อุ้งมือพิศวาสซาตาน

อุ้งมือพิศวาสซาตาน

อัญญาณี

5.0
ความคิดเห็น
120.2K
ชม
75
บท

“ฉันเอง จะตกใจอะไรหนักหนา ไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ได้นอกจากฉันอยู่แล้ว” เขาพูดเสียงไม่สบอารมณ์ มองใบหน้านวลที่ส่องกระทบกับแสงสีส้มจากหลอดนีออนแล้วพาใจสั่น ดวงหน้าหวานยามต้องแสงสีนี้ผสมผสานกับความเห่อร้อนจากความอาย ทำให้เธอเกิดความงดงามราวกับภาพวาดจากจิตรกรชั้นเอก เขาเผลอไผลหลงมองนิ่งงัน ลืมความไม่พอใจเรื่องที่เธอผลักร่างของตนจนสิ้น “ตาขอโทษค่ะ” เธอก้มหน้างุด ข่มความอายเมื่อเขามองเธอไม่วางตา เอ่ยคำขอโทษต่อเจ้าหนี้รายใหญ่ของบิดา เขาจะว่าเธอก็ไม่ถูกเพราะทีแรกเธอนอนคนเดียวในห้องนี้ แล้วตื่นมาเจอใครอีกคนอยู่ด้วยก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา “ทำหน้าที่เธอให้ดี แล้วฉันจะให้อภัย” สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงแค่นี้คือหาความสุขจากร่างสาวอวบอิ่ม ที่ทำให้เขาคิดถึงมาตลอดทั้งวันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

บทที่ 1 1

1

“นะครับ ช่วยผมหน่อยนะครับคุณสิงห์ ผมมองไม่เห็นใครจริงๆ ครับ”

เสียงขอร้องอ้อนวอนดังผ่านปากรณชัย ชายวัยหกสิบปี สีหน้าของผู้พูดเต็มไปด้วยความหนักใจ หากราชสีห์ไม่ช่วยเขา รับรองได้ว่าธุรกิจของตนต้องล่มจมเป็นแน่

ราชสีห์ ศิวะธำรงกุล นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงแห่งปี มีธุรกิจในมือหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือสถาบันการเงินประเภทไม่ใช่ธนาคาร ภายใต้ชื่อบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เดอะซันกรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ปู่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา หลังจากปู่เสียชีวิตชายหนุ่มก็ได้ครอบครองทรัพย์สมบัติมหาศาลด้วยวัยเพียงสามสิบปี และอีกเก้าปีต่อมาราชสีห์ก็สามารถทำให้บริษัทแห่งนี้ติดอันดับหนึ่งในสามของบริษัทเงินทุนฯ ที่มีรายได้มากที่สุด มีความแข็งแกร่งในเชิงธุรกิจจนยากที่ใครจะโค่นล้มได้

“เงินมันเยอะมากนะคุณชัย ถ้าผมให้ไปก็ไม่รู้ว่าจะได้คืนหรือเปล่า”

ราชสีห์พูดอย่างนักธุรกิจผู้มองการณ์ไกล เขารู้ดีว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของรณชัยอยู่ในขั้นวิกฤตมากแค่ไหน ขาดเม็ดเงินในการหมุนเวียนธุรกิจ ส่งผลให้ขาดแรงงานที่พากันลาออกเนื่องจากเจ้าของบริษัทจ่ายเงินเดือนล่าช้า ซ้ำยังติดหนี้ร้านอุปกรณ์ก่อสร้างที่ให้เครดิตกับรณชัยร่วมสิบห้าล้านบาท ไม่รวมกับเงินกู้ที่กู้มาหมุนเวียนจากธนาคาร นับจำนวนหนี้สินทั้งหมดก็ไม่ต่ำกว่าสามร้อยล้านบาท เงินจำนวนมากขนาดนั้นหากเขาให้ไปก็ไม่รู้จะได้คือหรือไม่ และหากอีกฝ่ายไม่ได้เงินก้อนนี้จากเขา รับรองได้ว่ารณชัยต้องล้มละลายแน่นอน

“ได้คืนสิครับ ยอดจองคอนโดของผมเกินกว่าครึ่งแล้วนะครับ ถ้าสร้างเสร็จต้องมีคนมาซื้อเพิ่มเติมแน่ๆ ครับ ผมมั่นใจ”

รณชัยยังมีความหวังว่าคอนโดมิเนียมที่กำลังสร้างอยู่นี้จะสร้างกำไรให้เขาเหมือนคอนโดอีกหลายแห่ง เพียงแค่ว่าต้องหาเงินทุนมาหมุนเวียนในการปลูกสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนด ซึ่งจะสมหวังหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคนตรงหน้า

“ที่คุณพูดมามันก็เป็นแค่เพียงการคาดเดาของคุณ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าอนาคตมันจะเป็นยังไง ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งพูดยากใหญ่ ผมเป็นเจ้าของเงินก็ต้องคิดหนักหน่อย จะให้ใครกู้เงินก็ต้องมองเห็นการได้เงินคืน ไม่ใช่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ”

รณชัยใจร้อนรุ่มมากกว่าเดิม เขารู้ดีว่าราชสีห์เป็นนักธุรกิจที่มองการณ์ไกล คิดและทำสิ่งใดก็ต้องรอบคอบ ยิ่งจำนวนเงินที่เขาขอกู้ที่มีมูลค่าสูงถึงห้าร้อยล้านบาท ใครเป็นเจ้าของเงินก็ต้องคิดหนัก แต่เขาก็ไม่อาจละความพยายามได้ เนื่องจากราชสีห์เป็นที่พึ่งสุดท้ายหลังจากตระเวนของกู้เงินตามธนาคารและบริษัทเงินทุนหลายแห่ง ทว่าก็ไม่ธนาคารหรือบริษัทเงินทุนใดให้รณชัยกู้เงินเลยสักแห่ง

“ผมมีบ้าน มีที่ดินอยู่หลายแห่ง ถ้าหากผมนำมาค้ำประกันกับคุณได้หรือเปล่าครับ” งานนี้เขาทุ่มสุดตัวเพื่อธุรกิจและหน้าตาทางสังคม

“บ้านและที่ดินทั้งหมดของคุณมันจะพอเป็นหลักค้ำประกันได้เหรอ” ราชสีห์พูดเชิงถาม “ผมว่าไม่ถึงกึ่งหนึ่งของเงินที่คุณขอกู้จากผมด้วยซ้ำไป”

รณชัยได้ฟังแล้วสีหน้าเคร่งเครียดทันที เห็นทีเขาคงจะชวดเงินกู้ก้อนนี้แน่นอน หากไม่ได้เงินจำนวนนี้รับรองได้ว่า คอนโดของเขาที่ปลูกสร้างไปกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์จะต้องยุติการปลูกสร้าง ปัญหาตามมามีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเงินจองและเงินดาวน์ที่เขาได้รับจากลูกค้าที่สั่งจองและผ่อนเงินดาวน์อยู่ ไหนจะค่าวัสดุก่อสร้างที่คั่งค้าง ค่าจ้างคนงานอีก แค่คิดชายวัยหกสิบปีก็พอจะมองเห็นอนาคตตัวเอง

“แล้วถ้าหากผมหาคนค้ำประกันได้ล่ะครับ คุณสิงห์จะยอมปล่อยเงินกู้ให้ผมหรือเปล่า”

รณชัยยังดิ้นรนต่อไป แม้ว่าเขาจะยังมองไม่เห็นว่าจะมีใครยอมมาค้ำประกันเงินกู้ให้ตน แต่เขาก็จะพยายามให้มากที่สุด เพื่อให้ได้เงินต่อชีวิตก้อนนี้

ราชสีห์กระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่รณชัยเห็นแล้วขนลุก “ใครจะกล้าค้ำประกันให้คุณครับคุณรณชัย เงินไม่ใช่แค่ล้านสองล้านนะ มันตั้งห้าร้อยล้าน ผมว่านะแค่คุณอ้าปากขอใครคนนั้นก็ปฏิเสธแล้ว”

เจ้าของเงินพูดเหมือนรู้ทาง คนที่มาขอกู้เงินหน้าเสีย หนทางที่จะไม่ได้เงินนั้นมีสูงมากเหลือเกิน ในเมื่อทางนั้นก็ไม่ได้ ทางนี้ก็ไม่ได้ แล้วจะมีทางไหนที่พอจะมองเห็นว่าเขาจะได้เงินจำนวนนี้

“คุณราชสีห์พอจะมีทางไหนเสนอให้ผมไหมครับว่า ผมจะต้องทำยังไงถึงจะได้เงินกู้ก้อนนี้”

เวลานี้คนร้อนเงินหมดสิ้นหนทางจะคิดและพูด เขาจึงเอ่ยถามเจ้าของเงินตรงๆ หากมีทางใดที่จะได้เงิน เขายินดีทำทุกทาง แล้วคำพูดของรณชัยก็เข้าทางราชสีห์แบบเหมาะเหม็ง

“ถ้าผมบอกคุณจะทำตามจริงๆ ไหมคุณรณชัย” ราชสีห์ถามกลับ แววตาประกายเจ้าเล่ห์

“ใช่ครับ ผมยอมทำทุกอย่างครับ”

ตอนนี้รณชัยต้องการเพียงเงินมากอบกู้สถานการณ์วิกฤตของตัวเอง จนเขาไม่คิดไม่ไตร่ตรองคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

“ผมได้ข่าวว่าลูกสาวของคุณสวยไม่ใช่เล่น...คุณขอกู้เงินผมห้าร้อยล้านผมก็จะให้ แต่คุณต้องเอาลูกสาวของคุณมาค้ำประกันเงินกู้ คุณชดใช้หนี้ผมหมดเมื่อไหร่ ลูกสาวของคุณก็ได้รับอิสระเมื่อนั้น”

คำตอบของราชสีห์เรียกความตกใจให้กับคนร้อนเงินได้อย่างมาก หัวใจของรณชัยแทบจะหยุดเต้น ไม่คาดคิดว่าข้อเสนอของชายหนุ่มตรงหน้าจะเป็นเช่นนี้

“อะ อะไรนะครับ จะให้ลูกสาวของผมมาเป็นตัวค้ำประกันเหรอครับ” รณชัยถามทวนอย่างไม่แน่ใจ สมองยังรู้สึกสับสนอยู่

“ใช่ครับ” ราชสีห์ตอบเสียงหนัก ยกยิ้มมุมปากเชิดขึ้นข้างหนึ่ง “ผมจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ คุณต้องให้ลูกสาวของคุณมาเป็นเครื่องประดับบนเตียงของผม จนกว่าหนี้สินของเราจะหมดไป แต่ถ้าคุณไม่เห็นด้วยหรือไม่ยินยอมก็ได้นะ ผมยังไงก็ได้เพราะผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่แล้ว”

ราชสีห์เสมือนผู้กำชัย มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่คนถูกมองเห็นแล้วอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ รณชัยกำลังคิดว่าข้อเสนอของราชสีห์เปรียบเสมือนแสงสว่างนำทาง หากเขาไม่ตกปากรับคำ เงินก้อนใหญ่ที่จะไปขยายธุรกิจของตนเป็นอันต้องชวด แล้วไม่รู้ว่าจะมีโอกาศแบบนี้อีกหรือไม่

“ตกลงครับ ผมตกลง” คนจนตรอกอยากได้เงินตอบรับแบบไม่ทันคิดอ่านให้รอบคอบ ตอบไปทั้งที่ไม่รู้เลยว่าลูกสาวของตนจะยอมหรือไม่ “ผมจะพาลูกสาวมาให้คุณตามที่คุณต้องการ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ วันไหนที่คุณพาลูกสาวมาให้ผม ผมก็จะให้เงินคุณในวันนั้นครึ่งหนึ่ง แล้วจะให้อีกครึ่งหนึ่งในวันต่อมา ข้อตกลงมีเท่านี้”

เสียงทรงอำนาจของเจ้าของเงินเอ่ยบอกรณชัยที่ยิ้มอย่างมีความหวัง แม้ว่าภายในจิตใจจะกลัดกลุ้มไม่น้อย

“ครับได้ครับ ตกลงตามนี้ครับ”

“เห็นทีเราจะคุยกันเสร็จแล้วนะ เชิญคุณรณชัยกลับไปเตรียมตัวพาลูกสาวมาให้ผมได้แล้ว ผมเองก็มีงานที่จะต้องทำต่อเหมือนกัน”

เจ้าของห้องพูดเชิงไล่อย่างสุภาพ บอกตรงๆ ว่าราชสีห์ไม่อยากจะเสวนากับรณชัยมากนัก แล้วที่ยอมเสียเงินหลายร้อยล้านก็ไม่ใช่ว่า อยากจะช่วยเหลือชายสูงวัยตรงหน้า เขาเพียงแค่อยากจะแก้แค้นใครบางคนให้เจ็บๆ คันๆ ในหัวใจบ้าง

“ครับ ผมลานะครับ”

รณชัยเอ่ยลาเจ้าของห้อง เขาลุกขึ้นยืนหมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานของราชสีห์ทันที เวลานี้รณชัยพกทั้งความดีใจที่จะได้เงินไปพร้อมกับความหนักใจอันหนักอึ้งไปด้วย

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ อัญญาณี

ข้อมูลเพิ่มเติม
สวาทรัก อสูรร้าย

สวาทรัก อสูรร้าย

มหาเศรษฐี

5.0

"คนอย่างเธอความเจ็บปวดแค่นี้มันยังน้อยเกินไป เธอต้องเจ็บเหมือนกับที่มินามิเจ็บ และต้องเจ็บยิ่งกว่าหลายร้อยเท่า ฉันจะทำให้เธอตายอย่างช้าๆ แต่ทุกข์ทรมานแสนสาหัส เธอจะไม่ได้ยินหรือสัมผัสกับความอ่อนโยนเมตตาจากฉัน สิ่งที่ฉันจะมอบให้เธอมีเพียงความเกลียดชังเท่านั้น จำใส่กะโหลกไว้" เรียวเหวี่ยงร่างงามไปที่เตียงนอนอย่างแรง มือหนาจับที่ข้อเท้าของเธอไว้แน่นเมื่อรู้ว่าเธอกำลังกระเถิบตัวหนี "หนีสิ หนีเลย ถ้าเธอหนี คนที่ตายเป็นคนแรกคือแม่ของเธอ ฉันจะให้แม่เธอตายเหมือนหมูเหมือนหมาข้างถนน เหมือนกับที่เธอฆ่าแม่ของฉัน" ดวงตาเขาเปล่งแสงแรงกล้าของความอาฆาต เมื่อนึกถึงข้อนี้อยากจะฆ่าหญิงสาวตรงหน้าให้ตายตามมารดาและคนที่เขารัก แต่ความตายอาจจะไม่ทำให้เขาสะใจ นอกจากกระกระทำต่อไปนี้ที่สะใจเขามากที่สุด ทรรศิกาหยุดดิ้นรนขัดขืน เขาจึงปล่อยข้อเท้าของเธอให้เป็นอิสระ จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าต่อหน้าเธอ ความกลัวเริ่มเกาะกินจิตใจของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ อยากจะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่ แต่เมื่อนึกถึงมารดา ทำให้เธอก้มหน้ารับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น เรื่องที่คุณน่าจะสน

รักร้อนเพลิงพิศวาส

รักร้อนเพลิงพิศวาส

มหาเศรษฐี

5.0

“ไม่นะ อย่านะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ คุณได้พระคืนไปแล้วนี่ ปล่อยฉันไปเถอะ ฮือ...อย่าทำอะไรฉันเลย อย่าทำฉันเลย” หมอนวดสาวยังคงอ้อนวอนไม่หยุด มีหรือที่รัฐภูมิจะใจอ่อน เมตตาสาวตรงหน้าง่ายๆ เขาปล่อยเธอแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้และเวลานี้ สิบแปดมงกุฎอย่างจันยาวีร์ต้องเจอคนอย่างเขา ร้ายมาร้ายกลับและเพิ่มความร้ายมากเป็นร้อยเท่า เท้าเล็กพยายามถีบ กระแทกไปที่ร่างหนาดูเหมือนว่าจะถีบลมมากกว่า มันไม่ช่วยอะไรเลยจริงๆ เพราะตอนนี้เขาขึ้นมานั่งคร่อมร่างเธออีกครั้งหนึ่งแล้ว “ยานี้จะทำให้ร้อนรุ่มอย่างมากมาย เลือดในกายเธอจะสูบฉีดจนเธอกระสับกระส่าย กระหายไปด้วยความใคร่แบบสุดๆ เธออยากจนแทบจะถ่างขารอให้ผู้ชายมากระทุ้ง ขอให้มีความสุขกับความร่านที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเธอนะ ยาออกฤทธิ์เต็มที่เมื่อไหร่ ฉันจะมาสนองตอบความอยากให้เธอเอง รับรองถึงอกถึงใจไปสามโลก หมอนวดอย่างเธอคงผ่านศึกมาไม่ใช่น้อย คงมีวิธีบังคับความร่านของตัวเองนะ ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อน แล้วเจอกันนะแป้ง” จันยาวีร์เม้มปากเป็นเส้นตรงแน่น เพื่อไม่ให้เขานำยานั้นใส่เข้าไปในปากของเธอ ทว่ามันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลยที่จะทำให้ปากของเธอเปิดอ้าออก เพียงแค่รัฐภูมิใช้ฝ่ามือบีบไปบนแก้มของเธอทั้งซ้ายขวาอย่างแรง หญิงสาวระบมปวดแก้มไปหมด แรงบีบที่มากมายทำให้ปากที่เม้มค่อยๆ คลายตัวออก จนในที่สุดปากของเธอก็อ้าออก ชายหนุ่มหน้าดุรีบใส่ยาปลุกเซ็กส์เข้าไปในช่องปากสาวบังคับให้เธอกลืนมันลงไปด้วยการนำฝ่ามือใหญ่มาปิดทับที่ริมฝีปาก ยาที่อยู่ในปากไม่ได้ถูกกลืนลงไปในลำคอ แต่มันละลายเมื่อสัมผัสโดนความชื้นของน้ำลายที่อยู่ภายใน ความขมของเม็ดยาที่เริ่มละลายในปาก ทำให้สาวเจ้าร้องไห้ออกมาทันที คิดในใจว่าเธอจะต่อต้านยาประเภทนี้ได้อย่างไร รัฐภูมิกระตุกยิ้มอย่างพอใจ ขยับร่างกายลงมายืนอยู่ริมเตียง มองดูร่างสาวที่ร้องไห้ตัวโยนด้วยความสะใจ เจอแค่นี้มันยังน้อยไป ริอาจเข้ามากระตุกหนวดเสือถึงที่ ไม่ถูกเสือขย้ำกินก็คงเป็นไม่ได้ เสืออย่างเขาฆ่าได้หยามไม่ได้อยู่แล้ว เขาหมุนตัวก่อนจะขยับร่างกายเดินไปยังห้องน้ำ อาบน้ำอย่างสบายใจ ผิวปากอย่างอารมณ์ดี ยาเซ็กส์ชนิดนี้เขาซื้อมาจากตลาดมืดแห่งหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส เป็นยาปลุกเซ็กส์ชนิดใหม่ล่าสุดที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ สาเหตุที่เขาซื้อยาชนิดนี้มาไม่ใช่ว่าเขาจะใช้เอง พันกรเพื่อนสนิทของเขาเป็นคนฝากซื้อ เพื่อจะนำไปให้พี่เขยที่มีอาการนกเขาไม่ขัน ต้องพึ่งยาปลุกเซ็กส์ขณะที่ดำเนินกิจกรรมทางเพศ ห้านาทีต่อมาหลังจากที่ยาปลุกเซ็กส์เริ่มละลายในปากและตัวยาไหลเข้าไปในลำคอสาว อาการแปลกๆ ก็เกิดขึ้นกับจันยาวีร์ คลื่นความร้อนบางอย่างแผ่กระจายไปทั่วร่างกายของเธอ แทรกลึกไหลซึมเข้าไปตามเซลล์ต่างๆ เม็ดเลือด ลุกลามลึกเข้าไปถึงกระแสเลือดที่เร่งสูบฉีดด้วยอัตราที่เร็วกว่าปกติ จันยาวีร์รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ความร้อนที่ได้รับทำให้เธอต้องการที่จะถอดเสื้อผ้าออก ความปรารถนาทางอารมณ์ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังกระจายอาบไปทั่วร่าง ความเป็นอิสตรีเพศกระตุกและเต้นเร่าอยู่ตลอดเวลา เธอมีความรู้สึกว่าต้องการร่วมเพศกับผู้ชายสักคน เพื่อมาบำบัดอาการที่เป็นอยู่นี้ให้ดีขึ้น ต้องการให้เขานำปาก ลิ้นประโลมจูบไปทั่วร่างสาว และต้องการฝ่ามือของเขาลูบไล้นวดเฟ้นไปตามผิวกายของเธอ และความปรารถนามากที่สุดก็คือ ต้องการให้เขาฝังกายลึกเข้าไปในกลีบสาว ขยับเขยื้อนกายด้วยความรุนแรง กระแทกกระทั้นให้ถึงอกถึงใจ

เพลิงรักเพลิงแค้น

เพลิงรักเพลิงแค้น

มหาเศรษฐี

5.0

“คุณคมน์ฟังหนูนาก่อนค่ะ ได้โปรดฟังหนูนาก่อน” เธอยังคงพูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา หวังจะให้เขายอมฟังเสียงนกเสียงกาอย่างเธอบ้าง หากปล่อยเอาไว้อย่างนี้มีหวังเธอกับประสงค์ต้องตายแน่นอน คมน์เวลานี้ไม่เหมือนคมน์ที่เธอเคยรู้จักเลย เขาคือปิศาจร้ายชัดๆ “จะตอแหลอะไรล่ะ จะตอแหลอะไร ฉันไม่เชื่องูพิษอย่างเธอหรอก อุตส่าห์เลี้ยงอย่างดี ทะนุถนอม ยังริอ่านไปนอกใจฉันไปมีอะไรกับไอ้หน้าอ่อนนั่นอีก วันนี้เธอกับชายชู้ได้ตายคามือคาเท้าฉันแน่...ว้าย..โอ๊ย” สิ้นคำพูดของคมน์ ร่างอรชรถูกเหวี่ยงลงบนพื้นห้องอย่างแรง เสียงแสดงความตกใจจึงหลุดออกมาจากลำคอสาว ตามด้วยเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดเมื่อศีรษะของเธอกระแทกโดนมุมโต๊ะตัวเล็กที่วางหนังสือพอดี “สมน้ำหน้า แต่เธอไม่ได้ตายตรงนี้หรอก” เขาไม่รู้สึกสงสารหรือว่าเมตตารุจิเรศแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามสะใจเสียมากกว่า ร่างบอบบางลุกขึ้นยืนเดินถอยหลังหนีไปสามสี่ก้าว ก่อนจะยกมือนุ่มมาจับบริเวณที่ศีรษะกระแทก มันแค่ปูดขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้น “คุณคมน์ไม่มีเหตุผล ทำไมคุณคมน์ไม่ฟังหนูนาก่อนล่ะคะ” น้ำเสียงของเธอตัดพ้อและน้อยใจ “ไม่ฟัง เพราะสิ่งที่ฉันได้ยินมันบอกฉันหมดทุกอย่างแล้ว ร่าน...คำๆ นี้คงไม่เหมาะสมกับเธอเท่าไหร่ น่าจะเหมาะกับคำว่า เสี้ยน หรือไม่ก็คันมากกว่า ถึงได้แวะกลางทางให้ไอ้หน้าอ่อนมันช่วยเกาให้ ทำไม มันหนุ่มกว่าฉัน หรือว่ามันเก่งเรื่องบนเตียงกว่าฉัน ถึงได้หายไปครึ่งค่อนวันแบบนี้ เสี้ยนไม่รู้จักพอเหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด”

รักร้อนเพลิงพยาบาท 25+

รักร้อนเพลิงพยาบาท 25+

มหาเศรษฐี

5.0

ความพยาบาทของเธอ ทำให้ทุกคนต่างสะพรึงกลัว ยกเว้นเขา...รัฐรวินทร์ ที่จะใช้ความรักทั้งหมดสลายความพยาบาทในใจเกวลิน เขาคือทายาทตระกูลอัครธนากุล ตระกูลมหาเศรษฐีของเมืองไทย เธอคือหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาที่ไร้พิษสง แต่ก็ไม่ใช่ว่า เป็นลูกไก่ในกำมือ “เพี้ยะ!” ฝ่ามือเล็กฝาดลงไปบนแก้มรัฐรวินทร์เต็มแรง จนเกิดรอยฝ่ามือบนผิวแก้มเขา “เธอกล้าตบหน้าฉันเหรอ” เขาถามเสียงเข้ม แววตาลุกโชนด้วยความโกรธ “ก็ใช่น่ะสิ ก็คุณอยากปากหมาทำไม แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ” เกวลินตอบด้วยทีท่าไม่เกรงกลัว ทว่าความเป็นจริงนั้นไม่ใช่ ในใจเต้นรัวจากความกลัวชายตรงหน้าที่อาจบีบคอเธอตายได้ “สองครั้งแล้วนะ สองครั้งแล้วที่เธอตบหน้าฉัน เธอจำไม่ได้หรือว่า เธอตบหน้าฉันครั้งแรก เธอต้องเจอกับอะไรบ้าง เธอคงอยากจะกระอักเป็นครั้งที่สองใช่ไหม” เขาถามเสียงเหี้ยม แววตาไร้ซึ่งความปราณี “แค่นี้ฉันก็กระอักเลือดมากพอแล้ว จะโดนอีกสักหน่อยคงไม่เป็นไร อีกอย่างคนอย่างคุณ มันก็หน้าตัวเมียอยู่แล้ว รังแกคนไม่มีทางสู้ เอาสิ เอาเลย ตบฉันเลย แตะฉันก็ได้ หรือว่าจะถีบฉัน ฉันก็ยินดี ฉันจะไม่ร้องขอชีวิตจากคุณ แต่ฉันจะจำทุกอย่างที่คุณทำกับฉัน แล้ววันหนึ่งฉันจะเอาคืนคุณอย่างสาสม” ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เกวลินพูดโดยปราศจากความเกรงกลังรัฐรวินทร์ ชายหนุ่มที่กุมชีวิตตนกับครอบครัวไว้ในอุ้งมือ อุ้งมือของคนที่ไม่เคยให้คำว่า เมตตาปราณีกับตน

หนังสือที่คุณอาจชอบ

เกิดใหม่ในเงามืด

เกิดใหม่ในเงามืด

Orson Erickson
5.0

ครอบครัวเสิ่นเลี้ยงดูเซี่ยซางหนิงเป็นเวลา 20 ปี และเธอเองก็ถูกเอาเปรียบมาเป็นเวลา 20 ปีเช่นกัน วันหนึ่ง พวกเขาตามหาลูกสาวตัวจริงพบ และเซี่ยซางหนิงก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเสิ่น ได้ยินมาว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอกำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนัก แต่ความเป็นจริง พ่อแม่ทางสายเลือดของเธอเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองไห่ เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดที่ตระกูลเสิ่นไม่สามารถเอื้อมถึงได้ ตระกูลเสิ่นที่คอยดูว่าเซี่ยซางหนิงจะต้องตกอับอย่างน่าสมเพช แต่กลับต้องตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับตัวตนของเซี่ยซางหนิง ผู้มีอิทธิพลในการเงินระดับโลก วิศวกรระดับแนวหน้า นักแข่งรถอันดับหนึ่งของโลก... เธอยังมีความสามารถที่ซ่อนอยู่อีกกี่อย่างกันแน่ คู่หมั้นยกเลิกการหมั้นกับเซี่ยซางหนิง อย่างไรก็ตาม เมื่อเซี่ยซางหนิงไปออกเดทกับพี่ชายฝาแฝดของเขา เขากลับปรากฏตัวขึ้นและสารภาพรักกับเธอ

เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก

เมียเก่าที่เขาไม่เคยรัก

SHASHAwriter
5.0

ภาวรีแหงนหน้าขึ้นแล้วยิ้มกวนโมโหใส่หน้าเขา "มาขวางทำไม เชยไม่สนพี่เขื่อนแล้วนะรู้ไหม ให้หย่าก็ได้เลย ไปเลย เพราะไรรู้มะ เพราะพี่เขื่อนสู้หนุ่ม ๆ ในร้านไม่ได้เลยสักคน ในนั้นถึงใจกว่าพี่เขื่อนตั้งเยอะ" ลัพธวิทย์หรี่ตามอง ถามเสียงเรียบ "ถึงใจแบบไหน" "ใหญ่กว่า อึด แล้วก็เอาเก่งกว่าพี่เขื่อน" ได้ยินเสียงตัวเองพูดจาก๋ากั่นออกไปแบบนั้นแล้วก็ให้ตกใจไม่น้อย พอได้ยินคำตอบของเธอที่หลับตาฟังก็รู้ว่าจงใจพูดจายั่วยุเขา ลัพธวิทย์ก็ค่อยหัวเราะออกมาลั่น พร้อมค่อนแคะกลับไป "น้ำหน้าอย่างเราเนี่ยหรือ กล้านอนกับผู้ชายตามบาร์" ภาวรีหน้าชาเมื่อถูกจับไต๋ได้ว่าโกหก เธอลอยหน้าลอยตาแล้วตอบเขากลับ "ทำไมจะไม่กล้า แม่เปิดห้องให้เชยลองแล้วด้วย หนุ่ม ๆ ในบาร์โฮสต์ทำให้เชยรู้แล้วล่ะว่าของพี่เขื่อนนี่เทียบชั้นกันไม่ติด แบบนั้นน่ะ..." ภาวรีพูดแล้วกวาดตาลงมองอย่างหยามเหยียด บอกต่อจนจบประโยค "น่าจะเอาไว้แค่ฉี่มากกว่านะ"

ตำนานตาม่วง

ตำนานตาม่วง

Wald Bridges
5.0

"เธอคือผู้ฝึกสัตว์ร้ายที่มีดวงตาสีม่วงอันเป็นเอกลักษณ์ในศตวรรษที่ 24 เมื่อเธอเกิดใหม่เป็นหญิงตั้งครรภ์ ดวงตาของเธอถูกขุดออก การฝึกฝนของเธอถูกทำลาย ตัวตนของเธอถูกพรากไป และลูกชายของเธอถูกไอ้สารเลวและผู้หญิงใจร้ายแย่งชิงไป! จะทนกับสิ่งนี้ได้อย่างไร! จากนั้นเธอใช้ชีวิตกับลูกสาว ปราบสัตว์ร้ายทั้งหมดด้วยดวงตาสีม่วงของเธอ จัดการทุกคนที่หาเรื่องพวกเขา และในที่สุดก็พบกับราชาเทพชั่วร้ายที่พาลูกชายของเธอไปจนได้ ลูกตัวน้อย ""แม่ มีผู้ชายคนหนึ่งที่บอกว่าตราบใดที่หนูเรียกเขาว่าพ่อ เขาจะมอบภูเขาทองคำให้หนู"" ผู้หญิง ""ถามเขาหน่อยว่าเขามีอีกไหม ฉันสามารถเรียกเขาว่าพ่อได้ด้วยนะ"" ราชาเทพกัดฟัน ""สาวน้อย ลูกทั้งสองเป็นของฉัน และตัวเธอก็เป็นของฉันด้วย"""

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา

l3oonm@
5.0

“ท่านผู้อำนวยการคะ ทางทีมสำรวจแจ้งว่าคนไม่เพียงพอที่จะเข้าไปเก็บตัวอย่างพันธุ์พืชในป่าเมืองเหอหนานค่ะ” ซูเจิน ที่ได้ยินก็หูผึ่งทันที เธอนั่งทำการอยู่ในห้องวิจัยตั้งแต่เรียนจบ ถึงตอนนี้ก็สี่ปีได้แล้ว ผู้อำนวยที่เข้ามาตรวจงานวิจัยล่าสุด ก็มองไปรอบห้อง เพื่อดูว่ามีใครต้องการเสนอตัวไปทำงานในครั้งนี้หรือไม่ แต่หลายคนที่เขามองไป ต่างหลบสายตาของเขา จะมีใครอยากออกไปเสี่ยงอันตราย เดินป่าขึ้นเขาให้เหนื่อยสู้นั่งทำงานในห้องปรับอากาศเย็นๆ ดีกว่า เมื่อไม่มีใครคิดจะเสนอตัว เขาจึงได้สอบถามหาผู้ที่สมัครใจทันที “มีใครอยากจะอาสาไปไหม” ไว้กว่าความคิด ซูเจินยกมือขึ้น “ฉันค่ะ” เพื่อนสนิทรีบดึงเสื้อของเธอเพื่อจะห้ามปราม “จะบ้าหรอ เธอไม่เคยไปสักครั้ง ไม่รู้หรือว่างานนี้เสี่ยงแค่ไหน” เสียงกระซิบของเสี่ยวชิง เอ่ยลอดไรฟันออกมา เมื่อปีที่แล้ว ที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไปที่ป่าเหอหนาน พื้นป่าที่ไม่อาจสำรวจได้อย่างทั่วถึง สร้างความท้าทายให้เหล่านักพฤกษศาสตร์จากทุกองค์กร แต่ไม่ว่าจะส่งเข้าไปกี่ครั้งก็ไปไม่ถึงป่าชั้นกลางเสียที แม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้าช่วยเพียงได้ ก็สำรวจได้เพียงป่าชั้นนอก แถมยังพาชีวิตคนไปทิ้งอีกนับไม่ถ้วน ปีนี้ทางองค์กรของซูเจิน หยิบโครงการสำรวจป่าเหอหนานขึ้นมาใหม่ แต่กว่าจะหาทีมสำรวจได้ครบคนก็กินเวลาไปหลายเดือน ถึงตอนนี้คนก็ยังไม่พอจนต้องมาถามหาจากทีมวิจัยให้ช่วยเหลือ “คุณอยากไปจริงหรือ” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ค่ะ ฉันอยากลองทำงานนี้” ซูเจินยิ้มออกมา “ได้ อีกสองวัน คุณก็เตรียมตัวให้พร้อม” เมื่อมีคนเสนอตัวแล้ว ผู้อำนวยการก็ออกไปพบทีมสำรวจ เพื่อวางแผนการทำงาน ทั้งยังให้ซูเจินตามเขาไปเข้ารวมการประชุมในครั้งนี้ด้วย “เธอมันบ้าไปแล้ว” เพื่อร่วมงานต่างเดินเข้ามาหาซูเจิน แล้วตำหนิเธอที่กล้ายกมือเสนอตัว “เอาน่า ไว้กลับมาฉันจะเอาเรื่องสนุกมาเล่าให้พวกเธอฟัง” ซูเจินยิ้มหวานออกมา ก่อนที่จะเก็บของแล้วไปเข้าร่วมประชุมกับทีมสำรวจ สองวันต่อมาซูเจินก็แบกกระเป๋าเดินทางมาที่จุดนัดพบ เธอออกเดินทางด้วยรถตู้ขององค์กร พร้อมทีมสำรวจอีกเกือบยี่สิบชีวิต ยังดีที่เธอได้แบกกระเป๋าเพียงใบเดียว หากต้องแบกเต็นท์นอน อาหารด้วย คงได้เป็นภาระของคนอื่นอย่างแน่นอน ภายในป่าเหอหนาน น่ากลัวว่าที่ซูเจินคิดไว้เยอะ พอตะวันตกดิน หากไม่มีแสงไฟที่ทีมสำรวจนำมาด้วยคงจะมืดจนมองไม่เห็นอะไร เสียงแมลงทั้งสัตว์ป่าร้องตลอดทั้งคืน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ไม่เคยเข้าป่าสักครั้งอย่างเธอได้อย่างดี ยังดีที่เจ้าหน้าที่ผู้นำทางติดตามมาด้วยอีกหลายคน พวกเขาจึงได้อยู่ผลัดเปลี่ยนเวรยาม เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าเข้ามาถึงตัวพวกเขา หลายวันที่อยู่ในป่า ซูเจินเก็บตัวอย่างพันธุ์ได้หลายชนิด แต่ทั้งทีม ยังเดินไม่หลุดป่าชั้นนอกเลย ยังดีที่อาหารที่เตรียมมาเพียงพอให้พวกเขาอยู่ไปได้อีกหลายวัน “เอ๊ะ” เข้าวันที่เจ็ดของการสำรวจป่า ซูเจิน เห็นดอกไม้แปลกตา ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางพงหญ้ารก เธอจึงเดินห่างจากกลุ่มทีมสำรวจเข้าไปดูทันที เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรได้ ระยะห่างที่อยู่ไกลจากพวกเขา หากร้องเรียกก็ยังได้ยินอยู่ เธอหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา พร้อมทั้งจดรายละเอียดก่อนที่จะดึงต้นไม้เก็บเข้าถุงเก็บตัวอย่างที่เตรียมมา แต่เมื่อมือของซูเจินสัมผัสไปที่ดอกไม้ เธอก็ต้องตกตะลึง เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านปลายนิ้วไปจนทั่วทั้งตัว “โอ๊ยย” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของซูเจิน เรียกความสนใจให้คนทั้งหมดรีบวิ่งมาทางที่เธออยู่ ซูเจินเห็นเพียงแสงสีขาวที่สว่างวาบไปทั่ว แล้วภาพตรงหน้าของเธอก็ดำมืดลง

ทางเดินใหม่ของหัวใจ

ทางเดินใหม่ของหัวใจ

Viv Thauer
5.0

เวินอี่ถงได้เห็นความรักอันลึกซึ้งของเจียงยวี่เหิง แต่ก็ได้สัมผัสกับการทรยศของเขาเช่นกัน เธอเผารูปแต่งงานของพวกเขาต่อหน้าเขา แต่เขากลับมัวแต่ง้อชู้ของเขา ทั้งๆ ที่เขาแค่มองดูแวบหนึ่งก็จะเห็น แต่เขากลับไม่สนใจเวินอี่ถงสุดจะทน ตบหน้าเขาอย่างแรง พร้อมอวยพรให้เขากับชู้ของรักกันยืนยาว แล้วเธอก็หันหลังสมัครเข้ากลุ่มวิจัยลับเฉพาะ ลบข้อมูลประจำตัวทั้งหมด รวมถึงความสัมพันธ์การแต่งงานกับเขาด้วย! ก่อนจากไป เธอยังมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เขาอีกด้วยเมื่อถึงเวลาที่จะเข้ากลุ่ม เวินอี่ถงก็หายตัวไป บริษัทของเจียงยวี่เหิงประสบปัญหาล้มละลาย เขาจึงออกตามหาเธอด้วยทุกวิถีทาง แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นใบมรณบัตรที่ต้องสงสัยเขาสติแตก “ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่ยอมรับ!”เมื่อพบกันอีกครั้ง เจียงยวี่เหิงต้องตกใจที่พบว่าเวินอี่ถงเปลี่ยนตัวตนใหม่แล้ว โดยข้างกายมีผู้มีอำนาจที่เขาต้องยอมก้มหัวให้เขาอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง “ถงถง ผมผิดไปแล้ว คุณกลับมาเถอะ!”เวินอี่ถงเพียงยิ้มยักคิ้ว จับแขนของผู้มีอำนาจข้างๆ “น่าเสียดาย ตอนนี้ฉันอยู่ในระดับที่นายไม่อาจเอื้อมถึงแล้ว”

คุณนายยอมหย่าแล้ว

คุณนายยอมหย่าแล้ว

Calv Momose
4.9

หลังจากแต่งงานกันมาสามปี เวินเหลี่ยงก็ยังไม่เคยได้ความรักจากฟู่เจิ้งแต่อย่างใดเลย เมื่อรักแรกของเขากลับมา สิ่งที่รอเธออยู่คือหนังสือการหย่า "ถ้าฉันมีลูก คุณยังเลือกหย่าไหม?" เธออยากจับโอกาสสุดท้ายนี้ไว้ แต่แล้วมีแต่คำตอบที่เย็นชาว่า "ใช่" เวินเหลี่ยงหลับตาและเลือกที่จะปล่อยมือ ...ต่อมาเธอนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความสิ้นหวังและลงนามในข้อตกลงการหย่า "ฟู่เจิ้ง เราไม่ได้เป็นหนี้กันอีกต่อไปแล้ว..." ชายที่มีความเด็ดขาดและเย็นชามาโดยตลอดนอนอยู่ข้างเตียงขอร้องให้อีกฝ่ายกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา "เหลียง ได้โปรดอย่าหย่าได้ไหม?"

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ