักอีกครั้ง

ถานหยี่เหยียน นางมารผลาญรัก

ถานหยี่เหยียน นางมารผลาญรัก

โรแมนติก

5.0

คำโปรย การกลับมาแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตครั้งนี้ ทำให้นางมารใจโฉดกลับกลายเป็นคนดี แต่กลับมีเหตุการณ์ที่ทำให้ ถานหยี่เหยียนซึ่งผสานจิตใจกับร่างในปัจจุุบัน จนสงบกลับปะทุขึ้นมาอีกครั้ง และกลับมาทำลายล้างทุกอย่างจนวอดวาย เอลิซาเบธ ลีหรือหยางลี่จู บินกลับประเทศจีนเป็นครั้งแรกในชีวิตและถูกดวงตาสวรรค์ที่มีวาสนาผูกพันกันนำนางหวนคืนกลับตระกูลถาน ซึ่งเป็นชาติอดีตของตัวเองเพื่อกลับมาแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตตามที่เคยอ้อนวอนต่อสวรรค์เบื้องบน ดวงตาสวรรค์นำนางกลับมาในชาติที่เกิดเป็นสตรีที่แสนจะร้ายกาจที่สุดในตระกูลถาน และนางก็คือนางมารชื่อกระฉ่อน ถานหยี่เหยียน คุณหนูใจโฉดที่เต็มไปด้วยความอำมหิต สนใจแต่ตัวเองไม่เคยใส่ใจผู้ใดและต้องได้ทุกอย่างที่นางต้องการ จนเป็นต้นเหตุทำให้ตระกูลถานถูกประหารล้างตระกูล และการคัดเลือกพระชายาของอดีตฉู่อ๋องเพื่อเลือกเฟ้นให้กับพระอนุชา เป็นที่มาของการประหารล้างตระกูลถานในอดีต แต่การกลับมาอีกครั้งของถานหยี่เหยียน ซึ่งเป็นร่างในยุคปัจจุบันทำให้ร่างในอดีตและปัจจุบันหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันและนางก็คือนางในฝันของบุรุษหน้าหยกผู้เลื่องลือ สตรีใจโฉดผู้เคยเป็นอนุชายาของชินอ๋องรูปงามก่อนที่จะกลับมาแก้ไขเปลี่ยนแปลง

พิศวาสตำหนักลืมเลือน

พิศวาสตำหนักลืมเลือน

โรแมนติก

5.0

อุปราชปีศาจ สมญานามนี้เลื่องลือไปทั่วหล้า อุปราชเฟิงหลง ผู้ก่อตั้งแผ่นดินเป่ยถังจนเป็นปึกแผ่นเป็นหนึ่งเดียว วิชาอมตะทำให้มีชีวิตเป็นนิรันดร์ และมีญาณหยั่งรู้ล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าและหูทิพย์ หากแม้นผู้ใดเข้ามาใกล้พระวรกายน้อยกว่ารัศมีสิบฉื่อ ร่างจะต้องสลายกลายเป็นเถ้าธุลีขาวไปทันที อุปราชในตำนานประทับอยู่ในพระตำหนักลืมเลือนมานานกว่า 329 ปีนับตั้งแต่สถาปนาแคว้น จวบจนกระทั่งองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ย จากแคว้นเย่วปรากฎกาย นางเป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถเข้าใกล้และสัมผัสพระองค์ได้ และนางคือสตรีที่ผูกพันกับพระองค์นับตั้งแต่พานพบกันตั้งแต่ครั้งแรก แรงรักแรงพิศวาสเริ่มก่อตัวขึ้นภายในตำหนักลืมเลือน ก่อนจะถึกปิดตายหายไปอย่างไร้ร่องรอยเพื่อรอคอยนางหวนคืนกลับมาอีกครั้ง กลับมาเพื่อครองรักกับอุปราชปีศาจอีกครั้งตามสัญญาที่มีไว้ให้ต่อกัน ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานนับพันปีก็ตาม

ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต

ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต

โรแมนติก

5.0

เพราะการพบกันครั้งแรกระหว่าง จอมอำมหิตแห่งกู้กงและหวางเย่หลิง ทำให้รองผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร ต้องการนางเก็บไว่้ใกล้ตัวเพื่อ เหตุผลบางอย่าง และเพื่อสืบเสาะหามารดาผู้ให้กำเนิดจากนาง ครั้นเกิดเหตุการณ์เงินห้าหมื่นตำลึงทองสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย ภายในสำนักคุ่้มกันหวางซื่อของตระกูลหวาง จึงทำให้จอมอำมหิตสบโอกาส หวางเย่หลิง บุตรีเพียงคนเดียวของหวางเจี้ยนเฉิง จะต้องถูกนำส่งเข้าจวน ในฐานะสตรีของอิ๋งชวนโหว เพื่อช่วยทุกชีวิตของตระกูลหวางให้รอดพ้นจาก การถูกประหารชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ตำนานรักองค์ชายจอมโจร

ตำนานรักองค์ชายจอมโจร

โรแมนติก

4.7

หวังฉิงชวน สาวสวยจากศตวรรษที่ 21 นักศึกษาคณะศิลปะการแสดงและการละคร ซึ่งจะต้องเขียนบทละครแนวพีเรียดย้อนยุคเพื่อผลิตซีรีย์เรื่องยาว 40 ตอนจบ และยังเป็นผลงานภาคบังคับที่นักศึกษาทุกคนจะต้องทำบทละครเพื่อขออนุมัติจบการศึกษา หญิงสาวจึงนำเกร็ดประวัติของท่านหญิงธิดาลูกเจ้าเมือง จากยุคจ้านกว๋อ มาเขียนบทละคร ทว่าประวัติของท่านหญิงผู้นั้นเป็นของปลอมที่ถูกทำขึ้นในยุคนั้น เป็นเหตุให้หวังฉิงชวนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับชีวิต เมื่อเธอเกิดหัวใจวายกะทันหัน ครั้นฟื้นขึ้นมาอีกครั้งดวงวิญญาณของเธอกลับอยู่ในร่างของท่านหญิงหยางเฉียนเฉียน ธิดาเจ้าเมืองอูเจี๋ยนผู้วายชนม์ เธอถูกกลับมาในเหตุการณ์ของท่านหญิงที่นำประวัติของนางมาทำเป็นบทละคร เพื่อล่วงรู้เหตุการณ์จริงในอดีตที่เกิดขึ้น และเธอกลับมาเพื่อผูกวาสนากับจอมโจรเยี่ยคัง ซึ่งมีอดีตเป็นถึงองค์ชายเฉินคัง องค์ชายห้าแคว้นหมิ่นเย่ว วาสนาผูกพันลึกซึ้งเกิดขึ้นกับคนทั้งสอง และสัญญารักมั่นจากหัวใจที่พี่คังมีต่อเฉียนเฉียน นำหวังฉิงชวนให้หวนกลับคืนสู่อ้อมกอด องค์ชายเฉินคังแห่งแคว้นหมิ่นเย่วอีกครั้งเพื่อครองคู่ไปชั่วนิจนิรันดร์

หนังสือที่คุณอาจชอบ

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

มาชาวีร์

หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

มาชาวีร์

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

ไฟรักเร่าร้อน NC18++

ไฟรักเร่าร้อน NC18++

Me'JinJin

คิณ อัคนี สุริยวานิชกุล ทายาทคนโตของสุริยวานิชกุลกรุ๊ป อายุ 26 ปี นักธุรกิจหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เย็นชากับผู้หญิงทั้งโลกยกเว้นเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น เอย อรนลิน "เมื่อเขาดึงเธอเข้ามาในวังวนของไฟรักที่แผดเผาหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้ไหม้ไปทั้งดวง" "เธอแน่ใจนะว่าจะให้ฉันช่วยค่าตอบแทนมันสูงเธอจ่ายไหวเหรอ?" เอย อรนลิน พิศาลวรางกูล ดาวเด่นของวงการบันเทิงที่ผันตัวไปรับบทนางร้าย เธอสวย เซ็กซี่ ขี้ยั่วกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น "เขาคือดวงไฟที่จุดประกายขึ้นในหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้หลงเริงร่าอยู่ในวังวนแห่งไฟรัก" "อะ อึก จะ เจ็บ เอยเจ็บค่ะคุณคิณ"

ถึงป๋าดุ(ดัน)หนูก็ไหว

ถึงป๋าดุ(ดัน)หนูก็ไหว

ผลิกา(เลอบัว)

เมื่อผู้หญิงที่เพื่อนๆ ตั้งสมญานามว่าแม่ชีอย่างเธอจับพลัดจับผลูต้องมาเจอกับผู้ชายหน้านิ่งที่เอะอะกอด เอะอะจูบอย่างเขา อา…แล้วพ่อคุณก็ดันเป็นโรคนอนไม่หลับ จะต้องนอนกอดเธอเท่านั้นด้วย แบบนี้เธอจะเอาตัวรอดได้ยังไงล่ะ “ชอบอาหารเหนือไหม” “ชอบมากเลยคุณ ให้กินทุกวันยังได้เลย” “มากพอจะอยู่ที่นี่ไหม” “แค่กๆๆ” …………… …………………………………………………………………………………………………………………………. “คุณ! เอากระบอกไฟฉายออกไปวางที่อื่นก่อนได้ไหม มันดันหลังฉัน ฉันนอนไม่หลับ” คนที่ใกล้จะหลับบอกเสียงอู้อี้ “เอ้อ! ไม่มีนี่” เขาบอกเสียงอึกอัก “มันจะไม่มีได้ไง ก็มันดันหลังฉันอยู่เนี่ย” เธอมั่นใจว่ามีแน่ๆ ก็หลักฐานมันทนโท่ขนาดนี้ “อืม! นอนเถอะ ไม่มีหรอก” “จะไม่มีได้ไง ก็นี่ไง” คุณเธอยืนยันด้วยการคว้าหมับเข้าให้ พร้อมหันกลับมา หวังงัดหลักฐานที่อยู่ในมือมาพิสูจน์ให้ได้เห็นกันจะๆ คาตา แต่… ตึก ตึก ตึก อา…! ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คาตา แต่ยังคามือเธอด้วย เธออ้าปากตาค้างราวกับกำลังตกตะลึงสุดขีด ก่อนจะก้มมองไอ้ที่คิดว่าเป็นกระบอกไฟฉายในมือสลับกับเงยหน้ามองเขา จากนั้นก็… “กรี๊ด…!” เธอร้องลั่นพร้อมกับยื่นเท้าถีบออกไปสุดแรง ตุบ! คนไม่ทันตั้งตัวร่วงตุ้บลงไปบนพื้น ครั้นพอจะลุกขึ้น คุณเธอก็ตะโกนเสียงดังลั่นขึ้นมาอีก “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้คนลามก คนเลว คุณมันทุเรศที่สุด คุณให้ฉันจับไอ้นั่นของคุณ มัน…อี๋…! เธอพูดพลางทำท่าขยะแขยง แล้วมาส่องกระบอกไฟฉายพ่อเลี้ยงพร้อมกันนะคะ

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ จ้าวฮุ่ยอิง โรแมนติก
“เมื่อฮัวฟู่หรงถูกวางแผนฆาตกรรมให้จบชีวิตลงบนสะพานข้ามแม่น้ำเฉียนถัง สาเหตุเพราะได้รับบทฮูหยินฮัวของแม่ทัพอินลี่ซานผู้เลื่องลือแห่งต้าฉิน ที่นำมาทำละครฟอร์มยักษ์แห่งปี ซึ่งบทดังกล่าวตกมาเป็นของฮัวฟู่หรง ดาราสาวน้องใหม่ที่กำลังมาแรงในวงการบันเทิงจีน และมีชื่อแซ่ที่ดันไปตรงกับตัวละคร ครั้นหญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตัวเองมาอยู่ในอดีตยุคของขุนพลเทพแห่งต้าฉิน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือแม่ทัพทมิฬอินลี่ซานที่กำลังพลิกแผ่นดินตามล่าค้นหาฮูหยินที่หายสาบสูญไป และเธอก็คือฮูหยินฮัวที่หายสาบสูญไปของแม่ทัพทมิฬ ที่สตรีทั่วหล้าต่างพากันริษยา หากแต่การกลับมาครั้งนี้ของฮัวฟู่หรง ดารา่สาวชื่อดังเธอไม่ได้ไร้เดียงสาดั่งเช่นในอดีตอีกต่อไป แต่เธอร้ายและก็ถือสากับทุกๆ คนที่ทำให้คนรอบข้างที่เธอรักต้องเจ็บและตายจากอย่างไม่หวนคืน ร้ายรักให้ถึงที่สุด ร้ายลึกทะลุไปจนสุดขั้วหัวใจ แต่ถึงร้ายอย่างไรก็เป็นหนึ่งในหัวใจของแม่ทัพทมิฬ เพราะแม่ทัพผู้กล้ารักมั่นต่อสตรีร้ายกาจนางนี้ยิ่งนัก”
1

บทที่ 1 บทนำ

07/01/2023

2

บทที่ 2 ตอนที่ 1 ฮัวฟู่หรง 1.1

07/01/2023

3

บทที่ 3 ตอนที่ 2 ฮัวฟู่หรง 1.2

07/01/2023

4

บทที่ 4 ตอนที่ 3 ฮัวฟู่หรง 1.3

07/01/2023

5

บทที่ 5 ตอนที่ 4 ฮัวฟู่หรง 1.4

07/01/2023

6

บทที่ 6 ตอนที่ 5 นางร้ายนอกจอ1.1

07/01/2023

7

บทที่ 7 ตอนที่ 6 นางร้ายนอกจอ 1.2

07/01/2023

8

บทที่ 8 ตอนที่ 7 นางร้ายนอกจอ 1.3

07/01/2023

9

บทที่ 9 ตอนที่ 8 กำไลปริศนา 1.1

07/01/2023

10

บทที่ 10 ตอนที่ 9 กำไลปริศนา 1.2

07/01/2023

11

บทที่ 11 ตอนที่ 10 อุบัติเหตุ 1.1

09/01/2023

12

บทที่ 12 ตอนที่ 11 อุบัติเหตุ 1.2

09/01/2023

13

บทที่ 13 ตอนที่ 12 อุบัติเหตุ 1.3

09/01/2023

14

บทที่ 14 ตอนที่ 13 อุบัติเหตุ 1.4

09/01/2023

15

บทที่ 15 ตอนที่ 14 แม่ทัพทมิฬ 1.1

09/01/2023

16

บทที่ 16 ตอนที่ 15 แม่ทัพทมิฬ 1.2

09/01/2023

17

บทที่ 17 ตอนที่ 16 หลงยุค 1.1

09/01/2023

18

บทที่ 18 ตอนที่ 17 หลงยุค 1.2

09/01/2023

19

บทที่ 19 ตอนที่ 18 หลงยุค 1.3

09/01/2023

20

บทที่ 20 ตอนที่ 19 หนิงฝูหรง 1.1

09/01/2023

21

บทที่ 21 ตอนที่ 20 หนิงฝูหรง 1.2

09/01/2023

22

บทที่ 22 ตอนที่ 21 หนิงฝูหรง 1.3

09/01/2023

23

บทที่ 23 ตอนที่ 22 งานเลี้ยงสังหาร 1.1

16/01/2023

24

บทที่ 24 ตอนที่ 23 งานเลี้ยงสังหาร 1.2

16/01/2023

25

บทที่ 25 ตอนที่ 24 งานเลี้ยงสังหาร 1.3

16/01/2023

26

บทที่ 26 ตอนที่ 25 เบาะแส 1.1

16/01/2023

27

บทที่ 27 ตอนที่ 26 เบาะแส 1.2

16/01/2023

28

บทที่ 28 ตอนที่ 27 เบาะแส 1.3

16/01/2023

29

บทที่ 29 ตอนที่ 28 เบาะแส 1.4

16/01/2023

30

บทที่ 30 ตอนที่ 29 เบาะแส 1.5

16/01/2023

31

บทที่ 31 ตอนที่ 30 กำไลหงส์ 1.1

16/01/2023

32

บทที่ 32 ตอนที่ 31 กำไลหงส์ 1.2

16/01/2023

33

บทที่ 33 ตอนที่ 32 กำไลหงส์ 1.3

16/01/2023

34

บทที่ 34 ตอนที่ 33 กำไลหงส์ 1.4

16/01/2023

35

บทที่ 35 ตอนที่ 34 กำไลหงส์ 1.5

16/01/2023

36

บทที่ 36 ตอนที่ 35 กำไลหงส์ 1.6

16/01/2023

37

บทที่ 37 ตอนที่ 36 เหยินทำเหตุ 1.1

16/01/2023

38

บทที่ 38 ตอนที่ 37 เหยินทำเหตุ 1.2

16/01/2023

39

บทที่ 39 ตอนที่ 38 เหยินทำเหตุ 1.3

16/01/2023

40

บทที่ 40 ตอนที่ 39 เหยินทำเหตุ 1.4

16/01/2023