icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon

ดั่งลมหวนรัก ตอนพิเศษ

บทที่ 7 ตอนที่ 3 ทาสสิเน่หา 2

จำนวนคำ:2745    |    อัปเดตเมื่อ:10/09/2023

เพื่อนหายไปไหน แล้วเด็กแกเป็นไง แกชอ

แกน่าจะเ

ูชิตถามแล้วก็ตอบเอง เพราะเพื่อนเขาพูดน้อยเขาจึงต้องต

ึกษามหาวิทยาลัยที่อยากหารายได้พิเศษ เขาไม่เคยเรียกสาวๆ กลุ่มนี้มาก่อน แต่ทันทีที่เห็นเนตรตรียาโดดเด่นในกลุ่

้องยอมเสี่ยงตะรางจึงไม่สานต่อได้เพียงแค่บันทึกหมายเลขของหล่อนเอาไว้ หลังจากนั้นมาหล่อนก็เพียรพยายามส่งคำทักทายมาทางข้อควา

ังคับให้ธีภพมาเป็นเพื่อน ทั้งที่ธีภพกำลังมีเรื่องกลุ้มอยู่ แต่ก็จำใจมาโดยไม่รับปากว่าจะกิ

ก็หายวับไปกับตา คิ้วเขาขมวดมุ่นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าแรกๆ หล่อนก็ร่วมมือดี แต่ครั้นเขาบอกว่าจะจ่ายหล่อนไม่อั้นหล่อนก

ลยแอบหนี เดินร้องไห้มาตามเพื่อนแล้ว

งฉวยโอกาสที่เขาบอกว่าจะจ่ายไม่อั้นรีดเขาหมดเนื้อหมดตัวไปแล้ว หล่อนอาจจะยินยอมตอนแรกเพราะอ่อนเดี

็กนั่นซื่อๆ เซ่อๆ ไม่ใช่แนว

ก็รู้สึกผิดชะมัดเลยว่ะ” ภูชิตถอนใจยาว ใบหน้าหล่อเหลาดูชัดว่ากำลังขัดใจ ภาพร่างนวลเนียนขาวสวยทุกส่วนสั

ยด้วยกัน เสียงหลุดจากปากธีภพเบาๆ ว่าเขาส่งข้อความให้ทินโทรกลับมาหาให้พวกเขาได้ฟังด้ว

่า เนตรตรียาเอาแต่ร้องไห้และพร่ำบอกว่าโลกไม่ได้สวยอย่างที่คิดเนตรตรียารักภูชิตแต่แรกเห็นแต่เขากลับคิดว่าเธอขายตัว

ทำอะไรบ้างได้ลวนลามบ้างไหมเพราะว่าหากเพื่

ใจเรื่องของคนอื่นอย่าง

บไปตอนไหนไม่รู้ ตื่นมาอีกทีมีเสื้อเขาห่มให้อยู่แล้ว เขาใจดีนะเงินที่เขาให้เมื่อกลางวันมนพยายามจะขอบัญช

มกว่านี้สักนิดคงกลายเป็นคนใจง่ายที่ได้สิ่งตอบแทนมาเป็นเงินฟาดหัวไม

เบาๆ ไม่ได้เอ่ยแย้งจริงจั

่าเขาจะมองเราในแง่ร้ายขนาดนั้น โชคดีที่เรารอดพ้นมาได้ เขาเป็นแมงดาหรือเปล่าไม่รู้เผื่อเขาหลอกเราไปขายหรือว่าทำอ

ข็งหยักขึ้นเหมือนจะยิ้มแต่ไม่เชิง ส่วนภูชิตน่ะหรือทั้งหน้าแดงหน้าเ

ึงเลื่อนหน้าจอเพ

ต่ออีกหน

าใจผิดนี่หว่า แต่ช่างเถอะ เอาไว้ฉันแก้ตัวใหม่ เค้ารู้สึกดีๆ กับฉ

ยตั้งใจไล่ล่าใครแบบนี้จริงจัง ส่วนมากเขาจะหนีเสียมากกว่าด้วยซ้ำเนตรตรียาไม่อ

วยโอกาสทั้งที่ไม่คิดจริงจังก็อย่าดีกว่า เด็กน

ตาไม่หลับหรอกว่ะ เรื่องนั้นช่างเถอะ ว่าแต่เรื่องของแ

่น้ำแข็งละลายถูกยกมาจิบอีก

าน คราวนี้เอาจร

ารของครอบครัว รวมทั้งครอบครัวไม่อยากให้เขาแต่งงานกับคนที่เขารัก แต่ธีภพเป็นลูกคนเดียว แม้ต่อต้านด้วยวิธ

จไปทั้งดวง จนตอนนี้ธีภพก็แทบไม่กลับบ้าน แต่เขาก็ทำงานได้ไม่ขาดตกบกพร่องทำให้พ่อแม่สบายใจมาพักใหญ่ ตอนนี้ภู

าเป็นเดือนแล้วเรื่องนี้ หลังๆ มาพ่อแกล้

งวันนี้ให้เพื่อนฟัง ภูชิตถึงได้ร

้แกแต่งงานกับใครวะ

นคนนิรนามที่ท่านกำลังสืบหาอยู่ เป็นใครก็ไม่รู้ เป็นแก แกจะไม่ต่อต้านหรือวะ ไอ้ที่เคยเจอๆ กันทุกวันนี้มีทั้งดีไม่ดี ฉันก็

่อแม่ย่อมเปรยเรื่องแต่งงานให้ระคายหูคนหวงชีวิตโสด แต่กับธีภพมันไม่ใช่ พวกท่านเอาเรื่องป่วยมาอ้างและดูท่าทางเหมือนจะจับมันคลุมถุงชนให้ได้ภายในสามวันเจ็ดวันจนส

คนที่ทำเสียงอ่อนโยนเหมือนเป็นพระมาโปรดและรอว่าเพ

อะ ก่อนที่ท่านจะป่วยจริงๆ พวก

เสีย หยิบขวดเหล้ามาเทใส่แก้วที่ว่างเปล่าของตนเอง

ูกอยู่แล้ว เขาไม่เอาคนวิกลจริตมาแต่งงานกับแกหรอกน่า อีกอย่างนะ ถ้าแกแต่งไปตามใจท่านแล้วแกไปกันไม่ได้ก็เลิกกันได้นี

เข้าไปในหัว ธีภพได้แต่ฟัง แ

นึ่งทองแดง ภูชิตเห็นแล้วส่ายหัว ถ้าธีภพยังมีหัวใจที่รักและแคร์พ่อแม่เหลืออยู่

ก็เมื่อตอนที่มันคิดว่ามันตัวคนเดียวไม่ต้องมีพ่อแม่จนยอมอกตัญ

เปิดรับโบนัส

เปิด
ดั่งลมหวนรัก ตอนพิเศษ
ดั่งลมหวนรัก ตอนพิเศษ
“เพราะรักเขาตั้งแต่แรกเห็น หล่อนจึงยินยอมแต่งงานกับเขา เพราะถูกบังคับเขาจึงเห็นหล่อนเป็นเศษธุลีดินไร้ค่า แม้เป็นเมียแต่ง หล่อนคิดว่าสักวันหนึ่งเขาอาจจะรักหล่อนตอบกลับมา ไม่มาก... ก็น้อย แต่ไม่นึกว่าเมื่อเขาหลอกให้หล่อนรักเขาสุดหัวใจ เขากลับขับไล่หล่อนออกมาจากชีวิตด้วยเหตุผลว่า เขาไม่รักหล่อน... "เธอเข้ามาในชีวิตฉันง่ายๆ ก็ช่วยออกไปง่ายๆ ด้วยเถอะ" ถ้อยคำเจ็บปวดทำร้ายที่ตามมาหลอกหลอน แม้ในยามที่หล่อนหลีกลี้จากเขามาได้นานเนิ่น ในวันที่หล่อนเข้มเเข็งและอยู่ได้โดยไม่มีเขา ลูกในท้องที่หล่อนปกปิดเขาเอาไว้ กำลังจะทำให้หล่อนกับเขาหวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ในวันที่หล่อนไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้ว ................................................................ "การแต่งงานของเราเกิดขึ้นเพราะฉันถูกบังคับ การที่ฉันไม่ได้รักเธอ มันไม่ใช่ความผิดของฉัน ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจ" ธีภพ วิชญ์วิศิษฐ์ "ความรักของมนอาจจะดูไร้ค่าแต่มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสิ่งเดียวที่มนพอจะให้คุณธีร์ได้ ที่ผ่านมาคุณธีร์แสดงออกเสมอว่าคุณธีร์ไม่ต้องการและทิ้งขว้างมันมาตลอด มันก็ไม่ใช่ความผิดของมนที่สุดท้ายมนจะหมดรัก มนหวังว่าคุณธีร์จะเข้าใจ เหมือนที่มนเคยเข้าใจคุณธีร์" มนพัทธ์ สว่างโชติ”