ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ

ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ

โอซิริส

5.0
ความคิดเห็น
41.8K
ชม
51
บท

" ราชินทร์" บุรุษหนุ่มสายเลือดไทย ถูกเหล่าทวยเทพแห่งดินแดนไอยคุปต์ให้ครอบครองตราสัญญลักษณ์กษัตริย์แห่ง อียิปต์โบราณ เขาถูกกลืนเข้าไปในกระแสธารแห่งประวัติศาสตร์อันไกลโพ้น เพื่อทำหน้าที่รวบรวมแผ่นดินอียิปต์ให้เป็นหนึ่งเดียว จากสามัญชน สู่กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตกาล "ความรัก" ถูกลิขิตขึ้นในดินแดนแห่งมนต์ขลัง "ผิดหวัง" ด้วยรักเจ้าเพียงข้างเดียว "อำนาจ" แฝงเร้นมาพร้อมกับนวลนาง บทสรุปรักนี้จะลงเอยเป็นเช่นไร เมื่อรักหนึ่งพร้อมยอมพลี แต่อีกหนึ่งกลับหมายปองราชบัลลังก์!!

บทที่ 1 บทนำ

บทนำ

อาณาจักรอียิปต์ 3,100 ปี (1782-1570) ก่อนคริสตกาล

อียิปต์ ดินแดนแห่งเทพเจ้า ดินแดนแห่งความศรัทธาที่มีต่อเหล่าทวยเทพของชาวไอยคุปต์ ชาวไอยคุปต์โบราณต่างยึดมั่น และเชื่อว่าเทพเจ้าของพวกเขาคือที่พึ่งสุดท้าย ยามเมื่อแผ่นดินถึงคราวกลียุค อาณาจักรอียิปต์เมื่อครั้งบรรพกาล สมัยต้นราชวงศ์ได้รวบรวมอียิปต์เหนือและอียิปต์ใต้เป็นอาณาจักรเดียว และมีกษัตริย์ปกครองสืบต่อๆ กันมาอีกหลายราชวงศ์ ครั้นเมื่อถึงปลายยุคสมัยราชอาณาจักรกลาง ทั่วอาณาจักรต่างประสบความเดือดร้อนไปทุกที่ ผู้ปกครองหัวเมืองต่างๆ ภายในอาณาจักรอียิปต์ต่างลุกขึ้นต่อต้านกษัตริย์อีกครั้ง กล่าวกันว่ายุคนี้เป็นยุคเสื่อมของสมมุติเทพจากเทพเจ้า ฟาโรห์ซึ่งเป็นผู้ปกครองอียิปต์ ต่างหมดอำนาจอย่างสิ้นเชิง ต่างชาติไร้สิ้นความยำเกรงแต่อย่างใด เป็นยุคแห่งความไม่มีเสถียรภาพโดยแท้ เป็นยุคของการถูกรุกรานจากต่างชาติ บ้านเมืองถูกทำลายย่อยยับ พังพินาศไม่มีชิ้นดี

พวกฮิกซอส ซึ่งเชื่อกันว่ามาจากทางซีเรีย ต่างบุกเข้าอาณาจักรเพื่อเข้ามาท้าทายอำนาจของอียิปต์และกษัตริย์ซึ่งเป็นผู้ปกครอง พวกฮิกซอสเดินทัพโดยการขี่ม้าและรถม้า ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักในอียิปต์สมัยนั้น ต่างบุกข้ามมาทางด้านเหนือของแหลมไซนาย และตั้งฐานที่มั่นอยู่ที่ เทลอัด-เดบา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองเทนิส ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของดินดอนสามเหลี่ยม และเคลื่อนกำลังไปยังยอดของดินดอนสามเหลี่ยม อันเป็นจุดที่ทำให้เคลื่อนกำลังลงใต้ได้อย่างรวดเร็ว

ในการบุกเข้าอาณาจักรอียิปต์ในครั้งนี้ จุดประสงค์ของพวกฮิกซอส คือ ยึดอาณาจักรอียิปต์ที่กำลังเสื่อมถอยอยู่ในขณะนั้น ให้ตกมาอยู่ในกำมือ จนกระทั่งพวกฮิกซอสสามารถยึดครองอาณาจักรอียิปต์ได้เป็นผลสำเร็จและตั้งเมืองหลวงชื่อ อวารีส ครอบครองดินแดนส่วนเหนือของอียิปต์

นอกจากจะเกิดศึกสงครามซึ่งต่างชาติบุกเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งต้องสู้รบกับพวกฮิกซอสอยู่ตลอดเวลา ภายในอาณาจักรอียิปต์ ยังเกิดความระส่ำระสายไปถ้วนหน้า ด้วยเกิดสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้ปกครอง นั้นก็คือตำแหน่งฟาโรห์ ทั้งพระและขุนนาง ต่างแตกแยกขาดความสามัคคี ด้วยต้องการแย่งชิงอำนาจเอาไว้อยู่กับฝ่ายตน

อาณาจักรอียิปต์ในยุคดังกล่าว อ่อนแออย่างไม่เคยปรากฏ เชื้อพระวงศ์ของอียิปต์ซึ่งกระหายในอำนาจ อำนาจรัฐของฟาโรห์ที่เมมฟิสสิ้นสุดลง บรรดานครรัฐต่างตั้งตนเป็นอิสระและทำสงครามรบพุ่งกันเอง ดินแดนแม่น้ำไนล์ที่เคยอุดมสมบูรณ์เกิดภัยแล้งติดต่อกันเป็นเวลานาน ฟาโรห์อ่อนแอเกินกว่าที่จะสร้างระบบชลประทานขึ้นมา แก้ปัญหาได้ ความอดอยากและภัยสงครามแพร่กระจายทั่วแผ่นดิน

ในที่สุดอียิปต์ถูกแบ่งเป็นสองเขต คืออียิปต์ใต้ ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมมฟิสถูกปกครองโดยตระกูลหนึ่งจากเมืองเฮรักลีโอโพลิส (Herakleopolis) ส่วนอีกเขตหนึ่งคืออียิปต์เหนือที่อยู่ทางใต้ของเมมฟิสถูกปกครองโดยตระกูลจากเมืองธีบีส (Thebes) ซึ่งต่างฝ่ายพากันจัดตั้งให้มีฟาโรห์ขึ้นปกครองในดินแดนของตน ทั้งสองดินแดนมีจุดประสงค์อย่างเดียวกัน นั้นก็คือยึดครองดินแดนฝ่ายตรงข้ามให้มาเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม โดยมิใส่ใจพวกฮิกซอส ซึ่งได้ครอบครองดินแดนส่วนเหนือของอียิปต์แต่อย่างใด

หรือจะเป็นเพราะเทพเจ้าดลบันดาลให้อาณาจักรถึงคราวล่มสลายหรือจะทรงดลบันดาลให้เป็นอย่างอื่น ในตอนปลายใกล้สิ้นสุดของยุคอาณาจักรกลาง อำนาจของพวกฮิกซอสอ่อนแอลงและเสื่อมถอยซึ่งครอบครองดินแดนทางตอนเหนือของอียิปต์อยู่ในขณะนั้น จู่ๆ ฟาโรห์แห่งอียิปต์เหนือเสด็จสวรรคตอย่างมิรู้สาเหตุ ทำให้อียิปต์เหนือไร้สิ้นกษัตริย์ปกครอง บังเกิดความโกลาหลไปทุกหย่อมหญ้า

ภายใต้ความอัปยศ และความอับอายที่เกิดขึ้นจากการถูกต่างชาติเข้ามายึดครอง จะจบสิ้นลงเมื่อใดกันเล่าเมื่ออียิปต์เหนือในขณะนี้ตกอยู่ในภาวะลำบาก กลายเป็นเป้าหมาย จากศึกในคืออียิปต์ใต้ และศึกจากพวกต่างชาติคือฮิกซอส ซึ่งพยายามแสดงศักดาว่าอำนาจยังมิเสื่อมถอย พยายามเข้ายึดครองอียิปต์เหนือและโจมตีอียิปต์อยู่เป็นระยะๆ โดยอียิปต์เหนือไม่มีทางหลีกเลี่ยง ประชาชนเริ่มตื่นตระหนก เนื่องจากมิรู้ชะตากรรมในอนาคต

สิ่งเดียวที่จะช่วยได้ในเวลานี้ คือศรัทธาแห่งเทพเจ้า เทพเจ้าของพวกเขาเท่านั้นที่กลายเป็นส่วนรวมจิตใจของประชาชน อียิปต์เหนือต้องมีกษัตริย์ปกครอง และเป็นกษัตริย์ที่จะนำพาพวกเขาผ่านพ้นภัยพิบัติร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้นี้ให้หมดไป รวมถึงรวบรวมแผ่นดินให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง แต่กษัตริย์ของเขาคือใคร จึงจะสามารถนำความสงบและความยิ่งใหญ่ของอียิปต์เมื่อครั้งอดีตให้หวนกลับคืนมา จะสมหวัง หรือจะต้องเผชิญชะตากรรม ในเมื่อสิ่งที่รอคอยอยู่ข้างหน้า มันคือความหายนะของแผ่นดินซึ่งกำลังก้าวเข้ามาเยือน

เมืองซาวิเย็ท-เอล-อารยัน

วิหารร้างเทพเจ้าอาเมน

เสียงสวดจากบรรดานักบวช รวมแล้วเกือบ 30 ชีวิต ซึ่งต่างพากันมารวมตัวที่วิหารเทพเจ้าอาเมน ท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกโชนและบรรดาเครื่องหอมต่างๆ กลิ่นกำยานหอมลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ สามารถทำให้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดให้เบาบางลงไปได้บ้าง แต่เหมือนมิได้ทำให้เหล่านักบวชทั้งหมดนั้น คลายความวิตกจากสีหน้าที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดจากทางใบหน้าของแต่ละคน เสียงสวดโหยหวนดึงระงมฟังแล้วน่าสะพรึงกลัว หากเผอิญมีคนที่ผ่านไปมาในบริเวณนั้น ได้มาฟังเสียงสวดในขณะนี้ ไม่มีใครที่ได้ฟังแล้วจะไม่ขนลุกจนตั้งชัน

เสียงสวดของเหล่านักบวช ดังติดต่อกันอยู่เป็นเวลานาน ก่อนที่จะค่อยๆ สงบลงอย่างช้าๆ จนกลายเป็นความเงียบ ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่พ่นออกมา ฉับพลันวัตถุประหลาดบางอย่างลอยคว้างพุ่งออกจากวิหารเทพเจ้าอาเมนทันที แสงสีทองเรืองรองหมุนรอบเหนือวิหารเทพเจ้าอาเมน ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นเหนือท้องฟ้าพร้อมหมุนรอบตัวเองไปมาอย่างรวดเร็ว แสงเรืองรองที่เห็นเป็นประกายเริ่มค่อยๆ สว่างวาบขึ้นมาทีละน้อย ท่ามกลางพระจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งเต็มไปด้วยเมฆหมอกปกคลุม มองดูอึมครึม ก่อนจะค่อยๆ ลอยเคลื่อนผ่านออกไปจากพระจันทร์อย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ เหลือเพียงแสงประหลาดที่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ยังคงลอยเด่นและหมุนรอบตัวเองด้วยความรวดเร็ว คล้ายกำลังมองหาอะไรบางอย่าง

ภายในวิหารร้างเทพเจ้าอาเมน

ร่างสูงของนักบวชร่างหนึ่งซึ่งคล้ายจะเป็นหัวหน้าของนักบวชทั้งหมด เริ่มขยับตัวพร้อมค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อทั้งหมด ต่างพากันสวดคาถาโบราณเสร็จสิ้น พร้อมเงยหน้าจ้องมองนักบวชแต่ละคนที่อยู่ในบริเวณ พร้อมเอื้อมมือเปิดหีบ ที่ทำจากหินอะลาบาสเตอร์ เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในหีบดังกล่าว พร้อมกับเสียงของนักบวชหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้กันร้องถามออกมา ด้วยความไม่แน่ใจทันที

“ท่านคาเจม! สิ่งนี้จะช่วยพวกเราได้จริงหรือ หากมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด อาณาจักรอียิปต์มิต้องถึงกาลล่มสลาย ทั้งพวกข้ารวมไปถึงตัวท่านและประชาชนในอาณาจักร จะไม่เหลือแผ่นดินให้อยู่อีกต่อไปแล้วนะขอรับ”

คำถามของนักบวชหนุ่ม บ่งบอกถึงความคิดภายในใจ เหล่านักบวชที่เหลือเมื่อได้ยินคำถามดังกล่าว ต่างเงยหน้ามองหัวหน้านักบวชของพวกตนพร้อมสายตาที่บ่งบอกถึงความไม่แน่ใจเช่นเดียวกัน ท่ามกลางคำถามมากมายที่อยู่ภายในดวงตาของแต่ละคู่ ก่อนจะได้ยินเสียงหัวหน้านักบวชของพวกเขาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันดัง

“พวกเจ้าและข้า ต่างมารวมตัวกันที่วิหารเทพอาเมนเพื่ออะไรกัน!” หัวหน้านักบวช พูดพร้อมจ้องมองหน้านักบวชแต่ละคนอย่างไม่ละสายตา ก่อนจะหันร่างกลับไปพร้อมเงยหน้ามองรูปปั้นเทพเจ้าอาเมน พร้อมใช้มือโรยผงกำยานลงไปในเปลวไฟเพื่อกระจายกลิ่นหอม และให้เปลวไฟลุกโชนอยู่ตลอดเวลา ก่อนกล่าวกับเหล่านักบวชต่อไป

“การที่ตัวข้าและพวกเจ้าทั้งหมด ซึ่งมาจากทั่วทุกสารทิศต่างมารวมตัวกันที่วิหารเทพเจ้า ก็เพื่อมาสวดอ้อนวอนต่อเหล่าทวยเทพ ให้อาณาจักรของพวกเราผ่านพ้นหายนะร้ายที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ไปให้ได้ไม่ใช่รึ ศรัทธาต่อเหล่าทวยเทพ จะส่งผลในสิ่งที่พวกเราต้องการ พวกเจ้าและข้าต่างมีเวทมนตร์ที่ไม่มีใครล่วงรู้ แม้กระทั่งสังฆราชซูกาฟาห์ ยังไม่รู้ว่าทั้งข้าและพวกเจ้าต่างมีอำนาจลี้ลับซึ่งเทพเจ้าทรงประทานให้ เหตุใดพวกเจ้าจึงมาตั้งคำถามเช่นนี้กับข้าอีก”

คำตอบของหัวหน้านักบวชคาเจม ทำเอาเหล่านักบวชที่ยืนฟังอยู่ในขณะนั้น ต่างตกอยู่ในความเงียบทันที ด้วยพวกตนล่วงรู้ดีว่า อำนาจลี้ลับที่พวกเขามีอยู่นั้นล้วนได้มาจากเทพเจ้าซึ่งพระองค์ประทานให้ ก่อนจะตั้งใจฟังเมื่อหัวหน้านักบวชของพวกเขาเอ่ยอธิบาย สิ่งที่อยู่ภายในหีบดังกล่าว

“สิ่งที่พวกเจ้าเห็นอยู่ในหีบนี้ คือตราสัญลักษณ์กษัตริย์แห่งอียิปต์โบราณ ตกทอดมาตั้งแต่ราชอาณาจักรเก่า แฝงเร้นไปด้วยอำนาจลึกลับอันมากมายมหาศาล ตราสัญลักษณ์จะนำผู้ที่จะเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรอียิปต์มาหาพวกเรา และจะเป็นผู้นำอียิปต์ผ่านพ้นหายนะเลวร้ายนี้ไปจนได้ อียิปต์ของเราจะกลับมายิ่งใหญ่และรุ่งเรืองอีกครั้ง ไม่ต้องเผชิญกับพวกที่คอยแย่งชิงหวังครอบครองอำนาจที่พวกมันไม่สมควรที่จะได้รับอีกต่อไป” นักบวชคาเจม กล่าวพร้อมหันกลับไปมองตราสัญลักษณ์กษัตริย์ ที่อยู่ในหีบตรงหน้า

หีบอะลาบาสเตอร์ สีขาวขุ่นเปิดอ้าออกกว้าง เผยให้เห็นตราสัญลักษณ์กษัตริย์ จากราชอาณาจักรเก่า ซึ่งทำมาจากทองคำทั้งหมด มีลักษณะเป็นพระศอ ตราสัญลักษณ์มีรูปร่างเป็นวงกลมทำด้วยทองคำและงูใหญ่ขดตัวล้อมรอบตราสัญลักษณ์นั้นซึ่งตีทองคำแท้ให้เป็นแผ่นแกะลวดลายสัญลักษณ์ของกษัตริย์อียิปต์ ตรงกลางมีอักขระโบราณคล้ายเป็นประโยคบางอย่างกำกับอยู่ภายใน แต่มันมีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ตราสัญลักษณ์กษัตริย์ซึ่งครอบอยู่ด้านบนหายไป เหลือเพียงส่วนที่เหลือซึ่งเป็นชิ้นส่วนด้านล่างที่ยังคงอยู่

สายตาของเหล่านักบวชต่างมองมาที่หัวหน้ากลุ่มของพวกตนเป็นตาเดียวกัน เมื่อเหตุการณ์ประหลาดซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไปทันทีที่จบบทสวดคาถาโบราณเมื่อครู่ที่ผ่านมา ทำให้ตราสัญลักษณ์ของกษัตริย์อียิปต์ซึ่งเป็นชิ้นส่วนด้านบน จู่ๆ ลอยละลิ่วพุ่งทะยานออกจากวิหารเทพเจ้าอาเมนขึ้นสู่ท้องฟ้าต่อหน้าต่อตาของเหล่านักบวชทั้งหมด ก่อนจะได้ยินเสียงของนักบวชหนุ่ม หนึ่งในนั้นเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ผลของมัน

“ท่านคาเจม ท่านจะล่วงรู้ได้อย่างไร ว่าผู้ใดคือผู้ครอบครองตราสัญลักษณ์กษัตริย์ที่อยู่ในหีบตรงหน้านี้ขอรับ และอีกนานเพียงใด ผู้ที่ถูกกำหนดจากเทพเจ้าจึงจะปรากฏตัว มิมีสัญญาณบอกจากเทพเจ้าให้พวกเราได้ล่วงรู้ก่อนบ้างหรือขอรับ อีกอย่างหากสังฆราชซูกาฟาห์ ล่วงรู้พิธีกรรมของพวกเราในเวลานี้ ต้องหาวิธีขัดขวางและกำจัดสิ่งที่เรารอคอยอย่างแน่นอน ท่านซูกาฟาห์ แม่นยำในการดูดวงดาวมิใช่หรือขอรับ” คำถามของนักบวชหนุ่ม ทำเอานักบวชคาเจมถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมหันกลับไปมองเหล่านักบวช ก่อนจะกล่าวในสิ่งที่ตนกังวลเช่นเดียวกัน

“ข้าไม่รู้! แต่อย่างน้อยกษัตริย์แห่งเทพเจ้าจะต้องมีบางอย่างที่แปลกไปกว่าผู้อื่นแน่นอน ข้ามั่นใจเช่นนั้น ส่วนซูกาฟาห์จะล่วงรู้การทำพิธีในวันนี้หรือไม่ พวกเจ้าไม่ต้องกังวล วิหารแห่งนี้ห่างไกลจากเมืองหลวง ดวงดาวในทิศทางที่ซูกาฟาห์ใช้อ่านดวงดาว มิได้อยู่ในเส้นทางที่มันอ่านได้ ข้าล่วงรู้ดี และเพราะเหตุนี้ ข้าจึงเลือกที่จะทำพิธีกรรมในวิหารเทพอาเมน เพราะในที่ลับมักถูกค้นหาแต่ในสถานที่แห่งนี้ มักถูกปล่อยทิ้งร้างไร้สิ้นผู้ใดเหลียวแลมาเนิ่นนาน มิมีผู้ใดคาดเดาได้อย่างแน่นอน” นักบวชคาเจม พูดพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างแรง ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ถึงแม้ว่าซูกาฟาห์จะดูดวงดาวได้อย่างแม่นยำ ข้อนั้นข้าไม่เถียงแต่มิได้หมายความว่า ซูกาฟาห์จะมีอำนาจที่เทพเจ้าทรงประทานให้เหมือนข้าและพวกเจ้าที่อยู่ในนี้ เท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ซูกาฟาห์มันก็กระหายอยากที่จะขึ้นสถาปนาเป็นฟาโรห์อยู่ทุกวันไม่เคยเว้น เพียงแต่มันไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะขึ้นสถาปนาได้ จึงทำได้แค่เป็นผู้สำเร็จราชการแทน แต่เชื่อเถอะว่าคนอย่างมันต้องหาช่องทางทุกอย่าง เพื่อมันจะได้อำนาจดั่งตามที่มันต้องการอย่างแน่นอน” นักบวชคาเจม พูดพลางก้าวเดินไปข้างหน้า พร้อมหยุดยืนอยู่ด้านหน้าบริเวณรูปปั้นของเทพเจ้าอาเมน พลางเงยหน้ามองท้องฟ้าเพื่อสังเกตปรากฏการณ์บางอย่าง

“พระจันทร์เต็มดวงแล้ว! ตราสัญลักษณ์กษัตริย์กำลังเดินทางไปยังทิศทางที่ไม่มีใครล่วงรู้ อียิปต์ยังไม่ถึงกาลวิบัติ” หัวหน้านักบวชเอ่ยออกมาด้วยความยินดี พร้อมหันกลับไปบอกพวกของตน

“ตราแห่งกษัตริย์กำลังเดินทางไปในที่ไม่มีใครพบและไม่มีใครล่วงรู้ได้ พิธีกรรมในวันนี้คือความหวังสุดท้ายของอียิปต์ และดูเหมือนว่า อียิปต์ของเรายังไม่ถึงคราวอับจน กษัตริย์ที่เหมาะสมของพวกเรามีตัวตน” นักบวชคาเจม บอกกล่าวกับเหล่านักบวชตรงหน้า ใบหน้าที่ตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา ขณะนี้เริ่มมีสีหน้าของความหวังอย่างเห็นได้ชัด

“พวกเจ้าจงมองขึ้นไปเบื้องบน สัญลักษณ์กษัตริย์หยุดอยู่กับที่แล้ว นั้นหมายถึงนิมิตที่ดีของอียิปต์ ตราแห่งกษัตริย์คงล่วงรู้แล้วว่า กษัตริย์ของอียิปต์อยู่ที่ใด” นักบวชคาเจม กล่าวพร้อมก้าวเดินออกไปจากวิหารร้าง ใบหน้ายังแหงนมองสัญลักษณ์แห่งกษัตริย์ที่อยู่บนท้องฟ้า ดวงตายังคงจ้องมองไม่กะพริบ ตามติดด้วยเหล่านักบวชทั้ง 30 ชีวิต ต่างเดินตามออกมาด้านนอกวิหารอย่างพร้อมเพรียงกัน ทันใดนั้นเอง

“พรึ่บ!”

ท้องฟ้าในตอนกลางคืนขณะนี้ บริเวณทางทิศเหนือ ปรากฏแสงสว่างเจิดจ้ามองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น แสงนั้นส่องแสงสว่างค่อยๆ ลามเลียไปทั่วทะเลทรายเบื้องล่าง วิหารร้างเทพเจ้าอาเมนถูกแสงสว่างสาดกระทบจนมองไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ทั่วบริเวณเบื้องล่างขาวโพลนไปจนทั่ว ตามติดด้วยเสียงดังสนั่นสนั่นหวั่นไหวดังมาจากท้องฟ้าเบื้องบนอย่างมิเคยปรากฏมาก่อน

“ตูม!”

แสงสว่างเจิดจ้าจากตราแห่งกษัตริย์บัดนี้หายลับไปกับตา ทันทีที่เสียงดังสนั่นหวั่นไหวปรากฏขึ้น สัญลักษณ์แห่งกษัตริย์เลือนหายไปจากท้องฟ้า เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและความเงียบที่เข้ามาเยือน เหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ตราแห่งกษัตริย์กำลังเดินทางไปสู่ทิศทางใดไม่มีใครรู้ อำนาจและความลี้ลับจากมนตราแห่งอียิปต์โบราณ กำลังมุ่งตรงไปยังเป้าหมาย สู่ทิศทางอันยาวไกลยากที่ใครจะคาดคิด

อ่านต่อ

หนังสืออื่นๆ ของ โอซิริส

ข้อมูลเพิ่มเติม

หนังสือที่คุณอาจชอบ

ขอเลิกกับสามีงี่เง่า

ขอเลิกกับสามีงี่เง่า

Thalia Frost
5.0

กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...

ช่วยเลิกงี่เง่าสักที

ช่วยเลิกงี่เง่าสักที

Jade Winslow
5.0

แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"

หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ

หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ

Crimson Syntax
5.0

ทุกคนต่างรู้ดีว่าเจียงว่านหนิงรักเย่เชินมานานหลายปี เธอที่มักจะว่านอนสอนง่ายและน่ารักเสมอ ได้สักลายเพื่อเขาและยอมทนอยู่ใต้อำนาจผู้อื่น เมื่อเธอถูกทุกคนใส่ร้ายจนโดนตำหนิ เขากลับนิ่งเฉยและยังถึงขั้นให้เธอคุกเข่าให้แฟนเก่าของเขาอีกด้วย เธอที่รู้สึกอับอาย ในที่สุดก็หมดหวัง หลังจากยกเลิกการหมั้น เธอก็หันไปแต่งงานกับทายาทพันล้านทันที คืนนั้นเอง ใบทะเบียนสมรสของทั้งคู่ก็กลายเป็นข่าวฮิตบนโลกออนไลน์ เย่เชินที่เคยคิดว่าตัวเองเก่งกาจที่สุดก็เริ่มวิตกและพูดออกมาด้วยความโกรธว่า "อย่าเพ้อฝันไปเลย นายคิดว่าเธอรักนายจริงๆ งั้นเหรอ เธอแค่ต้องการใช้พลังอำนาจของตระกูลฟู่เพื่อแก้แค้นฉันเท่านั้นเอง" ฟู่จิงเซินจูบหญิงสาวในอ้อมกอดและตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า "แล้วจะเป็นไรไปล่ะ ก็พอดีว่าฉันมีทั้งเงินและอำนาจนี่"

มงกุฎเลือด

มงกุฎเลือด

Tepui Frost
5.0

ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ
ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ
1

บทที่ 1 บทนำ

02/01/2022

2

บทที่ 2 ตอนที่ 1

02/01/2022

3

บทที่ 3 ตอนที่ 2

02/01/2022

4

บทที่ 4 ตอนที่ 3

03/01/2022

5

บทที่ 5 ตอนที่ 4

03/01/2022

6

บทที่ 6 ตอนที่ 5

03/01/2022

7

บทที่ 7 ตอนที่ 6

04/01/2022

8

บทที่ 8 ตอนที่ 7

04/01/2022

9

บทที่ 9 ตอนที่ 8

04/01/2022

10

บทที่ 10 ตอนที่ 9

04/01/2022

11

บทที่ 11 ตอนที่ 10

06/01/2022

12

บทที่ 12 ตอนที่ 11

06/01/2022

13

บทที่ 13 ตอนที่ 12

07/01/2022

14

บทที่ 14 ตอนที่ 13

09/01/2022

15

บทที่ 15 ตอนที่ 14

10/01/2022

16

บทที่ 16 ตอนที่ 15

11/01/2022

17

บทที่ 17 ตอนที่ 16

11/01/2022

18

บทที่ 18 ตอนที่ 17

13/01/2022

19

บทที่ 19 ตอนที่ 18

14/01/2022

20

บทที่ 20 ตอนที่ 19

14/01/2022

21

บทที่ 21 ตอนที่ 20

16/01/2022

22

บทที่ 22 ตอนที่ 21

16/01/2022

23

บทที่ 23 ตอนที่ 22

17/01/2022

24

บทที่ 24 ตอนที่ 23

17/01/2022

25

บทที่ 25 ตอนที่ 24

18/01/2022

26

บทที่ 26 ตอนที่ 25

20/01/2022

27

บทที่ 27 ตอนที่ 26

21/01/2022

28

บทที่ 28 ตอนที่ 27

21/01/2022

29

บทที่ 29 ตอนที่ 28

23/01/2022

30

บทที่ 30 ตอนที่ 29

24/01/2022

31

บทที่ 31 ตอนที่ 30

25/01/2022

32

บทที่ 32 ตอนที่ 31

27/01/2022

33

บทที่ 33 ตอนที่ 32

28/01/2022

34

บทที่ 34 ตอนที่ 33

28/01/2022

35

บทที่ 35 ตอนที่ 34

30/01/2022

36

บทที่ 36 ตอนที่ 35

30/01/2022

37

บทที่ 37 ตอนที่ 36

31/01/2022

38

บทที่ 38 ตอนที่ 37

01/02/2022

39

บทที่ 39 ตอนที่ 38

03/02/2022

40

บทที่ 40 ตอนที่ 39

04/02/2022