Login to MeghaBook
icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
รักที่แสนเกลียด
5.0
ความคิดเห็น
709
ชม
9
บท

"อย่ามายุ่งกับฉัน เธอไม่มีวันแทนปอได้จำใส่สมองเอาไว้ เธอไม่ได้ครึ่งปอแก้ว ไม่มีวันที่เธอจะแทนได้" "ป่านรู้ดีว่าไม่มีวันแทนพี่ปอได้ ป่านรับรู้มาตลอดว่าป่านไม่มีวันได้ครึ่งพี่ปอ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ช่างในชีวิต ป่านไม่เคยสู้พี่ปอได้เลย แต่ตอนนี้พี่ดีแล่นคือสามีตามกฎหมายของป่าน ป่านดูแลพี่ดีแล่นตามหน้าที่ภรรยา" "ภรรยาเหรอ? หึ! เธอไม่มีสิทธิ์ใช้คำนี้ด้วยซ้ำ" "ในทะเบียนสมรส นางสาวป่านทอทอง ภักดีพิพัฒน์ได้จดทะเบียนสมรสกับนายดีแล่น..." ฉันพูดไม่ทันจบเขาก็รีบพูดแทรกขึ้น ใบหน้าบ่งขอกว่าไม่พอใจที่สุด "มันก็แค่กระดาษใบเดียว ผู้หญิงแบบเธอต่อให้อ้าขาให้ฉัน ฉันก็ไม่เอา อย่าคิดมาเสมอเหมือนปอแก้ว เธอไม่มีวันได้เป็น" พี่ดีแล่นปรามาสฉันด้วยถ้อยคำร้ายกาจ ฉันเชิดหน้าขึ้นแล้วพ่นคำพูดเผ็ดร้อนตอกกลับทันที "แล้วพี่คิดว่าป่านอยากได้พี่เป็นผัวเหรอ ป่านไม่ได้อยากได้ พี่ปอก็คงไม่อยากได้เหมือนกัน ถ้าอยากได้พี่เป็นผัว พี่ปอคงไม่หนีไปหรอก มีอย่างที่ไหนรักกันปานจะกลืนกินพอถึงวันแต่งงานเจ้าสาวก็หนีหาย ถ้าพี่ดีจริงเจ้าสาวคงไม่หายหรอกจริงไหมพี่ดีแล่น!" จ้องหน้าพี่ดีแล่นอย่างท้าทาย ในเมื่อเขาอยาบคายกับฉันก็ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องพูดจารักษาน้ำใจเขา "ป่านทอทอง!" พี่ดีแล่นตะเบ็งเสียงดังลั่น "อย่าปากดีให้มันมาก" "พี่ไม่มีสิทธิ์ว่าป่าน พี่เกลียดอะไรป่านพี่ถึงทำนิสัยแบบนี้ใส่ป่าน" ฉันเริ่มขึ้นเสียงใส่บ้าง "หึ! ฉันไม่ได้เกลียด แต่ฉันไม่ชอบผู้หญิงแบบเธอ"

บทที่ 1 จุดเริ่มต้น

งานแต่งถูกจัดขึ้นกลางไร่ส้มพวงประภา ฉันอยู่ในชุดสีชมพูหวาน ใบหน้าของฉันเรียบเฉยไม่ได้แสดงความยินดีหรือมีความสุขเลยแม้แต่น้อย ฉันควรจะมีรอยยิ้ม ฉันควรจะมีความสุขกลับวันที่แสนน่ายินดีแบบนี้

แต่เปล่าเลย ฉันกลับไม่ได้รู้สึกยินดีกับงานแต่งนี้เลยสักนิด ฉันเพียงแค่เป็นเงาของผู้หญิงที่ฉันรัก เธอเป็นพี่สาวฝาแฝดของฉัน

ฉันแต่งงานแทนพี่สาว พี่ของฉันหนีไปตั้งแต่เมื่อคืน เป็นฉันที่ต้องแต่งแทน แต่งกับผู้ชายที่ฉันรัก แต่งกับผู้ชายที่ฉันรักมาหลายปี แต่เขาไม่เคยรักฉันสักนิด

"ป่านช่วยพี่ด้วย พี่ไม่อยากแต่งกับพี่ดีแล่น"

"พี่ก็รู้พี่ดีแล่นรักพี่มาก ถ้าพี่หนีไปพี่เขาคงเสียใจ อีกอย่างป่านก็ไม่เห็นทางออกเรื่องนี้ ป่านจะช่วยพี่ได้อย่างไร"

"ป่านต้องแต่งงานกับพี่ดีแล่น ป่านต้องแต่งกับเขาแทนพี่"

"จะแต่งแทนได้ยังไงคะถ้าพี่ดีแล่นรู้เรื่องนี้ ความรู้สึกของเขาจะเป็นยังไง"

"ช่วยพี่นะป่านพี่ขอร้อง ให้พี่กราบป่านพี่ก็ยอม"

คำขอร้องที่แสนน่าอึดอัด ตอนแรกฉันก็คิดว่าพี่สาวของฉันพูดเล่น ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย ก่อนนอนฉันก็อยากเห็นพี่ดีแล่นกับพี่ปอแสดงความรักกันอยู่เลย

แต่พอถึงตอนแต่งหน้าเจ้าสาว พี่สาวของฉันก็หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงจดหมายเล็กๆขอร้องไม่ให้ฉันพูดเรื่องที่พี่ฉันหนีไป ขอร้องไม่ให้ฉันบอกใครเรื่องนี้

มันน่าตลกดีว่าไหมคะ การที่เราแต่งงานกับคนที่รักแทนพี่สาว ฉันรู้ดีเลยว่านับจากนี้ ชีวิตของฉันต้องเจอกับอะไร

"ไปกันได้แล้วยัยป่าน" แม่เสียงแข็งไม่พอใจ หลังจากที่บังคับฉันอยู่นาน ฉันก็ตกลง ฉันจำต้องทำตาม ชีวิตฉันเหมือนกำลังเดินเข้าหากองไฟ รู้ว่าจะต้องร้อนรนต้องถูกเผาต้องเจ็บปวดแต่ฉันก็ทำ

ครอบครัวพี่ดีแล่นก็ไม่อยากเสียหน้า งานแต่งจึงดำเนินต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทุกคนต่างกลัวเสียหน้าเสียตา ไม่สนความรู้สึกของลูกๆเลยแม้แต่น้อย

"ยัยปอเป็นเด็กดีจะตาย หนีงานแต่งแบบนี้ต้องมีเหตุจำเป็นอะไรแน่ๆ เสร็จงานนี้ต้องเกณฑ์คนตามหา" แม่พูดพลางทำหน้ากังวล แต่ฉันไม่พูดอะไรต่อ ฉันรู้ทุกอย่างแค่ฉันไม่พูดมันออกมา พูดไปแม่ของฉันก็เสียใจ สู้ให้ท่านรับรู้ว่าพี่สาวของฉันเป็นเด็กดี เป็นผู้หญิงน่ารักเรียบร้อยแบบนี้จะดีกว่า

ถ้าพูดสิ่งที่ฉันแบกรับออกมา ฉันกลัวแม่ฉันจะรับไม่ได้ กลายเป็นฉันที่ชั่วใส่ร้ายพี่สาวเอง ท่านรักพี่ปอมากกว่าฉัน พี่ปอเก่งกว่าฉันทุกอย่างเป็นหน้าเป็นตาให้แม่ ส่วนฉันเรียนหนังสือไม่เก่ง ไม่เคยทำให้พ่อแม่ภูมิใจได้เท่าพี่ปอเลย

แม่พาฉันเดินไปหาเจ้าบ่าวที่ยืนหน้าตึง ใบหน้าของเขาแดงก่ำลามไปถึงใบหู ผู้คนมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดี

ฉันสวมรอยเป็นพี่ปอได้อย่างเเนบเนียน ฉันกับพี่ปอเราหน้าเหมือนกันมาก ถ้าคนไม่สนิทจริงๆแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าคนไหนปอคนไหนป่าน

"ผมขอคุยอะไรด้วยหน่อยแม่" พี่ดีแล่นเอ่ยแล้วดึงแขนแม่เดินไปอีกทาง ส่วนแม่ฉันก็รีบเดินตาม ฉันลังเลอยู่นานก็เลยเดินตามเช่นกัน

"แม่จะให้แต่งกับผู้หญิงที่ผมไม่ได้รักไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ?"

"แค่แต่งเอาหน้าเอาตาไว้ก่อน ถ้าคนไร่นู่นรู้ว่าลูกงานแต่งล่มเขาลงสมน้ำหน้า แม่ไม่อยากให้ใครมาพูดหรือนินทาเราให้เสียหน้า"

"ผมไม่แคร์!"

"แต่แม่แคร์ ป่านแต่งในนามหนูปอนะดีแล่น ถ้าหนูปอกลับมาลูกก็ใช้ชีวิตปกติกับเธอ ทุกคนจะรับรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ลูกแต่งกับหนูปอ"

"แต่มันคนล่ะคนกัน ผมอยากรู้ว่าปอไปไหน"

"ทุกคนก็ไม่รู้เหมือนกัน โทรหาใครก็ไม่มีใครรู้เลย งานแต่งเสร็จทุกคนก็จะช่วยกันตามหา ถ้าครบ24ชั่วโมง แม่ปริมจะไปแจ้งความ"

"ยกเลิกงานแต่งเถอะ ผมจะไปตามหาเธอ"

"ยกเลิกงานไม่ได้ ทำแบบนี้มันดีกับทุกฝ่ายแล้วลูก ช่วยรักษาหน้าแม่ไว้หน่อยนะ" พี่ดีแล่นเงียบ ส่วนฉันก็ไม่กล้าพูดเช่นกัน

ฉันหันหลังเดินกลับไม่อยากจะเสียมารยาทอยู่ฟังอีกแล้ว ถ้าเขายกเลิกก็ไม่เป็นไร แต่ถ้างานดำเนินต่อ ฉันก็ต้องแต่งกับพี่ดีแล่น ฉันยอมทุกคนมาตลอดไม่ว่าจะตอนเด็กหรือว่าตอนโตก็ตาม

เขาเดินกลับมาพร้อมแม่ฉันกับแม่พี่เขา ส่วนพ่อเราสองคนไปดูความเรียบร้อยอีกฝั่ง พี่เดินแล่นเดินมายืนข้างฉันแล้วรับแขก เขายิ้มฝืนๆ ฉันรู้ว่าเขาเสียใจและโกรธที่เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้น

แต่ทุกอย่างต้องดำเนินต่อไป ...

"พี่ดีแล่นหิวน้ำไหม?" ฉันเอ่ยขึ้น แต่พี่เขายังคงนิ่งไม่สนคำพูดฉัน "พี่หิวหรือเปล่าป่านจะเอามาให้ดื่ม"

"ไม่" คำเดียวสั้นๆห้วนๆ ที่เขาเอ่ยออกมา แต่ไม่เป็นไรคงเขาหงุดหงิดที่ไม่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขารัก เจ้าสาวหายทั้งที่จะแต่งกันอยู่แล้ว เขาย่อมรู้สึกแย่เป็นธรรมดา

"ตอนจดทะเบียน เซ็นชื่อเป็นชื่อหนูป่านเลยนะ"

"อะไรนะคะ?" ฉันหันไปมองหน้าพ่อชนะพล รู้สึกงงมากๆฉันแต่งงานในนามพี่สาวแต่ทำไมต้องจดทะเบียนสมรสเป็นชื่อตัวเอง

"พ่อบอกให้หนูเซ็นเป็นชื่อหนู เวลาหย่าก็หย่าชื่อหนูมันง่ายและถูกต้องที่สุดเเล้ว มันง่ายถูกต้องตามกฏหมายด้วย"

"แต่เราไม่จดทะเบียนสมรสกันก็ได้นี่คะ"

"ถ้าไม่จดงานแต่งก็ไม่สมบูรณ์สิลูก พ่อว่าจดทะเบียนเป็นชื่อหนูแหละดีที่สุดแล้ว"

"ก็ได้ค่ะ" ฉันพยักหน้ารับคำน้อยๆแล้วจรดปากกาเซ็นชื่อของตัวเองลงทะเบียนสมรส พอเซ็นเสร็จพี่ดีแล่นก็ดึงไปเซ็นชื่อตัวเอง

"ปอกลับมาก็หย่าให้ฉันด้วย!"

"ค่ะ" ฉันพยักหน้า แต่สายตาที่พ่อชนะพลมองฉันกับพี่ดีแล่น มันเป็นสายตาที่มีแต่ความดีใจ ปลื้มใจ

งานแต่งดำเนินไปเรื่อยๆ ฉันเองก็อึดอัดเขาเองก็อึดอัดเช่นกัน จนกระทั่งพิธีเข้าหอทุกคนต่างอวยพรให้เราสองคนมีความสุข มันไม่ใช่ความสุข แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เท่านั้น

"พี่ดีแล่นจะอาบน้ำไหมคะ?" ฉันยิ้มมองหน้า พี่ดีแล่นทำหน้าเหมือนเบื่อระอาฉันเต็มทน ในเมื่อฉันแต่งงานกับพี่ดีแล่นฉันก็ต้องดูแลอย่างดีที่สุด

จนกว่าพี่สาวฉันจะกลับมา...

++++++++++++++++++++++

อ่านต่อ

หนังสือที่คุณอาจชอบ

มู่หรงเยว่ชิง ท่านหญิงตำลึงทอง

มู่หรงเยว่ชิง ท่านหญิงตำลึงทอง

ปรียาดา
5.0

ความงกของนางทำเอาบุรุษทุกคนต้องถอยหนี แม้กระนั้นความงามทำให้คนมาติดพันนางมากมาย แต่นางเล่นเอาพวกเขาเหล่านั้นหมดตัวกันไปทุกครั้ง แล้วอย่างนี้จะมีบุรุษจวนไหนที่จะกล้าแต่งนางเข้าจวน ฉายาท่านหญิงตำลึงทองของนางไม่ใช่ได้มาเล่น ๆ “ข้าจะหาของมากมายมาให้เจ้า เมื่อนั้น เจ้าจะได้เข้าใจว่าในที่สุดแล้ว ของพวกนั้นก็หาได้มีราคาเทียบเท่ากับตัวเจ้า ที่ข้าทุ่มเททุกอย่างให้” ไป่ชางบอกพลางจ้องดวงตาดอกท้อสุกสกาวตรงหน้า มู่หรงเย่วชิงออกอาการเอียงอาย ก้มหน้าลงแล้วหันหนี สองมือจับอยู่ตรงสายชายอาภรณ์แล้วบิดไปมาระบายความเขิน ซึ่งดูได้ยากว่าเป็นเรื่องจริง หรือเป็นเพียงการซ่อนความดีอกดีใจที่จะได้รับพระราชทานสิ่งของราคาแพงถึงขนาดนั้นกันแน่ “มันจะเป็นของมากมายเพียงใดกันนะ” นางรำพึงรำพัน “มากจนเจ้าคาดไม่ถึงเลยทีเดียว” “หนึ่งหีบหรือเพคะ” “มากกว่านั้น” “หรืออาจจะเป็นสอง” “เจ้าพอใจเท่านั้นเองหรือ” “สตรีไม่ควรละโมบโลภมาก แม้บุรุษผู้นั้นจะนำมาเสนอให้ถึงที่ก็ตามที” นางช่างกล้าพูด! นี่เป็นความคิดของคนที่หลบซ่อนอยู่ องค์ชายชางทำหน้าไม่เห็นด้วย “ข้าไม่สนใจเรื่องเหล่านั้น” “ยิ่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเยว่ชิง ใช่หรือไม่เพคะ” นางแสร้งทำเป็นออกความเห็นแบบเด็ก ๆ อีกครั้ง ความฉลาดในการเอาตัวเองไปผูกกับบุรุษที่ร่ำรวยที่สุดในอาณาจักรทำให้หลี่อวี้ทั้งขำและเอ็นดูนางในคราวเดียวกัน และยิ่งขบขันมากขึ้น เมื่อเห็นว่าเจ้าหลานโง่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเจอกับอะไร

เธอพลาดที่ทิ้งฉัน

เธอพลาดที่ทิ้งฉัน

Moritz Hearsum
5.0

ซูมู่หยูคือลูกสาวแท้ๆ ของตระกูลที่พลัดพรากจากกันไปนาน หลังจากกลับมาสู่ครอบครัว เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอาใจญาติๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวตน เกียรติศักดิ์ หรือผลงานการออกแบบ เธอก็ถูกบังคับให้มอบสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกสาวบุญธรรม อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้รับความรักและการดูแลจากครอบครัวแต่อย่างใด แต่กลับโดนเอาเปรียบตลอด นับแต่นั้นเป็นต้นมา มู่หยูไม่ยอมให้ใครอีกเลย และตัดความรู้สึกและความรักทั้งหมดออกไป ปัจจุบันเธอเป็นสายดำระดับเก้า เชี่ยวชาญภาษาถึงแปดภาษา เป็นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ และนักออกแบบระดับโลก ซูมู่หยูกล่าวว่า "จากนี้ไป ฉันเป็นหนึ่งของตระกูลซู"

ขอโอกาสอีกครั้ง

ขอโอกาสอีกครั้ง

Arny Gallucio
5.0

หลังจากเมา เธอก็ได้รู้จักกับคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง เธอต้องการความช่วยเหลือจากเขา ส่วนเขาหลงเสน่ห์รูปร่างที่ดีและความสวยงามของเธอ พอเวลาผ่านไป เธอก็ตระหนักได้ว่าเขามีคนอยู่ในใจแล้ว เมื่อรักแรกของเขากลับมา เขาก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ละคืนเหวินม่านอยู่ในห้องว่างเปล่าด้วยคนเดียว แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เธอได้รับมาก็มีแต่เช็คใบหนึ่งและคำกล่าวลาเท่านั้น เดิมทีคิดว่าเธอจะร้องไห้โวยวาย แต่ไม่คาดคิดว่าเธอหยิบใบเช็คแล้วจากไปอย่างไม่ลังเล: "คุณฮั่ว ลาก่อน!"... พอพบกันอีกครั้ง เธอก็มีคนอยู่ข้างกายแล้ว เขาพูดด้วยตาแดงก่ำ: "เหวินม่าน ผมคบกับคุณมาก่อนนะ" เหวินม่านยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า "ทนายฮั่ว คนที่บอกเลิก นั่นคือคุณเองนะ! ถ้าอยากจะเดทกับฉัน คุณต้องต่อคิว..." วันถัดมา เธอได้รับเงินโอนหนึ่งแสนล้านพร้อมแหวนเพชร ทนายฮั่วคุกเข่าข้างหนึ่ง: "คุณเหวิน ผมอยากจะแทรกคิว"

หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก

หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก

จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
5.0

หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้

ทัณฑ์อสุรา

ทัณฑ์อสุรา

เพลงมีนา
5.0

นางเป็นฮูหยินที่ถูกต้อง แต่เขากลับเฉยชาใส่ มีเพียงบนเตียงเท่านั้นที่เขาเร่าร้อนจนนางแทบมอดไหม้ จ้าวจื่อรั่วอายุเพียงสิบหกปีเป็นลูกอนุของเสนาบดีสกุลจ้าว ถูกสับเปลี่ยนตัวมาเป็นเจ้าสาวมาแต่งงานกับแม่ทัพที่ชายแดนใต้ กู้ตงหยางบุรุษหนุ่มอายุยี่สิบสี่ปีฉายาแม่ทัพปีศาจที่แสนเหี้ยมโหด "เจ้าติดค้างข้า ไม่ว่าจะเล่นลิ้นอย่างไร เจ้าย่อมรู้ดีว่าสกุลจ้าวปลิ้นปล้อน เจ้าอย่าได้หวังว่าจะได้อยู่อย่างสุขสบายเลย" พูดจบชายหนุ่มก็ผุดลุกขึ้นเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หญิงสาวได้แต่นั่งเพียงลำพัง แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็อดเศร้าใจไม่ได้ ชีวิตนางจะได้พบความสุขเช่นคนอื่นบ้างไหม.

บท
อ่านเลย
ดาวน์โหลดหนังสือ