/0/34267/coverorgin.jpg?v=23298f3c41b457859ea7c7e63056855a&imageMogr2/format/webp)
ค่ำคืนที่แสนมืดมิด ไร้ซึ่งแสงแห่งจันทรา ดวงดาราที่ทอประกายเจิดจ้าบนฟากฟ้า ก็มิอาจให้ความสว่างได้มากเทียมดวงจันทร์ สายลมที่โบกสะบัดพัดพลิ้วเคลื่อนคล้อยจากไป เหลือทิ้งไว้แค่เพียงความเหน็บหนาวจับทรวง
“อย่า อย่าฆ่าพ่อผม...อย่าฆ่าแม่ผม อย่า...!!!” เหนือตะวันยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ที่ผุดขึ้นตามไรผมบนหน้าผากของตัวเอง เขาจมปลักอยู่กับฝันร้ายนี้มาร่วมยี่สิบปีเต็ม ความเจ็บปวดที่ได้รับ มันทำให้เขาแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือด ภาพบิดามารดาถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา ในโลกใบนี้คงไม่มีอะไรที่จะทำให้เขาเจ็บปวดทุกข์ทรมานมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
เขาจำมันได้ไม่มีวันลบเลือน และต่อให้มันกลายเป็นเถ้าธุลีเขาก็ยังจำมันได้ ไอ้คนใจคอโหดเหี้ยมทรยศได้แม้กระทั่งผู้ที่มีพระคุณท่วมหัว และถึงวันนี้วันที่เขาจะทวงความยุติธรรมให้กับบุพการีของเขาเสียที มันจะต้องได้รับผลกรรมที่มันก่อขึ้นอย่างสาสม เขาจะทำให้มันไม่มีแม้กระทั่งแผ่นดินกลบหน้า
แสงแดดสีเหลืองทองอ่อน ๆ ทอแสงงามแตะแต้มไปทั่วขอบฟ้า ฝูงวิหคผกผินบินออกหากินกันแต่เช้าตรู่ ร่างบอบบางของสตรีชรานางหนึ่งก็เช่นกัน หล่อนตื่นแต่เช้าเพื่อจัดเตรียมอาหารเช้าให้กับบุตรชายของตนเอง
“เหนือทานข้าวก่อนซิลูก ทานแล้วค่อยไปนะ แม่ทำข้าวต้มกุ้งที่เหนือชอบด้วย” ชลาลัยยกข้าวต้มกุ้งมาตั้งที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะร้องเรียกลูกชายที่กำลังจะเดินผ่านไป เหนือตะวันหันกลับมายิ้มให้มารดาอย่างอ่อนโยน
นับตั้งแต่เสียพ่อกับแม่ไป เขาก็เปรียบเหมือนกับเรือที่ไร้สมอ ร่องลอยไปตามคลื่นลมอย่างไร้จุดหมาย แต่แล้ว..ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาพาเขาขึ้นจากเรือที่ไร้สมอนั้น ทำให้ชีวิตของเขาที่เคยมืดมิด ไร้จุดหมาย กลับสว่างเจิดจ้าขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์
หล่อนเปรียบเสมือนผู้ให้ชีวิตใหม่แก่เขา บุญคุณนี้ยิ่งใหญ่นัก ถ้าไม่นับรวมผู้ให้กำเนิดทั้งสองคนของเขา ผู้หญิงคนนี้ก็คือคนที่มีบุญคุณกับเขามากที่สุด และเขาก็จะไม่มีวันทำร้าย หรือทำให้หล่อนเสียน้ำตาเป็นเด็ดขาด ไม่ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ตาม
“ขอโทษจริง ๆ ครับคุณแม่ พอดีวันนี้ผมมีธุระด่วนจริง ๆ คุณแม่อย่าโกรธผมเลยนะครับ เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะชดเชยให้ครับ” เหนือตะวันพูดอย่างสำนึกผิด ก่อนจะก้มลงหอมแก้มมารดาหนึ่งฟอดใหญ่ ชลาลัยยิ้มอย่างเอ็นดู ถึงแม้ว่าบุตรชายจะเติบใหญ่มากขึ้นแค่ไหน แต่สำหรับหล่อน คนที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก ก็ยังคงเห็นเขาเป็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ วัย 10 ขวบอยู่ร่ำไป
“ถ้าเหนือรีบก็ไม่เป็นไร แต่ลูกต้องหาอะไรรองท้องบ้างนะ” เหนือตะวันยิ้มรับให้กับความรักและความห่วงใยที่มารดาเลี้ยงมีให้ ซึ่งความรักและความห่วงใยนี้ เขาได้รับมาตลอดยี่สิบปีเต็ม
“ครับคุณแม่ ผมรักคุณแม่จังเลย” เหนือตะวันก้มลงกราบที่อกของมารดาอย่างซาบซึ้งใจ เขาคิดอยู่เสมอว่า ถ้าไม่มีแม่ผู้ประเสริฐคนนี้ เขาเองก็คงไม่มีวันนี้เช่นกัน
/0/8172/coverorgin.jpg?v=6081fd989848a779b5b9fe917b83ce69&imageMogr2/format/webp)
/0/8076/coverorgin.jpg?v=a96616175dfece2f4de680d0552b6f73&imageMogr2/format/webp)
/0/4823/coverorgin.jpg?v=080fa55d17af854fea87cd1550be6b6c&imageMogr2/format/webp)
/0/24571/coverorgin.jpg?v=e724ec8faa7c3c83774eee3eadf46ee8&imageMogr2/format/webp)
/0/6311/coverorgin.jpg?v=fa307c9fb0f94a0af6142f3ee013748c&imageMogr2/format/webp)
/0/12351/coverorgin.jpg?v=3d466c3e1871876020ac82a342e2e857&imageMogr2/format/webp)
/0/8952/coverorgin.jpg?v=932c26ab628600144bd71ae1d6d96634&imageMogr2/format/webp)
/0/4648/coverorgin.jpg?v=cbbc87f91b418d7172df948e3e443ac1&imageMogr2/format/webp)