Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย

แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย

LittleGreenKittyHood

5.0
ความคิดเห็น
145
ชม
63
บท

วันหนึ่งมีกล่องปริศนาว่างอยู่หน้าบ้านของเลอาและแฟนหนุ่มของเธอ ในกล่องนั้นมีหนังสือนิยายเล่มหนึ่งด้วยความสงสัยเลอาจึงเปิดอ่านและเธอก็พบว่ามันเป็นนิยายวาย! แถมดูเหมือนมันจะเป็นแนว 3P เสียด้วย ในนิยายมีตัวละครที่ชื่อเหมือนเธอด้วย และนายเอกของนิยายเรื่องนั้นก็มีชื่อเหมือนแฟนของเธอ! เลอาไม่อยากจะอ่านต่อเพราะความหึงหวง แต่เธอก็มาพบภายหลังว่านิยายเล่มนั้นได้เขียนสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของเธอและแฟนหนุ่มของเธอ "ฉันจะตายเรอะ!? แถมแฟนของฉันก็จะถูกผู้ชายสองคนรุมทึ้ง!? ไม่! ฉันไม่ยอมให้แฟนสุดที่รักถูกใครหน้าไหนแย่งไปเด็ดขาด! ถ้ากล้าแตะต้องแฟนของฉัน ฉันจะต้องได้ข้ามศพของพวกแกไปก่อน! " เพื่อไม่ให้แฟนหนุ่มถูกผู้ชายอื่นแย่งไปเลอาพยายามหลบเลี่ยงความตายของตัวเองและพยายามขัดขวางเหล่าพระเอกนิยายวายไม่ให้เข้าใกล้แฟนของเธอ แต่ฆาตกรก็ยังพยายามตามฆ่าเธอและแฟนหนุ่มของเธอเสียเหลือเกิน พวกพระเอกนิยายวายก็สลัดทิ้งยากยิ่งกว่าฆาตกร จะรอดไปได้หรือไม่ติดตามกันได้เลย!

บทที่ 1 ตอนที่ 1 นิยายเฮงซวย

ตอนที่ 1 นิยายเฮงซวย

วันหนึ่งมีกล่องปริศนากล่องหนึ่งมาวางอยู่หน้าบ้านของฉัน บนกล่องไม่ได้เขียนระบุอะไรไว้เลยแม้แต่ชื่อผู้ส่งก็ไม่มีระบุ ฉันก็เลยไม่รู้ว่ามันคือของใครและมาจากไหนและไม่รู้เลยว่าข้างในมีอะไร ด้วยความอยากรู้อยากเห็นฉันก็เลยลองเปิดดู

ในกล่องมีนิยายเล่มหนึ่ง หน้าปกนิยายมีสีดำทั้งหมดและบนปกมีชื่อเรื่องเขียนไว้ว่า ‘ปกป้องหัวใจวาริน’

แหม ชื่อเหมือนแฟนหนุ่มสุดที่รักของฉันเลยนะ

และในกล่องก็ยังมีการ์ดใบหนึ่งที่เขียนไว้ว่า…

ถึง คุณเลอา

คุณคือผู้โชคดีที่ได้อ่านนิยายพิเศษเรื่อง ปกป้องหัวใจวาริน เนื่องจากว่านิยายเรื่องนี้ไม่เคยมีการวางขายในโลกนี้จึงมีเพียงเล่มเดียวในโลก ขอให้สนุกกับการอ่านนิยาย!

ฉันสงสัยจริงว่านิยายเรื่องนี้มีอะไรพิเศษกัน ทำไมถึงมีแค่เล่มเดียวในโลก มันคือนิยายขายไม่ออกใช่ไหม?

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นเคยฉันก็เลยลองเปิดอ่านนิยายเรื่อง ‘ปกป้องหัวใจวาริน’ นิยายเริ่มต้นมาด้วยบทนำ ตัวละครเอกชื่อ วาริน ปรากฏตัวทันทีในบรรทัดแรกพร้อมกับแฟนสาวชื่อ เลอา ฉันแปลกใจมากเพราะชื่อตัวละครทั้งสองมีชื่อเหมือนกับฉันและแฟนของฉัน และสถานะของตัวละครทั้งสองมีก็ดูเหมือนจะเหมือนกับฉันและแฟนด้วย

มันคือพรหมลิขิตสินะ! ฉันมีความอยากอ่านนิยายเรื่องนี้มากขึ้นเยอะเลย

บทนำได้เล่าถึงความหวานแหววของฉันและแฟน...ฉันหมายถึงตัวละครในนิยายที่มีชื่อว่าวารินและเลอา พวกเขากำลังเดินเที่ยวกันในเดินเที่ยวย่านการค้าแห่งหนึ่ง พวกเขาดูรักกันมากกก

ในบทนำฉันไม่สนใจอ่านอะไรมากนักนอกจากความรักของตัวละครวารินและเลอา ฉันมองข้ามคำบรรยายของตัวละครสำคัญตัวอื่นไปหมด อันที่จริงฉันไม่คิดว่าพวกเขาสำคัญเพราะคำบรรยายทำเหมือนกับว่าพวกเขาเป็นฉากประกอบเท่านั้น และบทนำก็จบลงไปพร้อมกับประโยคน่าสงสัยว่า

ทว่าความสงบสุขเหล่านี้กลับอยู่ได้ไม่นาน มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น...

ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจว่าบทต่อไปจะต้องเป็นบทที่ทำให้ฉันอยากฉีกหนังสือทิ้ง ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ บทที่หนึ่งของนิยายเรื่อง ‘ปกป้องหัวใจวาริน’ เริ่มมาด้วยฉากสยองขวัญ ตัวละครเลอาเดินไปตามซอยเปลี่ยวและถูกฆาตกรโรคจิตฆ่าตาย ตอนฆาตกรโรคจิตกำลังฆ่าตัวละครเลอามันถูกบรรยายละเอียดซะจนฉันต้องอ่านข้ามไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

เปิดฉากมาซะหวาน ไหงพอตัดฉากมามันถึงกลายเป็นฉากฆาตกรรมไปได้! แล้วทำไมตัวละครเลอาที่ควรเป็นนางเอกถึงได้ตายอนาถแบบนี้!

หลังจากข้ามฉากฆาตกรไปฉากก็ตัดไปยังฉากที่ตัวละครวารินรู้สึกสงสัยว่าทำไมแฟนสาวกลับมาบ้านช้า ด้วยความเป็นห่วงก็เลยออกไปตามหาและพบกับสภาพศพสุดเละเทะของแฟนสาวเข้า

ฉากนี้บรรยายได้สะเทือนใจฉันมาก ฉันห้ามหัวใจไม่ให้เจ็บปวดได้เลย ตัวละครวารินมีชื่อและมีนิสัยคล้ายกับแฟนของฉันมาก ฉันก็เลยเผลอคิดว่าตัวละครวารินคือแฟนของฉัน ฉันถนอมและปกป้องแฟนมาตลอดเพราะงั้นฉันจึงไม่อยากให้เขาเจ็บปวดเลย ฉันอยากปกป้องดูแลเขาให้ดีที่สุด ดีชนิดที่ว่าฉันจะไม่ยอมให้มีตัวสกปรกสักอย่างมาแตะต้องแม้แต่ปลายผมของเขาได้

หลังจากพบศพตัวละครเลอา วารินก็กรีดร้องและร้องไห้อย่างเศร้าเสียใจ เขาสติแตกมากจนกระทั่งเสาไฟสาธารณะและไฟฟ้าในบ้านใกล้เคียงถูกทำลายจนหมด ทันใดนั้นเองชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัว การบรรยายการปรากฏตัวของชายคนนั้นโดดเด่นมากและการบรรยายลักษณะภายนอกของเขาก็ดูน่าประทับใจเช่นกัน อ่านโดยรวมแล้วให้ความรู้สึกว่าชายคนนั้นหล่อมาก

ดวงตาสีเหลืองทองราวกับตาแมว เส้นผมสีเงินเป็นประกายสีแดงเมื่อต้องกับแสงจันทร์

บรรยายซะไม่เหมือนลักษณะของมนุษย์ ฉันเบะปากไม่ชอบใจ ไม่รู้ทำไม แต่ฉันรู้สึกไม่ชอบผู้ชายที่เพิ่งปรากฏตัวออกมามาก สัญชาตญาณความเป็นหญิงของฉันบอกว่าเขาเป็นศัตรู และก็ดูเหมือนว่าลางสังหรณ์ของฉันจะแม่นยำเช่นเดิม ชายตาแมวคนนั้นเดินเข้าไปใกล้วารินที่กำลังเสียสติได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่ได้รับความเสียหายจากการอาละวาดของวารินเลย จากนั้นชายตาแมวคนนั้นก็กระชากผมวารินของฉัน!

ไอ้*** ทำอะไรกับสุดที่รักของฉัน!

ฉันโมโหมากเมื่ออ่านถึงบรรทัดนี้และฉันยิ่งโมโหมากกว่าเดิมในบรรทัดต่อไปเพราะผู้ชายตาแมวคนนั้นก้มลงจูบตัวละครวาริน! จูบแบบ...ดุดื่มด้วย จากนั้นชายตาแมวก็แอบเอาเข็มฉีดยาบางอย่างแทงต้นคอของตัวละครวารินจนเขาสลบไป จากนั้นตัวละครวารินก็ถูกอุ้มไป...

ฉันปิดหนังสือทันทีและมองปกหนังสืออย่างละเอียดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และฉันก็พบว่ามันอยู่ในหมวด BL หมวดชายรักชาย! และไม่ใช่แค่นั้นมัน 3P ด้วย! ฉันไม่ได้มีอคติกับชายรักชายหรอกนะ แต่นิยายเล่มนี้มันเฮงซวย!

ตัวละครชื่อเหมือนฉันตายทันทีในบทแรกและตัวละครที่มีชื่อเหมือนแฟนของฉันก็ถูกผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้จูบและอุ้มไป ไม่ต้องอ่านจนจบก็รู้ได้เลยว่าตัวละครวารินคือ...นายเอก!

ไม่ยอม! ฉันไม่ยอมให้แฟนสุดน่ารักของฉันถูกผู้ชายอื่นฉกไปแน่! เขาต้องแต่งงานกับฉัน มีลูกกับฉัน!

ฉันโยนนิยายเรื่อง ‘ปกป้องหัวใจวาริน’ ทิ้งและไม่สนใจไยดีมันอีก อ่านแค่ห้าหน้าฉันก็อินขนาดนี้แล้ว ถ้าฉันยังอ่านอีกฉันคงอกแตกตายแน่

“กลับมาแล้ว” ในขณะที่ฉันกำลังหัวเสียวารินก็กลับมาถึงบ้านพอดี

“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน” ฉันตะโกนตอบกลับไปแล้ววิ่งไปที่ประตูเพื่อต้อนรับวาริน

ฉันและวารินคบกันมาได้เจ็ดปีแล้ว เราได้ตกลงที่จะอยู่ด้วยกันจึงซื้อบ้านหลังเล็กหลังหนึ่งและได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังใหม่ได้สามวันแล้ว

“ฉันจัดของในบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นไงบ้าง? ของทุกอย่างใหม่เอี่ยมไม่มีของมือสอง เธอไม่ต้องระวังตอนจับสิ่งของในบ้านก็ได้นะ” ฉันอวดผลงานที่ทำมาทั้งวันทันที เนื่องจากวันนี้วารินมีงานฉันก็เลยต้องจัดบ้านที่เพิ่งย้ายมาคนเดียว

“ดีมากเลย ขอโทษนะที่ไม่ได้อยู่ช่วย” วารินเอ่ยเสียงเบาและนิ่มนวลตามลักษณะนิสัยของเขา

“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง เธอน่าจะเหนื่อยมากกว่านะต้องสอนเด็กทั้งวันเลยนี่นา” พอฉันพูดจบวารินก็โผเข้ากอดฉันอย่างหมดแรง

“มีแต่เด็กดื้อทั้งนั้น” เขาอดบ่นไม่ได้

วารินคือครูสอนดนตรีในโรงเรียนประถม ไม่แปลกที่เขาจะหมดแรงแบบนี้ แตกต่างจากงานของฉันที่เป็นนักแปล ฉันสามารถนั่งทำงานในบ้านได้ทั้งวันโดยที่ไม่ต้องไปไหน ไม่เหนื่อยแต่เมื่อยแทนและแอบมีปัญหาเรื่องปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย…

แต่ฉันก็ชอบงานนี้เพราะได้เงินดี ฉันอ่านเขียนได้หลายภาษาก็เลยได้เซ็นสัญญาที่จะเป็นนักแปลนิยายให้กับสำนักพิมพ์หนึ่ง งานก็เลยมีเข้ามาเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่มีงานฉันก็จะรับแปลเอกสารต่างๆ แม้จะต้องทำงานแบบไม่มีเวลาว่างแต่ก็คุ้มดี

“ไปนั่งพักสักหน่อยแล้วกัน วันนี้ฉันจะรับหน้าที่ทำอาหารเอง” ฉันว่าพลางลากเด็กโตไปนั่งโซฟา แต่กลายเป็นว่าเขาล้มตัวลงไปนอนแทนและลากฉันไปนอนทับ “อะไรกัน วันนี้อยากอ้อนเหรอ?”

“งืม..” วารินบ่นงึมงำในลำคอ ฉันเอื้อมมือไปบีบแก้มของเขาอย่างเอ็นดู “วันนี้ผมบังเอิญแตะตัวเด็กคนหนึ่ง...”

เขาเกริ่นนำเสียงแผ่วเบา ฉันจึงเงียบรอฟังเขาเล่าพลางกอดเขาเพื่อปลอบประโลมเขา

“เด็กคนนั้นสูญเสียครอบครัวทั้งหมด...เขายังเด็กมาก...” วารินพึมพำเสียงเศร้าสร้อย ทันใดนั้นไฟในบ้านก็กะพริบ หลอดไฟใหม่ที่เพิ่งติดตั้งเหมือนจะพัง

“ไม่เป็นไร เด็กคนนั้นต้องผ่านไปได้แน่ เราแค่ต้องให้กำลังใจเขา ฉันเชื่อว่าเขาจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้แน่” ฉันเอ่ยพลางลูบแขนของวาริน ไฟในบ้านจึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติ “ถ้าเราช่วยเหลือเขาเท่าที่เราจะทำได้ชีวิตของเด็กคนนั้นก็อาจจะไม่โดดเดี่ยวมากเกินไป”

“ผมจะคุยกับเด็กคนนั้นวันพรุ่งนี้” วารินกล่าวอย่างมุ่งมั่น

“เล่นดนตรีให้เขาฟังสิ เสียงดนตรีของเธอคือยาดีสำหรับรักษาจิตใจเลย” ฉันยิ้มให้กำลังใจเขา วารินยิ้มรับด้วยสีหน้าเขินอายเล็กน้อย

“วันนี้ผมจะเป็นคนทำอาหารแล้วกันนะครับ” เมื่ออารมณ์ดีขึ้นมาแล้ววารินก็เหมือนจะฟื้นตัวจากความเหนื่อยทันที เขาเสนอตัวที่จะทำอาหารเย็นในวันนี้ ฉันไม่ขัดใจเขาและปล่อยให้เขาเข้าครัวทำอาหาร เดิมทีแล้วหน้าที่ทำอาหารคือของเขาอยู่แล้วเพราะว่าเขาทำอาหารได้อร่อยมากกว่าฉัน ฝีมือทำอาหารของฉันค่อนข้างจะธรรมดาและแอบเอนเอียงไปทางไม่ค่อยจะกินได้เพราะทุกครั้งที่ปรุงอาหารถ้าไม่เค็มเกินไปมันก็จะหวานเกินไป สักวันคงเป็นโรคร้ายสักโรค

“อา วารินช่วยชีวิตฉันไว้เลย” ฉันโผเข้ากอดวารินจากทางด้านหลัง วารินสะดุ้งเบาๆ

“ผมทำอาหารอยู่นะ” วารินคล้ายจะทำเสียงดุอย่างไม่จริงจังนัก

“อาหารของวารินช่วยไม่ให้ฉันมีโรคร้าย ดีจริงๆ” ฉันเอ่ยพลางลูบเอววารินอย่างตั้งใจ วารินยังคงเป็นผู้ชายเอวบางเช่นเดิม แม้จะไม่ได้บางเหมือนผู้หญิงแต่ก็บางกว่าผู้ชายทั่วไปเล็กน้อย เพราะงั้นฉันเลยหวงเขามากไง

“รู้แล้วครับ ไปนั่งรอก่อนนะ อีกไม่นานอาหารก็จะเสร็จแล้ว” วารินพูดเสียงหวานพร้อมรอยยิ้มอ่อน หัวใจของฉันเหมือนจะละลาย...

ฉันก็เลยยอมไปนั่งรอทานอาหารเย็นอย่างสงบเสงี่ยม ขณะเดียวกันก็จ้องมองทุกท่วงท่าขณะทำอาหารของวาริน เขาช่างเป็นพ่อบ้านที่น่ารักจริงๆ! ยิ่งมองฉันก็ยิ่งหลงเขา หลงยิ่งกว่าตอนเจอกันครั้งแรกซะอีก ฉันยังจำตอนที่เขาทำหน้าตกใจตอนฉันจับก้นได้อยู่เลย

งืม~ คิดแล้วอยากจับก้นแน่นๆ นั่น

“เลอา ผมรู้สึกถึงสายตาหื่นกามของคุณ” วารินหันมายิ้มให้ฉันอย่างรู้ทัน

“แหม นิดเดียวเอง” ฉันหัวเราะพลางส่งสายตาวิบวับ “ว่าแต่เราไม่ได้ไปเดตกันนานแล้วนะ”

“งั้นวันเสาร์นี้เราไปเดตกันไหม?” วารินเอ่ยอย่างเอาใจ

“แน่นอนว่าฉันไปแน่!” ฉันตอบรับอย่างยินดี

และแล้ววันเสาร์ก็มาถึงอย่างรวดเร็ว ในตอนเช้าของวันเสาร์ฉันรีบตื่นขึ้นมาเลือกชุดและแต่งหน้าเพราะฉันอยากสวยที่สุดในวันที่ได้เดตกับวาริน

“คุณชอบทำเหมือนกับว่ามันเป็นเดตแรกเสียทุกครั้ง” วารินหัวเราะด้วยความเอ็นดู

“วารินคือเดตแรกของฉันเสมอ” ฉันว่าพลางขยิบตาและส่งยิ้มไปให้วาริน วารินยิ้มรับและเดินเข้ามาหอมแก้มของฉันเร็วๆ ก่อนจะหนีไปแต่งตัวบ้าง แต่คิดเหรอว่าจะหนีหลังจากขโมยหอมแก้มฉันไปน่ะ!

ในขณะที่วารินกำลังติดกระดุมเสื้อฉันก็พุ่งเข้าไปใกล้เขาและล้วงมือเข้าไปในเสื้อของเขาอย่างชำนาญ “ยังนุ่มนิ่มเหมือนเคย”

“อ๊ะ เดี๋ยวเถอะเลอา” วารินทำเสียงดุเพื่อห้ามปรามมืออันอยู่ไม่สุขของฉัน

“น่าเศร้านะที่สร้างกล้ามเนื้อไม่ได้สักที แต่ไม่เป็นไร ฉันชอบแบบนี้ล่ะ” ฉันหัวเราะคิกคักพลางลูบไล้ไปทั่วร่างกายของวาริน

“หยุดเลยไม่งั้นวันนี้ก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกนะ” แววตาของวารินเปลี่ยนไป หัวใจของฉันเต้นแรงด้วยความวาบหวาม

“อีกใจหนึ่งก็อยากออกไปแต่อีกใจหนึ่งก็อยากอยู่บ้านต่อซะแล้วสิ” ฉันกล่าวพลางกุมหัวใจของตัวเองด้วยท่าทางเขินอาย วารินส่ายหัวปลงและหันไปติดกระดุมเสื้อต่อ ฉันก็เลยรีบไปจัดการตัวเองให้เสร็จ พอแต่งตัวแล้วจะได้ออกไปทันที

ซึ่งในขณะที่ฉันกำลังเตรียมของใส่กระเป๋าสะพายฉันก็เหลือบไปเห็นสเปรย์พริกไทยที่วางอยู่บนโต๊ะ ฉันไม่รู้ว่าทำไมแต่ฉันมีความรู้ว่าจะได้เจอศัตรูที่น่าเกลียดชังฉันก็เลยหยิบมันใส่กระเป๋า และหลังจากเตรียมตัวเสร็จแล้วพวกเราก็พร้อมออกไปเดต

วันนี้เราเลือกที่จะไปเดตในย่านการค้าแห่งหนึ่งเพราะการที่เราได้เดินเล่นและดูนั่นดูนี่ไปด้วยกันมันคือความสุขของพวกเรา

“วันเสาร์คึกคักอย่างนี้สินะ” ฉันมองรอบข้างที่เต็มไปด้วยผู้คน “ใส่ถุงมือเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?” ฉันหันไปถามวาริน

“ผมพอควบคุมได้แล้ว ไม่มีปัญหาหรอก” เขายิ้มกว้างเพื่อให้ฉันสบายใจ

“ดื้อ แต่เอาเถอะวันนี้อากาศร้อน ถ้าใส่ถุงมือคงอึดอัดน่าดู”

จากนั้นเราก็เดินเล่นไปทั่ว ซื้อนั่นซื้อนี่หลายอย่าง ซึ่งส่วนมากก็เป็นอาหารกินเล่นทั้งนั้น

ฉันและวารินเดินเล่นกันไปตามประสาคู่รักออกเดต ทุกอย่างราบรื่นดีจนกระทั่งบางอย่างสะกิดใจให้ฉันสังเกตมองคนที่เดินผ่านไปผ่านมาตามถนน ห่างไกลออกไปไม่กี่ก้าวจากฉันกับวารินมีชายร่างสูงคนหนึ่งถือร่มเดินมาตามถนน คนถือร่มในวันแดดออกจัดก็ไม่ถือว่าแปลก ทุกคนเข้าใจกันดีว่าแดดมันร้อน แต่ไม่รู้ทำไมฉันรู้ตะขิดตะขวงใจแปลกๆ

ในจังหวะที่ฉันและวารินเดินผ่านผู้ชายถือร่มคนนั้น พวกเราได้หันหน้ามาสบตากันโดยบังเอิญ ชายคนนั้นสวมแว่นตากันแดดแต่ในมุมมองของฉัน ฉันเห็นดวงตาสีทองเหมือนตาแมวของชายคนนั้น และสิ่งที่สะดุดตามากกว่านั้นก็คือเส้นผมสีเงินประกายสีแดง

ทำไมฉันรู้สึกคุ้นๆ ทั้งที่ไม่น่าจะเคยเห็นนะ…

“อ๊ะ ขอโทษครับ” เสียงของวารินทำให้ฉันที่กำลังเหม่อลอยได้สติกลับมา เมื่อฉันหันไปหาวารินฉันก็พบว่าเขาเดินไปชนชายชุดดำกลุ่มหนึ่ง

“วาริน เป็นอะไรรึเปล่า” ฉันรีบวิ่งไปหาแฟนหนุ่มทันที ฉันใช้แขนโอบเอววารินและจ้องกลุ่มชายชุดดำเขม็ง

กลุ่มชายชุดดำพวกนั้นน่าจะเป็นบอดี้การ์ดเพราะมีชายหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งยืนอยู่กลางวง ชายคนนั้นมีผมสีดำและดวงตาสีฟ้าสวยงาม

ฉันรู้สึกคุ้นอีกแล้ว

“ไป” ชายตาฟ้าคนนั้นเปรยตามองพวกฉันแวบหนึ่งและเดินไปขึ้นรถหรู จากนั้นพวกเขาก็ขับรถจากไป

“คนพวกนั้นแอบน่ากลัวเนอะ” วารินพูดเสียงเบา

“คราวหน้าก็ระวังสิ”

“เลอา ตรงนั้นมีร้านดอกไม้ด้วย เราแวะไปดูกัน” วารินหันมาเอ่ยชักชวน ดูเหมือนเขาไม่ได้ฟังประโยคเมื่อกี้ของฉันเลย

“อืม ไปสิ” ฉันก็ได้แต่เดินตามเขาไป

และเมื่อเราไปถึงร้านขายดอกไม้พนักงานร้านก็เดินมาต้อนรับ พนักงานคนนั้นเป็นเด็กหนุ่มที่มีผมสีทองและตาสีเขียว

ทำไมฉันรู้สึกคุ้นอีกแล้ว…

“ยินดีต้อนรับครับ อยากได้อะไรเป็นพิเศษไหมครับ” พนักงานหนุ่มถาม

“ผมอยากได้ต้นไม้เล็กๆ ประดับโต๊ะหรือไม่ก็หน้าต่างบ้าน” วารินกล่าว จะว่าไปบ้านที่พวกเราเพิ่งย้ายไปยังไม่มีต้นไม้หรือดอกไม้ประดับสักต้นเลย

“ผมช่วยแนะนำได้นะครับ”

จากนั้นวารินและพนักงานคนนั้นก็เดินเข้าไปเลือกต้นไม้ในร้าน ฉันมองพวกเขาด้วยสีหน้าครุ่นคิด

ฉันเดาว่าในอนาคตอันใกล้นี้วารินจะสั่งกล้วยไม้สีขาวสามต้น กระบองเพชรอีกหนึ่งและเบญจมาศอีกสามต้น และเขาจะขอให้ทางร้านส่งไปให้ถึงบ้าน และจากนั้นวารินก็จะถือดอกกุหลาบมาให้ฉันและพูดว่า…

“ดอกไม้แห่งความรักเหมาะที่จะให้กับคนที่ผมรักที่สุด”

ใช่ ประโยคนี้แหละที่วารินจะพูด

“พูด พูดแบบนั้นฉันก็เขินสิ” ฉันรับดอกกุหลาบที่วารินยืนมาให้ด้วยรอยยิ้ม ในขณะเดียวกันหัวใจของฉันเริ่มเต้นกระหน่ำ แต่ไม่ใช่เพราะเขินแน่นอน “ว่าแต่สั่งซื้ออะไรไปบ้างล่ะ?”

“ผมสั่งซื้อกล้วยไม้สีขาวสามต้น เบญจมาศอีกสามต้น และกระบองเพชรอีกหนึ่ง ไม่เกินสามวันเขาบอกว่าจะส่งมาให้ถึงบ้าน” วารินตอบด้วยรอยยิ้มสดใส

“งั้นเหรอ ดีเลย!” ฉันฝืนยิ้มตอบส่วนในใจก็กรีดร้อง

ชัดเลย! มันชัดมาก! เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้มันเหมือนกับเหตุการณ์ที่ถูกเขียนไว้ในนิยายเรื่อง ‘ปกป้องหัวใจวาริน’ ไม่มีผิด!

ฉากลับฉากหนึ่งในนิยาย ปกป้องหัวใจวาริน

หลังฉาก : วาริน

บ่อยครั้งเขาก็สงสัยว่าทำไมเขาต้องมารับรู้เรื่องราวและความรู้สึกของคนอื่น ความเศร้า ความสุข ความกลัว ความโกรธ ความสิ้นหวัง ความรู้สึกพวกนั้นมักถาโถมเข้ามาในหัวของเขาทุกครั้งที่เขาสัมผัสสิ่งของบางอย่างโดยที่ไม่ได้ตั้งใจและเมื่ออารมณ์ของเขาแปรปรวนเขาก็มักจะทำไฟดับและบางครั้งก็พังข้าวของอย่างไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เขายังเด็ก นั่นทำให้เขาถูกมองว่าเป็นตัวอันตรายและเป็นเด็กเสียสติเพราะเขามักกรีดร้องด้วยความกลัวเมื่อได้เห็นสิ่งที่ไม่ต้องการจากการสัมผัสสิ่งของแปลกปลอม

เขาควบคุมมันไม่ได้เขาก็เลยต้องเห็นพวกมัน เขาไม่เคยต้องการพลังเช่นนี้เลยเพราะพลังนี้มันทำให้พ่อแม่ของเขากังวลและ...หวาดกลัว

เพราะอย่างนั้นเขาจึงพยายามซ่อนพลังของตัวเองไม่ให้ใครได้เห็นหรือได้รับรู้ แม้จะต้องเจ็บปวดเพราะพลังที่อัดแน่นอยู่ในร่างกายเขาก็จะอดทนกับมัน เขาหวังว่าเขาจะได้อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขไร้ซึ่งความกังวลและหวาดกลัว

แต่อุบัติเหตุก็ได้พรากชีวิตของพ่อแม่ของเขาไป นั่นทำให้เขาต้องไปอยู่กับญาติของเขาที่มีแต่ปัญหาชีวิตและไม่แม้แต่จะเต็มใจรับเลี้ยงเขา ทุกวันเขาจะต้องรับรู้ถึงความรู้สึกด้านลบของคนที่เลี้ยงดูเขา นั่นทำให้เขารู้ตัวว่าแสงสว่างนำทางในชีวิตของเขาได้หายไปแล้ว...

เขามีชีวิตอย่างไร้จุดหมาย จิตใจของเขาเริ่มรู้สึกว่างเปล่าและอ้างว้าง เขาจึงยิ้มและยิ้มเพื่อกลบฝังความว่างเปล่าในใจ จนกระทั่งโชคชะตาได้ทำให้เขาได้มีโอกาสพบคนที่เป็นแสงสว่างของตัวเองอีกครั้ง หญิงสาวที่ไม่เคยถูกโชคชะตาเข้าข้าง

“ชื่อวารินเหรอ? ว้าวชื่อเพราะดีเหมาะสำหรับมาเป็นกระเป๋าเงินของฉัน”

เป็นกระเป๋าเงินหมายความว่าเขาจะต้องให้เงินกับเธออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หรือก็คือเขาถูกรีดไถเงิน...ในตอนแรกเขาก็ไม่ได้คิดหรอกนะว่าเธอคนนี้จะมาเป็นแสงสว่างให้กับเขา

“ทั้งที่มีพลังน่าปวดหัวแบบนั้นแต่วารินก็ยังเป็นวารินอย่างทุกวันนี้ได้ ทั้งอ่อนโยน ใจดี ยิ้มสวย ดูนุ่มนิ่มน่าปกป้อง อ่า...เธอน่ารักจังชักชอบแล้วสิ” ไม่พูดเปล่าเธอยังลูบไปทั่วหน้าของเขาด้วยสีหน้า...ไม่น่าไว้ใจนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบ

ทั้งที่มือคู่นี้เคยต่อยปากคนจนฟันหลุดมาแล้วแท้ๆ แต่สัมผัสจากมือของเธอกลับให้ความรู้สึกที่อ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลมและเติมเต็มความว่างเปล่าในจิตใจของเขา

“ดูเหมือนว่าฉันจะตกหลุมรักเธอแล้วล่ะวาริน”

เหมือนกัน...

เพื่อยึดเธอไว้ไม่ให้จากไปเขาจะต้องทำตัวน่ารักและน่าปกป้องอย่างที่เธอต้องการ

“อย่าหวังว่าชีวิตนี้เธอจะหนีไปจากฉันได้!”

คุณก็เช่นกันเลอา ผมจะจับมือคุณไว้ไม่ยอมปล่อยเด็ดขาด

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ LittleGreenKittyHood

ข้อมูลเพิ่มเติม
ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก

ร้อยวิธีพลีชีพในวันสิ้นโลก

ไซไฟ

5.0

ห้าสิบปีแล้วนับต้องแต่วันสิ้นโลกได้เริ่มต้นขึ้น เพื่อเอาชนะสงครามกับสัตว์ประหลาดต่างดาวที่กินเวลามายาวนานทหารหน่วยพลีชีพจึงถือกำเนิดขึ้น แต่มีทหารหน่วยพลีชีพอยู่สามคนที่เอาชีวิตรอดมาได้ตลอด พวกเขาจะเอาชีวิตรอดไปได้อีกนานแค่ไหนและความสัมพันธ์พิเศษที่พวกเขาไม่คิดว่ามันเป็นมากกว่าเพื่อนจะลงเอยไปอย่างไร เรื่องราวกับทหารในวันสิ้นโลกทั้งสามคน #3P #โอเมก้า #อัลฟ่า #วันสิ้นโลก #ต่อสู้ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเป็นเพื่อนตายเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเพศรองของพวกเขาปรากฏ สโนว์ที่แม้จะเป็นอัลฟ่าหญิงแต่ก็ดันพัฒนาไม่สมบูรณ์จนไม่แต่จะสามารถมีอวัยวะของอัลฟ่าได้ ส่วนเพื่อนชายทั้งสองของเธอดันเป็นโอเมก้า แถมเป็นโอเมก้าที่ดุร้ายพร้อมที่จะกดอัลฟ่าไม่สมบูรณ์อย่างเธอด้วย ท่ามกลางสงครามในวันสิ้นโลกนี้จะทำให้พวกเขาสามารถพัฒนาความสัมพันธ์เป็นมากกว่าเพื่อนได้หรือไม่?

Writer's world ตัวละครเหล่านั้นมีชีวิตอยู่จริงในต่างโลก!

Writer's world ตัวละครเหล่านั้นมีชีวิตอยู่จริงในต่างโลก!

โรแมนติก

5.0

บทนำ เธอไม่รู้หรอกว่าโลกนักเขียนที่แท้จริงคืออะไร สิ่งที่เธอทำก็คือการเขียนจินตนาการลงไปในกระดาษหรือพิมพ์บนแป้นพิมพ์ เรื่องราวในนิยายของเธอมีผู้คนชอบอย่างมาก พวกเขาติดตามเธอเพราะต้องการอ่านเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นและน่าสนใจที่ในโลกความเป็นจริงจะไม่มีวันพบเจอ เธอชอบที่พวกเขาชื่นชมและสนุกไปกันมัน เธอเป็นนักเขียนที่ชอบเขียนนิยายเพราะมันจะปลดปล่อยความเครียดของเธอได้ เธอเขียนอย่างต่อเนื่องจนสามารถขายออกเป็นรูปเล่มได้ เธอหากินโดยการเขียนนิยายตั้งแต่ตอนนั้น จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอ นักเขียนที่มีนามปากกาว่า เลล่า หรือชื่อเล่นก็คือ นิรา ก็ได้รับพลังวิเศษ! สิ่งนั้นถูกเรียกว่า God eyes และระบบ Writer มันสามารถทำให้เธอมองเห็นโลกอีกโลกหนึ่งได้โดยการหลับตา มันมีโลกมากมายที่แตกต่างกันออกไป และระบบ Writer สามารถทำอะไรได้มากมายอย่างเช่นแลกเงินหรือไม่ก็ของวิเศษ! พลังพวกนี้มันมีไว้สำหรับนักเขียนโดยเฉพาะ! และได้มีจดหมายจากผู้ที่เรียกตัวเองว่า พระเจ้า ส่งมา จดหมายได้บอกว่านักเขียนผู้ถูกเลือกจะต้องเลือกใครสักคนจากต่างโลกแล้วเขียนบรรยายเรื่องราวชีวิตของคนๆ นั้นให้โลกอีกฝั่งได้อ่าน ยิ่งเรื่องราวชีวิตของคนนั้นมีความน่าสนใจเท่าไหร่ก็จะได้รับค่าตอบแทนมากเท่านั้นและสิ่งที่เธอทำนั้นสามารถช่วยโลกได้อีกด้วย! สรุปง่ายๆ คือมองหาตัวละครที่จะเป็นตัวเอกของนิยายจากนั้นก็ติดตามชีวิตของคนๆ นั้นแล้วเขียนเล่าเรื่องราวออกมาเป็นตัวอักษร! ต่อไปนี้เธอจะกลายเป็นนักเขียนที่บรรยายเรื่องราวชีวิตของบุคคลที่มีตัวตนจริงๆ จากต่างโลก

ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย

ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย

เมืองแฟนตาซี

5.0

บทนำ "อยากตาย" เป็นคำพูดของคนที่ไม่ต้องการจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว หญิงสาวนามฟางเซียนพบกับความลำบากและความเหนื่อยยากของการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้มาแล้ว น้องสาวคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอพยายามดิ้นรนที่จะมีชีวิต แต่เมื่อไม่นานมานี้น้องสาวของเธอก็เพิ่งจะตายไปเพราะโรคร้าย เธอจึงคิดว่าตัวเองไม่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะงั้นเธอจึงพยายามฆ่าตัวตาย... เธอพยายามฆ่าตัวตายมากกว่าสิบครั้งด้วยกัน ผลน่ะหรือ? ล้มเหลวน่ะสิ!! ถ้าสำเร็จเธอคงไม่ต้องมานั่งคิดว่าวิธีตายใหม่แบบนี้หรอก!! "ดื่มยาพิษ กรีดข้อมือ โดดน้ำ โดดตึก ขนาดนี้แล้วทำไมฉันยังไม่ตายอีก!! สวรรค์ ไม่สิ นรกไม่อยากรับคนเพิ่มรึไง!! " ฟางเซียนกรีดร้องอย่างหนักราวกับคนบ้า ในตอนนั้นเองบางสิ่งก็ได้ปรากฏต่อหน้าเธอ [สวัสดีคุณฟางเซียน ผมคือระบบห้ามฆ่าตัวตาย ต่อจากนี้ไปคุณต้องถูกผูกมัดกับระบบห้ามฆ่าตัวตาย กฎของระบบห้ามฆ่าตัวตายที่หนึ่งคือ ห้ามฆ่าตัวตาย กฎที่สองคือ ห้ามฆ่าตัวตาย กฎที่สามคือ ห้ามฆ่าตัวตาย] "...." มองหน้าต่างระบบตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ฟางเซียนหันไปหยิบมีดขึ้นมาเตรียมฆ่าตัวตายต่อ แต่จู่ๆ ร่างกายของเธอก็ไม่สามารถที่จะขยับได้อีกราวกับว่ามีบางอย่างเข้ามาควบคุมร่างกายของเธอ [คุณจะไม่สามารถฆ่าตัวตายได้จนกว่าจะมีอายุครบหนึ่งหมื่นปี โปรดเข้าใจด้วย] "เข้าใจมารดาแกสิ!! หมื่นปีเรอะ! ใครจะอยากอยู่นานขนาดนั้นกัน! " [มนุษย์] "เออ! แต่พอดีฉันเป็นมนุษย์ต่างดาวจากดาวเนปจูน ฉันจะฆ่าตัวตาย!! " [กฎคือห้ามฆ่าตัวตายเด็ดขาด เนื่องจากสถานที่รอเกิดเต็มแล้ว หากคุณต้องการฆ่าตัวตายคุณต้องทำภารกิจให้สำเร็จ ภารกิจแรก เป็นอาจารย์ของตัวร้ายสูงสุด ภารกิจที่สองจะตามมาในอีกร้อยปีต่อมา และอีกหนึ่งร้อยปีต่อไปภารกิจที่สามจะตามมา และอีกร้อยๆ ปีต่อมาภารกิจที่สี่ก็จะตามมา] "....ไปตายซะไอ้ระบบเฮงซวย!! " ....................................................................... ฟางเซียนต้องการที่จะฆ่าตัวตายเพราะมันคือทางที่เธอได้เลือกแล้ว ตายไปทุกอย่างที่ผ่านมาก็จะเป็นเพียงภาพลวงตา เธอจะได้เกิดใหม่โดยที่ใหม่ต้องจำอะไรได้อีก เพียงแค่ตายเธอก็จะได้เห็นโลกใบใหม่แล้ว! แต่ทำไมระบบห้ามฆ่าตัวตายถึงไม่ยอมให้เธอตายสักที!! ขัดขวางการฆ่าตัวตายของเธอไม่พอมันยังลากเธอไปโลกจีนโบราณและบังคับให้เธอรับตัวร้ายในอนาคตเป็นลูกศิษย์!! ใครก็ได้ช่วยฆ่าเธอทีเถอะ!! ในภายหลังฟางเซียนพยายามคิดหาวิธีฆ่าตัวตายมากมาย ...................................................................... ระบบ: กฏที่หนึ่งคือห้ามฆ่าตัวตาย กฏที่สองคือห้ามฆ่าตัวตาย กฏที่สามคือห้ามฆ่าตัวตาย คนอยากตาย: ......ระบบเวร!! ระบบ: เพื่อความอมตะคุณต้องฝึกตนเป็นมาร ไม่ต้องห่วงระบบจะเติมทรูให้เอง! คนอยากตาย: ไม่อยากเป็นอมตะโว้ย!! ระบบ: ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน! ระบบมีเงินพร้อมที่จะเปย์คุณ *โปรยเงิน คนอยากตาย: .....

หนังสือที่คุณอาจชอบ

วาสนานี้ ข้ามิอยากได้

วาสนานี้ ข้ามิอยากได้

l3oonm@
5.0

ซินหยาน นักฆ่าสาวที่ใช้นามแฝงว่า สืออี เธอถูกพาตัวมาจากสถานสงเคราะห์ตั้งแต่อายุเพียงเจ็ดปี เพื่อฝึกให้เป็นนักฆ่าขององค์การใต้ดิน เพราะความสามารถของเธอ รวมถึงความเฉลียวฉลาดจากการเอาตัวรอด ทำให้เธอได้รับภารกิจเสี่ยงอันตรายอยู่เสมอ จนวันหนึ่งที่องค์กรยื่นข้อเสมอสุดพิเศษให้ หากทำภารกิจครั้งนี้เสร็จสิ้นเธอจะสามารถไปใช้ชีวิตตามที่เธอต้องการได้ แต่เรื่องมันจะง่ายถึงเพียงนั้นได้อย่างไร ซินหยาน แม้จะรู้ดีว่านี้เป็นภารกิจสุดท้ายก่อนที่เธอจะถูกสั่งเก็บแต่ก็รับงานมาอย่างเต็มใจ แต่ที่องค์การคิดไม่ถึงคือ ซินหยานเลือกที่จะจบชีวิตลงพร้อมกับภารกิจสุดท้ายที่สูญหายไปพร้อมกับเธอด้วย ซินหยานเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าเธออยู่ในร่างของเด็กสาววัยสิบสองหนาว จางซินหยาน ชื่อนี้ช่างคุ้นหูนัก และยิ่งคุ้นมากขึ้นเมื่อชื่อของบิดามารดาของซินหยานก็คือนิยายเรื่องหนึ่งที่เธอได้เคยอ่านเมื่ออยู่ภพที่แล้ว หลังจากที่จางซินหยานอายุได้สิบหกหนาว นางตกหลุมรักท่านแม่ทัพจ้าว ที่ได้รับบาดเจ็บและจางซินหยานเป็นผู้ช่วยไว้ ถ้าหากท่านแม่ทัพจ้าวมิได้มีสตรีที่ตบแต่งไปแล้วเรื่องนี้ก็คงจบอย่างสวยงาม แต่เพราะเขารับจางซินหยานไปเป็นได้เพียงอนุเท่านั้น จางซินหยานก็ยังคิดว่าถึงจะเป็นเพียงอนุนางก็ยังหวังว่าท่านแม่ทัพจะรักนางเช่นกัน แต่เปล่าเลย ในสายตาของท่านแม่ทัพมีเพียงฮูหยินเอกเท่านั้น จนตายจางซินหยานก็ไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากปากของท่านแม่ทัพ ซินหยานเมื่อมาอยู่ในร่างของจางซินหยานแล้วนางจะยอมให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร แต่เหมือนโชคชะตาชอบเล่นตลก เพราะเรื่องที่นางไม่อยากยุ่งเกี่ยวดันเข้าไปยุ่งเต็มๆ

เกิดใหม่เพื่อให้เจ้าคุณรัก

เกิดใหม่เพื่อให้เจ้าคุณรัก

รดามณีนัฐฐ์
5.0

คำโปรย : .....ใครจะไปคิด! ว่าไก่ย่างเพียงไม้เดียว มันจะทำให้ชีวิตของเธอถึงจุดจบ! และนำพาเธอย้อนเวลาไปเกิดใหม่ในร่างของคนที่อยู่ในยุคประวัติศาสตร์ และที่สำคัญ เธอได้สามีเป็นของแถม! **** อารัมภบท : .....เรื่องราวของนักศึกษาสาวที่ชีวิตพลิกผันอย่างไม่คาดฝัน เมื่อเธอหมดลมหายใจเพราะไก่ย่างเพียงไม้เดียว! แต่เธอกลับได้ย้อนเวลาเกิดใหม่ในร่างของลูกสาวเจ้าพระยาที่อยู่ในยุคก่อน แถมร่างนั้นก็ยังมีสามีแล้ว แต่เป็นสามีแสนจะเย็นชา ที่ไม่เคยสนใจหรือใส่ใจให้ความรักกับภรรยาที่เป็นเจ้าของร่างเดิมเลย แล้วใครสน? สำหรับเธอ คิดเพียงว่าได้มาเกิดใหม่อีกครั้ง ก็ดีแค่ไหนแล้ว ใครจะไม่รักก็ช่างเขาสิ ..โนสน ..โนแคร์จ้า แต่ทว่า! ยิ่งเธอไม่สนใจเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหันกลับมาสนใจเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความแปลกใหม่ของเธอทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและประหลาดใจในเวลาเดียวกัน จนกระทั่งคนที่เคยเย็นชามาตลอด จู่ๆ ก็กลายเป็นคนคลั่งรักในที่สุด.. #ตัวละครหลัก : *พระยาพิพัฒน์พงศ์ หรือ เจ้าคุณพิพัฒน์ อายุ 36 ปี มีบรรดาศักดิ์เป็นขุนนางระดับสูง รูปหน้าหล่อขั้นเทพ ฉลาด สุขุมรอบคอบ เงียบขรึม มีเสน่ห์ ผิวขาว รูปร่างกำยำ * จันทร์วรา อุษาวิบูลย์ หรือ เจ้าจันทร์ อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบ ภายใน สวยหวาน ร่าเริง กล้าพูดกล้าทำ ตากลมโต ปากจิ้มลิ้ม ผิวขาว รูปร่างผอมเพียว อกอวบอิ่ม _____________________ นิยายเรื่องนี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ห้ามทำการคัดลอด เลียนแบบ หรือดัดแปลงเนื้อหาส่วน ใดส่วนหนึ่งของงานเขียนนี้ รวมทั้งการจัดเก็บ ถ่ายทอด บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่ารูปแบบหรือวิธีการใดๆ ในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น ผู้เขียน : รดามณีนัฐฐ์ ภาพปก : Onlyboy ปรับแต่งภาพปก : Dayny_white ปกอิมเมจ : เยเรมีย์ ________💫________

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย

l3oonm@
5.0

จือหลินเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่ลืมตามาดูโลก ต่อมาทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวเธอให้กับสถานสงเคราะห์ พออายุได้สามปี ก็มีองค์กรหนึ่งมารับเลี้ยงตัวเธอ แต่พวกเขาเลี้ยงเธอและเด็กคนอื่นๆ ไว้เพื่อเป็นหนูทดลองเท่านั้น ครั้งแรกที่ถูกนำตัวมา ต่างก็โดนจับฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย เพื่อหาเด็กที่เลือดต้านเชื้อที่ฉีดเข้าไปได้เท่านั้น หากร่างกายทนรับไม่ไว้สิ่งที่ทางองค์กรมอบให้คือความตาย จือหลินอาจเป็นเพราะเลือดของเธอพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ไม่ว่าฉีดยาตัวไหนเข้าสู่ร่างกายเธอก็ทนรับได้ทั้งนั้น นับจากนั้นมาเธอจึงถูกเลี้ยงดูจากองค์กรมาอย่างดี เรื่องการศึกษาเธอก็สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างเต็มที่ แต่เพราะความฉลาดของเธอจึงถูกส่งให้เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์และเรียนแพทย์ควบคู่ไปด้วย เมื่อเรียนจบมาแล้ว จือหลินยังคงทำการให้องค์กรเช่นเดิม แม้จะไม่ได้เป็นนักฆ่าเช่นเพื่อนคนอื่นที่มาพร้อมกัน แต่เธอก็ต้องฝึกไม่ต่างจากพวกเขา ยิ่งเมื่อต้องนำเด็กเข้ามาเป็นหนูทดลองเช่นเดียวกับเธอในตอนเล็ก ต่อให้ไม่อยากทำก็ต้องทำ หากฝ่าฝืนไม่ทำการชิปที่ถูกฝังอยู่ในตัวจะถูกกระตุ้นให้ได้รับความทรมานทันที นานวันเข้า ความดำมืดก็ก่อเกิดในใจ ไม่ว่าจะฉีดยาให้เด็กร้ายแรงเพียงใดจือหลินก็เลิกรู้สึกผิดไปเสียแล้ว เพราะการทำงานของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางองค์กรยกย่องและมักจะให้สิ่งดีๆ กับเธอเสมอ เมื่อมีชิปตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝังมิติอีกห้วงหนึ่งไว้ภายในร่างกาย จือหลินนางก็ได้รับเลือกให้ทดลองใช้สิ่งนี้ด้วยเช่นกัน จือหลินถูกฝังชิปมิติเข้าที่แกนสมองของเธอ ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้เธอแทบสิ้นสติ เมื่อชิปถูกฝังลงไปแล้ว เพียงไม่นานก็มีเสียงจากระบบให้เธอยืนยันตัวตน ก่อนที่จะปรากฏภาพต่างๆ ภายในหัวของเธอ ของจากภายนอกล้วนแต่ถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ด้านในได้ทั้งสิ้น หากเป็นเนื้อสด ผักผลไม้ ยังคงความสดอยู่เช่นเดิมแม้จะเก็บไว้นานมากเพียงใด ห้วงมิติของจือหลินเหมือนเป็นห้องสูทในคอนโดของเธอเองที่มีทุกอย่างพร้อมใช้อยู่ภายใน แม้แต่ห้องทดลอง ห้องทำงานของเธอก็ปรากฏอยู่ในนั้นเช่นกัน นับจากนั้นจือหลินจึงซื้อของเขาเก็บภายในมิติของเธอเป็นจำนวนมาก ตัวเธอเพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกในห้วงมิติได้ วันเวลาผ่านไปจนจือหลินล่วงเข้าวัยสามสิบปี เธอสามารถผลิตยาที่ทำให้ทั่วโลกจับตามองออกมาได้ ยายื้อชีวิตจากความตาย แต่การทดลองของเธอที่ผ่านมาต้องใช้คนจำนวนมากในการเข้าทดลอง จือหลินสามารถยื้อชีวิตของชายชราที่กำลังจะหมดลมหายใจให้กลับมามีชีวิตปกติได้ เมื่อเธอกักตัวเขาไว้ได้หกเดือนเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติจึงคิดจะปล่อยเขาออกไปใช้ชีวิตเช่นเดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายชราที่กำลังจะเดินออกจากห้องทดลองล้มลงต่อหน้าทุกคนที่เข้าร่วมชื่นชมผลงานของเธอ จือหลินรีบเข้าไปตรวจดูความผิดปกติทันที ก็พบว่าเขาหยุดหายใจเสียแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงต้องพาชายชราคนนั้นกลับเข้าไปในห้องทดลองเพื่อหาสาเหตุ ผ่านไปเพียงสองครึ่งชั่วโมงเขากลับลืมตาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แววตาที่มองมาทางทุกคนได้เปลี่ยนไป ในดวงตาของชายชราผู้นั้นมีเพียงตาขาวไม่มีตาดำเช่นคนมีชีวิต “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ผู้อำนวยการองค์กรเดินเข้ามาหาจือหลินแล้วเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก เพราะนักข่าวที่ข่าวเชิญมายังอยู่ที่ด้านนอกเพื่อรอฟังคำตอบ “ขอดิฉันตรวจสอบก่อนค่ะ” จือหลินกุมหน้าผากอย่างมึนงง เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร คนทั้งหมดยืนมองชายชราที่เดินท่าทางประหลาดอยู่ในห้องทดลอง ในตอนนี้เขาเริ่มหยิบสิ่งของทำร้ายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องทดลองเพื่อห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตัวเอง ชายชราเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว และเริ่มกัดกินเนื้อตัวของเขาอย่างโหดร้าย คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ เพราะกลัวข่าวเรื่องนี้จะรั่วไหล ผู้อำนวยการสั่งให้คนไปแจ้งนักข่าวให้กลับไปก่อน ทางองค์กรจะแถลงการณ์เรื่องนี้ในภายหลัง เจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายล้มลงเสียชีวิตไม่นานก็มีสภาพไม่ต่างจากชายชราคนนั้น เสียงวุ่นวายไม่ได้จบลงที่ห้องทดลองของจือหลินเพียงแห่งเดียว เพราะห้องทดลองอื่นก็ล้วนพบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกัน ผู้อำนวยการจำต้องส่งสัญญาณเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตึกทดลองให้เร็วที่สุด จือหลินไม่รู้ว่ายาของนางจะสร้างผลเสียมากถึงเพียงนี้ เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนล้วนจบชีวิตจนกลายเป็นซอมบี้ไปเสียแล้ว ตึกทดลองถูกปิดตาย เพื่อไม่ให้ซอมบี้ที่อยู่ด้านในออกมาสร้างความเสียหายภายนอกได้ “เรื่องนี้ดิฉันขอจัดการด้วยตนเองค่ะ” จือหลินเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการที่ห้องทำงานของเขา เพื่อบอกสิ่งที่เธอคิดว่าอย่างดีแล้วในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการไม่ห้ามในสิ่งที่เธอจะทำจือหลินจึงเดินไปที่หน้าตึกทดลองพร้อมระเบิดเวลาในมือ เธอคิดจะทำลายสิ่งของทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาลงด้วยมือของเธอเอง จือหลินเปิดประตูตึกทดลองแล้วรีบปิดลงทันที เธอเดินเข้าไปที่กลางตึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระหว่างทางเธอต้องคอยต่อสู้กับซอมบี้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอไปด้วย เสียงสัญญาณระเบิดดังขึ้น จือหลินหลับตาลง พร้อมทั้งถอนหายใจให้กับเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งตึกทดลองที่ถล่มลงมาจนแทบไม่เหลือซาก “เจ็บชะมัด” จือหลินร้องครางออกมาเบาๆ แต่เมื่อรู้สึกตัวได้เธอก็รีบพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมมองไปรอบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ เธอคิดว่าตายไปแล้วเสียอีก แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกเจ็บได้ “นี้มันเรื่องบ้าอะไรอีกว่ะเนี่ย” จือหลินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ รอบๆ ตัวเธอในตอนนี้เป็นป่าทึบ มือของเธอก็ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอนเพราะมีขนาดเล็กราวกับเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ตอนที่เธอมึนงงสับสน เรื่องราวความทรงจำของเจ้าของร่างก็ไหลเข้าสู่หัวของเธอจนต้องลงไปนอนดิ้นกับพื้น

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย
1

บทที่ 1 ตอนที่ 1 นิยายเฮงซวย

10/11/2024

2

บทที่ 2 ตอนที่ 2 นิยายบอกอนาคต

10/11/2024

3

บทที่ 3 ตอนที่ 3 อ่านบทต่อไป

10/11/2024

4

บทที่ 4 ตอนที่ 4 ผะ ผี

10/11/2024

5

บทที่ 5 ตอนที่ 5 มิติซ้อนทับ

10/11/2024

6

บทที่ 6 ตอนที่ 6 เพื่อนเก่า

10/11/2024

7

บทที่ 7 ตอนที่ 7 ฝึกร่างกาย

10/11/2024

8

บทที่ 8 ตอนที่ 8 แก๊ง DH

10/11/2024

9

บทที่ 9 ตอนที่ 9 เตือน

10/11/2024

10

บทที่ 10 ตอนที่ 10 ขอถีบอีกสักครั้ง

10/11/2024

11

บทที่ 11 ตอนที่ 11 คนหลงแฟน งอนแฟนได้ไม่นานหรอก

12/11/2024

12

บทที่ 12 ตอนที่ 12 อย่าเว้นที่จะทำการบ้านไปนาน เดี๋ยวงอน!

12/11/2024

13

บทที่ 13 ตอนที่ 13 คะ คัต!

12/11/2024

14

บทที่ 14 ตอนที่ 14 ข้อความ

12/11/2024

15

บทที่ 15 ตอนที่ 15 พลังจิต ลางมรณะ

12/11/2024

16

บทที่ 16 ตอนที่ 16 วิธีใช้พลัง

12/11/2024

17

บทที่ 17 ตอนที่ 17 ข่าวลือการกลับมาของบอสใหญ่!

12/11/2024

18

บทที่ 18 ตอนที่ 18 งานประมูลออนไลน์

12/11/2024

19

บทที่ 19 ตอนที่ 19 ผู้ใช้ลม

12/11/2024

20

บทที่ 20 ตอนที่ 20 ช่วยเหลือ

12/11/2024

21

บทที่ 21 ตอนที่ 21 เผลอสนุกซะแล้ว

12/11/2024

22

บทที่ 22 ตอนที่ 22 วารินหวง

12/11/2024

23

บทที่ 23 ตอนที่ 23 ลางสังหรณ์บอกมาและข่าว

12/11/2024

24

บทที่ 24 ตอนที่ 24 ทดสอบของวิเศษและผีร้าย

12/11/2024

25

บทที่ 25 ตอนที่ 25 งานวันเกิดเลออน

12/11/2024

26

บทที่ 26 ตอนที่ 26 กำเนิดเทพสายฟ้าปริศนา

12/11/2024

27

บทที่ 27 ตอนที่ 27 เคลื่อนไหว

12/11/2024

28

บทที่ 28 ตอนที่ 29 ขัดขาคนอื่น

12/11/2024

29

บทที่ 29 ตอนที่ 30 ยาวิเศษ

12/11/2024

30

บทที่ 30 ตอนที่ 31 ตระกูลเฟิง

12/11/2024

31

บทที่ 31 ตอนที่ 32 เติมความหวานในชีวิตและนึกถึงความหลังกับเลออนกัน!

12/11/2024

32

บทที่ 32 ตอนที่ 33 ดักจับดร.จิว

12/11/2024

33

บทที่ 33 ตอนที่ 34 ผู้ใช้พลังจิตควบคุมดิน

12/11/2024

34

บทที่ 34 ตอนที่ 35 แท้จริงฉันและโนอาห์คือ...

12/11/2024

35

บทที่ 35 ตอนที่ 36 ภารกิจเสร็จสิ้น

12/11/2024

36

บทที่ 36 ตอนที่ 37 วิญญาณแฝด

12/11/2024

37

บทที่ 37 ตอนที่ 38 ยืนยันและข้อเสนอ

12/11/2024

38

บทที่ 38 ตอนที่ 39 รีดข้อมูล

12/11/2024

39

บทที่ 39 ตอนที่ 40 วารินปรากฏตัว

12/11/2024

40

บทที่ 40 ตอนที่ 41 อิระปรากฏตัว!

12/11/2024