5.0
ความคิดเห็น
93
ชม
21
บท

ในปี 2534 ต้นและหญิงได้พบกันเป็นครั้งแรกในร้านของต้น จาก “เด็กพิลึก” ที่ต้นเคยรู้สึกกับหญิง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆในหัวใจ ที่กลายเป็นความรัก ชีวิตในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ยิ่งทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ต้นก็ยังไม่กล้าบอกความในใจ แม้เมื่อหญิงต้องย้ายไปอเมริกา แต่ความห่างไกลนั้น ไม่ได้เป็นอุปสรรค กลับทำให้ความรักมั่นคงยิ่งขึ้น และทั้งคู่รู้ว่า สิ่งที่ต้องการที่สุด คือการได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ความฝันใกล้เป็นความจริง เมื่อต้นได้งานที่อเมริกา แต่เหตุร้ายในไต้หวัน ทำให้ต้นไม่สามารถจำอะไรได้ เขามีเพียงข้อความจากหญิง ที่จะช่วยนำความรักและความทรงจำกลับมา

ทางรักสีกุหลาบ บทที่ 1 That's how it started

See you soon

From Ton_Tanuphat@hotmail.com

To Yingindesert@hotmail.com

Sept 21 at 1.32

แคนตาลูปลูกน้อยของพ่อ

เรากำลังจะได้เจอกันแล้วนะ หลังจากการรอคอยวีซ่าที่แสนจะยาวนาน ในที่สุด พ่อกำลังจะได้ไปหาลูกแล้ว ถึงจะยังไม่เจอหน้าลูกเลยทันที เพราะลูกจะยังอยู่ในท้องแม่อีกเกือบๆ สองเดือน แต่อย่างน้อย พ่อจะได้ไปดูแลแม่เสียที

เดือนหน้า แม่คงจะยิ่งทำอะไรลำบากขึ้น เพราะจากแคนตาลูปน้อย ลูกจะกลายเป็นแตงโมย่อมๆไป

ตอนนี้พ่อกับแม่รู้แล้ว ว่าลูกเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย และได้ตั้งชื่อไว้ให้ลูกแล้ว หวังว่าลูกจะชอบชื่อนี้ มีเรื่องราวมากมายที่เกี่ยวกับชื่อของลูก เอาไว้พ่อจะค่อยๆเล่าให้ฟัง

แม่บอกว่าพ่อคุยเก่งข้ึน ตั้งแต่มีลูก ไม่รู้สินะ เวลาอยู่กับแม่ พ่อชอบฟังแม่คุย ชอบฟังเสียงของแม่ ฟังเรื่องที่แม่เล่าให้ฟัง ลูกได้ยินเสียงแม่ทุกวัน คงเห็นตรงกับพ่อ ว่าแม่เสียงเพราะ เล่าเรื่องสนุก เวลาแม่หัวเราะ ฟังแล้วก็อดหัวเราะตามไม่ได้ แต่สำหรับลูก มีเรื่องมากมายที่พ่ออยากจะเล่าให้ฟัง หวังว่าลูกจะไม่เบื่อ

พรุ่งนี้พ่อต้องไปขึ้นเครื่องบินแต่เช้า แต่ทำท่าว่าจะนอนไม่หลับ เพราะตื่นเต้นมาก ที่หน้าตึกมีตู้โทรศัพท์ สำหรับโทรไปต่างประเทศได้ พ่อคิดว่าจะลงไปโทรหาแม่กับลูก นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เราต้องคุยกันผ่านโทรศัพท์

รักแม่กับลูกสุดหัวใจ

พ่อ

______________________________________________________________________________________________

1.40 น เวลาท้องถิ่น เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน

ต้นกำลังก้าวเท้าออกจากห้อง แต่ฉุกคิดถึงของรับขวัญที่ป๊ากับแม่ฝากมาให้ลูก เขาตัดสินใจหันกลับไปหยิบตลับสีแดงเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเดินทาง แล้วใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตด้านหน้า ในมือถือกุญแจห้อง และบัตรเครดิตที่จะใช้ในการโทรศัพท์ทางไกลไปอเมริกาไว้

เวลากลางดึกเช่นนี้ ไม่ต้องคอยลิฟท์นาน เหมือนช่วงเช้าและเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนที่พักอาศัยในตึกเดินทางออกไปทำงาน และกลับเข้ามา ถึงแม้ต้นจะมาพักที่นี่แค่เพียงสองวัน เพื่อรอขึ้นเครื่องบินต่อไปยังอเมริกา แต่เขาก็พอจะคุ้นเคยกับกิจวัตรของผู้พักอาศัยที่นี่

1.45 น.

ประตูลิฟท์เปิดออก ต้นก้าวเท้าออกจากลิฟท์ เดินผ่านบริเวณล้อบบี้ที่ว่างเปล่า เขากำลังก้าวเท้าออกไปนอกตัวอาคาร เมื่อได้ยินเสียงเหมือนฟ้าร้อง ที่ดังที่สุดที่เขาเคยได้ยินอยู่ทางด้านหลัง

เมื่อหันกลับไปมองเขาเห็นว่า ตัวตึกที่เคยตั้งตระหง่านอยู่กำลังทรุดตัวลง เศษอิฐ เศษปูน รวมถึงวัสดุ และสิ่งของที่ประกอบกันเป็นตัวอาคาร ร่วงหล่นลงมาทุกทาง เสมือนหนึ่งมีมือยักษ์ที่มองไม่เห็น จับฉีกแล้ว โยนออกไปทั่วสารทิศด้วยความโกรธเกรี้ยว

ต้นออกวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต แต่ก่อนที่เขาจะหนีพ้น จากความหายนะนั้น หนึ่งในส่งที่กำลังตกลงมา ฟาดลงที่ศรีษะของเขาอย่างจัง สิ่งสุดท้ายที่เขาระลึกได้ ก่อนที่สติจะดำดิ่งไปสู่ความมืดมน คือ คำสัญญาในอีเมลฉบับสุดท้าย ว่ากำลังจะได้พบ คนสองคนที่มีความหมายที่สุดในชีวิตของเขา ดูเหมือนว่า เขาจะไม่สามารถรักษาสัญญานั้นไว้ได้เสียแล้ว

กลางดึกของคืนวันที่ 21 กันยายน ปี คศ 1999 ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ในประเทศใต้หวัน แรงสั่นสะเทือนอยู่ที่ 7.6 ริกเตอร์ นานถึง 102 วินาที

ผลจากแผ่นดินไหว ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 2,415 ราย บาดเจ็บมากกว่า 11,305 ราย สูญหาย 29 ราย สิ่งปลูกสร้างพังเสียหาย 51,711 แห่ง

ตึก Tunghsing ในเมืองไทเป เป็นตึกที่ถล่มลงมา จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนั้น

________________________________________________________________________

2534

“ต้น มาช่วยป๊าจัดร้านเตรียมรับเปิดเทอมหน่อย”

เสียงป๊าตะโกนมาจากชั้นล่าง ซึ่งเป็นร้านขายของชำร้านใหญ่ที่สุด ในอำเภอเล็กๆ ทางภาคเหนือตอนล่าง

ต้นปิดหนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่กำลังอ่านอยู่ แล้วรีบวิ่งลงไปหาป๊าที่ชั้นล่าง เพราะต้นรู้ดีว่า ป๊าเป็นคนใจร้อน เรียก

ปุ๊ปต้องมาปั๊ป ป๊าพูดเร็ว ทำเร็ว ลูกจ้างร้านอยู่ไม่ค่อยยืด เพราะป๊าบอกว่า ทำงานช้าเกินไป ก็เลยตกมาที่ต้น และน้องสองคน ในการช่วยป๊าจัดการกับร้านเป็นส่วนใหญ่

ร้าน “ช. สมบูรณ์” ขายทุกอย่าง ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบจริงๆ แต่ตอนนี้ป๊ากำลังสาละวน กับการจัดส่วนหนึ่งของร้าน เป็นอุปกรณ์การเรียน เช่น สมุด ดินสอ ปากกา ฯลฯ เพราะใกล้เปิดเทอม ระหว่างที่ป๊าสาละวนกับการสั่งต้น ให้ยกนั่นไว้ตรงนี้ ยกนี่ไว้ตรงนั้น มีชายวัยกลางคนที่ต้นรู้จัก และเด็กหญิงรุ่นราวคราวเดียวกับต้น ที่ไม่คุ้นหน้า ก้าวเข้ามาในร้าน

ต้นไม่เคยเห็นเด็กหญิงคนนี้มาก่อน ในอำเภอเล็กๆที่มีถนนสายหลักแค่สองสาย ไม่มีใครที่ต้นไม่รู้จัก เพราะทุกคนต้องเคยมาซื้อของที่ ช. สมบูรณ์ ไม่มากก็น้อย สิ่งที่สะดุดตาต้น คือ ผมดำขลับ แต่ตัดไว้สั้นแค่ไหล่ และดวงตาโต เงาระยับ ที่มองดูข้าวของในร้านอย่างสนใจ

“สวัสดีครับ หมอพงษ์”

ป๊าส่งเสียงทักทายชายกลางคน คุณพงษ์ทำงานที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ ถึงไม่ใช่นายแพทย์ แต่ทุกคนที่ทำงานโรงพยาบาลก็เป็น “หมอ” ในสายตาของชาวบ้าน

“สวัสดีครับเฮีย”

คุณพงษ์และเด็กหญิง ยกมือไหว้ป๊า

“นี่ลูกสาวครับ ยุดากานต์, หญิง ย้ายมาอยู่กับผม และจะไปโรงเรียนเดียวกับต้นด้วย”

ต้นวางลังสมุดลงบนพื้นแล้วเดินมาไหว้คุณพงษ์

“ต้น กำลังขึ้น ม. 5 ใช่ไหม” คุณชัยถาม

“ครับ”

คุณพงษ์มีท่าทีดีใจเมื่อได้ยินคำตอบ

“หญิงก็เหมือนกัน ไม่รู้จะได้อยู่ห้องเดียวกันรึเปล่านะ ยังไงอาฝากต้นดูหญิงด้วยนะ”

มาถึงตอนนี้ หญิง พูดขึ้นมาค่อยๆ แต่หนักแน่นว่า

“พ่อค่ะ หญิงไม่ได้อยู่อนุบาลนะ ถึงต้องมีพี่เลี้ยง แล้วต้นคงไม่อยากเป็นพี่เลี้ยงเด็กโข่งหรอกค่ะ”

เมื่อเหลือบมองหญิง ก็เห็นแววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความขบขัน ริมฝีปากที่แย้มออกจนเกือบจะเป็นรอยยิ้มนั้น ส่งให้ลักยิ้มบนแก้มชัดยิ่งขึ้น ต้นรู้สึกร้อนฉ่าไปทั้งใบหน้า ตอนนี้ทั้งหน้าและหูคงจะแดงไปหมด ก็เลยได้แต่ก้มหน้าลงมองเท้า ที่ใส่ร้องเท้าแตะคีบอยู่ พร้อมกับคิดในใจว่า คนพิลึก ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ คงจะยิ้มเขิน ม้วนต้วน แต่นี่ดันมีหน้ามาแซว แถมเกือบๆจะหัวเราะใส่อีก

คุณพงษ์หัวเราะแห้งๆ แล้วบอกให้หญิงไปเลือกอุปกรณ์การเรียนที่ต้องการ

ป๊าชวนคุณพงษ์ไปนั่งที่โต๊ะ ที่ใช้ทำสารพัดอย่าง ทั้งทำบัญชี กินข้าว ทำการบ้าน และตอนนี้เป็นที่รับแขกคุณพงษ์นั่งลงรอหญิง ป๊าเปิดขวดโค้กแช่เย็นให้คุณพงษ์ ป๊าชอบคุณพงษ์ เพราะคุณพงษ์เป็นลูกค้าที่ดี ไม่เคยติดเงิน และสุภาพเรียบร้อย ไม่เบ่งอำนาจ เหมือนข้าราชการคนอื่นๆ

“แม่เค้าย้ายไปอเมริกา กับสามีใหม่ อย่างที่เฮียรู้ เราหย่ากันนานแล้ว หญิงก็อยู่กับแม่เค้ามาตลอด ผมก็แค่ไปเยี่ยมตอนปิดเทอม”

“แม่เค้าอยากให้ไปด้วย แต่หญิงไม่ยอมไป”

คุณชัยนิ่งไป ก่อนจะเล่าต่อว่า

“เค้าบอกว่าไม่ยุติธรรม เพราะแม่ยังมีสามีใหม่ดูแล แต่ผมไม่มีใครเลย ลูกเลยขอมาอยู่กับผม”

“มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะหมอพงษ์ เราก็คนกันเอง อย่าเกรงใจ”

นั่นเป็นวันแรกที่ต้นได้รู้จัก หญิง เด็กหญิงพิลึกในความเห็นของต้น

________________________________________________________________________________

วันเปิดเทอมการศึกษา ปี 2534

ในอำเภอเล็กๆที่ต้นอยู่นั้น ถึงแม้จะมีโรงเรียนมัธยม แต่ครอบครัวส่วนใหญ่ ยังนิยมส่งลูกหลานไปเข้าเรียนระดับชั้นมัธยมในอีกอำเภอ ซึ่งมีขนาดใหญ่ เป็นโรงเรียนที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงกว่า การเดินทางไปโรงเรียนก็อาศัยรถเมล์ ที่ขนส่งระหว่างจังหวัดใกล้เคียง รถเมล์เที่ยวเช้าจะเต็มไปด้วยเด็กนักเรียน และในเที่ยวขากลับก็เช่นกัน

ป้ายรถเมล์ในอำเภอ จะมีสองป้าย ป้ายแรกอยู่หน้าซอยทางเข้าโรงพยาบาล ป้ายที่สองเป็นป้ายหน้าตลาด

เมื่อต้นและน้องสาวทั้งสองขึ้นรถเมล์ที่ป้ายหน้าตลาด หญิงนั่งอยู่บนรถ ในที่นั่งใกล้หน้าต่าง หญิงหันมามองกลุ่มเด็กนักเรียนที่เดินขึ้นรถ เธอยิ้มให้เมื่อเห็นต้น แล้วพูดว่า “สวัสดีต้น”พร้อมกับส่งยิ้มเผื่อไปถึง ข้าวตอกและข้าวตูน้องสาวของต้น เด็กทั้งสองทำหน้าทึ่ง ว่าเฮียต้นไปรู้จักพี่สาว ยิ้มสวยคนนี้ได้ยังไง เพราะในวันที่ คุณพงษ์ พาหญิงไปซื้ออุปกรณ์การเรียน เด็กทั้งสองไปเยี่ยมยายกับแม่

“หนูนั่งกับพี่ได้รึเปล่า”

ข้าวตอกถามหญิง และยังไม่ทันรอคำตอบก็เลื่อนตัวเข้าไปนั่งเบาะเดียวกับหญิง และเริ่มชวนคุยอย่างคนมนุษย์สัมพันธ์ดี ส่วนต้นกับข้าวตูนั่งเบาะถัดไปด้านหน้า

ก่อนรถจะออก มีเด็กผู้ชาย 3-4 คน วิ่งกรูขึ้นมาบนรถ ส่งเสียงดังเอะอะ ดูท่าทางเอาเรื่อง(ในทางไม่ดี) แค่เช้าเปิดเทอมวันแรก ชายเสื้อก็ออกมานอกกางเกงซะแล้ว

“หวัดดีคับเฮีย”

ตัวหัวโจกกล่าวทักทายต้น

“หวัดดี”

ต้นตอบรับเรียบๆ พร้อมกับนึกในใจว่า วันนี้จ้อนจะหาเรื่องแซวใคร เพราะคุณสมบัติอย่างหนึ่งของจ้อนคือ “ปากอยู่ไม่สุข” มักจะแซวคนโน้น กระเซ้าคนนี้ หลายๆคนไม่ตลกไปด้วย แต่ถ้ายิ่งต่อปากต่อคำ จ้อนจะยิ่งชอบใจใหญ่ คนส่วนมากก็จะขมุบขมิบคำด่าเบาๆ และทำเป็นไม่สนใจ

แต่จ้อนไม่กล้าแหยมกับต้น เพราะป๊าอนุญาติให้บ้านจ้อน “แปะ” ค่าของ แล้วค่อยไปจ่ายตอนสิ้นเดือน

แต่วันนี้ จ้อนมองเห็นเหยื่อคนใหม่ นั่งคุยอยู่กับข้าวตอก เด็กหญิงคนนั้นใส่ชุดนักเรียน ม.ปลาย หน้าตาไม่คุ้น

“หวัดดีจ้ะน้อง เพิ่งย้ายมาเหรอ”

สายตาจ้องไปที่หญิง ใบหน้ายิ้มกริ่ม มือหนึ่งโหนรถเมล์ อีกมือถือหนังสือ ทั้งๆที่เป้สะพายหลังก็มี แต่เจ้าตัวคิดว่า ถือหนังสือไปแบบนี้ดูเท่ดี

“ใครบอกว่า..”

ข้าวตอกตั้งท่าจะตอบ แต่โดนจ้อนขัดจังหวะ ด้วยการยกนิ้วชี้ ส่ายไปมาหน้าข้าวตอก

“อ๊ะๆๆ ใครพูดกับเธอข้าวตอก .. พูดกะคนข้างเธอต่างหาก”

ต้นได้ยินทั้งหมด กำลังคิดว่าต้องออกโรงช่วยหญิง ก่อนจะโดนจ้อนก้อร่อก้อติก แต่ได้ยินเสียงหญิงพูดขึ้นเรียบๆว่า

“ต้องเรียกเราว่าพี่ เธอเด็กกว่าเรา”

พร้อมกับหันไปมองจ้อนตรงๆ ด้วยนัยน์ตาดำขลับคู่นั้น

“เหรออ รู้ได้ไงจ้ะ”

“ก็ที่ถืออยู่ในมือ เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา ของเด็ก ม. 4 รึเปล่าล่ะ”

เน้นคำว่า “เด็ก” เสียงดัง และพูดต่อไปว่า

“เราอยู่ ม. 5 เรียกเราว่า พี่หญิงได้ แล้วน้องชื่ออะไร”

เน้นคำว่า “น้อง” ดังๆ

ตอนนี้เด็กๆในรถเริ่มหัวเราะกันคิกคัก ใครคนหนึ่งตะโกนออกมาดังๆว่า

“น้องจ้อน” และที่เหลือก็ฮากันครืน

ต้นหันไปมองหญิงที่เบาะหลัง หญิงกำลังหัวเราะเห็นฟันขาวซี่เล็กๆเรียงราย ลักยิ้มที่แก้มบุ๋มลงไปอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่สะดุดตาบนใบหน้าของหญิงที่สุดคือ ดวงตาทั้งคู่ ที่ตอนนี้ส่งประกายสนุกระยิบระยับ

จ้อนเองก็พลอยหัวเราะไปด้วย ร้อยวันพันปี ไม่เคยมีใครต่อปากต่อคำกับจ้อน ในที่สุดก็มาเจอดีจนได้

“จ้อน ครับ แจ้!!”

จ้อนทำท่าวันทยาหัตถ์ให้หญิง แล้วเดินไปนั่งที่เบาะด้านหลังรถ ทั้งๆที่ยังหัวเราะอยู่ ต้นถอนหายใจออกมาเบาๆ บางทีคุณพงษ์ อาจจะไม่ต้องฝากให้เขาดูแลลูกสาวให้ เพราะดูแล้วหญิงเอาตัวรอดเองได้

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

มิตรพิศวาส (คุณเพื่อน ยอดยาหยี)

มิตรพิศวาส (คุณเพื่อน ยอดยาหยี)

Honey Orapim

"จะออกไปไหนน่ะเล่ย์ ข้างนอกอากาศเย็น เล่ย์ไม่สบายอยู่นะ" เธอบอกเสียงอ่อนโยน "เรื่องของเล่ย์ เล่ย์ก็จะไปตามประสาคนโสด" เขาตอบอย่างงอนๆ "เป็นอะไรอีกฮะ อย่ามาเอาแต่ใจกับลินนะ ลินไม่ชอบ" บอกเสียงเข้ม พลางจ้องหน้าเขาเขม็ง "ใครจะไปดีเหมือนไอ้นพล่ะ" "หยุดพูดถึงนพแบบนั้นนะ ทำไมเล่ย์ต้องพาดพิงถึงเค้า" "เล่ย์เป็นเพื่อนลิน เล่ย์ก็ต้องพูดถึงแฟนลินได้สิ ทำไม หรือเพื่อนคนนี้มันไม่มีสิทธิ์ ใช่สิ เล่ย์มันก็แค่เพื่อนนี่ เพื่อนที่ลินไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา" เขาว่าเธอระรัวอย่างที่ไม่เคยทำมานานแล้ว "นี่เล่ย์ไปกันใหญ่แล้วนะ นพเค้าไม่ใช่แฟนลิน นพเค้ามีคนรักอยู่แล้ว ทำไม เป็นเพื่อนลินมันไม่ดีตรงไหน หรืออยากจะเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นผัวหรือไง ฮะ" พัฒนะอ้าปากค้าง หน้าขึ้นสีเข้มขึ้นมาทันใด เมื่อเจอคำพูดตรงไปตรงมาแบบนั้น ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นเรียบเฉย เมื่อเข้าใจว่าเธอแค่หวง กลัวเขาจะไปเที่ยวเตร่เดินควงสาวอื่นๆ เหมือนที่แล้วๆ มา ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งมากมายกว่านั้น

สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ

หวังฉีหลิน อายุ 25 ปีสาวเจ้าหน้าที่การเกษตรและพ่วงมาด้วยเจ้าของสวนสมุนไพรรายใหญ่ เสียชีวิตกระทันหันหลังจากกลับมาจากท่องเที่ยวพักผ่อนและเธอได้เก็บเอาก้อนหินสีรุ้งมาจากพระราชวังโปตาลามาได้เพียงสามเดือน ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ หากตายไปแล้วก็ไม่เป็นไรเพราะเธอเองเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนกระทั่งมีอายุได้ 18ปี ถึงได้ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองตอนนี้เธอ ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้ว เพียงแต่เสียดายที่เธอยังไม่ได้ทำตามความฝันของตัวเองเลย เฮ้อ ชีวิตคนเรานั้นมันแสนสั้น อายุ25 แฟนไม่เคยมี สามียังอยากได้ ไหนจะลูกๆที่ฝันอยากจะมีอีก คงต้องหยุดความหวังและความฝันเอาไว้เท่านี้ เหนือสิ่งอื่นใด ตายแล้วตายเลยจะไม่ว่า แต่ดันตื่นขึ้นมาในร่างหญิงชาวนายากจน ชื่อหวังฉีหลินเช่นเดียวกับเธอพ่วงมาด้วยภาระชิ้นใหญ่ อย่างสามีที่ป่วยติดเตียงและลูกชายฝาแฝดทั้งสอง แถมยังมีภาระชิ้นใหญ่ม๊ากกกมาก กอไกล่ล้านตัวอย่างพ่อแม่สามีและน้องๆของสามี ที่โดนบ้านสายหลักกดขี่ข่มเหงรังแก เอารัดเอาเปรียบและบังคับแยกบ้านหลังจากที่สามีของนางได้รับบาดเจ็บสาหัส สาเหตุที่หวังฉีหลินต้องมาตายไปนั้นเพราะโดนลูกสะใภ้บ้านสายหลักผลักตกเขาระหว่างที่กำลังยื้อแย่งโสมคนที่หวังฉีหลินขุดมาได้

คนที่ใช่รออยู่ไม่ไกล

คนที่ใช่รออยู่ไม่ไกล

James Hawke

การแต่งงานที่แอบปกปิดไว้สามปี ในที่สุด ฉู่ช่านก็รอวันแต่งงานของเธอมาจนได้ แต่ในคืนก่อนงานแต่งงาน สามีที่เธอรักสุดหัวใจมาหลายปีกลับบอกเธอว่าเขาจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน “เสี่ยวหน่วนเคยช่วยชีวิตฉันไว้ เรามาช่วยเธอเถอะได้ไหม?” ฉู่ช่านรู้สึกผิดหวังมาก ไม่ต้องการเป็นภรรยาที่ต้องซ่อนเร้นในชีวิตเขาอีกต่อไป การหย่าที่เคยเป็นเพียงแค่การแกล้งกลายเป็นการหย่าจริงที่ตัดขาดความรักของฉู่ช่าน หลังจากหย่าแล้ว สามีเก่ากลับรู้สึกเสียใจ เขาอ้อนวอนอย่างบ้าคลั่งให้ฉู่ช่านมองเขาอีกครั้ง แต่เศรษฐีที่มีชื่อเสียงและเย็นชากลับโอบเอวของฉู่ช่านไว้ มองเขาด้วยสายตาที่เหยียดหยาม “ตอนนี้ ฉู่ช่านเป็นผู้หญิงของฉันแล้ว”

ชายาข้าเป็นหมอนิติเวช

ชายาข้าเป็นหมอนิติเวช

เกาะครีต

วิญญาณแพทย์นิติเวชที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 21 ได้เข้ามาอยู่ในร่างคุณหนูของจวนเสนาบดีอย่างบังเอิญ ผู้คนกล่าวหาว่านางไม่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และทำให้บุตรชายของแม่ทัพตาย ด้วยเหตุนี้ฮ่องเต้ต้องการฆ่านางเพื่อให้คำอธิบายกับแม่ทัพ! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนหยิ่งยโสและเจ้ากี้เจ้าการ ทุกคนเกลียดนาง และครอบครัวของนางต้องการไล่นางออก! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนเลวทรามและไร้ความปรานี วางยาน้องสาว และพ่อของนางต้องการโบยนางจนตาย! ในความเป็นจริงหากอยากจะกล่าวหาผู้ใดสักคน มันก็หาข้ออ้างได้ทั่ว แต่นางเป็นคนไม่ยอมใคร นางผอมบางนางหนึ่งปลุกปั่นโลกด้วยความสามารถอันทรงพลังตนเอง ท่านอ๋องกล่าวว่า หากได้เจ้ามาครอบครอง ข้ายอมทรยศทุกคนในโลก นางกล่าวว่า เพื่อท่าน ต่อให้ทุกคนในโลกเกลียดข้า ข้าก็ยอม

คลับรัก รักนะครับที่รักของผม

คลับรัก รักนะครับที่รักของผม

bankpan

อาร์ม>>>นักศึกษาปี4 คณะวิศวะ สุดหล่อที่โคตรใจร้อนไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนนอกจากน้องสาวอย่างแอมแปร์และเพื่อนรักอย่างน้ำฝน "เด็กแพทย์กูนึกว่ามีแต่คนเรียบร้อย แต่คนนี้กูว่ามาร้อยก็เรียบ" เมเบิ้ล>>>นักศึกษาปี4 คณะแพทย์ สาวสวยประจำคณะ เพื่อนสนิทของน้ำขิง สวยแรง เก่ง ฉลาด "เรียนแพทย์เขาใช้สมองนะ ไม่ใช่การแต่งตัว" ดีม>>>นักศึกษาป.โท คณะวิศวะ เพื่อนสนิทของอานนต์ เพลย์บอย เจ้าชู ไม่เคยจริงจังกับใคร "ก็พี่อยากรับผิดชอบหนูนี่คะ" แอมแปร์>>>นักศึกษาปี1 คณะบริหารสาวสวยที่พี่ชายโคตรหวง น่ารัก นิสัยดี แต่ดวงซวยเสียทีให้ผู้ชายในผับของพี่ตัวเอง "จะตามหนูเป็นเงาเลยรึไงคะ"

ตรวนปรารถนา

ตรวนปรารถนา

เพลงมีนา

ปาณิศา ยอมรับว่ามันเป็นความผิดของเธอ ผิดที่ไม่อาจรักษาสัญญาที่จะรอเขากลับมาเพื่อใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าเขาจะโกรธแค้นเธอนัก เธอยอมรับทุกความผิดนั้นไว้แต่เพียงผู้เดียว แต่เธอไม่เคยนอกใจเขาเลย แม้เธอจะต้องแต่งงานกับชายอื่นรุ่นราวคราวพ่อ ทว่าหัวใจของเธอยังคงรักเพียงเขาคนเดียว “อยากให้ผมหยุดไหม? ถ้าคุณไม่ห้ามผมตอนนี้ ผมหยุดไม่ได้อีกแล้ว” ดวงตากลมโตจ้องมองเขา ในเวลานี้แววตาของเขายังมองเธอด้วยความรัก เธอยกมือขึ้นแตะแก้มของเขาเบาๆ คทาวุธจับฝ่ามือของเธอมาจูบไล่ที่ละนิ้ว ใบหน้าแดงกล่ำพยักหน้าอย่างเขินอาย ไม่รู้ว่าตัวเองเอาความกล้ามาจากไหน เธอไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน เมื่อเธอเต็มใจเขาก็ลุกขึ้นแล้วช้อนตัวคนตัวเล็กขึ้นในวงแขน เธอยกแขนขึ้นคล้องคอเขาซบหน้ากับแผงอกที่อบอุ่น ไม่กี่นาทีหลังของเธอก็แตะบนเตียงนอนของเขา

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
ทางรักสีกุหลาบ ทางรักสีกุหลาบ ธิรา ภูมิกูล โรแมนติก
“ในปี 2534 ต้นและหญิงได้พบกันเป็นครั้งแรกในร้านของต้น จาก “เด็กพิลึก” ที่ต้นเคยรู้สึกกับหญิง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆในหัวใจ ที่กลายเป็นความรัก ชีวิตในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ยิ่งทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ต้นก็ยังไม่กล้าบอกความในใจ แม้เมื่อหญิงต้องย้ายไปอเมริกา แต่ความห่างไกลนั้น ไม่ได้เป็นอุปสรรค กลับทำให้ความรักมั่นคงยิ่งขึ้น และทั้งคู่รู้ว่า สิ่งที่ต้องการที่สุด คือการได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ความฝันใกล้เป็นความจริง เมื่อต้นได้งานที่อเมริกา แต่เหตุร้ายในไต้หวัน ทำให้ต้นไม่สามารถจำอะไรได้ เขามีเพียงข้อความจากหญิง ที่จะช่วยนำความรักและความทรงจำกลับมา”
1

บทที่ 1 That's how it started

24/02/2024

2

บทที่ 2 Come ride with me ~ รถเมล์เป็นเหตุ

25/02/2024

3

บทที่ 3 And they call it puppy love ~ หรือจะเป็นรัก

26/02/2024

4

บทที่ 4 A whole new world ~ โลกใบใหม่

27/02/2024

5

บทที่ 5 Stand by me ~ ขอเพียงเธออยู่ข้างฉัน

28/02/2024

6

บทที่ 6 New home ~ บ้านหลังใหม่ในรั้วเดิม

29/02/2024

7

บทที่ 7 แทนคำนั้น

01/03/2024

8

บทที่ 8 You might love me too..~

02/03/2024

9

บทที่ 9 เกินครึ่งฟ้า

03/03/2024

10

บทที่ 10 มากกว่าคิดถึง

03/03/2024

11

บทที่ 11 Let's try~ โอกาสอยู่ตรงหน้า ต้องลองคว้าไว้

03/03/2024

12

บทที่ 12 Get me a job~ได้งานแล้วจ้า

03/03/2024

13

บทที่ 13 เพลงสุดท้ายหน้าบี

03/03/2024

14

บทที่ 14 Marry me ~แต่งงานกันนะ

03/03/2024

15

บทที่ 15 Happy day~กี่เพ้าสีส้มอมชมพู

03/03/2024

16

บทที่ 16 อยู่นานนานได้ไหม

03/03/2024

17

บทที่ 17 To make you feel my love.

03/03/2024

18

บทที่ 18 ในวันที่โลกไร้เธอ

03/03/2024

19

บทที่ 19 คนไข้ชายนิรนาม

03/03/2024

20

บทที่ 20 สุดฟ้านั้นมีเธอ

03/03/2024

21

บทที่ 21 จูเลียต

03/03/2024