เรื่องลับเจ้าของผับหื่น

เรื่องลับเจ้าของผับหื่น

เล้าโลมLaoLome

5.0
ความคิดเห็น
9.6K
ชม
16
บท

เรื่องคืนนั้น..มันไม่ควรเป็นแบบนี้ !! ถ้าไม่คิดอะไร..อย่าจับหัวได้ปะ

เรื่องลับเจ้าของผับหื่น บทที่ 1 เรื่องคืนนั้น

ร่างสวยผิวละเอียดเนียนขาว ชุดเดรสรัดรูปสีแดงตัวสั้น ถลกขึ้นโชว์เรียวขาอ่อน ไม่พอแค่นั้นยังขยับชันขาขึ้น เผยให้เห็นแพนตี้สีขาวที่อยู่ข้างใน

-แปลกจริงเธอพวกนี้ถึงไม่ใส่ซับในเซฟตี้ไว้หน่อย-

​​​​​พยายามหักห้ามใจเบือนหน้าออก ขณะกำลังจะลุกขึ้นนั้น..ในใจท่อง นะโม นะโม หลายครั้ง คือ ครั้งแล้ว กับครั้งเล่า ใจเต้นเร็วรัวยิ่งกว่าเครื่องยนต์

เธอดิ้นไปดิ้นมายิ่งปลุกเร้าอารมณ์ไปกันใหญ่ ถ้าผมจุดติด ก็จะคิดไม่ซื่อทันทีนะจะบอกให้ เป็นไงเป็นกันแค่เด็กในสังกัดวะ

" ขอโทษนะสาวน้อย อดใจไม่ไหวแล้วโว้ย " ผมก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็กของเหมย เธอขาวสวย หมวย เอ็กซ์ขนาดนี้ ปล่อยไปฟรี ๆ ก็บ้าแล้ว ปะ ผมไม่ใช่พ่อพระคนดีขนาดนั้น

ผมลุกขึ้นยืนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น ขณะที่สายตาคู่คม จ้องมองเรือนร่างอันขาวผ่อง ไม่นานชุดหล่อเท่ก็ไปกองอยู่ที่พื้น

ผมจัดการขึ้นคร่อมร่าง เธอถอดชุดเดรสที่เกะกะออกให้หมด นั่นยิ่งทำให้ผมอดไจไม่ได้อารมณ์ชายกระเจิดกระเจิงไปกันใหญ่ เนื้อเนินอกอิ่มขาวเนียน จุดบอบบางช่างน่าพิสมัยเสียจริง

ผมโน้มตัวก้มต่ำจัดการเรือนร่างหญิงสาวไปทีละจุด จนมาหยุดที่น้องสาวของเธอ สอดนิ้วแกร่งเข้า ๆ ออก ๆ จนตรงนั้นเริ่มมีน้ำเจลใส ๆ มือหนาเอื้อมหยิบถุงยางในกระเป๋า

อยากจะขอบคุณตัวเอง ที่เดชะบุญเอามันไว้ใกล้ตัวหยิบง่ายหน่อย

เมื่อพร้อมแล้ว จัดการส่งน้องชายเข้าไปสำรวจในกายของเธอก่อน ช้า ๆ

"อ๊ะ" เธอสะดุ้งเริ่มรู้สึกตัว เมื่อโดนสัมผัสที่จุดของรักของหวง มือน้อยปัดป่ายให้เอาออก แต่ผมเริ่มขยับเร็วขึ้น พร้อมกับมือหนานวดคลึงจุดเสียวกระตุ้นถี่ขึ้น ถี่ขึ้น รัว ๆ ไม่เป็นจังหวะ ทำให้สติเธอหลุดไปอีกครั้ง...

ร่างเปลือยเปล่าเหมือนจักขัดขืน แต่พลันอ่อนนิ่มลง เอ๊ะ เชี่ยละ !!นั่นมัน เลือด!! นี่เธอมาทำงานแบบนี้ แต่อย่าบอกนะว่าเธอยังบริสุทธิ์อยู่ แต่..ตัวผมเอง มาขนาดนี้แล้วผมก็หยุดไม่ได้เช่นกัน

เธอคับแน่นจน ความรู้สึกสยิวซ่าน ปั่นป่วนขนลุกทั่วทั้งร่างกาย อารมณ์ปรารถนาล่องลอยไปในห้วงฝัน แรงยั่วสวาทนี้เกินจะต้านไหว ผมใส่ไปเต็มแรงเพื่อส่งตัวเองไปถึงฝั่งฝัน น้ำรักพวยพุ่งอัดแน่นเต็มถุงยางไซด์ใหญ่

" ขอโทษทีนะเหมย " หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจผมเช็ดเนื้อตัวที่เลอะเปื้อน พร้อมกับสวมเสื้อผ้ากลับไปให้เธอเช่นเดิม แล้วปล่อยให้เธอนอนพักผ่อน เธอนอนนิ่งราวกับไม่รู้สึกอะไร

" เชี่ย!! ตายหรือเปล่าวะ "

ผมก้มลงไปที่อกข้างซ้ายเพื่อฟังเสียงหัวใจของเธอ และส่งนิ้วชี้ไปจับชีพจร กลิ่นลมหายใจที่พ่นออกมีกลิ่นเหล้า นั้นแสดงว่าเธอยังมีชีวิตอยู่

จากนั้นหยิบผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มให้กับเธอ ส่วนตัวผมเนียนไปนอนที่โซฟา เผื่อเธอตื่นมาแล้วโวยวาย

เช้าวันต่อมา

เหมย Talk

ฉันตื่นลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกที่ปวดหัวอย่างหนัก ผนังห้องสีเทาแดง รูปภาพ นี่มันไม่ใช่ห้องฉันนี่นา " โอ๊ย ปวดหัว "

ฉันปรับโฟกัสสายตาที่มัวให้เป็นปรกติ แล้วมองไปยังอีกมุมหนึ่งของห้อง เจอร่างของคุณดีแลนนอนอยู่ นี่ฉันมานอนที่ห้องเขาได้ยังไง

เกิดอะไรขึ้น?ในหัวมีแต่เครื่องหมายคำถาม ฉันพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ ล่าสุดคือไปคุยธุระเรื่องที่ลาออก เขาทำอะไรฉันหรือเปล่านะ ทำไมเจ็บท้องน้อยหน่วง ๆ

ฉันดึงชุดที่ถกขึ้นสูงให้ปิดลง ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนร่างลงจากเตียงนุ่ม จะปลุกเขาดีมั้ยนะ หรือจะปล่อยให้เขานอน สงสัยฉันน็อคแล้วเขาพาขึ้นมานอนบนห้องเขาแน่ ๆ แต่บอกเขาหน่อยดีกว่าเผื่อจะได้ขอบคุณเขา

" คุณดีแลนคะ"เขาสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้น

" อ้าวเหมย ตื่นแล้วเหรอ " ผมสังเกตท่าทีเธอก่อนว่าเธอจะจำเรื่องราวเมื่อคืนที่ผมทำไม่ดีกับเธอได้หรือไม่

" เหมยจะกลับแล้วขอบคุณนะคะ "

" อ่อ เดี๋ยวผมไปส่ง " ดูท่าทางเธอคงจำไม่ได้หรือว่าจำได้ แต่เธอเนียนว่าไม่มีอะไรหรือเปล่านะ ผมทำเธอขนาดนั้นก็อดเป็นห่วงอยากที่จะไปส่ง

" ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเหมยนั่งแท็กซี่กลับเองได้ "

ฉันอายที่จะให้ใครเป็นเจอสภาพห้องเช่าแบบนั้น ขอกลับเองดีกว่า เดี๋ยวเขาจะสมเพชฉันเหมือนเจฟฟี่อีก

" ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ ชุดคุณโป๊ แบบนี้เดี๋ยวแท็กซี่ก็ลากไปทำมิดีมิร้ายหรอก "

-ทำไมเธอกลับปฏิเสธผมเสียงแข็งล่ะ นั่นยิ่งทำให้ผมเป็นกังวล -

"งั้นเหมยขอยืมเสื้อคลุมคุณดีแลนหน่อยได้มั้ยคะ เหมยกลับเองดีกว่าค่ะ "

" เอางั้นเหรอ ได้สิ " เธอไม่ยอมให้ไปส่งจนผมต้องยอมปล่อยเธอไป แต่มองหน้าเธอทีไรทำไมผมรู้สึกสงสาร ที่พรากความบริสุทธิ์ไปจากเธอ

สิ้นประโยคสนทนา ฉันหยิบเสื้อคลุมร่างเดินออกจากห้องโดยที่มีเขาเดินตาม ลงมาส่งทำไมวันนี้ เจ้านายฉันดูแปลกจังปรกติไม่เคยเดินลงมันส่ง

" รถมาแล้ว ไปนะคะ "

หลังจากที่เธอกลับไป ผมกลับขึ้นมาบนห้องเพื่อนอนต่อ แต่เมื่อเห็นรอยเลือดที่เปื้อนที่นอนทำให้รู้สึกผิดขึ้นมาทันที

โปรดติดตามตอนตอนไป..

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ เล้าโลมLaoLome

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

พระชายาของข้าคนเดียว

พระชายาของข้าคนเดียว

Daryl Tudge

เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"

คุณนายยอมหย่าแล้ว

คุณนายยอมหย่าแล้ว

Calv Momose

หลังจากแต่งงานกันมาสามปี เวินเหลี่ยงก็ยังไม่เคยได้ความรักจากฟู่เจิ้งแต่อย่างใดเลย เมื่อรักแรกของเขากลับมา สิ่งที่รอเธออยู่คือหนังสือการหย่า "ถ้าฉันมีลูก คุณยังเลือกหย่าไหม?" เธออยากจับโอกาสสุดท้ายนี้ไว้ แต่แล้วมีแต่คำตอบที่เย็นชาว่า "ใช่" เวินเหลี่ยงหลับตาและเลือกที่จะปล่อยมือ ...ต่อมาเธอนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความสิ้นหวังและลงนามในข้อตกลงการหย่า "ฟู่เจิ้ง เราไม่ได้เป็นหนี้กันอีกต่อไปแล้ว..." ชายที่มีความเด็ดขาดและเย็นชามาโดยตลอดนอนอยู่ข้างเตียงขอร้องให้อีกฝ่ายกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา "เหลียง ได้โปรดอย่าหย่าได้ไหม?"

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง

มาชาวีร์

หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ