icon 0
icon เติมเงิน
rightIcon
icon ประวัติการอ่าน
rightIcon
icon ออกจากระบบ
rightIcon
icon ดาวน์โหลดแอป
rightIcon
closeIcon

เปิดรับโบนัส

เปิด

นิยายหญิงแนวประวัติศาสตร์

ขายดี ออกต่อเนื่อง จบเล่ม
ทัณฑ์อสุรา

ทัณฑ์อสุรา

นางเป็นฮูหยินที่ถูกต้อง แต่เขากลับเฉยชาใส่ มีเพียงบนเตียงเท่านั้นที่เขาเร่าร้อนจนนางแทบมอดไหม้ จ้าวจื่อรั่วอายุเพียงสิบหกปีเป็นลูกอนุของเสนาบดีสกุลจ้าว ถูกสับเปลี่ยนตัวมาเป็นเจ้าสาวมาแต่งงานกับแม่ทัพที่ชายแดนใต้ กู้ตงหยางบุรุษหนุ่มอายุยี่สิบสี่ปีฉายาแม่ทัพปีศาจที่แสนเหี้ยมโหด "เจ้าติดค้างข้า ไม่ว่าจะเล่นลิ้นอย่างไร เจ้าย่อมรู้ดีว่าสกุลจ้าวปลิ้นปล้อน เจ้าอย่าได้หวังว่าจะได้อยู่อย่างสุขสบายเลย" พูดจบชายหนุ่มก็ผุดลุกขึ้นเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หญิงสาวได้แต่นั่งเพียงลำพัง แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็อดเศร้าใจไม่ได้ ชีวิตนางจะได้พบความสุขเช่นคนอื่นบ้างไหม.
ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์

ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์

“เมื่อชะตากำหนดมาให้ทั้งสองครองคู่ ไม่ว่าจะพลัดหลงกันไปทางใดก็ย่อมได้กลับมาพบกันอีกครา” เรื่องราวความรักของหลัวเสี้ยวเวยและหยางเหลาหู่ คู่หมั้นคู่หมายที่มิเคยได้พบหน้า แม้เดิมทีหยางเหลาหู่คิดว่านางตายไปแล้ว แต่ไม่รู้เลยว่า ‘สาวใช้’ ที่เขารับเข้ามาทำงานนั้นจะเป็นคู่หมั้นของเขาเอง เมื่อชะตากำหนดให้ทั้งสองได้เป็นคู่ชีวิต แต่กว่าจะถึงจุดนั้นได้ต้องมาคอยลุ้นกันว่า สาวใช้ตัวจิ๋วกับคุณชายใหญ่แห่งป้อมพยัคฆ์ทมิฬจะลงเอยอย่างไร ....... “นั้นของข้ามิใช่รึ” เขาปลดสายจูงม้า เห็นนางกินพุทราเชื่อมท่าทางเอร็ดอร่อยจึงอดหยอกล้อนางไม่ได้ “แค่พุทราเชื่อม ท่านจะแย่งข้ารึ” นางทำท่าหวงขึ้นมา มันก็แค่พุทราเชื่อม แต่นางไม่ได้กินนานแล้วนี่ “แต่นั้นมันของๆ ข้า เจ้าควรให้ข้ากินก่อน” เขาไม่ชอบกินขนมของหวาน แต่เห็นนางหวงแบบนี้แล้วนึกอย่างแย่งชิง หลัวเสี้ยวเวยส่ายหน้าไปมา กลัวถูกแย่งของกินจึงอ้าปากงับพุทราเชื่อมลูกสุดท้ายไว้ในปาก เหลือเพียงไม้เสียบเปล่าๆ ในมือ คิดว่าอย่างไรของอยู่ในปากนางแล้วเขาไม่มีทางแย่งชิงเอาไปแน่ ทว่านางกลับคาดไม่ถึงว่าเขาจะยื่นมือมารั้งท้ายทอยของนางไว้ โน้มหน้าลงมาประกบปากที่เผยอขึ้นอย่าตกใจของนาง เรียวลิ้นหนาตวัดเอาพุทราเชื่อมในปากของนางมาสู่ปากของเขา 'หวานล้ำเกินคาดคิดจริงๆ'
เดียร์ มายลอร์ด

เดียร์ มายลอร์ด

‘เดียร์ มายลอร์ด’ เรื่องรักผ่านจดหมายระหว่างภรรยาคืนเดียวกับท่านดยุคผู้สูงศักดิ์ โปรย ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ มือสากล้วงเข้ามาในคอเสื้อ เธอดิ้นหนี เขาใช้ทั้งตัวทับตรึงเธอเอาไว้ ‘นายท่านปล่อยข้าไปเถอะ ได้โปรด...’ เสียงวอนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากเขาไล่เล็มเรื่อยลงมาถึงปทุมถัน จมูกซุกไซ้สำรวจ ‘อา...’ เฟรยาคราง อุณหภูมิในร่างสูงขึ้น กายบิดด้วยรสหวามตึงแน่นที่กลางปทุมด้วยฤทธิ์ลิ้นร้าย ก่อนที่จะหวีดร้องเมื่อมีการล่วงล้ำด้านล่าง แม้ดิ้นรนหนีแต่คนด้านบนก็รั้งไว้ สอดวงแขนโอบอุ้มดันให้เธอกอดตนไว้ จากนั้นก็สอดประสานบทเพลงแห่งกามารมณ์ระหว่างชายหญิง เธอครางเหมือนตกอยู่ในความฝัน บางสิ่งผ่านรวดเร็วจากส่วนล่างขึ้นสู่สมอง ความรู้สึกที่เหมือนมีพายุใหญ่แล่นผ่านกาย แขนบางของเฟรยาโอบรอบร่างแกร่งของเขา ยึดไว้จากความซ่านด้วยฤทธิ์แรงปรารถนาซ่อนเร้น ‘จงเชื่อฟังข้า เจ้าเป็นสิทธิ์ของข้าแล้ว เรียกข้าว่ามายลอร์ดสิ’ เขากระซิบขณะยังค้างคาอยู่ในตัวเธอ ‘ค่ะ มายลอร์ด’ ริมฝีปากเฟรยาสั่น แรงสะเทือนจากเขาส่งตรงสู่เธอเรื่อยราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ‘ดีแล้ว ข้าชอบคนเชื่อฟัง ชอบคนซื่อสัตย์ สาบานสิว่าเจ้าจะไม่ทรยศ’ ‘ข้า...’ ‘สาบานสิ! ว่าเจ้าจะจงรักภักดีกับข้าปานประหนึ่งทาสซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นนาย’ เขาเร่งเร้าพร้อมกับการกระแทกที่หนักหน่วงขึ้น ‘ข้าสาบาน’ เขากัดฟันแน่นครางเมื่อการทาบทับครั้งสุดท้ายสู่ตัวเธอจบลง เชิดหน้าสูง ตัวสั่นเทิ้ม ก่อนทิ้งร่างนอนคว่ำลงข้างกายเฟรยา หอบหายใจแรง แขนพาดเอวเธอ ก่อนจะไปวนเวียนคลึงเคล้าหน้าอก เฟรยาไม่ขัดขืน เธอเหนื่อยมากแล้วในคราวแรก กลิ่นเหล้าคลุ้งปนกับเหงื่อของเขา อำนาจแห่งเพศรสให้ความสุขเช่นนี้เอง ++++++++++++++++++++++++++
พรานพิทักษ์หัวใจ

พรานพิทักษ์หัวใจ

มู่ลี่หยางใช้ชีวิตเป็นพรานป่าหาของป่าไปขายอยู่หลายปี แต่เข้าป่าครั้งนี้เขาได้พบหญิงสาวผู้หนึ่งหมดสติอยู่จึงช่วยนางไว้ ทว่าทันทีที่นางลืมตา นางกลับจำอะไรไม่ได้แม้แต่ชื่อของตัวเอง เขาจึงจำเป็นต้องดูแลนาง แต่ที่ทำให้เขาหนักใจ ก็คือนิสัยนอนละเมอของนาง เหตุใดทุกครั้งที่นางละเมอต้องมาอยู่บนเตียงเขาด้วยเล่า! “พี่ลี่หยาง!” “นอนดีๆ อย่าฟุ้งซ่าน คืนนี้เจ้าต้องพักผ่อน” “ข้ารู้ แต่ไม่ต้องมัดข้าขนาดนี้ก็ได้”" “ไม่ได้” เขาสะบัดมือเพียงคราวเดียว เปลวเทียนในห้องก็ดับลง “หากจะนอนเตียงเดียวกับข้าก็อย่าดื้อ อย่าซุกซน” “พี่ลี่หยาง” เสียงหวานเอ่ยขึ้น “นอนเสีย!” เขาตวาดทีเดียวหญิงสาวก็เงียบเสียงไป แม้ได้เห็นเพียงแผ่นหลังของเขา นางก็มีความสุข ขอเพียงได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ว่าอย่างไร นางก็ยอมทำทุกอย่าง แม้จะถูกมัดเป็นบะจ่างก็ยอม.
มี่ฮวน เมียยอดอกตัญญู

มี่ฮวน เมียยอดอกตัญญู

ผู้สืบทอดสำนักไฮว่ชั่วหายตัวไปอย่างลึกลับ โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ร่างสูงใหญ่โดดเดี่ยวในถ้ำมืด ถูกโซ่ตรวนล่ามัดเอาไว้ จนกว่าจะเลยวันเลือกเจ้าสำนักคนใหม่ มี่ฮวนอาสาขอเข้าไปเอาต้นสมุนไพร ‘โม่วยี’ ออกมาให้อาจารย์ จนไปเจอเข้ากับร่างดำโดดเดี่ยวร่างหนึ่งที่ในถ้ำมืด ที่ข้างกายของร่างดำโดดเดี่ยวร่างนั้นมีต้นสมุนไพรที่นางตามหา และทันทีที่นางเด็ดสมุนไพรต้นนั้นออกมา โซ่ตรวนที่ตึงร่างนั้นเอาไว้ก็ได้หลุดและปลดปล่อยร่างดำร่างนั้นออกมา ร่างนั้นข่มเหงนางอย่างเอาแต่ใจ กายสัมผัสลึกซึ้งต่อกัน มี่ฮวนจึงหอบเอาสายพันธุ์ลึกลับนั้นติดท้องของนางมา กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็พบว่าตนตั้งครรภ์แล้ว หลังจากตั้งครรภ์ มี่ฮวนถูกขับไล่ออกจากโรงหมอ นางใช้ชีวิตเลี้ยงตัวเองและลูกด้วยวิชาที่ได้มาจากอาจารย์ จนวันดีคืนดี นางถูกคนของสำนักไฮว่ชั่วพาตัวไปรักษาเจ้าสำนัก ทันทีที่ดวงตาคู่สีดำเหลือบแดงมองเห็นนาง ก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นหญิงสาวที่ปลดปล่อยเขาออกมาจากโซ่ตรวน หัวใจแห้งผาก หัวใจที่เฝ้ารอมานาน พลันชุ่มชื่นขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะพบว่านอกจากนางจะเอาน้ำเชื้อของเขาไปทำลูกแล้ว นางยังจำเขาไม่ได้อีกด้วย หากเรื่องพวกนั้นยังไม่ร้ายแรงมากพอ นางยังจะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้เขาต้องตามเช็ดตามล้างอีกต่างหาก นางช่าง… ช่างเหมาะสมกับที่เป็นเมียยอดอกตัญญูเสียจริง!
เกิดใหม่เป็นจักรพรรดินีทรราชขอตายดีๆเถอะ

เกิดใหม่เป็นจักรพรรดินีทรราชขอตายดีๆเถอะ

ธิดา สาวมืดมนอายุ 20 ปี นักศึกษาโบราณคดี เพราะความจนเป็นเหตุ เจ้าของฮู้ดกับแว่นตาหนาเตอะที่ไม่เคยมีใครเห็นหัวเลยมีงานอดิเรกเป็นการนับเงินของตัวเองซ้ำๆราวกับมันจะเพิ่มขึ้น แด่ถึงชีวิตมันจะไม่มีอะไรดี หล่อนก็ไม่เคยคิดจะเป็นจักรพรรดินีทราช จางเฟิง หัวหน้านางกำนัลอายุ 22 ปี ผู้ดูมีลับคมคมใน สาวใช้คนสนิทขององค์จักรพรรดินีที่เอาแต่ร้องขอความตายอย่างไม่เกรงกลัว หญิงสาวผู้มี…ซิกแพคเป็นมัดๆ? ▄₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▄ เมื่อก้างปลาติดคอตายจนต้องมาอยู่ในร่างจักรพรรดินีทรราช ธิดาก็หาทุกวิถีทางเพื่อจะรอดจากตอนจบสุดอนาถที่ต้องถูกเหล่านางบำเรอชำเราตุยคาเตียง ทว่า คุณพี่คะ ทำไมนางรับใช้คนสนิทถึงได้มีลูกกระเดือกโตตีหัวหนูได้ขนาดนั้นล่ะคะ ▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
เวียงเชียงรุ้งนครา สิเน่หาข้ามภพ

เวียงเชียงรุ้งนครา สิเน่หาข้ามภพ

ธารณ์ หมอหนุ่มผู้เติบโตมาในต่างแดน เขากลับมาเมืองไทยแล้วบังเอิญได้ไปโผล่อยู่ในที่ที่เขาไม่รู้จัก อยากจะคิดว่าตัวเองโดนแกล้งจากรายการทีวีชื่อดัง แต่ไปๆ มาๆ ความจริงก็ทำให้เขาแทบล้มทั้งยืนเมื่อพบว่า เขาได้ข้ามภพหลายร้อยปี ซ้ำร้าย... เขาต้องเข้าไปอยู่ท่ามกลางสถานการณ์พิลึกพิลั่น เท่านั้นไม่พอเขายังไปหน้าตาเหมือนเจ้าชายองค์หนึ่งเลยถูกขอร้องให้ปลอมเป็นเจ้าชายพระองค์นั้นเพื่อออกว่าราชการ ทั้งที่เขาพูดภาษาไทยยังไม่ชัด และฟังเข้าใจได้ไม่เต็มร้อย อีกทั้งยังถูกลอบสังหารแบบตัวต่อตัวหลายครั้งทั้งที่เขาไม่มีทักษะการต่อสู้ นี่มันยิ่งกว่างานเข้าอีกนะขอบอก ใครก็ได้ ช่วยเอาเขาออกไปจากตรงนี้ที ก่อนที่ชีวิตเขาจะดับสูญทิ้งโดยเปล่าประโยชน์อยู่ในภพนี้... ..................... ‘ตั้งแต่เราต้องแอบแบกเจ้าชายนิทรานั่นมาที่ห้องนี้ แล้วก็ต้องมารักษาต่อแทนหมอคนเก่าเพราะพลั้งปากบอกไปว่าเรียนหมอ ทั้งเสี่ยงชีวิตไปทำพิธีประหลาดนั่น แล้วยังต้องฝึกพูด ฝึกอะไรอีกร้อยแปด ถ้าพูดว่าเราทำตามน้ำจริงๆ คงตามน้ำจากน้ำปิงในไทยไกลไปจนถึงน้ำฮวงโหในจีนแล้วกระมัง น่ากลุ้มจริงๆ ไม่รู้ว่าชีวิตต้องเจออะไรอีกบ้าง แล้วจะหาทางกลับยังไงก็ไม่รู้เลย...’
ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย

ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย

เธอจากไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ในขณะที่เขากลับยังอยู่เพื่อเฝ้ารอด้วยความคะนึงหา เมื่อคนหนึ่งอยากลืม แต่อีกคนกลับจดจำทุกลมหายใจ แล้วจะมีหนทางไหมที่จะทำให้หัวใจของพวกเขากลับมาเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน “นี่ฉันหลุดมาอยู่ในยุคไหนวะเนี่ย บทจะข้ามภพก็ข้ามกันได้ง่ายๆ แบบนี้เลย? นี่ข้ามภพนะเว้ย ไม่ใช่ข้ามถนนหน้าปากซอย” “เจ้าเป็นตัวอะไร” คำถามโต้งๆ ทำเธอชะงัก ก่อนหันมาจ้องเขาตาขวางพลางบ่นงึมงำ “ถามแบบนี้ สู้ชี้หน้าด่ากันยังดูหยาบคายน้อยกว่า” “เป็นปิศาจรึ” คำถามนี้ทำเธอราวกับถูกตบหน้าอีกครั้ง “ไม่รู้ว่าข้าจะอดทนได้อีกนานเพียงใด เมื่อเจ้าช่างน่าปรารถนาเหลือเกิน” เขาบอกเสียงพร่า ขณะลูบไล้ที่แก้มนวลเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนลงมาแตะที่ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างอ้อยอิ่ง “เช่นนั้นท่านก็อยู่ให้ห่างจากข้าเถิดท่านฝู” “อย่าว่าแต่จะให้อยู่ห่างกัน แม้แต่ละสายตาจากเจ้า ข้ายังทำมิได้ หากต้องทำเช่นนั้น ข้าคงขาดใจตายเสียก่อน” “สายตาของท่านกำลังทำข้าใจคอไม่ดี” “ไม่ดีเยี่ยงไร” “ก็…มันอาจทำให้ข้าเผลอทำอะไรๆ ท่านน่ะสิ” “เช่นนั้นก็จงรู้เอาไว้ว่าการกระทำเมื่อครู่ของเจ้า ก็ทำให้ข้าใจคอไม่ดีเช่นกัน” “ไม่ดียังไง” เธอย้อนถามบ้าง “ก็ไม่ดีตรงที่ มันจะทำให้ข้ามิอาจรักษาคำพูดที่ให้ไว้ หากว่าข้า…ปรารถนาในตัวเจ้าเกินกว่าจะทนรอได้” เสียงเขาแหบพร่า อีกทั้งนัยน์ตาก็ยังแดงก่ำด้วยไฟปรารถนาที่กำลังพลุ่งพล่าน “เช่นนั้น…ก็ไม่ต้องรอสิ”
ข้าคือฮองเฮาที่ฮ่องเต้ไม่รัก

ข้าคือฮองเฮาที่ฮ่องเต้ไม่รัก

เมื่อเพื่อนรักที่ไว้ใจแอบทรยศคบกับชายที่ตนรัก และชายที่ตนรักกลับรังเกียจตนจนไม่แม้แต่จะแตะต้องเนื้อตัวเธอ สิ่งที่เธอทำได้คือต่างคนต่างอยู่ แต่ในวังหลังแห่งนี้เธอจะทำอย่างนั้นได้จริงหรือ? ตัวอย่างเนื้อเรื่อง “เจ้ามีอันใดจะกล่าวหรือไม่... สนมหลี่กุ้ยเฟย” น้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเน้นที่ละคำในประโยคท้ายอย่างหนักแน่น “ฮองเฮาแน่ใจแล้วหรือเพคะ ว่าจะให้หม่อมฉันทูลทุกอย่างต่อหน้าข้าราชบริพารเหล่านี้ หากมีข่าวแพร่ออกไปอีก ฮองเฮาทรงทนฟังคำนินทาเหล่านั้นได้หรือไม่” หลี่ฟางซินกล่าวพร้อมยิ้มอ่อนๆ หลี่ฟางซินย่อมรู้ดีว่าเย่วลี่อิงคงได้ยินคำนินทาเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแล้วจึงได้พูดเน้นย้ำ หวังจะกระตุ้นให้นางลงมือทำร้ายตน “คำนินทาเรื่องใดกัน เรื่องที่เจ้าเป็นนางอสรพิษนะหรือ เหตุใดเราจะทนฟังไม่ได้เล่า” เย่วลี่อิงตรัสพร้อมยักไหล่อย่าไม่แยแส มีหรือเย่วลี่อิงจะดูไม่ออกว่า ข่าวลือที่แพร่ออกไปนั้นมาจากผู้ใด หากเป็นแต่ก่อนนางย่อมไม่คิดว่าเป็นสหายคนสนิทของนางเป็นแน่ แต่บัดนี้นางรู้แล้วว่าหญิงที่ยืนตรงหน้านางหาใช่สตรีอ่อนหวานแสนดีอย่างที่นางรู้จักไม่ “หม่อมฉันเป็นนางอสรพิษตั้งแต่เมื่อใดกันเพคะ หม่อมฉันและฝ่าบาทมีใจรักใคร่กันมาเนิ่นนาน หากไม่ใช่เพราะฮองเฮาใช้ความดีของท่านแม่ทัพทูลขอให้ฮ่องเต้องค์ก่อนพระราชทานงานแต่ง วันนี้ตำแหน่งฮองเฮาก็ไม่แน่ว่าจะเป็นของใคร” “เจ้านางแพศยา หากเจ้ามีใจให้ฝ่าบาท แล้วทำไมไม่บอกข้า ยังแสดงแกล้งเป็นแม่สื่อนำของที่ข้ามอบให้ฝ่าบาท ฝากผ่านพี่ชายเจ้าช่วยมอบของให้ฝ่าบาทแทนข้า” เย่วลี่อิงเริ่มพูดด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง “ของอันใดกันเพคะ หม่อมฉันไม่เคยนำของ ของพระองค์มอบให้ฝ่าบาทเลยนะเพคะ ยิ่งให้พี่ชายช่วยส่งแทนให้ยิ่งมิเคย” น้ำเสียงเยาะเย้ยบวกกับรอยยิ้มยียวนของหลี่ฟางซินทำให้เย่วลี่อิงหัวเสียมากขึ้น “นี้เจ้าเอาของของเราไปทิ้งอย่างนั้นหรือ” “ฮองเฮาพูดถึงเรื่องอะไรเพคะ หม่อมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย พระองค์อย่าได้ใส่ความหม่อมฉันสิเพคะ” “นี้เจ้า”